โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 54 แนวหลังที่วิกฤติ

    บทที่ 54 แนวหลังที่วิกฤติ

     

     

     

    หลังจากฝนมานากระหน่ำตกลงมาได้ไม่นานจู่ๆ มานาในร่างของเดนนิสก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรงร่างของเขาสว่างวาบขึ้นก่อนจะหายวับไปกับตาและเพียงพริบตาเดียวเขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่เดิม

     

    ทว่าคราวนี้ตามเสื้อผ้ากลับชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆและเจ้าตัวก็กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนตัวโยน

     

    "ได้โปรด... รีบหน่อย"

     

    เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางโงนเงนพิงต้นไม้ทำท่าจะล้มมิหล่มแหล่

     

    "ตอนนี้ผมสลับตัวกับเดนนิสแล้ว...แต่เขากับคนอื่นๆ คงต้านไว้ได้อีกไม่นาน"

     

    เดนนิสถูกสลับตัวไปแล้วงั้นเหรอ?

     

    ถ้าอย่างนั้นไอ้เด็กนี่ก็คือ อารอนแฝดอีกคนสินะ...ทักษะของพวกเขามันเหนือชั้นถึงขั้นสลับตำแหน่งกันได้โดยไร้เงื่อนไขเรื่องระยะทางเลยอย่างนั้นหรือ?

     

    หากมีเวลามากกว่านี้ผมคงจะหาทางสอบสวนและเฝ้าสังเกตความลึกลับของทักษะแฝดคู่นี้อย่างละเอียดแน่นอน

     

    แต่ตอนนี้ทุกอย่างบีบคั้นเกินกว่าจะมานั่งสงสัยความลึกลับของโลกและเวลาที่งวดเข้ามาทุกทีทำให้ผมไม่มีเวลาเหลือพอจะทำอะไรแบบนั้น

     

    "ลิลลี่ เควิน แล้วก็คิมอยู่ที่ไหน?"

     

    ผมถามสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงกดดัน

     

    "ไม่มีเวลาแล้ว คุณต้องรีบ..."

     

    อารอนชะงักไปทันทีเมื่อผมก้าวเข้าไปประจันหน้าในระยะประชิดเขาได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาชี้ไปทิศทางหนึ่ง

     

    "ทิศ... ทิศทางนี้ครับ"

     

    เส้นใยมานาบางเบาที่เชื่อมโยงฝาแฝดคู่นี้เอาไว้พุ่งตรงไปยังจุดที่เขากำลังชี้พอดี

     

    "ถ้าพวกเขาไม่อยู่ที่นั่นฉันจะเล่นงานพี่ชายแกแทน"

     

    ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงข่มขู่

     

    อารอนอ้าปากค้างแววตาฉายความตื่นตระหนกพลางปรายตาไปทางเทสเพื่อขอความช่วยเหลือ

     

    ผมขมวดคิ้วแน่นด้วยความระแวงไอ้เด็กนี่กำลังปั่นหัวผมอยู่หรือเปล่า?

     

    เพื่อความแน่ใจผมซัดกำปั้นเข้าที่บาดแผลบนอกเขาเต็มแรงจนเขาร้องลั่นเขาพยายามจะอ้าปากอธิบายอะไรบางอย่าง แต่ผมกลับซัดซ้ำลงไปที่แผลเดิมอีกครั้งคราวนี้เขาแผดเสียงร้องโหยหวนยิ่งกว่าเก่า

     

    "ที่ไหน?"

     

    น้ำเสียงของผมราบเรียบและเย็นชาจนน่าตกใจแม้แต่ตัวผมเองก็ยังนึกแปลกใจที่ตัวเองสามารถเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้

     

    ในที่สุดแววตาที่เคยดูใสซื่อของอารอนก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดมือที่สั่นระริกชี้ไปทางทิศเดิมอีกครั้งเพื่อยืนยันคำเดิม

     

    "เทส?"

