โยชิอิค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง าแบริเวณไหล่ซ้าย โลหิตยิ่งไหลชุ่มโชก
บุรุษสวมหน้ากาก ยังคงนั่งบนหลังม้า ไม่ฉวยโอกาสเข้าจู่โจมซ้ำเติมหอกยาวคอนไว้บนบ่า คล้ายกำลังรอให้โยชิอิจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง
โลหิตซึ่งไหลไม่หยุด ทำให้โยชิอิอ่อนล้าโรยแรง ทั้งยังหนักใจอย่างยิ่งเนื่องเพราะพลังสภาวะของบุรุษสวมหน้ากาก รุนแรงดั่งอสนีบาต มั่นคงดุจขุนเขาตลอดทั้งร่างไม่เผยจุดอ่อนช่องว่าง แม้สักตำแหน่งเดียว
โยชิอิตระหนักแน่แก่ใจดีว่า แม้ตนเองอยู่ในสภาพร่างกายสมบูรณ์ก็คงเพียงสูสีกับบุรุษผู้นี้ อย่าว่าแต่ตอนนี้พละกำลังอ่อนโทรมลงเรื่อย ๆอาจสิ้นเรี่ยวแรงได้ทุกเมื่อ
บุรุษสวมหน้ากาก ตวัดวาดหอกยาว ตั้งท่าเตรียมจู่โจมแล้ว!
โยชิอิทราบ สภาพร่างกายตอนนี้ ไม่อาจตกเป็ฝ่ายตั้งรับอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นต้องโดนโหมบุก จนสิ้นเรี่ยวแรงไปเอง จะอย่างไรต้องชิงจังหวะเป็ฝ่ายรุกจู่โจมก่อน!
บุรุษหนุ่มผนึกพลังสภาวะ เร่งรี่สืบเท้าด้วยความเร็วดุจเกาทัณฑ์หลุดจากแล่ง พลังสภาวะทั้งมวล ผนึกไว้กับการจู่โจมครั้งนี้รังสีดาบะเืพุ่งแผ่ ประกายดาบวาบเจิดจ้าละลานตา
ทันใด หอกยาวในมือบุรุษสวมหน้ากาก จี้แทงพุ่งสวนเข้าใส่ดั่งอสรพิษร้ายพลังหนักหน่วงรุนแรง ทำให้เกิดเป็พายุหมุนลูกเล็ก ๆ พุ่งจากปลายหอกทะลวงเข้าใส่รังสีดาบของโยชิอิ!
รังสีดาบะเื พายุหมุนกราดเกรี้ยว พุ่งปะทะกันอย่างรุนแรงบังเกิดเสียงตึบทึบหนักดังอื้ออึง!
เศษฝุ่นใบไม้ใบหญ้า รอบตัวทั้งสองฟุ้งกระจายคล้ายดั่งตกอยู่ท่ามกลาง พายุซัดกระหน่ำ
บัดนั้น เงาหอกยาวพลันวูบขึ้นเบื้องหน้า!
เนื่องเพราะหอกเป็อาวุธยาว แม้โยชิอิจะรวดเร็วเพียงไรแต่ปลายดาบยาวยังไม่บรรลุ ถึงร่างบุรุษสวมหน้ากาก ปลายหอกยาวก็จี้จ่อวูบขึ้นตรงหน้าโยชิอิแล้ว!
เสี้ยวพริบตานั้น แววตาโยชิอิสาดประกายเจิดจ้า ดาบยาวในมือพลิกผันกระบวนท่าอย่างแยบคาย กลับตวัดวาดใช้ด้ามดาบ กระแทกคมหอกยาวเบี่ยงเบนพ้นห่าง
วูบนั้นเอง ลำตัวซีกขวาของบุรุษสวมหน้ากาก ปรากฏช่องว่างเกิดขึ้น!
โยชิอิฉวยจังหวะ สะกิดปลายเท้าทะยานร่างดาบยาวตวัดฟันลงที่แขนขวาของบุรุษสวมหน้ากาก ทว่าคมดาบยาวยังไม่บรรลุถึงบุรุษหนุ่มกลับรับรู้ถึงกระแสลมหมุน อันหนักหน่วงรุนแรง พุ่งเข้าปะทะร่างจากทางด้านซ้าย
คมหอกยาวซึ่งถูกปัดเบี่ยงเบน พลันตวัดวกกลับราวอสรพิษฉกเหยื่อกระหน่ำฟาดเข้าที่สีข้าง แทบบรรลุถึงร่างโยชิอิในพริบตา!
