พวกลู่ฟางหนิงใช้เวลาหนึ่งเดือนมุ่งตรงไปทางทิศใต้ของมิติที่กว้างใหญ่ในระหว่างทางพวกนางยังแวะเก็บเกี่ยวสมุนไพรกันอย่างบ้าคลั่งโดยเฉพาะลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่หากได้ไปสำรวจแหวนมิติสักวงหนึ่งของพวกนางจะเห็นได้ว่ามีแต่สมุนไพรเต็มไปหมดทั้งส่วนมากยังเป็สมุนไพรที่ใช้ในการบำรุงหรือยืดอายุไข แน่นอนว่าที่พวกนางเก็บเกี่ยวไปมากมายเช่นนี้เพราะจะนำไปให้คู่หมั่นของพวกนางอย่างลั่วอู่หลินเอาไว้ใช้บำรุง
ทางฝั่งลู่หงยี่และลั่วหยุนหยางที่ได้เห็นภาพหญิงสาวสองคนเก็บสมุนไพรอย่างบ้าคลั่งก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ใครจะไปคิดกันว่าผู้ชายที่ถูกพี่สาวของนางใช้เป็เครื่องมือในแผนการหลีกหนีการจับคู่จากบิดา ในเวลานี้กลับทำให้พี่สาวทั้งสองของนางคลั่งรักได้ขนาดนี้ สมุนไพรที่พวกนางเก็บไปหากนำมารวมกันน่าจะทำให้คนปกติยืดอายุได้เกือบห้าร้อยปีแล้วกระมัง
นี่เป็หลักฐานชั้นเลิศเลยว่าพวกนางรักลั่วอู่หลินมากเพียงใด แต่ทว่าในขณะที่กำลังเก็บสมุนไพรกันอยู่นั้นเบื้องหน้าของพวกเขากลับมีคนๆหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา และทุกๆคนล้วนแต่เป็ผู้ชายร่างกำยำ แววตาที่มองมาที่เหล่าหญิงงามนั้นเต้มไปด้วยความหื่นกระหายเกินพรรณนา
ต้องบอกก่อนว่าความงามของสามพี่น้องตระกูลลู่นั้นไม่เป็สองรองใครในสี่ดินแดนจึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนมากมายหมายปองแต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เพราะมีอำนาจของราชวงศ์ลั่วปกป้องเอาไว้ ทว่าเื่ที่เกิดในมิตินี้นั้นล้วนแต่ไม่มีใครรู้ดังนั้นบางขุมกำลังที่โง่เขลาจึงใช้โอกาสนี้ในการลงมือกับสาวงามที่ตนหมายปองแล้วค่อยฆ่าทิ้งหรือไม่ก็ใช้ความอับอายนี้เพื่อข่มขู่ไม่ให้บอกใครและรีดไถผลประโยชน์ภายหลัง
"หืม พวกอาณาจักรภูผาที่อยู่ใต้อาณัติของจักรพรรดิอัสนี"ลั่วหยุนหยางกล่าวอย่างเมินเฉย เขาเป็ถึงลูกชายขององค์รัชทายาทย่อมรู้จักกลุ่มคนเหล่านี้มาบ้างแต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้ามาขวางทางพวกเขาเช่นนี้
"โอ้ องค์ชายลั่วหยุนหยางเหตุใดสมาชิกของท่านถึงได้มีเพียงเท่านี้กัน สนใจมารวมกลุ่มกับพวกเราหรือไม่ รับรองว่าพวกเราจะอารักขาเป็อย่างดี"ชายที่สวมชุดสีน้ำตาลดูดีที่สุดในบรรดาคนกลุ่มนั้นกล่าว เขาคือลูกชายของาาหินผา ไถ่ซือคง
"ไม่จำเป็ต้องรบกวนองค์ชายไท่ซือคง พวกข้าเดินกันเองสะดวกกว่า"ลั่วหยุนหยางแม้รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาหาเื่เขายังวางตนนิ่งเฉย และพากลุ่มของเขาหันกายพร้อมจะเดินจากไป แต่ทว่าทันใดนั้นดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ให้พวกเขาได้ทำตามปรารถนา ชายฉกรรจ์นับสิบก็พุ่งทะยานมาล้อมพวกลั่วหยุนหยางเอาไว้แววตาฉายแววหื่นกระหายบ้างก็โเี้
"จะรีบไปไหนกัน ในเมื่อเชิญดีๆไม่ได้เห็นทีว่าจะต้องใช้กำลังเสียแล้ว"ไท่ซือคงกล่าวด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถชนะอีกฝ่ายได้ แต่ทางฝ่ายของลั่วหยุนหยางพากันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
"เช่นนั้นจะรออะไรอยู่รีบเข้ามา อย่าทำให้ข้าเสียเวลา"เมื่อได้ยินคำนี้จากปากลั่วหยุนหยาง มันราวกับโดนดูถูกอย่างไรอย่างนั้น เหล่าชายฉกรรจ์พลันเดือดดาลและพุ่งเข้าโจมตีพวกลั่วหยุนหยางโดยพลัน อาวุธของพวกมันคือดาบขนาดใหญ่หรือไม่ก็ขวานช่างดูเข้ากับตัวเป็อย่างยิ่ง
เมื่อฟาดฟันลงพื้นราวกับแผ่นดินจะแยกออกจากกันนี่คือปราณเฉพาะของราชวงศ์หินผาเท่านั้น มันคือลมปราณแห่งปฐีที่แสนมั่นคง
"ปัง!"