     

    ผมหันไปหาเพื่อขอคำยืนยันแต่เธอกลับส่ายหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ

     

    "ฝนพวกนี้แผ่มานารบกวนอยู่ตลอดจนตาทิพย์ของฉันใช้งานไม่ได้เลย"

     

    ผมหันกลับมาจ้องอารอนด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอำมหิต

     

    "ขอให้มันเป็นเรื่องจริงเพราะถ้าไม่... พวกแกสองพี่น้องจบไม่สวยแน่"

     

    แม้จะไม่แน่ใจว่าทิศทางที่เจ้าฝาแฝดนั่นบอกจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตนเอง

     

    ผมเค้นมานาในร่างกายจนมันปะทุพลุ่งพล่านก่อนจะถีบตัวทะยานร่างพุ่งตรงไปยังทิศทางนั้นดุจกระสุนปืน

     

    เทสรีบปักหอกทิ้งไว้ข้างตัวอารอนเล่มหนึ่งเพื่อเป็นหลักประกันบางอย่างก่อนจะออกตัววิ่งตามผมมาติดๆ โดยไม่ลังเล

     

    ทักษะ การรับรู้มานาของผมยังคงทำงานอย่างหนัก แผ่ซ่านออกไปสำรวจรอบตัวอย่างต่อเนื่องแต่ข้อมูลที่ถูกส่งตีกลับมานั้นมันท่วมท้นและปั่นป่วนเกินไป

     

    หยาดฝนมานาที่เทกระหน่ำทำให้สัญญาณทุกอย่างพร่าเลือนจนแทบจับจุดไม่ได้ทว่าผมยังไม่ยอมแพ้ ผมรีดเร้นมานาให้แผ่กว้างออกไปไกลกว่าเดิมพร้อมกับระเบิดพลังสมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อคัดกรองข้อมูลขยะเหล่านั้นทิ้งไป

     

    แรงบีบคั้นจากการฝืนใช้พลังทำให้ผมรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีแต่ผมเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดนั้นไป

     

    ในตอนนี้ทักษะ สมาธิของผมเข้าสู่ขั้นสูงสุด สีสันที่จืดจางของป่ารอบตัวดูเลือนรางลงไปจนเกือบมืดมิดแต่ในขณะเดียวกันมานาที่แฝงอยู่ในหยดน้ำกลับเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทดแทนราวกับดวงดาวส่องแสง

     

    "ขอโทษนะ...ฉันมองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ..."

     

    เทสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดขณะพยายามวิ่งตามให้ทันเสียงของเธอถูกเสียงพายุฝนมานาที่อื้ออึงรบกวนจนผมแทบจะไม่ได้ยิน

     

    ผมไม่ได้คิดจะโทษเธอ เพราะโลกใบนี้ไม่เคยใจดีกับเราอยู่แล้ว

     

    ไอ้ระบบเฮงซวย!

     

    สายฝนยังคงเทกระหน่ำใส่เราอย่างไม่ลดละผมสัมผัสได้ถึงน้ำหนักและแรงปะทะของหยดฝนที่ร่วงหล่นลงมาอย่างผิดธรรมชาติบนผิวหนัง

     

    แรงกดดันมหาศาลจากหยดน้ำเหล่านั้นทำให้การเคลื่อนที่ของผมช้าลงจนน่าหงุดหงิดผมรู้ดีว่าต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อทลายข้อจำกัดนี้

     

    พริบตานั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว... มานาในร่างของผมปะทุพุ่งออกไปรอบกายอย่างบ้าคลั่งผมเริ่มใช้ทักษะดูดซับพลังงานจลน์จากหยดฝนทุกหยดที่พุ่งเข้าใส่

     

    จากสิบเป็นร้อยจากร้อยพุ่งทะยานเป็นพันหยด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องหยาดน้ำที่เคยร่วงหล่นด้วยความเร็วสูงพลันชะงักงัน และหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกแช่แข็งชั่วขณะ

     

    "ตามมา!"

     

    ผมตะโกนก้องบอกเทส ก่อนจะใช้ทักษะการจัดสรรพลังงานจลน์ปลดปล่อยพลังงานที่รวบรวมได้ทั้งหมดผลักดันตัวเองพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกระเบิดออกทางด้านหลังกวาดเอาม่านฝนให้กระจุยกระจาย

     

    แม้ฝนมานาจะยังคงตกต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่ผมก็ยังทำซ้ำกระบวนการเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า

     

    ท่ามกลางร่างกายที่เปียกโชกและอากาศที่หนาวเหน็บผมยังคงเรียกใช้ทักษะอย่างบ้าคลั่งจนเริ่มชำนาญขึ้น

     

    ผมดูดซับพลังงานได้มหาศาลขึ้นและทุกอย่างก็รวดเร็วขึ้นเป็นทวีคูณจนร่างของผมกลายเป็นเพียงเงาสีจางที่ตัดฝ่าม่านฝนไปอย่างรวดเร็ว!