บุรุษหนุ่มตื่นตระหนกยิ่ง ไหนเลยคาดคิดว่าบุรุษสวมหน้ากากสามารถบังคับหอกยาว วกกลับมาโจมตีได้รวดเร็วปานนี้ หากไม่หลบหลีกต้องถูกฟาดซี่โครงหักสะบั้นสิ้น ไม่เหลือทางเลือกอื่นใดอีกแล้วจำต้องสะกิดเท้าทะยานร่างถอยห่าง รั้งดาบยาวกลับคืนสะบัดฟันป้องกันการจู่โจมของหอกยาว
ทว่าทันใด ปลายหอกยาวแปรเปลี่ยนวิถีในพริบตาอีกครั้งปลายหอกคล้ายถูกดึงรั้งกลับเล็กน้อย คมหอกพลันแปรเปลี่ยนจากตวัดฟาดเป็จี้แทงทะลวงใส่ร่างโยชิอิ!
วูบนั้น โยชิอิจำต้องเปลี่ยนวิถีดาบ ตามการแปรเปลี่ยนของหอกยาวอีกคราตวัดดาบยาวรั้งกลับคืน ฟันสวนคมดาบปะทะปลายหอกอย่างถนัดถนี่บังเกิดเสียงเปรี้ยงดังกึกก้อง
โยชิอิรีบฉวยจังหวะ อาศัยแรงจากการปะทะ ทะยานร่างขึ้นสูงตวัดดาบฟันจากกลางนภา!
บุรุษสวมหน้ากาก หัวเราะก้องกังวาน ทะยานร่างขึ้นจากหลังม้าอย่างฉับพลันปลายหอกจี้แทงตวัดขวับ สวนวิถีดาบของโยชิอิ
บังเกิดเสียงเปรี้ยงกึกก้องอีกครั้ง ปลายหอกยาวกระแทกทั้งดาบทั้งร่างโยชิอิปลิวกระเด็น ร่างลอยละลิ่วฟาดกับพื้นอย่างแรง!
บัดนั้น เรี่ยวแรงทั้งสิ้นของโยชิอิแทบไม่เหลือแล้วกระนั้นยังพยายามฝืนกายลุกขึ้นยืน พลันกระอักโลหิตออกมาอีกคำหนึ่งร่างไม่สูงใหญ่เซฟุบลงกับพื้นอีกครั้ง
ยามนี้ บุรุษสวมหน้ากากค่อยเอ่ยขึ้นเป็ประโยคแรก
“สภาพร่างกายท่านในตอนนี้ มิอาจสู้เราได้หรอก...อย่าฝืนต่อไปอีกเลย”
สิ้นประโยค ปลายหอกยาวจี้แทงออก เป้าหมายคือร่างโยชิอิ!
ทว่าทันใด แววตาโยชิอิบังเกิดประกายเจิดจ้าวาบขึ้นร่างอันคล้ายสิ้นเรี่ยวแรง กลับทรงกายหยัดยืน มือซ้ายพุ่งคว้าจับลำหอกยาวอย่างแม่นยำมือขวาตวัดดาบยาวฟัน เข้าสีข้างบุรุษสวมหน้ากาก
บุรุษสวมหน้ากาก หัวร่อในลำคอ ล้วงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งจากในอกเสื้อบังเกิดเสียงเปรี้ยง ปานฟ้าคำรามครั้งหนึ่ง ดาบยาวในมือโยชิอิหักสะบั้นเป็สองท่อน!
ปืนไฟ! ดาบยาวถูกปืนไฟ ยิงหักสะบั้น!
บุรุษสวมหน้ากาก กลับมีปืนไฟขนาดเล็ก อานุภาพการทำลาย ร้ายกาจรุนแรงยิ่ง!
โยชิอิแม้ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายสิ้นแล้ว แต่แววตากร้าวยังไม่ยอมพ่ายแพ้ดาบยาวคู่กายแม้หักสะบั้น มือขวากลับพยายามผนึกพลังสภาวะหมายจะใช้ดาบสั้นอีกเล่มบุกจู่โจม
บุรุษสวมหน้ากากแค่นหัวร่อ เก็บปืนไฟไว้ในอกเสื้อตามเดิม กล่าวว่า
“สภาพเช่นนี้ยังคิดจะสู้อีกหรือ ดี! เราขอชมเชยเราจะรับการจู่โจมครั้งนี้เอง!”
