ท้องฟ้าหายไป ถูกแทนที่ด้วยผืนฟ้าสีส้มอมแดงทึบคล้ายดาวเคราะห์ที่ตายแล้ว พื้นดินกลายเป็เนินทรายสีสนิมที่เต็มไปด้วยกรวดหินประหลาด อากาศเบาบางและแห้งผาก พายุฝุ่นสีแดงเพลิงพัดโหมกระหน่ำจนแสบผิว
ดูเหมือนว่า ภาพของดวงดาวไฟอันร้อนแรงนั้น จะเป็เพียงภาพมายาของที่แห่งนี้ เพราะความร้อนอันสุดขั้วที่แทบจะเผาไหม้เนื้อหนังให้เป็จุณนั้น บัดนี้ก็พลันสูญสลายไปเฉยๆ
เมฆา เมขลา ครูชัยรัตน์ และอาจารย์คง ต่างก็ได้ร่วงตกลงสู่พื้นทรายอย่างค่อนข้างแรง ราวกับเพิ่งร่วงดิ่งจากพื้นผิวของบรรยากาศโลก
พวกเขาต่างก็ค่อยๆลุกขึ้นมาส่งเสียงไอค่อกแค่กเพราะตกลงมาแล้ว ก็กลิ้งเกลือกหลุนๆอยู่บนทรายหลายตลบ
"นี่มัน... ดาวอังคารหรือไงกันวะเนี่ย!?" เมฆาะโแข่งกับเสียงพายุที่หวีดหวิว
ที่เบื้องหน้าพลันปรากฏร่างของมัณตราสิณีย์ที่ยืนสงบนิ่ง นางเหมิอนจะอยู่กับที่ ไม่ได้ขยับไปไหนๆ ไม่ได้ไปตีลังกาหมุนรอบลูกไฟนรกเหมือนคนเหล่านี้ อาภรณ์ของนางพริ้วสบัดไปตามแรงลมพายุฝุ่นแดง ในมือยังคงถือสมุดวาดเขียนอาถรรพ์ไว้แน่น นางยิ้มเ็าอย่างน่าขนลุก
"ฮึๆๆ... สนุกสนานกันไหมล่ะ บัดนี้ มิติแห่งการทอดประสานไปสู่มิติแห่งนรกได้เปืดขึ้นแล้ว" นางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าเป็เพียง 'ประตู'... แต่ 'ผู้วาด' และ 'เ้าของมิติ' ที่แท้จริงของที่แห่งนี้... กำลังจะมาถึงแล้ว"
นางชี้มือไปที่ใจกลางของพายุฝุ่นสีแดงที่กำลังหมุนวนเป็เกลียวขนาดใหญ่...
จากใจกลางพายุที่กำลังปั่นป่วน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจดังก้องออกมา มันเป็เสียงที่ทำให้หัวใจของเมฆาสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"สมุดนั่นทำหน้าที่ได้ดีแล้ว... มัณตราสิณีย์..."
จู่ๆ พายุฝุ่นก็แยกตัวออกเป็ทาง ร่างของชายสูงอายุคนหนึ่งเดินออกมาอย่างช้าๆ เขาสูงใหญ่ สง่างาม แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่กดดันจนทุกคนแทบจะหายใจไม่ออก
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหมวกทรงสูงสีดำทะมึนที่เขาสวมอยู่ รอบๆหมวกเต็มไปด้วยรูปแกะสลักใบหน้าปีศาจตัวเล็กๆ ที่ยิ้มเยาะและกระซิบกระซาบด้วยเสียงแหลมสูงราวกับผีหลายสิบตัวรวมกัน ใบหน้าของชายผู้นี้ดูแก่ชราแต่การเคลื่อนไหวกลับดูราวคนหนุ่ม
"ยินดีต้อนรับ สู่ห้วงนิทราแห่งข้า พวกที่ดื้อด้านทั้งหลาย..." ชายสูงอายุกล่าว
อาจารย์คงที่เห็นการปรากฏตัวของชายผู้นี้ถึงกับหน้าแปรเปลี่ยนอย่างแปลกใจ
"มัน... 'กัมปนาท'... เป็มันนี่เอง !"
เมฆาหันขวับไปมองอาจารย์คง "อาจารย์คง! นี่เป็มันจริงๆใช่ไหม ?"
อาจารย์คงพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด "ไม่ผิดแน่ มันนี่ล่ะ าาแห่งอาคมดำ... จอมบงการเื่ร้ายต่างๆให้เกิดขึ้นในโลกของเรา มันผู้ถูกกล่าวขานว่ามีพลังเวทและพลังจิตที่น่าจะรุนแรงที่สุดในบรรดาจอมเวททั้งหมดที่เคยมีมา"
อาจาย์คงพูดเสียงเบา แต่กัมปนาทราวกับจะได้ยืนอย่างชัดเจน มันหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม
"หึ... และพลังของข้าสามารถเปลี่ยน 'ความเชื่อ' ให้เป็ 'ความจริง' ได้"
ทันใดนั้น ที่พื้นทรายเบื้องล่างของเมขลาและครูชัยรัตน์ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวขึ้นมา !
"พวกเ้าเป็เพียงตัวประกอบที่เกะกะ ที่ควรจะถูกลบออกจากกระดานซะที... พวกเ้ามันไร้ประโยชน์แล้ว !"
และแล้วทรายสีแดงก็ไหลขึ้นสู่ร่างของเมขลาและครูชัยรัตน์ราวกับมีชีวิต มันยึดกลืนร่างของเมขลาและครูชัยรัตน์ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขากรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก!
"ช่วยด้วยยย! เมฆา!"
เมฆากัดฟัน เขารีบกระโจนเข้าหาหนุ่มสาวทั้งสองทันที! แต่ขณะที่เขากำลังจะถึงตัว...
รูปปีศาจบนหมวกทรงสูงของกัมปนาทก็เบิกตาโพลงขึ้นพร้อมกัน!
ตู้มมม!
พลังลึกลับที่มองไม่เห็นก็พุ่งชนร่างของเมฆาจนกระเด็นไปอย่างรุนแรง เขาจุกจนพูดไม่ออก ในขณะที่ร่างของเมขลาและครูชัยรัตน์ก็ถูกทรายยึดกลืนขึ้นไปจนถึงหน้าอกแล้ว!
"หึ... พลังของเ้ายังอ่อนแอเกินกว่าจะต่อต้าน 'ความจริง' ที่ข้าสร้างขึ้น... " กัมปนาทเย้ยหยัน "ถ้าเ้าอยากให้คนของเ้ารอด... จงแสดงให้ข้าเห็นสิ ว่า 'ความเชื่อ' ของเ้า แข็งแกร่งกว่าพลังของข้า"
เมฆายังทรุดตัวลงบนพื้นทรายราวกับว่าจะลุกไม่ขึ้นอีก ขณะที่อาจารย์คงยังอยู้ในสภาวะระวังตัวสุดขีดโดยรวบรวมพลังอาคมให้เป็เกราะคุ้มกายอย่างแข็งแรงที่สุด
เมฆามองเห็นหนุ่มสาวทั้งสองที่ร่างกายกำลังเริ่มแข็งจากทรายที่เริ่มแปรสภาพเป็ปูนแข็ง และเหลือแค่เพียงส่วนหัวที่กำลังส่ายสบัดด้วยดวงตาที่ตื่นตระหนกสุดขีด
เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในใจคิดว่าต้องหาทางช่วยคนทั้งสองให้ได้อีกครั้ง แม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่คนดีนักก็ตาม !
โปรดติดตามต่อไป