หลังจากที่ซินซินและพ่อออกมาจากป่าก็นับเป็เวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วหิมะก็เริ่มตกขึ้นอย่างต่อเนื่องมาทุกวันและมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น จนโรงเรียนและตามหน่วยงานร้านค้าต่างๆ ก็พากันทยอยปิดลงเป็การชั่วคราว
ปังๆ “จินเป่าอยู่บ้านหรือเปล่า” เสียงเคาะประตูหน้าบ้านและเสียงผู้ชายที่ได้ะโเรียกจินเป่าอยู่ด้านนอกทำให้คนที่หลบอากาศหนาวบ้านซูต่างก็พากันแปลกใจว่าใครกันที่ฝ่าหิมะมายังบ้านของพวกเขากัน
แอ๊ด เสียงประตูบ้านเปิดออกจากด้านใน จินเป่าที่เห็นอย่างชัดเจนว่าใครที่มาหาเขา เขาเองก็ได้แต่แปลกใจ
“เถ้าแก่มาได้ยังไงกันครับ เข้าบ้านก่อน” จินเป่าแปลกใจที่เห็นเถ้าแก่จางมาหาตนเอง พร้อมกับผู้ช่วยที่ร้าน
เถ้าแก่จางตอนนี้ซึ่งกำลังหนาวมากก็ไม่ได้ปฏิเสธคำชวนของจินเป่า เมื่อเขาทั้งสองคนเข้ามายังห้องโถงภายในตัวบ้านเขาและผู้ช่วย ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นเป็อย่างมาก เขามองไปยังเตาพิงด้วยความสนใจ
“สวัสดีทุกคนครับ ผมขอโทษด้วยที่ต้องมารบกวนเวลานี้” เถ้าแก่จางพูดทักทายสมาชิกคนในครอบครัวของจินเป่าที่นั่งผิงไฟอยู่ในห้องโถงตอนนี้
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณลุงทั้งสอง” เด็กน้อยซ่านซ่านและซินซิน สองพี่น้องต่างทำความเคารพผู้ใหญ่ตรงหน้าทั้งสองคน
“ตามสบายเลยเถ้าแก่ เดี๋ยวฉันกับอาเหมยจะไปเอาน้ำกับของว่างมาให้นะ ดื่มอะไรร้อนๆสักหน่อยร่างกายจะได้อุ่นขึ้น” เย่วจินพูดจบก็ลุกเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับลูกสะใภ้ของตน
“เถ้าแก่มาหาผมมีเื่ด่วนอะไรหรือครับ ถึงต้องฝ่าหิมะมาทีเดียว”จินเป่า ก็ถามเถ้าแก่จางออกมาทันทีเมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยกันแล้ว
“เื่สินค้านะสิ ่นี้หิมะตกทุกวันมันเหมือนกับที่ลื้อพูดเอาไว้ทุกอย่างเลย อั๊วก็เลยจะมาถามลื้อว่าพอจะหาสินค้ามาขายให้ได้ไหมเพราะที่ร้านค้าของอั๊ว ตอนนี้เริ่มขาดแคลนแล้ว ส่วนร้านอาหารอั๊วก็หยุดชั่วคราวไปแล้วเพราะหิมะตกหนักจนคนแทบจะไม่อยากมากินข้าวนอกบ้านกัน ตอนนี้จึงเหลือแต่ร้านค้าที่ยังพอจะทำเงินให้บ้าง ลำพังอั๊วก็ไม่เท่าไหร่หรอกสงสารก็แต่พวกคนงานในร้านหากร้านอั๊วปิดอีก พวกนี้คงได้อดตายกันแน่” เถ้าแก่จางพูดออกมาอย่างยืดยาว
“แล้วเถ้าแก่จะขายได้เหรอครับหิมะตกขนาดนี้แล้วใครเขาจะออกมาซื้อกันละครับ” จินเป่าเองก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เื่นี้ลื้อไม่ต้องกังวลไป สินค้ามีคนมาสั่งเอาไว้แล้วก็มี อำเภอของเราไม่ขาดคนรวยหรอกแต่คนจนก็ยังมีมากว่าเช่นกัน ว่าแต่ลื้อพอจะมีไหมล่ะ”เถ้าแก่จางถามจินเป่าอีกครั้ง