โยชิอิสูดลมหายใจลึกยาว ผนึกพลังสภาวะเป็ครั้งสุดท้ายโถมร่างเข้าจู่โจมบุรุษสวมหน้ากากอีกครั้ง ทว่าอาการาเ็ทางกายกลับหนักหนากว่าที่คาดไว้มากนัก เนื่องเพราะเสียโลหิตมากเกินไปร่างไม่สูงใหญ่ยังไม่บรรลุถึง เบื้องหน้าบุรุษสวมหน้ากากโยชิอิกลับสิ้นสติไปแล้ว...
บุรุษสวมหน้ากาก ควบม้าเหยาะย่าง หอกยาวเงื้อง่า เตรียมทิ่มแทงจากหลังม้า!
ทว่าพริบตานั้น หอกยาวกลับมิได้เสียบทะลุร่างโยชิอิ เนื่องเพราะร่างหนึ่งโถมทะยานเข้าขวางกั้นทันท่วงที!
กระบี่ในมือจี้ออก เร่งเร้ากระบวนท่าเผ็ดร้อน ใช้ออกไม่หยุดยั้งปลายกระบี่จี้พลิ้วไหว รุกไล่จนบุรุษสวมหน้ากาก จำต้องถอยห่างจากร่างโยชิอิ
ผู้เข้ามาช่วยเหลือย่อมเป็ทาคาโกะ!
ทาคาโกะตวาดเสียงเจื้อยแจ้ว
“พอเถอะ! ท่านพี่โทชิอิเอะ!”
บุรุษสวมหน้ากากยิ้มเล็กน้อย รั้งหอกยาวกลับคืน คอนไว้บนบ่าดังเดิมกล่าวว่า
“จนบัดนี้...ค่อยยอมรับพี่ชาย คนนี้หรือทาคาโกะ...”
ทาคาโกะแค่นเสียงเฮอะขึ้นจมูก กล่าวว่า
“เฮอะ เป็ท่านจริง ๆ ท่านพี่มาเอดะ โทชิอิเอะ!”
แววตาทาคาโกะ แปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบ น้ำเสียงเคร่งขรึม กระด้างจริงจัง
“ที่แท้อาเคชิ เค็นจิเป็คนของโอดะ โนบุนากะ! ไม่ทราบผู้จ้างวานเหล่าชาวยุทธ์จงหยวนปลอมเป็โจรสลัดมาแย่งชิงดาบหงส์ฟ้า ก็คือโนบุนากะใช่หรือไม่!”
มาเอดะ โทชิอิเอะขมวดคิ้ว ทะยานร่างลงจากหลังม้า กล่าวว่า
“เ้าพูดเื่อะไร? ดาบหงส์ฟ้าหรือ? นั่นเป็ดาบของท่านมินาโมโตะโยชิสึเนะมิใช่หรือ?”
ทาคาโกะเห็นท่าทางงุนงงของโทชิอิเอะ ต้องชะงักถ้อยคำโดยพลันโทสะทำให้นางพลั้งปากไป ท่าทีของโทชิอิเอะแสดงว่าไม่ทราบเื่ดาบหงส์ฟ้าอีกทั้งพี่ชายผู้นี้มิใช่คนเสแสร้งแกล้งดัด หรือว่านางอาจเข้าใจผิดไปเองเสียแล้วดังนั้นจึงไม่ต่อคำกับอีกฝ่าย เพียงยืนนิ่งกระบี่ในมือจ่อจี้ พิทักษ์อยู่เบื้องหน้าโยชิอิ
โทชิอิเอะเห็นเช่นนั้น ถึงกับส่ายหน้ากล่าวว่า
“เราไม่รู้ว่าเ้าพูดถึงเื่อะไร และไม่สนใจรับรู้ด้วยว่าตระกูลมิโยชิกำลังดำเนินแผนการใดอยู่...”
แม้ทาคาโกะมั่นใจว่า ผู้เป็พี่ไม่ทราบเื่ดาบหงส์ฟ้า แต่มิแน่ว่าเค็นจิอาจเป็คนของตระกูลโอดะดังนั้นกล่าวแทรกน้ำเสียงไม่พอใจยิ่ง
“อาเคชิ เค็นจิเป็คนของโนบุนากะใช่หรือไม่!
โทชิอิเอะขมวดคิ้วมุ่นอีกครา กล่าวว่า
“ผู้ใดคืออาเคชิ เค็นจิ...”
