ดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงขึ้นค่อนข้างช้าในตอนที่หรงเจียซั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชินท้องฟ้าที่ยังคงมืดอยู่เหมือนเม็ดทรายที่ยังคงกลบแผ่นดินไว้อยู่ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกมีเส้นแสงทะลุส่องออกมาให้เห็นแล้วแดดสีทองสาดส่องออกมาประสานเข้ากับท้องฟ้าสีครามเข้ากันได้ดีประกอบกันสวยงามอย่างกับภาพวาดที่คมเข้ม
หรงเจียซั่งสะบัดหัวสร่างจากอาการเมาค้างแล้วลุกขึ้น เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงมาชั้นล่าง ไปวิ่งออกกำลังกายตามแนวรั้วริมสวนของบ้านตระกูลหรง
นี่เป็สิ่งที่ถูกหล่อหลอมจากการเรียนในโรงเรียนทหาร 8 ปีที่ผ่านมาทำเป็กิจวัตรจนเคยชินไม่ว่าวันก่อนหน้าจะนอนดึกขนาดไหนก็จะตื่นตรงเวลามาออกกำลังกาย
โรงเรียนสอนทหารนั้นก็ไม่ได้มีชื่อเสียงแต่ทว่ากฎระเบียบนั้นเข้มงวด เื่อาหารการกินไม่ลำบากแต่ว่ามีเฉพาะเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายนเท่านั้นที่สามารถอาบน้ำอุ่นได้มีบางครั้งไปอาบช้า แค่น้ำอุ่นก็ไม่เหลือแล้ว
นักเรียน 6 คนพัก 1 ห้อง เตียงนอนเป็เตียงแข็งๆ ไม่มีเครื่องทำความร้อนพอถึงฤดูหนาว เด็กๆ ก็จะนอนขดอยู่บนเตียงตัวสั่นงันงกฤดูหนาวบนูเานั้นทั้งเย็นและชื้น อากาศเย็นนั้นเปรียบเหมือนเถาวัลย์รากชอนไชเข้าไปตามกระดูกไขสันหลัง แทรกซึมเข้าไปยังกระดูกทิ่มแทงให้เกิดความหนาวเหน็บอย่างรุนแรง
หรงติ้งคุนเคยกำชับไว้โดยเฉพาะว่าไม่ให้ดูแลคุณชายใหญ่หวงซื่อก็ไม่สนใจไยดีเขาสมอย่างใจหวัง ไม่มีคุณชายใหญ่ในบ้านก็เข้าทางพอดีต่อมาคุณลุงบ้านตระกูลถังแวะไปที่ฉงชิ่ง เยี่ยมเยียนหลานชายััชุดเครื่องนอนบางๆ บนเตียง ตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาต่อมาภายในคืนนั้นก็ไปซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ส่งมาให้หลังจากกลับมาก็ไปด่าหรงติ้งคุนถึงที่ด้วยความเจ็บใจ
บ้านตระกูลถังแต่ละปีก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ลุงคนโตบ้านตระกูลถังเป็นักวิชาการวรรณกรรมรู้จักแค่บทความเศรษฐกิจ เอามาใช้กับธุรกิจที่บ้านไม่ได้เลยตอนที่หรงติ้งคุนเข้ามาจึงมีโอกาส หรงเจียซั่งได้รับการดูแลจากลุงจึงสามารถมีชีวิตรอดจากความยากลำบากในโรงเรียนทหารมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ต่อมาอายุครบ 16 ปี ลุงถังเป็มะเร็งปอด ได้ระยะเวลาแค่ 2 เดือนก็จากไปเสียแล้วหรงเจียซั่งกลับมางานศพของลุง ถึงได้เจอหน้าพ่อ
ในตอนนั้นหรงติ้งคุนไม่ได้ให้ความสำคัญกับบ้านตระกูลหวงมากเหมือนปีก่อนๆนั้นแล้ว สามารถรับลูกชายออกจากโรงเรียนทหารกลับมาบ้านโดยไม่มีข้อแม้แต่เมื่อหลังจากได้พบกับลูกชายแล้ว หรงติ้งคุนก็ได้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่
ตอนที่หรงเจียซั่งจากบ้านมาใหม่ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็เด็กชายอายุเพียง12 ขวบ อ่อนเยาว์ไร้เดียงสา ปากแดงๆ ฟันขาวๆ หน้าหวานสวยเหมือนกับเด็กผู้หญิงเขาถือรูปถ่ายที่ใส่สูทเครื่องแบบเด็กนักเรียนอนุบาลซีถงเอาไว้รูปที่ถูกถ่ายไว้นั้นยังแขวนอยู่บนป้ายโฆษณาของร้านถ่ายรูปมาจนถึงวันนี้