     

    หลังจากทะยานฝ่าม่านฝนมาได้ครู่ใหญ่ในที่สุดทักษะการรับรู้มานาของผมก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมานาที่คุ้นเคยของคิม

     

    พริบตานั้นผมหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางทันทีพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายอย่างสุดกำลังจนทิ้งระยะห่างจากเทสไว้เบื้องหลัง

     

    เมื่อเข้าใกล้จุดหมายเสียงคำรามกึกก้องของมอนสเตอร์เริ่มลอดผ่านเสียงฝนอันหนักอึ้งเข้ามาให้ได้ยินและไม่นานนัก ภาพเหตุการณ์วิกฤตเบื้องหน้าก็ปรากฏแก่สายตา

     

    [หมาป่าสองหัว - เลเวล 13]

     

    อสูรกายร่างยักษ์กำลังจู่โจมกลุ่มของคิมเควิน และลิลลี่อย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตนั้นเควินยังคงยืนหยัดอยู่ที่แถวหน้าอย่างองอาจแม้จะเหลือเพียงมือเปล่าแต่ฝ่ามือของเขากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสว่างจ้า

     

    เขาคอยสะท้อนการโจมตีของมันกลับไปอย่างแม่นยำและทุกครั้งที่เขาปลดปล่อยพลัง หยาดฝนรอบตัวก็จะถูกทักษะ สะท้อนกลับ ซัดจนกระเด็นออกไปด้วยเช่นกัน

     

    เจ้าหมาป่าสองหัวดูจะระมัดระวังตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหยาดฝนที่ตกลงบนผิวของมันส่งเสียงฉ่าพร้อมไอระเหยจากรอยไหม้ฉกรรจ์หลายแห่งตามลำตัวซึ่งคงเป็นฝีมือการสวนกลับอย่างรุนแรงของเควินนั่นเอง

     

    ในขณะเดียวกันคิมก็กำลังคอยควบคุมเศษแร่เหล็กให้พุ่งทะยานวนเวียนรอบตัวเพื่อกวาดล้างพวกมอนสเตอร์เลเวลต่ำที่พยายามลอบกัด

     

    มีเพียงบางจังหวะที่สบโอกาสเท่านั้นที่เขาจะซัดแร่เหล็กเหล่านั้นเข้าใส่เจ้าหมาป่าเพื่อข่มขวัญ

     

    ส่วนลิลลี่ที่ดูหวาดกลัวทำได้เพียงเกาะติดหลังเขาไว้แน่นในมือที่สั่นเทาพยายามกำหอกก๊อบลินเก่าๆ ไว้เพียงเล่มเดียวเพื่อปกป้องตัวเอง

     

    เจ้าหมาป่าสองหัวแผดเสียงคำรามลั่นมานาภายในร่างของมันเริ่มม้วนตัวควบแน่นอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เปลวเพลิงสังหารจะปะทุพุ่งออกมาจากปากของมันทั้งสองพร้อมกัน!

     

    หัวหนึ่งพ่นเพลิงสีฟ้าสว่างที่ดูร้อนแรงจนอากาศบิดเบี้ยวในขณะที่อีกหัวพ่นเพลิงสีม่วงเข้มมืดมนชวนให้รู้สึกขนลุกพลังทำลายล้างที่ปะทุออกมาอย่างกะทันหันนั้นรุนแรงเสียจนเควินถึงกับเสียจังหวะและเซถอยหลังไปด้วยความตกใจ

     

    ผมกระทืบเท้าลงบนพื้นเกร็งแกนกลางลำตัวแล้วบิดเอวเหวี่ยงมีดสั้นในมือเข้าใส่เจ้าหมาป่าสุดแรง มีดสั้นพุ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วสูงจากทักษะและพละกำลังมหาศาลจากร่างกายที่ผ่านการเสริมพลังด้วยมานา

     

    ด้ามมีดสั้นพุ่งเข้าปะทะร่างของมันอย่างจังในจังหวะที่มันกำลังจะโจมตีพอดีแรงกระแทกทำเอาเจ้าสัตว์ร้ายชะงักงัน

     

    หัวหนึ่งของมันหันขวับมาจ้องเขม็งมองผมเป็นเป้าหมายต่อไปทันที

     

    ผมสูดลมหายใจลึกรวบรวมพลังงานจลน์จากหยาดฝนรอบกายเพื่อเสริมขีดความสามารถให้ถึงขีดสุด

     