ทาคาโกะแค่นเสียงกล่าวว่า
“หากท่านไม่รู้จักกับมัน ไฉนต้องเข้ามาขวาง ช่วยให้มันหลบหนีไป!”
โทชิอิเอะค่อยเข้าใจ ส่งเสียงอ้อ พลางกล่าว
“หมายถึงเ้าคนที่ควบม้า หนีไปน่ะหรือ เรามิได้คิดช่วยเหลือมันแต่้ารั้งเ้าไว้ที่นี่ต่างหาก...”
ทาคาโกะกล่าวอย่างระแวงระวังว่า
“ท่านพี่้าพบข้าด้วยเื่ใด”
โทชิอิเอะเอ่ย น้ำเสียงอ่อนโยนยิ่ง
“เื่ราวผ่านมาเนิ่นนานหลายปี ไฉนเ้าไม่ยอมกลับตระกูลมาเอดะ…”
ทาคาโกะปฏิเสธเสียงแข็ง
“ข้าไม่กลับ...ท่านพี่...”
โทชิอิเอะตวาดแทรกเสียงกร้าว
“ลืมแล้วหรือว่า เ้าเป็คนตระกูลมาเอดะ!”
ทว่าน้ำเสียงของโทชิอิเอะ พลันอ่อนลงอีกครั้ง
“ท่านอา...เสียชีวิตแล้ว...”
ทาคาโกะอุทานออกมาคำหนึ่ง ก้มหน้านิ่งเงียบได้แต่จมอยู่ในความคิดคำนึงของตน...
...มารดาของนางเป็บุตรีคนโตตระกูลมาเอดะ เป็พี่สาวบิดาของโทชิอิเอะและยังมีน้องอีกสองคน ถือเป็อาของทาคาโกะ
เนื่องเพราะท่านแม่ แต่งงานกับบิดาซึ่งเป็ชาวจงหยวนท่านตาจึงยื่นข้อตกลงว่า เมื่อมีลูกคนแรกไม่ว่าหญิงหรือชายต้องยกให้เป็คนของตระกูลมาเอดะ ดังนั้นหลังมารดาคลอดน้องสาวของนางบิดาและมารดาก็ออกจากจงหยวน เดินทางมายังแดนอาทิตย์อุทัย ส่งตัวนางให้ตระกูลมาเอดะตามที่เคยให้สัญญาไว้…
แต่บิดาและมารดา ยังแวะมาเยี่ยมนางเสมอ บิดายังถ่ายทอดวิทยายุทธ์ตลอดจนวิชาแพทย์ประจำตระกูลแก่นาง
ทาคาโกะอยู่กับตระกูลมาเอดะ ด้วยความสุขสงบหลายปีกระทั่งเกิดความขัดแย้งในตระกูล ระหว่างอาคนที่สองกับอาคนที่สาม
เหตุครั้งนี้บิดาของโทชิอิเอะซึ่งเป็อาคนโตพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่สำเร็จอาคนที่สามตัดสินใจย้ายออกจากตระกูลมาเอดะ ทาคาโกะสนิทสนมกับอาคนนี้จึงออกมาจากตระกูลด้วย...
ทั้งหมดมีจุดหมายไปตั้งรกรากใหม่แถวเกาะคิวชู มิคาดระหว่างเดินทางเรือโดยสารถูกโจรสลัดกลุ่มใหญ่ปล้นชิงคนตระกูลมาเอดะที่ร่วมทางมาบนเรือถูกฆ่าตายสิ้น
แม้ยังเป็เด็ก แต่ขณะนั้นพลังฝีมือทาคาโกะ นับว่ายอดเยี่ยมปรับพื้นฐานสำเร็จแล้ว จะอย่างไรเด็กตัวคนเดียว ไหนเลยสู้โจรสลัดร่วมร้อยได้ต่อสู้จนอ่อนแรง ที่สุดก็ถูกต้อนเข้าสู่มุมอับ
ชะตาทาคาโกะยังกล้าแข็งขณะนั้นเรือสินค้าตระกูลโยชิโอกะ ผ่านมาประสบพบเหตุประมุขตระกูลโยชิโอกะนำกำลังบุกช่วยเหลือ สังหารเหล่าโจรสลัดสิ้นท่านไม่เพียงช่วยเหลือนาง หากด้วยความสงสาร เพราะทราบว่าญาติสนิทถูกสังหารสิ้นแล้วท่านจึงรับนางเป็บุตรีบุญธรรมั้แ่บัดนั้น
นับจากวันนั้น นางก็อยู่ที่ตระกูลโยชิโอกะมาตลอด...
กระนั้นนางทราบดีว่า วันหนึ่งตระกูลมาเอดะ ต้องตามตัวนางกลับไป...
อีกประการ...นางทราบมาหลายปีแล้วว่า บัดนี้ตระกูลมาเอดะเข้าเป็บริวารของโอดะ โนบุนากะ
ไม่เพียงเท่านั้น สายสืบยังรายงานอีกว่า พี่ชายของนาง ‘มาเอดะ โทชิอิเอะ’เป็หนึ่งในขุนพลสนิทของโนบุนากะ!
โทชิอิเอะเห็นทาคาโกะนิ่งเงียบไป ยังพยายามเกลี้ยกล่อมอีก
“เ้ามีหลานสองคนแล้ว รู้หรือไม่ เมื่อต้นปีมัตสึเพิ่งคลอดลูกชายให้กับเรา”
ดวงตาทาคาโกะ พลันฉายแววปีติ อุทานด้วยความตื่นเต้น ระคนดีใจอย่างยิ่ง
ห้วงคำนึงหวนคิดถึง ความหลังอีกครั้ง...
มัตสึ ภรรยาของท่านพี่โทชิอิเอะ มีอายุน้อยกว่านางสามปีทั้งหมดเติบโตมาด้วยกัน มัตสึมีรูปร่างสันทัด เตี้ยกว่านางเล็กน้อยใบหน้าของมัตสึกลมมน สะสวยงดงามยิ่ง ทั้งยังร่าเริงแจ่มใสอยู่เป็นิจที่สำคัญใบหน้าของมัตสึ คล้ายประดับด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา
นางยังจำได้ดีว่ามัตสึเป็คนจิตใจดีอย่างยิ่ง ไม่ว่าเื่ใดหากช่วยเหลือได้จะคอยช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ใครที่ได้อยู่ใกล้มัตสึจะรู้สึกสบายใจอย่างไม่รู้ตัว
กระนั้นทาคาโกะก็ทราบดีว่า แท้จริงมัตสึเป็คนเข้มแข็งอย่างยิ่งเนื่องเพราะครอบครัวมัตสึ ก็ประสบภัยจากาของบรรดาไดเมียวแต่มัตสึกลับยังมีจิตใจโอบอ้อมอารี ผลกระทบจากาไม่อาจแปรเปลี่ยนความดีในตัวมัตสึได้
หลายปีก่อน ขณะทั้งหมดยังอยู่ในแคว้นโอวารินางกับมัตสึสนิทสนมกันราวพี่น้อง ทั้งหมดช่วยกันทำนา เก็บเกี่ยวข้าวอย่างสนุกสนานยามว่างก็ไปจับปลาเล่นน้ำในลำธาร เก็บเห็ดสมุนไพรในป่ามาปรุงอาหาร กลั่นปรุงเป็ยาชีวิตในตอนนั้นช่างเรียบง่าย งดงามราวความฝัน
ทว่าแม้จะนึกถึงอดีตอันอบอุ่น ซึ่งผ่านมาเนิ่นนานหากเมื่อทาคาโกะเหลียวไปยัง ร่างสลบไสลไม่ได้สติของโยชิอิโลหิตหลั่งไหลท่วมร่างแดงเถือก ห้วงความคิดของนางก็หวนกลับคืนสู่สภาพความเป็จริงเบื้องหน้า
อดีตอันโหยหาต้องเก็บซ่อนไว้ ในส่วนลึกของจิตใจเช่นเดิม...
ทาคาโกะสูดลมหายใจลึกยาว ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
แววตาแน่วนิ่ง ประสานสายตากับอีกฝ่าย กล่าวอย่างจริงจังว่า
“ให้เวลาข้า อีกสักระยะได้หรือไม่...”
สิ้นประโยค นางกำกระบี่ในมือมั่น ลอบผนึกลมปราณเตรียมรับการจู่โจมจากโทชิอิเอะ
ทว่ามาเอดะ โทชิอิเอะกลับทอดถอนใจชำเลืองมองโยชิอิแวบหนึ่ง ส่ายหน้าช้า ๆ เดินกลับไปยังม้าของตน ควบม้าเหยาะย่างจากไปอย่างเงียบงัน...