สำหรับอายุ 16 ปีของหรงเจียซั่งนั้น โกนผมจนสั้นติดหนังหัวิัที่โดนแดดเผาจนเกรียม รูปร่างสูงใหญ่ แต่กลับผอมบางสูทสีดำที่ใส่บนร่างกายเขินลอยขึ้น ลักษณะท่าทางรวมๆ แล้วดูดุดัน เหมือนคมกริชที่ดึงออกมาจากฝัก
แววตาของเขา เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยพกพาเอาความระแวดระวังและก็เจตนาร้าย จ้องมองพ่อเขาโดยไม่มีความเกรงใจใดๆ
“ในใจของแกมีความโกรธแค้น”หรงติ้งคุนกล่าว “แกกลับไปโรงเรียนทหารเหมือนเดิม ฝึกต่ออีกไม่กี่ปีดีกว่า”
หรงเจียซั่งไม่พูดขัดแย้งอะไรแม้แต่คำเดียวทำความเคารพแล้วเดินจากไป เื้ัทิ้งไว้เพียงสายตาที่อาวรณ์ของคนเป็พ่อและใบหน้าที่ไม่อาจปกปิดความดีใจไว้ได้ของแม่เลี้ยง
หรงเจียซั่งวิ่งทีเดียว 10 รอบหยุดวิ่งลงด้วยสภาพที่เหงื่อไหลโชก นั่งลงกอดเข่าอยู่บนพื้นหญ้า
ดวงอาทิตย์เคลื่อนสูงขึ้นมาหน่อยแสงสีทองสาดส่องกระทบิัที่เหลือเม็ดเหงื่อไม่มากของเขา เหมือนกับชโลมผิวของเขาด้วยน้ำมันอีกชั้นหนึ่งและส่งประกายกล้ามเนื้อบ่าด้านหลังของเขาแข็งแรงแสงอาทิตย์ตามติดส่องผ่านตัวเขาแสดงออกมาเป็ท่วงท่าที่สวยงาม
ต่อมาอีก 3 ปี ในที่สุดหรงเจียซั่งก็ได้กลับสู่บ้านตระกูลหรง
เขาติดความเคยชินที่ได้จากการเรียนโรงเรียนทหารมา เช่น กำหนดวินัยด้วยตัวเองบุคลิกที่ดูดีสง่างาม แต่ว่าเขาก็ยังคงไว้ซึ่งใบหน้าและสายตาที่เหยียดหยามผู้อื่นอีกทั้งยังมีนิสัยที่แข็งกร้าวไม่เข้ากับผู้อื่น เขาก็เหมือนกับลูกคนมีเงินทั่วๆ ไปเรียนรู้ข้อดีของการเสพสุขในบ้านที่มีฐานะและก็ยังรู้จักที่จะหลบหลีกข้อกำหนดของบ้านอีกด้วย
เขาเป็ผู้สืบทอดของบ้านตระกูลหรงเขาเกิดมาพร้อมกับข้อได้เปรียบ นี่คือสิ่งที่หวงซื่อไม่มีทางที่จะ่ชิงมาได้ยิ่งไปกว่านั้นด้วยกิจการของหรงติ้งคุนนั้นใหญ่โต บ้านตระกูลหวงกลับเล็กลงบารมีของหวงซื่อสำหรับคนในบ้านก็ยิ่งลดลงเหมือนทุกวันนี้ทุกวันนี้เพื่อที่จะยื้อแย่งชิงดีกับเมียคนอื่นๆ และแล้วก็ใช้แผนสกปรกใช้สาวสวยเป็เครื่องมือเช่นนี้
หรงเจียซั่งะโเสียงดัง ลุกขึ้นแล้วไปที่บาร์ดึงข้อจับราวแล้วดึงตัวขึ้น
แสงแดดยามเช้าคมเหมือนดาบส่องมาที่หน้าที่มีเหงื่อแสงสะท้อนสีทองเป็ประกาย ดอกไม้ใบหญ้ารอบๆ เหมือนเป็ฉากแห่งความฝันอย่างไรอย่างนั้นมุมหนึ่งของด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีเงาสีขาวตะคุ่มๆ กวัดแกว่งไปมา
หรงเจียซั่งะโลงมาจากบาร์ดึงข้อ เดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตรงมุมของสวนมีแนวซุ้มดอกวิสเทียเรียเรียงรายอยู่ตอนนี้เลยเวลาออกดอกไปแล้ว เหลือไว้เพียงแค่ใบไม้สีเขียวๆ เท่านั้นแสงแดดส่องทะลุช่องระหว่างใบไม้เป็ดวงๆ ตกลงไปบนตัวผู้หญิงคนนั้น
ฝงซื่อเจินใส่ชุดฝึกกังฟูสีขาวล้วนขยับขาที่ใส่รองเท้าผ้าสีขาวดำคู่นั้น กำลังฝึกไท้เก๊กอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า
หรงเจียซั่งตะลึงอยู่เงียบๆ
ผู้หญิงคนนี้ดูเรียบร้อยๆ อย่างนี้ รำมวยไท้เก๊กก็เป็ด้วย?
ท่าทางมั่นคงตั้งมั่น ลมหายใจเข้าออกสมดุลองค์ประกอบครบถ้วน อารมณ์และร่างกายสอดคล้องกันเป็หนึ่งฝงซื่อเจินปิดตาลงครึ่งหนึ่ง ไม่วอกแวก ก้าวเท้าอย่างมีจังหวะตาและมือไปสอดคล้องกัน ท่วงท่าที่ตามองไปทางเดียวกับมือหรงเจียซั่งััได้ถึงพลังลมพัดผ่านมาในทันที
หรงเจียซั่งเคยผ่านการฝึกที่ได้มาตรฐานมาก่อนแค่เขามองก็รู้ได้ทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่แกว่งมือแกว่งเท้าไปมา มวยไท้เก๊กของหล่อนนั้นถึงขั้นที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว
ฤดูใบไม้ร่วงในเดือน 9 นั้นลมพัดเย็นสดชื่นดวงอาทิตย์ยังคงความอบอุ่นของหน้าร้อนที่เหมือนยังจะใช้ไม่หมดหน้าตาขาวสะอาดหมดจดของฝงซื่อเจินมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย ริมฝีปากแดงเรื่อมองเห็นได้ชัดเจนท่วงท่าการรำ เสื้อสีขาวพลิ้วไหว สัดส่วนอันอ่อนหวานแช่มช้อยที่ถูกปกคลุมอยู่ก็วับๆแวมๆ ให้เห็น
มีเสียงฟุดๆ ฟิดๆ ดังมาจากด้านหลังหรงเจียซั่งหันหน้ากลับไปมอง เห็นน้องรองหรงฟังฮว่าใส่ชุดออกกำลังกายเดินเข้ามาก็ใมาก
“พี่ชายใหญ่กำลังดูคุณฝงอยู่เหรอ?”หรงฟังฮว่าจ้องมอง จดจ่อเหมือนกำลังจับขโมยอยู่อย่างไรอย่างนั้น
หรงเจียซั่งยกมือจุ๊ๆ ตรงปาก ยิ้มด้วยความเซ็ง“นี่อะไรของเธอ? ยัยขี้โม้เธอรู้ตัวไหม เธออ้วนขึ้นแล้วนะ?”
หรงฟังฮว่าโกรธจนหน้าแดงทันที
“เกลียดพี่ชายใหญ่!”
ฝงซื่อเจินหยุดรำไท้เก๊ก หมุนตัวหันไปมองเห็นคุณหนูรองของบ้านตระกูลหรงโกรธจนหน้าแดงเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยความโมโห
หลังจากนั้นไม่นานคุณชายใหญ่บ้านตระกูลหรงก็เดินเล่นก้าวย่างอย่างสบาย วิ่งเหยาะๆ สไลด์ไปด้านข้างพยักหน้าทักทายไปทางหล่อน วิ่งเลียบไปตามแนวขอบทะเลสาบร่างกายแข็งแรงปราดเปรียวดูไม่มีที่ติ
จนกระทั่งฝงซื่อเจินหอบเอาหนังสือเข้ามายังห้องหนังสือแล้วหรงฟังฮว่ายังคงโกรธเกรี้ยวหน้าตาบึ้งตึงอยู่ ฝงซื่อเจินรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่กล้าที่จะถาม
หลังจากหรงเจียซั่งกลับมายังห้องอาบน้ำเสร็จใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวล้วน หนีบหนังสือไว้ที่ใต้แขนอีกมือหนึ่งถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นเข้มข้น ค่อยๆ เดินเข้าไปยังห้องหนังสือ
ฝงซื่อเจินกำลังเขียนสูตรอยู่หน้ากระดานดำหล่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่เป็กี่เพ้าผ้ามัดย้อมสีครามดูเก่าๆ อีกทั้งไม่แนบเนื้อเห็นสรีระั์ตาของหรงเจียซั่งยังคงจำภาพเงาตะคุ่มๆ สีขาวเมื่อตอนรุ่งเช้าได้อยู่เลยมองเห็นฝงซื่อเจินในตอนนี้ ก็รู้สึกว่ามันขัดๆ กันไปหน่อย
คุณหนูตระกูลหรง 2 คนเห็นพี่ชายใหญ่มาเรียนตรงเวลา ก็หันมาจ้องหน้ามองตากันอย่างประหลาดใจโดยไม่ได้นัดหมายหรงฟังฮว่ายังคงจำความแค้นที่พี่ชายพูดฉีกหน้าหล่อนเอาไว้ได้ทำสีหน้าไม่ดีใส่เขาตลอด
หรงเจียซั่งอายุเยอะกว่าน้องสาว 4-5 ปีเรียนที่โรงเรียนทหารช้าไป 1 ปีเกือบจะเรียนไม่จบเสียแล้วคะแนนสอบจบวิชาวัฒนธรรมเละเทะอย่างกับเป้าลูกดอกโดนปืนเลเซอร์ยิงอย่างไรอย่างนั้นย่ำแย่สุดๆ ถึงแม้ว่าจะเคยเต้นรำร่วมกันมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ฝงซื่อเจินก็ไม่สามารถที่จะหยั่งถึงเบื้องลึกของคุณชายใหญ่หรงได้อย่างทะลุปรุโปร่งก็สอนไปตามที่เขายอมที่จะเรียน สอนเขาเหมือนเขาเป็น้ำครึ่งแก้ว
หรงเจียซั่งซุกหนังสืออ่านเล่นแทรกเข้าไปในหนังสือเรียนก้มหน้าก้มตาอ่าน ขาแกว่งไปมา ถึง่ที่เนื้อหาที่เรียนมีจุดน่าตื่นเต้นน่าสนใจแม้แต่จะเงยหน้าเขาก็ยังไม่มีสักครั้ง อ่านไปถึงตรงที่ตลกขบขันเขาก็อดขำเอาไว้ไม่อยู่ หัวเราะดังขึ้นมา ฝงซื่อเจินสอนไปได้ครึ่งหนึ่งกลับถูกเขาตัดบทมีอาการเสียหน้าเล็กน้อย สองสาวพี่น้องตระกูลหรงได้แต่มองบนให้กับพี่ชาย
หรงเจียซั่งไม่สนไม่แคร์น้องสาวทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อยเขามาเข้าเรียนตามสัญญาที่ให้ไว้ แต่เขาไม่ได้สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนให้ดีๆ ดังนั้นฝงซื่อเจินจึงเบื่อหน่ายเขาเอามากๆหนำซ้ำหน้าตาจมูกคิ้วคาง เสื้อผ้าสีขาวผ่อง ถึงแม้ว่าจะนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นก็เหมือนกับรูปภาพที่ดูแล้วเจริญหูเจริญตา ฝงซื่อเจินสอนหนังสือจนเหนื่อยแล้ว ตาทั้งสองมองมาที่เขาก็รู้สึกน่าสนใจดีนะ
ดวงอาทิตย์ส่องอยู่กลางศีรษะแล้ว แสงแดดเปรี้ยงส่องลงมาที่พื้นดินโชคดีที่ยังมีลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดเย็นสดชื่นอยู่พัดผ่านเข้ามายังหน้าต่างห้องหนังสือที่เปิดไว้พัดเอาแผ่นกระดาษในหนังสือปลิวสะบัดพั่บๆ
ในที่สุดหรงเจียซั่งก็อ่านหนังสือคั่นเวลาจบ จึงรู้สึกเบื่อและเกียจคร้านหันหน้าไปมองฝงซื่อเจินอธิบายโจทย์ปัญหาบทความภาษาอังกฤษให้กับน้องสาวทั้งสองคน
“...อันนี้ไม่ได้ถูกกระทำแต่เป็คำคุณศัพท์ใช้...ไหนพวกเธอลองอ่านอีกรอบซิลองอ่านแล้วดูว่าสามารถเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในประโยคหรือเปล่า...”
เด็กวัยรุ่นเปล่งเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลน้ำเสียงมีความอดทนสูง พูดเน้นพูดย้ำ ไม่มีการหงุดหงิดรำคาญอีกทั้งยังดึงดูดคนให้มีอารมณ์ร่วมและอยากที่จะฟังต่อไปเรื่อยๆ
ผู้หญิงคนนี้มีคุณสมบัติที่ดีจริงๆ อธิบายจากง่ายๆ ให้เข้าใจในเื่ยากๆได้ ละเอียดเข้าลึกถึงเนื้อหามาก ในจุดที่ยากๆ ก็มีทางแนะแนวให้สามารถเข้าใจได้ขนาดหรงฟังหลินยโสโอหังอวดเก่งขนาดนั้นยังยอมตั้งใจฟังหล่อนสอนได้
จักจั่นที่มีชีวิตรอดมาถึงฤดูใบไม้ร่วงได้ตัวหนึ่งบินมาเกาะอยู่ตรงยอดไม้ด้านนอกหน้าต่างดีดปีกส่งเสียงร้องรบกวนขึ้นมา เสียงแว้ดๆ ทำให้นักเรียนที่ตั้งใจเรียนอยู่เสียสมาธิกระเจิดกระเจิง
ฝงซื่อเจินขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมา เดินไปที่ขอบหน้าต่างหยิบเอาแปรงลบกระดานมาเคาะๆ ที่ขอบหน้าต่าง
เสียงจักจั่นเงียบลงแล้ว
ฝงซื่อเจินเดินกลับมา อธิบายโจทย์ต่อ
“แว้ดๆๆ——”
พอคนเดินจากไป จักจั่นตัวนั้นก็ดีดปีก แล้วก็ร้องขึ้นมาอีก
หรงฟังหลินรู้สึกรำคาญจ้องเขม็งออกไปนอกหน้าต่างฝงซื่อเจินหันกลับไป ออกแรงเคาะๆ แปรงลบกระดานที่ขอบหน้าต่างอีกรอบ
จักจั่นก็หยุดร้อง
ฝงซื่อเจินรออยู่หลังจากนั้นไม่นานเห็นว่าไม่มีเสียงร้องแล้ว จึงเดินกลับมาที่โต๊ะสอนหนังสือ
หล่อนเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง
“แว้ดๆๆๆ”
หรงฟังฮว่าขำก๊ากขึ้นมาทันที
ฝงซื่อเจินหน้าตามีน้ำโหลุกยืนขึ้น มองหาของที่เหมาะมือรอบๆตัว
เสียงหัวเราะดังขึ้น “ครูฝงหาอะไรอยู่เหรอ?”
หรงเจียซั่งจับกระดาษพับเล่นอยู่ในมือ มองตรงไปทางฝงซื่อเจินไม่ละสายตา
“ไม่มีอะไร คุณอ่านหนังสือไปเถอะ”ฝงซื่อเจินกล่าว
เหมือนกับว่าจักจั่นตัวนั้นจะรู้ว่าฝงซื่อเจินไม่อาจจะทนทานต่อเสียงของมันได้ก็ปีติยินดีไม่รู้สึกรู้สาอยู่บนกิ่งไม้นั้น ส่งเสียงร้องรำคาญแก้วหูออกมาอีก
ฝงซื่อเจินจับแปรงลบกระดาน เดินมาอยู่ตรงขอบหน้าต่าง
“ครูฝง?”
ฝงซื่อเจินหันหน้า
เงาแวบสีขาวพวยพุ่งตรงไปด้านหน้า พาให้เกิดลมพัดผ่านไสวพัดผ่านไปฟิ้ววว ทะลุหน้าต่าง ลอยออกไปเหมือนเครื่องบินบินลอยพุ่งออกไปเป็เส้นตรง โดนกิ่งไม้พอดี เ้าแมลงตัวดำๆ บินจากไปแล้วบินสู่ท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้าระคายตา
โลกกำลังฟื้นฟูกลับมาสู่สภาวะปกติสุขอีกครั้ง
ฝงซื่อเจินมองไปที่หรงเจียซั่งอย่างตะลึง “ขะ...ขะ...ขอบคุณ”
“ไม่เป็ไร”หรงเจียซั่งยิ้มมุมปากตามสไตล์คนเฉยชา ก้มหน้าก้มตาเปิดหนังสือด้วยความน่าเบื่อต่อไป
ฝงซื่อเจินทำเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ขำๆ แล้วก็สอนเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคนแก้โจทย์ปัญหาต่อ
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า