“เถ้าแก่้ามากน้อยแค่ไหนกัน และเถ้าแกรับซื้อเห็ดหลินจือด้วยไหมพอดีผมเข้าป่ามาแล้วเก็บมาได้สามสี่ดอกครับ(ที่จริงได้มาเป็กอง) จินเป่าคิดในใจ”
“อัยยะ เ้านี่ช่างเป็ดาวนำโชคของอั๊วจริงๆ พอดีมีท่านนายพลท่านหนึ่งมาถามหาพอดี อั๊วจะรับซื้อจากลื้อในราคายุติธรรมอย่างแน่นอน เราค้าขายกันมานานแล้วอั๊วไม่เอาเปรียบลื้อหรอก”
“น้ำเต้าหู้ กับบัวลอยน้ำขิงจ้ะเถ้าแก่” เสียงซูเหมยพูดขึ้นพร้อมกับวางน้ำเต้าหูและบัวลอยน้ำขิงบนโต๊ะ ควันกรุ่นๆที่ลอยออกมาอย่างอ้อยอิ่งจากถ้วยของกินตรงหน้าช่างยั่วยวนให้น่าลิ้มลองเสียเหลือเกินจนเถ้าแก่กับผู้ช่วยต่างกลืนน้ำลายดังอึก
“กินก่อนเลยครับ กำลังร้อนๆ เดี๋ยวเื่งานค่อยคุยกันทีหลังก็ได้” จินเป่าบอกกับเถ้าแก่จางและผู้ช่วยเมื่อเห็นอาการของทั้งสองคน
“โอ๊ยนี่มันน้ำอะไรกันทำไมมันอร่อยถึงเพียงนี้ และเ้าหนึบหนับนี่อีกจะเหมือนบัวลอยก็เหมือนแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียวเพราะมีใส้”เถ้าแก่จางกินไปก็อุทานไป ส่วนทางด้านผู้ช่วยก็ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา
“อาหารบ้านลื้อนี่มันแปลกใหม่เสียจริง ถ้าบ้านเมืองเราให้เปิดการค้าเสรีได้นี่ อั๊วว่าบ้านลื้อน่าจะเริ่มขายของกินกันนะรับรองรวยกว่าบ้านอื่นเป็แน่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า” เถ้าแก่จางพูดขึ้นเขาเองที่ขายได้ทุกวันนี้ก็เพราะเส้นสายที่มี
“ผมเองก็อยากให้มีวันนั้นเหมือนกันครับ”
ซินซินซึ่งกำลังนั่งเล่นกับผู้เป็พี่ชายอยู่ ก็คอยกางหููฟังที่พ่อกับลุงจางคุยกันไปด้วย พร้อมกับคิดว่าอีกไม่กี่ปี บ้านเมืองก็จะให้มีอิสระมากขึ้นเมื่อถึงเวลานั้น เธอจะนำพาครอบครัวของตัวเองและคนรอบข้างที่ดีกับเธอให้รวยไปด้วยกัน
“ซินซิน ทำไมน้องทำหน้าแปลกๆ ละครับเป็อะไรไปหรือเปล่า” ซ่านซ่านผู้รักน้องสาวเป็ชีวิตเห็นน้องสาวทำหน้าตามุ่งมั่นและยังยกมือขึ้นมาทำกำปั้นชูขึ้นก็ถามน้องน้อยด้วยความสงสัย
“ไม่ได้เป็ไรจ้ะ เราเล่นกันต่อเถอะ” ซินซินที่เผลอลืมตัวจึงได้แต่ส่งยิ้มให้พี่ชาย พร้อมกับชวนพี่ชายเล่นตัวต่อไม้ของทั้งสองต่อไป
“ลื้อมีข้าวสาร เสื้อกันหนาวและผ้าห่มอีกหรือเปล่าจินเป่า สินค้าพวกนี้ตอนนี้ล้วนเป็ที่้าเป็อย่างมาก ลื้อจะขายแพงขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะ เพราะร้านค้าอั๊วมีแต่พวกคนใหญ่คนโตมาซื้อ เื่เงินไม่ใช่ปัญหากับพวกเขาหรอก” เถ้าแก่จางก็พูดตามความจริง
“ผมก็ขายราคาเดิมแหละครับเถ้าแก่ เพราะผมเองก็ไม่อยากที่จะฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบกับใคร แต่คงจะมีขายแค่รอบสุดท้้ายนี่แหละครับ เพราะคนที่เขาเอามาขายบอกว่าทางเขาก็เริ่มหาสินค้าไม่ได้แล้ว เอาไว้อีกสองวันผมจะเอาไปให้เถ้าแก่ที่ร้านนะครับ ส่วนเห็ดหลินจือเถ้าแก่จะเอาไปเลยไหม แต่เื่ที่เถ้าแก่มารับของจากผมไปขาย เถ้าแก่เก็บเป็ความลับไว้ให้ดีนะครับ ช่วยผมหน่อยผมไม่อยากให้ใครรู้”