ดาบใหญ่ปะทะเข้ากับดาบสีแดงฉานจนทำให้ลั่วหยุนหยางต้องถอยหล่นไป ไถ่ซือคงยกยิ้มอย่างมั่นใจประดุจว่าตนชนะแล้วอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปไล่ต้อนลั่วหยุนหยางอย่างไม่ลดละ
"ดาบเดียวสะท้านภพ!!"
"เปรี้ยง!"
"ฮ่าๆๆตายซะ ไม่ต้องห่วงข้าจะดูแล คู่หมั่นของเ้าเป็อย่างดี"ไท่ซือคงกล่าวอย่างเหี้ยมหาญ เมื่อสิ้นสุดคำพูดนั้นเเสงสีแดงพลันพุ่งเข้าถากหูคอมันในทันที โชคดีที่สามารถหลบออกมาได้ไม่เช่นนั้นคอคงขาดสบั้นไปแล้วเป็แน่แท้
"อะไรกัน! เป็ไปได้อย่างไรที่มันจะรับทักษะของข้าได้"ชายร่างใหญ่เมื่อรู้สึกได้ถึงความเ็ปบริเวณคอก็พลันกล่างขึ้นมาดวงตามองไปที่ฝุ่นควันด้วยจิตใจที่สั่นไหวอย่างแปลกประหลาด แต่ยังไม่ทันได้มองเห็นอะไรทันใดนั้นกระแสลมร้อนพลันพัดผ่านตัวมันไม่วูบหนึ่งพร้อมกับลั่วหยุนหยางที่ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังของมันตอนไหนก็ไม่รู้
"เ้าได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดเสียแล้ว นั่นคือสิ่งที่ตอบแทนคำพูดนั้น"เสียงที่เ็าของชายหนุ่มดังขึ้น ดวงตาของไท่ซือคงเบิกกว้าง มุมมองที่เห็นตอนนี้ผิดแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด
ใช่! มันตายจากการโดนตัดหัวในฉับเดียวโดยแทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าโดนตัดตอนไหน ร่างกายยังยืนอยู่ผิดกับหัวที่หล่นลงไปแล้ว ความหวาดกลัวและสิ้นหวังอย่างสุดขีดเเล่นมาในเสี้ยวอึดใจ แต่ทว่าจะอย่างไรได้ในเมื่อมันได้ตายไปแล้ว นี่คือการปะาอย่างรวดเร็วและเืเย็นที่สุดสำหรับคนที่คิดจะแตะต้องภรรยาของเ้าชายเพลิงวายุลั่วหยุนหยาง
"พวกเ้าเป็อย่างไรกันบ้าง"เมื่อจัดการศัตรูชายหนุ่มหันไปถามสามสาวในทันที แต่เมื่อหันไปกลับพบเพียงกลีบดอกไม้สีชาดที่ร่วงโรยกับกองซากศพเพียงเท่านั้น
"ดูเหมือนว่าข้าจะเป็ห่วงมากเกินไปสินะ ไปเถอะ ตอนนี้พวกเราสมควรไปยังหอคอยนั่นได้แล้ว"เหล่าหญิงสาวพยักหน้าและพากับตามลั่วหยุนหยางไป
ในเวลาเดียวกันบริเวณป่าไร้ขอบเขต ด้านในถ้ำเหมืองแร่ปราณได้ ลั่วอู่หลินตอนนี้ได้ก้าวมาสู่ระดับจักรพรรดิตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการปรับพลังให้คงที่ กลิ่นอายของเขาตอนนี้ราวกับจะแช่แข็งเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตาอย่างไรอย่างนั้น กรงเล็บราชันัสายฟ้าตอนนี้ลั่วอู่หลินสามารถใช้มันได้ทั้งมือซ้ายมือขวาพร้อมๆกัน
ด้านหลังของชายหนุ่มตอนนี้มีสิ่งที่คล้ายกับวงเวทย์ขนาดใหญ่หนึ่งวงอยู่ด้านหลัง สีของมันเป็สีฟ้าสดใสบริเวณใจกลางวงเวทย์นั้นเป็รูปลักษณ์ของเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ดูงดงามและแผ่ไอเย็นออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อมันปรากฏขึ้นมาลั่วอู่หลินพลันลืมตาขึ้นแล้วหันมองด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่เขากำลังงุนงงสงสัยอยู่นั้นไฉ่เยว่เอ่อก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนจะไขความกระจ่างให้กับชายหนุ่ม
"สิ่งที่เ้าเห็นด้านหลังคือวงเวทย์เทียนจิน มันคือสัญลักษณ์ของระดับจักรพรรดิเลยก็ว่าได้ วงแหวนใหญ่วงแหวนแรกแสดงให้เห็นว่าเ้าเป็จักรพรรดิขั้นที่หนึ่ง แล้วนี่เ้าดู เห็นช่องว่างอีกแปดช่องนี้หรือไม่ เมื่อใดที่เ้าเพิ่มระดับขึ้นวงเวทย์ขนาดเล็กก็จะปรากฏขึ้นมารายล้อมวงเวทย์ที่ขนาดใหญ่เอาไว้ ซึ่งจะมีได้มากสุดคือหนึ่งวงเวทย์ขนาดใหญ่แปดวงเวทย์ขนาดเล็กรวมเป็เก้าวงเก้าขั้นของระดับจักรพรรดิอย่างไรละ"
"เอ่อ......แล้วมันมีประโยชน์อย่างไรละ?"เมื่อเห็นไฉ่เย่วเอ๋ออธิบายอย่างสนุกปากลั่วอุ่หลินอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม
"หึหึ เมื่อเปิดใช้งานมันระหว่างการต่อสู้มันจะดูดกลืนลมปราณในอากาศเพื่อเปลี่ยนเป็พลังงานอย่างต่อเนื่องในทันที อีกทั้งประสิทธิ์ภาพในการใช้ออกด้วยทักษะต่างๆยังถูกเสริมกำลังด้วยวงเวทย์เทียนจินนี้อีกด้วย"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวราวกับปราชญ์ผู้มีความรู้ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินออกจากถ้ำไปในทันที
"เ้าจะไปเลยงั้นหรือ ใจร้ออนไม่เบา"
"เวลาผ่านมาขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนางจะเป็อย่างไรบ้าง ฉนั้นจะรอช้าไม่ได้"กล่าวจบชายหนุ่มก็สวมหน้ากากน้ำแข็งรูปลักษณ์ยักษาเช่นเดียวกับพวกหลันฮ่าวและหลันเหม่ยอิงจะแตกต่างก็แค่หน้ากากของลั่วอู่หลินมีสี่เขาในขณะที่ของสองพี่น้องมีเพียงสองเขาก็เท่านั้น
ชายหนุ่มเมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็พุ่งทะยานไปใจกลางระหว่างดินแดนในทันที ต้องบอกก่อนว่าเพียงแค่ระดับกษัตริย์ก็สามารถที่จะบินได้แล้วนับประสาอะไรกับระดับจักรพรรดิเช่นชายหนุ่ม
ลั่วอู่หลินทะยานร่างไปท่ามกลางท้องนภา ความรู้สึกที่สามารถบินได้นี้ช่างแปลกใหม่นักแต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรมากมายเพราะเคยเห็นท่านตาของตัวเองบินไปบินมาอยู่หลายครั้งด้วยกัน
ความเร็วของชายหนุ่มตอนนี้นับว่าเข้าขั้นน่ากลัวเลยก็ว่าได้เพียงไม่ถึงสิบลมหายใจชายหนุ่มก็พุ่งทะยานไปได้เกือบห้าลี้ หากเขายังบินด้วยความเร็วที่คงก็จะสามารถไปถึงใจกลางดินแดนโดยใช้เวลาเพียงห้าวัน ซึ่งมันเร็วกว่าเรือเหาะมากนัก