หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
ณ คาบเรียนวิชาการต่อสู้ของศาสตรจารย์ด้านการต่อสู้ [ฮอร์เนส] สุดยอดนักรบจากเผ่ามนุษย์มด
พวกเรานักเรียนปีหนึ่งรุ่นที่ 10 ต่างกำลังรวมตัวกันอยู่บนสนามหญ้าที่พึ่งถูกปรับปรุงขึ้นมาใหม่กันอยู่
นี่ถ้าไม่ใช่เป็เพราะฝีมือของฉันทำลายมันทิ้งไปในวันสอบวันแรก พวกเราคงไม่ได้ใช้สนามหญ้าใหม่ใสปิ้งแบบนี้กันหรอกนะดอง~
“อรุณสวัสดิ์ครับท่านฮอร์เนส! ”
“ไม่ต้องพิธีมาก เวลานั้นมีค่า มารีบเริ่มคาบเรียนกันเลยดีกว่า”
มดทหารระดับสูงตรงหน้ากำลังแผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา
เพียงแค่ชายตามองก็รับรู้ได้ถึงความกดดันอันน่ากลัว
เขาเป็บุรุษสูงสองเมตร มีผิวสีแดง อีกทั้งยังมีาแจำนวนมากบนร่างเพื่อตอกย้ำถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชนของเขา
เสื้อคลุมสีเทาที่โบกสะบัดไปตามสายลมพร้อมกับเผยชุดสูทสีดำข้างใต้นั้น ทำให้เขาดูน่าเกรงขามอย่างน่าประหลาด
“มีเผ่ามนุษย์มดอยู่แค่ประมาณห้าสิบคนเองหรือ? เอาเถอะ ไม่เกินตามความคาดหมายหรอก”
ศาสตรจารย์ฮอร์เนสยกง้าวเหล็กขนาดสองเมตรข้างตัวขึ้นสูงด้วยแขนแมลงเพียงข้างเดียวของเขา
ง้าวนั้นได้ถูกนำขึ้นมาวางพาดเอาไว้ที่บ่าของเขา
เสียงกระทบไหลที่ดังก้องนั้น ทำให้พวกเราทราบว่าง้าวนั้นมีน้ำหนักมากเพียงใด
สามารถยกง้าวที่หนักขนาดนั้นด้วยแขนเพียงข้างเดียวได้ เท่สุด ๆ ไปเลยดอง!
“อาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะถูกยัดความรู้พื้นฐานมาหมดแล้วสินะ? งั้นใครพอจะตอบให้ข้าชื่นใจได้หรือไม่ ว่าเอกลักษณ์ของแต่ละเผ่าคืออะไร? ”
เอกลักษณ์ของแต่ละเผ่า
[เผ่ามนุษย์] เผ่าที่มีความสมดุลมากที่สุดทั้งด้านพลังกายและมันสมอง
[เผ่าภูติ] มีจุดเด่นที่ตัวเล็ก บินได้ และเกิดมาพร้อมกับอวัยวะปีกภูติที่ทำให้สามารถใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวกลางกระตุ้นอย่างคฑาเวทมนตร์
[เผ่าั์] มีดีที่พลังกายและิัแกร่งประดุจเหล็กกล้า
[เผ่ามนุษย์นก] มีดีที่ความว่องไวและมีสัญชาตญาณเฉียบคม
เผ่าทั้งสี่นี้ ถึงจะมีรูปร่างกายภายนอกจะแตกต่างกัน แต่ถือว่ามีความเข้ากันได้ของ DNA อย่างน่าประหลาด
หนึ่งในความประหลาดของความเข้ากันได้ คือการที่เผ่าทั้งสี่สามารถให้กำเนิดลูกหลานข้ามสายพันธ์ุ
พวกเราไม่รู้ว่าทำไมเผ่าที่แตกต่างถึงมีความเข้ากันได้ของ DNA จนน่าใเช่นนี้
แต่ยังมีอยู่หนึ่งเผ่าที่ไม่สามารถให้กำเนิดข้ามเผ่าพันธุ์ได้
นั่นคือ [เผ่ามนุษย์มด]
พวกเขามีรูปร่างเหมือนมดที่ยืนสองขาได้ มีการแบ่งระบบชนชั้นภายในชัดเจนตามชาติกำเนิด
[มดทาส] มดแรงงานชนชั้นล่างสุดที่มีความสูงเพียงหนึ่งเมตร และยังเป็เพศหญิงทั้งหมด
[มดทหารเลว] มีเขี้ยวที่แหลมคม มีพลังขาแข็งแรง และมีความสูงถึงหนึ่งเมตรครึ่ง
[มดทหารระดับสูง] มีความสูงเฉลี่ยที่สองเมตร เป็ระดับที่มีปีกเพิ่มเข้ามา สามารถบินบนท้องฟ้าได้ระดับหนึ่ง
[มดระดับองครักษ์] พวกนี้คือตัวอันตราย เพราะจะมีแขนที่คมกริบราวกับใบมีดเพิ่มเข้ามา แถมยังมีเขี้ยวยาวถึงหนึ่งเมตร และตัวสูงใหญ่ถึงสามเมตร
และสุดท้าย [มดระดับองค์ราชินี] มีร่างกายมีขนาดใหญ่สี่เมตร ถึงจะไม่มีปีก ไม่มีคมเขี้ยว ไม่มีพลังกายที่แข็งแรง แต่เธอคือตัวตนผู้นำสูงสุดของเผ่ามนุษย์มด ที่จะมีตัวตนเพียงหนึ่งเดียวต่อหนึ่งอาณาจักรเท่านั้น
ว่ากันว่าราชินีสามารถให้กำเนิดลูกหลานออกมาเป็นับหมื่นคนเพื่อสร้างเป็อาณาจักรของตนเอง โดยมี [ขุนพล] เป็คู่ครองเพียงหนึ่งเดียว
พวกเขาเป็เผ่าที่ไม่ยอมอยู่ใต้การปกครองหรือรับคำสั่งจากเผ่าอื่น ดังนั้นเผ่ามนุษย์มดส่วนใหญ่จึงไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองคริสตัลซิตี้นี้
ด้วยสาเหตุด้านประชากร จึงทำให้พวกเขาคือกลุ่มแรกที่ริเริ่มในการบุกเบิกทวีปใหม่เพื่อหาถิ่นที่อยู่และทรัพยากรณ์เพิ่ม
หากพูดในแง่ดี มันคือการค้นหาความเป็ไปได้ในใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาด้านประชากรล้นทวีปของเผ่าพวกเขา
แต่หากพูดในแง่ร้าย มันคือการบุกรุกดินแดนอื่นของทวีปอย่างเห็นได้ชัด
ถึงปัจจุบันพวกเรายังไม่พบชนเผ่าท้องถิ่นในที่ทวีปใหม่ก็ตาม แต่การบุกรุกก็คือการบุกรุก ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการถกเถียงเป็ประเด็นว่าพวกเราทำถูกต้องแล้วหรือเปล่า?
“ผมจำได้เท่านี้ครับ”
“เหมือนตอนท้ายจะตอบนอกประเด็นไปหน่อย…แต่เอาเป็ว่าถูกต้อง เ้าชื่อโฮปสินะ? ข้าหวังว่าฝีมือของเ้าจะเก่งพอกับความรู้ที่เ้ามีนะ”
ศาสตราจารย์ฮอร์เนสใช้แขนที่ว่างอยู่อีกสามข้างชี้ไปที่ป่าด้านหลัง
"วิชาการฝึกในอาทิตย์นี้เป็ตามที่บอกเอาไว้ในตารางเรียน พวกเ้าจะต้องเข้าไปเอาตัวรอดในป่าข้างหลังให้ได้อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ จงจับกลุ่มอย่างน้อยห้าคนขึ้นไป พวกเ้าต้องคำนึงถึงความสมดุลของกลุ่ม เพื่อการเอาตัวรอดครั้งนี้จะมีการให้คะแนนจากหลายปัจจัยด้วยกัน"
หลังจากที่ฟังโฮปตอบคำถามเสร็จ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ฉันรอคอยเสียทีดอง
นั่นคือการฝึกซ้อมภาคสนามของจริง!
ไม่ใช่วิชาเรียนน่าเบื่อภาคทฤษฎีแบบนั้น แต่เป็การฝึกของจริง~
"ภายในป่าจะมีหุ่นยนต์กับโกเลมสัตว์ร้ายที่ใช้ฝึกซ้อมกระจายอยู่ ถึงจะไม่เป็อันตรายต่อชีวิต แต่ถ้าโดนโจมตีทำร้ายโดยที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ก็อาจจะถูกจับตกให้ไปเข้าแผนกอื่นได้เช่นกันนะ"
ศาสตราจารย์ฮอร์เนสชำเลืองมาทางฉันพร้อมกับแผ่ออร่าที่ชั่วร้ายออกมา
ทำไมจ้องมาทางฉันแบบนั้นละ? … หรือว่าอาจารย์จะรู้ว่าฉันเป็ตัวสำรอง!?
แบบนี้คงต้องพยายามหน่อยแล้วดอง
"มาจับกลุ่มกันเถอะพรุน! "
"ค่ะ"
เอาละตอนนี้ทีมของพวกเรามีสองคนแล้ว
แต่ว่าฉันไม่สามารถหาคนเพิ่มได้นี่สิดอง
พอฉันเบือนสายตาไปทางไหน ก็มีแต่คนรีบหันหลังหนี
ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของเ้าปีศาจตามข่าวลือที่พวกเราไปเจอเมื่อคืนของอาทิตย์ที่แล้ว
เนื่องจากพวกเราไม่มีหลักฐานว่าเจอมันจริง พวกเราเลยกลายเป็กลุ่มเด็กเ้าปัญหาที่กล้าทำลายห้องจารึกเกียรติยศไปแทนซะอย่างงั้น
เพราะแบบนี้เลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาจับกลุ่มกับพวกเรา
"แบบนี้ดูท่าจะแย่นะคะ"
"ไม่เป็ไร ฉันมีแผนรับมืออยู่แล้วดอง! "
เพราะคิดเอาไว้ว่าต้องเจอแบบนี้ ฉันเลยเตรียมแผนการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
ซึ่งเหยื่อที่ต้องสังเวยให้กับแผนการของฉันก็คือ~
"โฮป เยลโล่ ช่วยมาร่วมกลุ่มกับฉันหน่อยสิ! "
คือเ้าหนุ่มที่กำลังทำสีหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้า
"ไม่…"
ปฏิเสธทันทีเลยเรอะ!
แต่เป็ปกติของผู้คนที่จะเมินเฉยและตัดทิ้งพวกแปลกแยกอย่างพวกฉัน
ถ้าหากยอมถอดแว่นแล้วเปิดเผยตัวจริงทุกอย่างคงง่ายขึ้น
แต่แบบนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉัน้า
ดังนั้น ฉันจึงต้องใช้แผนร้าย!
"ฮึก… ฮือ… ไม่มีคนยอมร่วมทีมกับฉันเลย~ โฮป เยลโล่ พวกนายเป็เพื่อนของฉัน...ใช่ไหม? "
ด้วยการบีบน้ำตาหลอกให้พวกหนุ่ม ๆ ใจอ่อนยังไงละดอง!
***เ้าหนุ่มยาจก [โฮป]
"ฮึก… ฮือ… ไม่มีคนยอมร่วมทีมกับฉันเลย~ โฮป เยลโล่ พวกนายเป็เพื่อนของฉัน...ใช่ไหม? "
พระเ้าช่วยกล้วยทอด
อย่ามาร้องไห้แบบนี้สิ...
ทุกคนเขาหันมารุมจับจ้องพวกเราเป็สายตาเดียวกันแล้วนะ
"แง~"
หยาดน้ำตาที่งดงามได้หลั่งไหลลงผ่านหลังแผ่นเลนส์หนา
ดวงตาสีดำราวกับอัญมณีกำลังปริ่มไปด้วยของเหลวสีใส
ภาพของสาวน้อยลูกครึ่งภูติผมสีเขียวสดใสและมีปีกโปรงแสงราวนางฟ้าที่กำลังร้องไห้นั้น ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่อยากจะปกป้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ขี้โกง…
"ก็ได้ ผมร่วมทีมกับเธอก็ได้…"
"ใช่ ๆ อย่าร้องไห้เลยนะปิว…"
ผมยื่นมือเข้าไปหมายที่จะลูบหัวเพื่อปลอบโยนเธอ
ในตอนนั้นเอง---
"เพิ่มมาสองตำแหน่ง! พรุน ฉันจีบนิ้วมือของเ้าพวกนี้เอาไว้แล้ว รีบประทับลงบนเครื่องแสกนเลยเลยดอง! "
"รับทราบค่ะ… เรียบร้อย ฉันลงทะเบียนลงระบบให้แล้วค่ะ"
แม่สาวเผ่าั์กำลังกดมือถือของเธออย่างรวดเร็วโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
ภาพที่ส่องแสงออกมาจากลูกปัดข้อมือของเธอ กำลังแสดงชื่อของผมกับเ้าเยลโล่อยู่อย่างเด่นชัด
หรือว่าเมื่อกี้ยัยนี่จะ…
"นี่เธอแกล้งร้องไห้หรอกเรอะ!? "
"เค้าร้องไห้จริง ๆ นะเออ~"
เธอพูดด้วยสีหน้าชื่นบานราวกับการร้องไห้เมื่อกี้นี้เป็เพียงแค่ภาพมายา
"ฝากด้วยนะ เดียวฉันจะไป [ลากคอ] คนมาเข้าทีมเพิ่มอีกดอง"
ยัยภูติตัวแสบพูดด้วยรอยยิ้มของมารร้าย ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
หายตัวไปก่อนที่ผมจะได้ทันอ้าปากด่า...
"ใช้น้ำตาหลอกมาได้อีกสองคนแล้วดอง! "
"เร็วเวอร์! "
แถมยังกลับมาเร็วปานพายุอีก… เออ ช่วยไม่ได้ ตามใจยัยนี่หน่อยก็แล้วกัน...
คนที่ยั่ยนี่ลากคอมานั้น เป็เผ่ามนุษย์มดผิวสีแดงสูงหนึ่งเมตรเพศหญิง กับเผ่ามนุษย์นกที่มีขนสีขาว มีใบหน้ากับดวงตาที่คมราวกับเหยี่ยว และไว้ผมยาวสีแดงสวยทอประกายแสง
"ผมชื่อไฮเจนซันไฟล์ นี่คือนามที่ได้รับมาจากท่านพ่อโซเดียมกับท่านแม่ไฮเจน เป็คนที่รักความสะอาดและเกลียดเืที่สุด ฝากตัวด้วยครับ"
เผ่ามนุษย์นกโค้งตัวพร้อมกับกางปีกออกกว้างด้วยทวงท่าที่สง่างาม
"ฉันชื่อแฟต ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ที่ตั้งชื่อให้ตัวเองแบบนี้ เป็เพราะว่ามีเป้าหมายในอนาคต้าจะสังหาร [ราชินีแฟต] แล้วยึดเอาคุณพ่อมาเป็ของตัวเองค่ะ เป็การขึ้นยึดอำนาจแทนแบบเนียน ๆ ค่ะ หุ หุ หุ"
ส่วนยัยมนุษย์มดตัวจิ๋วที่สวมสูทสีดำคนนี้ กำลังแนะนำตัวด้วยเื่น่ากลัวออกมาได้อย่างน่าตาเฉย
"เท่านี้ก็ครบห้า… ไม่สิ หกคนแล้วดอง! "
ยัยลี่ชูมือขึ้นท้องฟ้าราวกับว่าได้รับชัยชนะบางอย่างมา
ผมหันไปมองเพื่อนร่วมทีมอีกครั้ง
ภูติตัวเล็ก [เยลโล่] ชายที่มีหูตากว้างไกล แต่ต่อสู้ไม่เป็
เผ่าั์ [พรุน] เด็กซิวจากแผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์
เผ่ามนุษย์มด [แฟต] สตรีที่มีความคิดอยากจะปลงพระชนม์ราชินีตัวเอง
เผ่ามนุษย์นก [ไฮเจนซันไฟล์] ที่ดูเ้าสำอาง
และสุดท้าย สุดยอดยัยตัวปัญหาประจำรุ่น [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
ด้วยทีมนี้ จะนำพาอนาคตอันสดใสของนักเรียนโควต้ามาให้ผมได้… มันก็แปลกแล้วเฟ้ย!
ไม่สิ... อย่าพึ่งตีโพยตีพายสิโฮป!