“ลื้อไม่ต้องกลัวอั๊วไม่ปากโป้งไปหรอกหากใครถามเดี๋ยวอั๊วก็อ้างถึงนายใหญ่ๆ ไป ก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งแล้วเพราะอั๊วเองก็จ่ายส่วยอยู่ทุกเดือน ส่วนเห็ดลื้อเอามาเลย พรุ่งนี้อั๊วจะได้เอาไปให้ท่านนายพลสักดอก ที่เหลือค่อยขายถือเป็สินน้ำใจให้เขาไปก่อน” เถ้าแก่จางพูดกับจินเป่่า
จินเป่าหายไปสักพัก ก็เดินกลับเข้ามาที่ห้องพร้อมกล่องไม้ที่ใส่เห็ดหลินจือไว้แล้ว มีทั้งหมดสามกล่องซึ่งเ้าตัวน้อยได้นำออกมาวางไว้ให้เมื่อเช้า เพราะเ้าตัวบอกว่าเผื่อจะนำไปขาย แต่ใครจะคิดว่าจะมีคนมาซื้อถึงบ้านกัน
“โอ้ ดอกใหญ่และสมบูรณ์มากลื้อนี่โชคดีจริงๆฮ่าๆ แบบนี้รับรองต้องเป็ที่ถูกใจของท่านนายพลแน่นอน” เถ้าแก่จางเมื่อเห็นเห็ดหลินจือที่จินเป่านำออกมาก็หัวเราะชอบใจ
“อั๊วให้ลื้อดอกละพันหยวนเลยมีทั้งหมดสามดอก ก็สามพันหยวน ดีนะที่อั๊วเตรียมเงินมาด้วย จึงได้ของดีกลับไป คบกับลื้อนี่ไม่เสียหายจริงๆ” เถ้าแก่จางพูดพร้อมกับยื่นเงินให้จินเป่าสามพันหยวน
“ขอบคุณครับเถ้าแก่เอาไว้อีกสองวันผมจะไปหาเถ้าแก่ที่ร้านนะครับ”จินเป่าเมื่อรับเงินค่าเห็ดหลินจือมาแล้วพร้อมทั้งเดินไปส่งเถ้าแก่ที่หน้าประตูบ้านเสร็จ เขาก็เดินกลับเข้ามาด้านในพร้อมกับยื่นเงินให้กับลูกสาวตัวน้อยเก็บไว้
ด้านเ้าตัวน้อยก็ได้แต่ยิ้มหน้าบานเพราะเธอจะสะสมเงินเอาไว้เพื่อที่จะซื้อที่และร้านค้าในตลาดเมื่อทางการมีการผ่อนปรน
ตกดึกในยามค่ำคืนเสียงลมที่พัดในความมืดได้มอบความหนาวเหน็บ มากับให้กับเหล่าทหารกลุ่มหนึ่งที่ต้องออกมาผจญภัยกับหิมะที่ตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทหารเหล่านี้ต้องออกมายามค่ำคืนเพื่อ้าที่จะช่วยผู้คนที่ได้ประสบกับภัยพิบัติหลังคาถล่ม ที่หมู่บ้านบนูเาซึ่งอยู่ห่างไกล
แต่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่าได้มีหมาป่าฝูงหนึ่งจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาวาววับ เหมือนเห็นอาหารอันโอชะ มาวางอยู่ตรงหน้า มันค่อยๆ ย่องเข้าหากลุ่มคนที่พวกมันคิดว่ากำลังก้าวล้ำเข้ามายังอาณาเขตของพวกมัน
เมื่อจ่าฝูงของหมาป่าเห็นว่าเหล่าทหารเหล่านี้เริ่มย่างก้าวเข้ามาใกล้พวกมันมากขึ้นแล้ว เ้าหมาป่าจ่าฝูงก็ส่งเสียงหอนยาวๆ เพื่อเรียกเหล่าพวกพ้องของมันทันที เมื่อเหล่าทหารกล้าเหล่านี้ได้ยินเสียงของหมาป่า
พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่า พวกเขาได้ก้าวล้ำเข้ามายังเขตของสัตว์ร้ายน่าขนเข้าแล้ว พวกเขาที่มีกันอยู่สิบห้าคนต่างก็กระชับจับปืนในมือของตนเอาไว้แน่น พวกเขาเป็ถึงกองกำลังพิเศษ จะมาพลาดท่าให้เหล่าสัตว์หน้าขนนี้ได้ยังไงหากใครรู้คงได้อับอายเป็แน่