    มานาในร่างพลุ่งพล่านส่งต่อพลังไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อก่อนที่ผมจะปลดปล่อยพลังงานจลน์ และมานา เพื่อพุ่งทะยานเข้าหาเจ้าหมาป่าสองหัวในทันที

     

    ความเร็วที่ปะทุออกมานั้นรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อหยาดฝนที่เทกระหน่ำรอบตัวกลายเป็นเพียงภาพเบลอที่พุ่งผ่านไป

     

    เพียงชั่วเสี้ยววินาทีผมก็เข้าประชิดตัวอสูรกายร่างยักษ์ได้สำเร็จ

     

    ทว่าก่อนที่ร่างจะเข้าปะทะผมเรียกใช้ทักษะดูดซับพลังงานจลน์จากร่างกายตัวเองอย่างกะทันหันส่งผลให้ร่างที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงหยุดนิ่งอยู่กับที่ทันทีท่ามกลางม่านฝน

     

    เจ้าหมาป่าดูจะประหลาดใจเล็กน้อยกับท่วงท่าที่ผิดธรรมชาตินั้นแต่มันก็ไม่ได้หยุดมือหัวหนึ่งของมันเบี่ยงมาทางผมพร้อมอ้าปากกว้างหมายจะขย้ำร่างผมให้ขาดครึ่งในคำเดียว

     

    เมื่อเห็นคมเขี้ยววาววับพุ่งเข้ามาผมไม่รอช้ารีบนำพลังงานที่เพิ่งดูดซับมาได้ผลักดันตัวเองให้ดีดออกทางด้านข้างทันทีแรงส่งนั้นทำให้ผมรอดพ้นจากปากอันหิวกระหายของมันไปได้อย่างทันท่วงที

     

    ทักษะ การสั่นพ้องเข้าปกคลุมมือของผมจนมานาควบแน่นเป็นใบมีดแหลมคมยาวเท่ามีดสั้นมันสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงจนส่งเสียงหึ่งๆ ออกมาจากปลายนิ้ว

     

    ผมร่นระยะเข้าหาเจ้าหมาป่าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าก่อนจะสะบัดมือจู่โจมเข้าใส่อย่างเฉียบคม

     

    คมมีดมานาบั่นเข้าที่ลำคอหนึ่งของมันจนขาดสะบั้นเลือดสีเข้มพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์ในขณะที่มันแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

     

    หัวที่ขาดกระเด็นร่วงลงสู่พื้นทว่ามันยังคงพยายามจะงับขาผมไม่เลิกจนผมต้องเตะมันออกไปให้พ้นทาง

     

    เมื่อเจ้าสัตว์ร้ายเริ่มตั้งสติได้หัวที่สองก็หันขวับมาทางผมทันควันพร้อมพ่นเปลวเพลิงสังหารเข้าใส่หวังจะเผาผมให้เป็นจุล แต่ร่างของผมไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วผมอาศัยความเร็วที่เหนือชั้นพุ่งหลบออกมาได้ตั้งนานแล้ว

     

    ในจังหวะที่มันเสียสมาธิเควินที่คอยหาโอกาสอยู่ก็พุ่งตัวออกมาจากเงามืดเขาซัดฝ่ามือที่ร้อนระอุปะทะเข้ากับลำตัวของเจ้าหมาป่าอย่างจังจนเกิดเสียงฉ่า

     

    ควันพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นเนื้อไหม้ที่โชยคลุ้งไปทั่วบริเวณเจ้าหมาป่าร้องลั่นด้วยความทรมาน มันหันขวับหมายจะเล่นงานเควินที่อยู่ใกล้ที่สุด

     

    ทว่าในวินาทีนั้นเองผมก็กลับมาปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของมันอีกครั้ง!

     

    ใบมีดมานาที่สั่นพ้องอย่างบ้าคลั่งจ้วงแทงเข้าที่หน้าอกของมันอย่างแม่นยำมือของผมจมลึกเข้าไปจนสัมผัสได้ถึงอวัยวะภายในที่ยังคงเต้นและอุ่นจัด

     

    และทันทีที่ผมกระชากมือออกมา เลือดสดๆจากหัวใจที่ฉีกขาดก็พุ่งทะลักออกมาตามแรงดัน

     

    เจ้าสัตว์ร้ายดิ้นพล่านด้วยเฮือกสุดท้ายก่อนจะล้มตึงลงแน่นิ่งกับพื้นดินที่แฉะฝน

     

    [คุณสังหาร หมาป่าสองหัว - เลเวล 13สำเร็จ]

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน