สิ่งที่เห็นทำให้ทั้งสามคนใเป็อย่างมาก
“ ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่มันบอก..พวกท่านรู้กันรึเปล่า”จิ้นเฟิงกล่าวถามต่อเหล่าสหายตน
“ที่ข้าจับใจความได้มีเพียง..อาจมีคัมภีร์สักอย่าง”เฟิงอวิ๋นกล่าวออกความคิดเห็น “แล้วเ้าเล่าเซี่ยวว่าง..เ้าทราบหรือไม่?”
“ข้าทราบ...”ชายหนุ่มกำแผนที่ในมือแน่น ตอนนี้ชายหนุ่มอธิบายอารมณ์ตนเองไม่ถูก ดีใจ ใ หรือสับสนดี “เคล็ดวิชาเล่มที่สอง ของสำนักภพจันทรา”
จะไม่ให้เด็กหนุ่มรู้สึกแบบนี้ได้อย่างไรตนค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ขอสำนักเข้าแล้ว สำนักภพจันทรานั้น มีเคล็ดวิชาอยู่คือเคล็ดวิชาจันทราดับ์ เป็วิชาข้างแรม แต่ตอนนี้ตนค้นพบว่ามีเคล็ดวิชาอีกเล่มหนึ่ง เป็เคล็ดวิชาข้างขึ้น!!
‘ อาจารย์..ท่านจะเชื่อไหมว่าข้าค้นพบอะไร’ ชายหนุ่มยิ้มจนแก้มปริ ‘ ถ้าเป็เื่จริง..ท่านคงจะภูมิใจต่อตัวข้าเป็แน่’
“ เคล็ดวิชาเล่มที่สอง?มันคือเื่อันใดข้าไม่เข้าใจ”เด็กน้อยจิ้นเฟิงผู้ขี้สงสัยกล่าวถามออกมา
ซีว่างจึงอธิบายให้สหายฟังหมดทุกอย่าง
“ หากเป็เช่นนั้นจริง..เท่ากลับว่าพวกเราสามารถฝึกวิชาของท่านเยว่ชิงหลงได้, พวกเราก็ไม่ต่างกับ..ทายาทของท่านผู้ยิ่งใหญ่ ”เฟิงอวิ๋นกล่าวถาม
“ ถ้าเื่นี้เป็ความจริง..ก็จะเป็เช่นนั้น, การค้นพบสิ่งเื่นี้..มีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติมากมายหนัก” ซีว่างยังยิ้มไม่หุบกับสิ่งที่ได้พบ ชายหนุ่มเชื่อไปเต็มอกแล้วว่าเื่นี้เป็เื่จริง
“ ศิษย์น้อง..ทำไมถึงนานนัก..ข้าไม่มีเวลาทั้งวันนะ” เมื่อได้ยินเสียง ชายหนุ่มที่รออยู่หน้าห้องกลุ่มของซีว่างจึงเก็บคัมภีร์เข้าไปในโลกิญญา ไม่คิดกล้าทำลายอีก
‘ ข้าจะเอามันหนุนหมอนทุกคืน..ถ้ามันเป็ฝัน, ข้าก็หวังให้มันเป็จริง ’ชายหนุ่มยิ้มแก้มปริ ก่อนเดินออกไป
ณ ห้องของเ้าสำนัก
“ พอดีข้าลืมเื่ใหญ่เื่หนึ่ง” เยว่ชิงกล่าวขณะผายมือไปที่เครื่องเครื่องหนึ่ง
เครื่องนี้มีลูกบอลกลม ๆลูกใหญ่สีดำตรงกลางหนึ่งลูก และมีลูกบอลกลม ๆ เล็ก ๆ สีใส ๆ ด้านหลังอีกลูก
เครื่องนี้คือเครื่องตรวจความสามารถทางสายเื จะเป็เครื่องวัดว่าธาตุประจำสายเืของตนเองว่าคืออะไร
“ ข้าจะได้ให้พวกเ้าเลือก..วิชารองตามธาตุของเ้า” ชายแก่กล่าวก่อนจะเรียก จิ้นเฟิงเข้ามาเป็ผู้แรก
ด้วยความที่ มีพร์มากสุดชายแก่จึงอยากรู้ว่า ตัวมันนั้นมีความพิเศษด้านในมากที่สุด
ชายหนุ่มทำการปล่อยพลังปราณเข้าไปในลูกแก้วสีดำผ่านไปไม่นาน...ลูกบอลสีใสก็เปลี่ยนเป็สีขาวฝุ่น
“ ธาตุลม..ไม่เลว ๆเ้าสามารถเลือกวิชา ได้ตามใจเ้า ”
“เฟิงอวิ๋นตาเ้า...”เช่นเดียวกับจิ้นเฟิง เฟิงอวิ๋นมีธาตุลมเป็พลังธาตุทางสายเื
“ ดีมาก..ดีมาก , เ้าก็ตามไปพร้อมจิ้นเฟิงไปเลือกวิชารองที่หอสมุด ” ชายแก่บอกกล่าวต่อเฟิงอวิ๋นก่อนจะมองมาที่ซีว่าง
“ ตาเ้า ”ชายแก่ไม่แม้แต่จะพูดชื่อของชายหนุ่ม
‘ วันนี้ข้าก้าวเท้าไหนเข้าสำนักกันแน่, มีแต่สายตาแบบนี้..ดูถูกแบบนั้น ’ ชายหนุ่มเดินกระทืบเท้าเข้าไปที่เครื่องก่อนจะอัดพลังปราณเข้าไปแบบไม่ยั้ง พลันคิดว่านั้นเป็ศีรษะของชายแก่พยายามอัดพลังลงไปทำให้มันะเิ
พลังปราณไหลไปที่ลูกบอกเมื่อลูกบอลได้รับพลังปราณของชายหนุ่มนั้น ลูกบอลจึงค่อย ๆ สว่างขึ้นอย่างช้า ๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนในห้องต่างแปลกใจเพราะลูกบอลของซีว่างกลับเป็สีเหลืองอร่ามตา
ตาเฒ่าเยว่ชิงอ้าปากค้างไม่อาจหุบได้ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยท่าทางติดขัดว่า “ทะ ทะ ทะ ทอง... เ้ามีลมปราณธาตุทอง”
มิใช่เพียงสามคนเท่านั้นที่ใกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่เ้าตัวเอง ยังไม่เชื่อเช่นกัน
ในภพก่อนนั้น ซีว่างมีพลังธาตุพืช (น้ำ + ดิน) แต่พอมาภพนี้ตนนั้นกลับกลายเป็มีพลังธาตุทอง
‘ นี่มันเื่อะไรกันข้าเนี่ยนะธาตุทอง ’ ซีว่างอ้าปากค้างมองไปที่ลูกบอลอย่างไม่เชื่อสายตา
ในประวัติศาสตร์ของทวีปรุ่งนภา นอกจากเหล่าาาตามอาณาจักรต่าง ๆ แล้ว ผู้อื่นที่ไม่ได้มีเชื้อสายกษัตริย์แล้วมีธาตุทองเป็พลังธาตุของตนเองนั้นนับได้เพียง 4 ผู้เท่านั้น
ผู้แรก เยว่ ชิงหลง (ัแห่งดวงจันทร์ ) ผู้ก่อตั้งสำนักภพจันทราแห่งอาณาจักรม่านนภา
ผู้ที่สอง หยาง หงส์ ( นกะแห่งดวงอาทิตย์ )ผู้ก่อตั้งสำนักวิหคเพลิงะแห่ง อาณาจักรเพลิงวายุ
ผู้ที่สาม ไต้อนุญาต จิว กุย (เต่าแห่งโชคชะตา ) ผู้ก่อตั้งอารามหลวงแห่งอาณาจักรลิขิต์
ผู้สุดท้าย เสวี่ยอนุญาตหู่ (พยัคฆ์ขาวแห่งแดนหิมะ ) บรรพบุรุษตระกูลเสวี่ย แห่งอาณาจักรแดนหิมะทักษิณ
“ หวงหลง (ัทอง)เ้าต้องเป็หวงหลงแน่ ๆ ” ชายชราดีใจจนออกนอกหน้า ะโโลดเต้นโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์เ้าสำนักของตนเอง “ เ้าจะมากอบกู้สำนักภพจันทราขอข้า !! ”
ถึงตอนแรก จิ้นเฟิง และเฟิงอวิ๋นก็ใ แต่พวกมันสองคนก็นึกขึ้นมาได้
‘ ก็มัน/ท่านพี่มีเชื้อสายกษัตริย์ ’ พอนึกได้อย่างนั้นอาการใที่มีก่อนหน้านั้น ก็เหลือแต่เพียงความรู้สึกยินดีต่อซีว่างเท่านั้น
“ หวงหลง..ข้าจะดูแลเ้าอย่างดี..ข้าจะไม่ให้ผู้ใดมากลั่นแกล้งเ้า..ข้าจะ...”ชายแก่พล่ามยาว เอาอกเอาใจซีว่างทุกคำที่ตนสามารถคิดแล้วกล่าวออกมาได้
‘ หวงหลงบ้านบิดาเ้าสิ..เ้ามิได้รู้จักชื่อข้ามากกว่า’ ชายหนุ่มผู้แค้นฝังใจ ยังเก็บเื่เล็ก ๆ น้อย ๆมาใส่ใจ กล่นด่าคำสาระพัดใส่ชายชราที่อยู่ตรงหน้ามัน
“ ได้โปรดท่านเ้าสำนัก...เก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับให้ข้าได้ไหม? ” ซีว่างกล่าวด้วยวาจาอ่อนน้อมถ่อมตน ที่เสแสร้งแกล้งทำขึ้นมาต่อชายชรา
“ เหตุใดต้องปกปิด ,เื่แบบนี้มีแต่ต้องประกาศให้คนทุกผู้รู้ , ข้าจะส่งข้อความด่วนไปหา..ท่านเ้าสำนักใหญ่, สำนักเรามีความหวังกลับมาแล้ว ” ชายชราพูดโดยไม่สนใจคำขอร้องของชายหนุ่ม
“ ข้าขอร้องท่านเถิด..ได้โปรด..หากข่าวนี้รั่วไหลออกไปถ้าคนคิดดีต่อข้าก็แล้วไป แต่ถ้าเป็ผู้ที่คิดร้ายข้าเกรงว่า...ข้าจักไม่มีวันได้เติบใหญ่ ทันท่านใช้การแน่นอน ”ชายหนุ่มเอาเหตุผลมากล่าวต่อชายชรา “ถ้าข้าเติบใหญ่ได้ก็แล้วไป..แต่ข้ากังวลพวกที่อิจฉาข้าเสียมากกว่า... ”
ชายชราทำท่าลูบเคราของตนเองขณะใช้ความคิดทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่มีเคราให้ลูบ ก่อนจะกล่าวต่อชายหนุ่มว่า “ ก็จริงของเ้า เอาเป็ว่าข้าจะช่วยเหลือเ้าอย่างลับ ๆ เป็อย่างนั้นดีหรือไม่หวงหลงของข้า.. ”
“ ข้าจะไม่ลืมพระคุณในครั้งนี้” ซีว่างกล่าวตอบต่อชายชรา ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะก่นด่าอยู่ในใจ ' คำก็หวงหลง สองคำก็หวงหลง..ข้ามีนามว่าซีว่าง !! '
“ว่าแต่หวงหลง..เ้าชื่อแซ่อะไรนะพอดัข้ามีตาแต่หามีแววไม่..ไม่ทันได้ใส่ใจเ้าดีพอ ”ชายชรากล่าวออกไปด้วยท่าทีที่ละอายใจ
‘ ข้าคิดไว้แล้ว..เ้าเมินข้ามาตลอด, ผมบนหัวเ้า..คงมีไว้หงอกอย่างเดียว ’ ชายหนุ่มด่าชายชราอยู่ในใจของตนเอง
“ ตัวข้าแซ่จิ้น..จิ้นว่าง” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมมองไปที่น้องชายตน พร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา
จิ้นเฟิงเห็นสายตาที่พี่ชายของตนมองมาที่ตนเด็กน้อยจึงพลันคิดเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อไปนี้ได้ทันที ‘ ดูเหมือนสกุลจิ้นของข้าคงจะจบลงในรุ่นข้าเสียแล้ว.. ’เพราะสายตาที่พี่ชายของตนมองนั้น มันสื่อความหมายว่า ‘ ถ้าข้าทำอะไรผิดไปมีแต่ตระกูลเ้าจะต้องรับผิดชอบ ’
จิ้นเฟิงถอนหายใจก่อนจะกล่าวตามน้ำยื่นยันต่อเ้าสำนักว่า “ เขาคือ ท่านพี่ของข้าเอง ”
“ หวงหลง..เอ๊ย , พุ๊ย พุ๊ย พุ๊ย จิ้นว่าง เริ่มจากเ้าเปลี่ยนที่พักเ้าจากหอรวมมาเป็หอทองดีหรือไม่ เ้าจะได้ฝึกวิชาได้สะดวก ”ชายแก่ยิ้มพร้อมยื่นป้ายทองให้ชายหนุ่ม
“ ข้าขอปฏิเสธ ”สิ่งที่ชายหนุ่มตอบนั้น ทำให้เยว่ชิงรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ามาฉากใหญ่ ป้ายที่ถือในมือค้างอยู่ในอากาศมิได้มีผู้ใดหยิบฉวยไปแต่ชายชรามิได้โกรธมันเลยแม้แต่น้อยตอนนี้ซีว่างกลายเป็ศิษย์คนสำคัญของสำนักเสียแล้ว ไหนเลยมันจะกล้าโกรธได้ลง
“ ไม่ใช่ข้ามีเจตนาฉีกหน้าท่านหรอกหนา, เพียงแต่ค่าคิดว่า..ถ้ามาเพียงวันเดียวจากหอรวมย้ายไปหอระดับทอง มันอาจทำให้ผู้อื่นสงสัยในตัวข้าก็เป็ได้ , ขอเพียงแต่ท่านเก็บความลับไว้..ไม่บอกผู้ใดแม้แต่ เยว่เทียน และเยว่รู่ก็เป็พระคุณยิ่งแล้ว ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมโค้งคำนับหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า“ หากท่านไม่มีเื่อันใดแล้ว..ข้และพี่น้องของข้า..ของตัวลา ”
ซีว่างมิได้รอคำอนุญาตของชายชรามันรีบสาวเท้าก้าวออกมาอย่างว่องไว
< ก็แค่ธาตุทอง..จะยิ่งใหญ่อะไรกันที่........... > พอถึงตรงนี้เสียของหญิงสาวจึงเงียบหายไปอีกครัง กริยาเช่นนี้ไม่ใช่หญิงสาวจงใจกระทำ แต่เสียงของนางไม่สามารถเปล่งออกมาได้เหมือนมีคนกลั่นแกล้งนาง
< เ้าโดนห้ามพูดอีกแล้วใช่หรือไม่> ชายหนุ่มนั้นรู้อยู่แล้ว แต่ถามเพื่อความแน่ใจ
< ชิ!!เื่แค่นี้ก็บอกต่อมันมิได้..ท่านจะเอาข้ามาขังไว้กับไอ้ขยะธาตุทองนี่ด้วยเหตุอันใด>หญิงสาวพูดออกมาก แต่นางไม่ได้อยู่ในอารมณ์โกรธแต่นางแค่เบื่อหน่ายต่อสิ่งที่เป็อยู่
เหล่าชายหนุ่มเดินทางมาถึงหอสมุดของสำนัก, เฟิงอวิ๋น กับจิ้นเฟิงเข้าไปเลือกวิชาที่ตนชอบ แต่ซีว่าง ไม่ได้ตามเข้าไปเพราะคิดว่าตนเอาเวลาไปฝึกวิชาของตน ให้ถึงขีดจำกัดก่อนดีกว่า
เมื่อกลับมาถึงหอพักตนจึงรีบเอนหลังแล้วนอน เพราะเวลานี้ก็ดึกมากแล้ว วันนี้ทั้งวันมีเื่มากมายเข้ามาพร้อมกันไม่หยุดหย่อน
‘ ข้าได้กระบี่ตัดดารา..ข้าได้มาอยู่ห้องขยะ..สหายข้าได้จับxxสาวสวย แล้วดูเหมือนมันจะ แอบปลื้มในตัวนางก็เป็ได้หรือมันชอบที่ตบหน้าข้ากันแน่ ก็มิทราบเช่นกัน วันนี้ข้าได้พบกับความจริงของสำนักวันนี้ข้ามีธาตุทอง ที่สำคัญ วันนี้ข้าคอยโดนแต่ผู้อื่นดูถูก ’ ชายหนุ่มไล่สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาอยู่ในหัว คิดหาเหตุผลตรงนี้ตรงนั้นรั้นแต่ทำให้ปวดหัว ตัวชายหนุ่ม จึงหยุดคิดแล้วหลับใหลเข้าสู่ห่วงนิทรา
ณ กลางดึกของคืนนั้น
“ ไม่ใช่ข้า......ไม่ใช่ข้า......ข้าบอกว่าไม่ใช่ข้า..!! ” ชายหนุ่มฝันเื่เดิมอีกครั้งหนึ่งจนทำให้ตนเองสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอีกครั้งเหงื่อออกเต็มตัวพร้อมกับสีหน้าที่ตื่นตระหนกอย่างมาก
“ น้องจิ้นว่างเ้าเป็อย่างไรบ้าง ข้าเห็นเข้าละเมอเพ้อออกมาเสียงดังรั้น ”จูจินถามด้วยความเป็ห่วง
ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ออกอยู่ตามหน้า..ตามตัวของตนก่อนจะกล่าวต่อจูจินว่า “ ข้าแค่ฝันร้าย..ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหลอก, เช่นท่านกลับไปนอนเสียเกิด ”ชายหนุ่มซึ่งใจมากต่อจูจินมากที่เป็ห่วงตน
“ ข้าว่าข้าไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยคงจะตี” จีว่างยิ้มให้จูจินก่อนจะขอตัวออกมา
ชายหนุ่มโดดนขึ้นหลังคาจ้องมองไปที่ดวงจันทร์ แล้วนึกถึงเื่ในคือที่อาจารย์ตนเสียชีวิตคืนเดียวกับที่มันโดนกล่าวหาออกมาว่าสังหารอาจารย์ของตนเอง
ซีว่างนักคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย..ก่อนที่มันจะร่ายกลอนออกมาท่ามกลางแสงเดือน
< ฝันร้ายตามหลอกหลอนตื่นจากหมอนเหงื่อรินไหล
ตนเองไม่เข้าใจ แล้วเหตุใดใครต้องสน
ความผิดมิได้ก่อ ช่างแสนท้อแลสับสน
มิผิดใยต้องทน ขอเป็คนลงมือเอง >
ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วมองจันทร์เต็มดวงที่อยู่บนท้องฟ้ายามราตรี จ้องมองไปในแสงเดือนที่ส่องลงมาปล่อยความคิดและบทกลอนให้ปลิวหายไปตามแรงลม พร้อมกับความรู้สึกที่หดหู่และหนาวเย็น
< เ้าช่างรันทดนัก> หญิงสาวกล่าวออกมา ด้วยความรู้สึกที่เห็นใจต่อชายหนุ่ม
< ข้ากวนเ้าหรือ..แม่นางหยาง, ข้าขออภัยต่อเ้าด้วย..บังเอิญข้านอนไม่หลับจึงมานั่งชมจันทร์อยู่ตรงนี้ > ชายหนุ่มพูดก่อนถอนใจออกมาเหือกใหญ่
< ไหน ๆเ้าก็ตื่นแล้ว มาชมจันทร์เป็เพื่อนข้าดีหรือไม่ > ชายหนุ่มกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนไหวเล็กน้อย < ข้ามิได้จะรังแกเ้าหรอก..ข้าเพียงรู้เหงาเท่านั้นเอง..>
<….> หญิงสาวไม่ตอบรับแต่ก็มิได้ปฏิเสธต่อชายหนุ่ม
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน โดยไม่มีเสียงพูดคุยกันเพียงมองดวงจันทร์แล้วคิดถึงความหลัง
ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยบทกลอนเสริมออกมาต่อชายหนุ่ม
< ดาราแลจันทราเป็เพื่อนข้ายามหลับใหล
หลับฝันไกลแสนไกล ล่องลอยไปที่ตนหวัง
อดีตที่ผ่านมา แสนเ็าแลน่าชั่ง
มิได้อยู่ลำพัง มีคนฟังเื่ทุกข์ใจ >
หญิงสาวร้องคำกลอนออกมาเพื่อปลอบใจต่อชายหนุ่ม
ชายหนุ่มมิได้พูดอะไรเพียงแต่นั่งมองจันทร์ต่อไป พร้อมกลับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยต่อหญิงสาว ‘ นางก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะ ’
แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีเสียงมาจากด้านล่างชายหนุ่มจึงมองลงไป ‘เฟิงอวิ๋น?’
< เหตุใดสหายเ้า...ถึงออกมากลางค่ำกลางคืน, คงไม่ได้ออกมาดูดาวเหมือนเ้าเป็แน่ > หญิงสาวสงสัยในกริยาของชายหนุ่ม
< เ้ารีบตามไป> หญิงสาวสั่งการต่อชายหนุ่ม ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
< ขอรับนายหญิง> ชายหนุ่มพูดหยอกหญิงสาวก่อนตามไปอย่างเงียบ ๆ
ณ หอพักหญิง ระดับป้ายทอง
< ใช่สหายเ้า..คิดทำมิดีมิร้ายต่อผู้ใดหรือไม่, เหตุใดถึงมาที่แห่งนี่..แถมยังเป็ยามวิกาลอีก >หญิงสาวกล่าวถามชายหนุ่มพร้อมกับมองไปยังเฟิงอวิ๋นด้วยใบหน้าที่สงสัย
< ข้าคิดว่ามันมิใช่คนแบบนั้น, เหล่าหญิงสาวในเมืองรุ่งตะวัน..ต่างพร้อมพลีกายให้มันแต่มันมิเคยคิดมิดีมิร้าย..ต่อหญิงสาวสักนาง , จนข้ายังคิดว่ามันเป็พวกผิดแผกด้วยซ้ำ> ชายหนุ่มกล่าวออกมาถึงเื่ในอดีตที่มิใช่ของตนเอง
< แล้วสหายเ้ามาทำการใด>
< ปะเดี๋ยวเ้าก็รู้> ชายหนุ่มตอบหญิงสาว แล้วเฝ้ามองสหายตนเงียบ ๆ
เฟิงอวิ๋นมุ่งตรงไป จนหยุดที่ห้องห้องหนึ่ง แล้วหยิบของอย่างหนึ่งออกมาวางไว้ที่หน้าห้อง ห้องหนึ่งก่อนจะรีบกลับออกมาอย่างเร็วไว พร้อมกับใบหน้าที่ดูมีความสุข
< ดอกไม้? สงสัยสหายเ้าจะมีความรักเสียแล้ว > หญิงสาวกล่าวออกมา