พวกเขาต่างก็สอดส่ายสายตาระแวดระวังภัยของตน มองดูรอบๆ ด้านเพราะพวกเขาคิดว่าหมาป่าฝูงนี้มันต้องเข้ามาโจมตีเป็แน่ และฟังจากเสียงที่มันเห่าหอนรับกันแล้วคงจะมีไม่ต่ำกว่าสิบตัว
“พวกเราระวังตัวกันให้ดี จัดตั้งกลุ่มให้เป็วงกลมเราจะได้มองเห็นมันได้รอบด้าน ผมคิดว่ามันน่าจะมีไม่ต่ำกว่าโหลเป็แน่” หลี่อี้เฟิง ซึ่งเป็หัวหน้านำทีมเป็ผู้พูดขึ้น ตัวหลี่อี้เฟิงมียศเป็นายพลแล้ว และเขาชอบทำงานภาคสนามมากกว่าที่จะนั่งอยู่ในสำนักงานถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุสี่สิบห้าปีแล้วก็ตาม
เขาไม่มีครอบครัวไม่มีพ่อแม่ เพราะเขาเป็เด็กกำพร้าไม่ใช่ว่าเขาไม่มีคนรัก เขาเคยมีผู้หญิงที่เขารักมากเช่นกันแต่เธอก็ได้แต่งงานไปนานมากแล้วั้แ่อายุสิบห้าสิบหก เขาเองก็มารู้ทีหลังว่าเธอไม่ได้เต็มใจ แต่ตอนนั้นเขาติดภารกิจที่สำคัญอยู่ทำให้เขากลับมาช่วยเหลือเธอไม่ทัน
เขาจึงได้แต่หวังว่าเธอจะมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข แต่สุดท้ายข่าวล่าสุดที่เขาได้รับก็คือเธอได้หย่าขาดและตัดจากครอบครัวของคนเลวคนนั้นไปแล้วเมื่อสามปีก่อน แต่เขาเพิ่งจะมารับรู้ก็ตอนก่อนที่จะมาทำภารกิจนี้เพียงหนึ่งวัน เขาจึงตั้งมั่นว่า เขาจะต้องไปพบกับเธอผู้เป็ดวงใจรักแรกและรักเดียวของเขาให้จงได้
ในระหว่างที่อี้เฟิงกำลังคิดถึงเื่อดีตอยู่นั้น เ้าหมาป่านำโดยหัวหน้าจ่าฝูงของมันก็ได้นำลูกน้องนับสิบตัวออกมาล้อมรอบพวกเขาทั้งสิบห้าชีวิตไว้แล้ว พวกมันแต่ละตัวมองเหล่าทหารพร้อมกับเขียวแวววับแล้วก็น้ำลายไหลยืดออกจากปากของพวกมัน
“เตรียมตัว พร้อม ยิง” อี้เฟิงเองก็สั่งเหล่าลูกน้องของตนที่เตรียมพร้อมจะประจัญบานกับหมาป่าที่หิวโหยกลุ่มนี้อยู่แล้ว ทุกคนต่างก็สาดะุของตนไปยังมาป่ากลุ่มนี้ทันที
ทางด้านเย่วจินที่กำลังนอนหลับอยู่นั้น คืนนี้เธอนอนหลับไม่สนิทนักเพราะเธอได้ฝันถึงชายผู้ที่อยู่ในดวงใจ เธอมองเห็นเขาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของหมาป่าที่มองมาทางเขาอย่างหิวโหย ตัวเขาและเพื่อนทหาร ก็ยิงสู้รบกับมัน
แต่ว่ามีทหารคนหนึ่งเกิดพลาดพลั้งขณะที่กำลังหนีพวกหมาป่าที่ตามล่าพวกเขาอย่างไม่ลดละอยู่ ทำให้หมาป่าที่กำลังตามมาจะกัดเขาได้ เธอก็ได้เห็นอี้เฟิงะโเข้าไปขวางชายผู้นั้นกับหมาป่าเอาไว้
“ไม่ อี้เฟิงอย่า” เธอก็สะดุ้งใตื่น พร้อมกับอาการตื่นตระหนกมือไม้สั่น เหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าทั้งที่อากาศหนาว เธอรู้สึกใจคอไม่ดี และก็หลับตาภาวนาว่าขอให้ชายที่อยู่ในความฝันนั้นปลอดภัย