ไม่แน่ว่าเ้าพวกนี้อาจจะเป็เสือซ่อนเล็บมากกว่าที่คิดก็เป็ได้
ผ่านไปสองชั่วโมงหลังจากเข้ามาในป่ากว้าง~
“พบเป้าหมายแรก อสูรโกเลม [อาปริบเนล] แล้วดอง! ”
“จะไหวเรอะ…”
สัตว์ในระบบนิเวศของโลกใบนี้ถูกแบ่งออกเป็สองหมวดใหญ่ ๆ
[สัตว์] คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีภัยอันตราย หรือมีอันตรายน้อยมาก
[อสูร, มอนสเตอร์, สัตว์อสูร, ปีศาจ] ถึงวิธีการเรียนจะแตกต่างออกไปตามค่านิยมของแต่ละเผ่าและรายบุคคล แต่พวกมันคือสัตว์ประเภทที่มีภัยอันตรายสูง
อย่างเช่น [ั] หรือ [เบฮีมอธ] พวกมันจะถูกจัดว่าเป็สัตว์จำพวกอสูรที่มีภัยอันตรายสูงสุดของทวีปนี้
[อาชนาริบ] เองก็ถือว่าเป็พวกอสูรเช่นกัน
[อาชนาริบ] หรือในอีกชื่อหนึ่งที่เข้าใจง่ายว่า [ฝูงหมาปิรันย่าบก]
พวกมันคือฝูงของสัตว์ร้ายที่มีกรามคล้ายหมาป่า มีดวงตากลมโตเหมือนสัตว์จำพวกปลา และมีหางเป็ครีบยาว
พวกมันวิ่งด้วยสองขา และยังสามารถบินระยะต่ำได้ด้วยปีกค้างคาวที่ติดอยู่ข้างลำตัว
ขนาดตัวของพวกมันจะเท่าประมาณลูกหมาตัวเล็กเท่านั้น
แต่อย่างให้ขนาดตัวของพวกมันหลอกตาได้ เพราะความน่ากลัวของพวกมันคือจำนวน
พวกมันไม่เคยออกล่าเหยื่อตัวเดียว และมักเคลื่อนไหวไปกันเป็ฝูงใหญ่
หนึ่งฝูงต้องมีอย่างน้อยห้าสิบตัวขึ้นไป
พวกมันเป็สัตว์กินเนื้อที่ดุร้าย แม้แต่ลูกัหรือลูกเบฮีมอธก็ยังสามารถตกเป็เหยื่อของพวกมันได้ถ้าประมาท
จุดอ่อนของพวกมันคือนิสัยที่ขี้ขลาดตาขาว
เมื่อไหรก็ตามที่พวกมันตัดสินใจว่าศัตรูแข็งแกร่งกว่า หรือดูเป็อันตรายต่อชีวิตของพวกมัน พวกมันก็จะพร้อมใจกันวิ่งหนีไปเองโดยไม่ลองพยายามต่อสู้หรือออกล่า
แน่นอนว่าในป่าสำหรับฝึกเด็กนักเรียนมันไม่มีตัวอันตรายของจริงอยู่หรอก
หากสังเกตให้ดี ก็จะรู้ได้ทันทีว่าพวกมันประกอบขึ้นมาจากดิน เป็โกเลมที่สร้างมาให้ใกล้เคียงกับของจริงเพื่อการฝึกซ้อมเท่านั้น
ฝูงหมาปิรันย่าบกตรงหน้าพวกเรามีราวหนึ่งร้อยตัวได้
เป็จำนวนที่ไม่ควรไปอาจหาญท้าสู้ ถ้าหากว่าไม่คิดวางแผน---
“ขอฉันเริ่มก่อนเลยนะคะ”
---ถ้าหากว่าไม่คิดวางแผนให้ดีก่อน…
จะรีบไปไหน!
สาวเผ่าั์กล่าวด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย พร้อมกับเดินออกไปจากพุ่มหญ้าอย่างไร้ซึ่งความยำเกรง
ฝูงปลาที่น่ากลัวตรงหน้าต่างหันมาจับจ้องเธอเป็สายตาเดียวกัน
*กร๊อกกก*
เสียงข่มขู่ที่น่ากลัวได้ดังลอดผ่านเขี้ยวที่แยกปรากฏตรงหน้า
“ฉัน [พรุน] จะขอแสดงวิชาอาคมที่ฝึกฝนมาให้เป็ที่ประจักษ์แก่ทุกคนเองค่ะ”
พรุน เผ่าั์ได้แสดงแหวนเหล็กที่สวมอยู่บนนิ้วชี้ขวาออกมาให้เห็น
มันคือหนึ่งในรูปแบบของตัวกระตุ้นใช้อำนาจเวทมนตร์ที่เลียนแบบอวัยวะปีกของเผ่าภูติ
“ข้าขอสาปแช่งเ้า! ”
ยัยพรุนะโเสียงดังพร้อมกับกำหมัดเหวี่ยงใส่หนึ่งในโกเล็มที่พุ่งเข้าใส่
เ้าโกเล็มผู้น่าสงสารตัวนั้นได้ปลิวลอยหายไปที่เส้นขอบฟ้าในทันที
“...และนั่นคือเวทสายลมที่จะปัดเป่าศัตรูให้ปลิวหายไปค่ะ”
แบบนี้ก็ได้เรอะ!?
“เห้ย ๆ ศัตรูเริ่มกรูกันเข้ามาแล้ว ทุกคนรีบเตรียมต่อสู้เร็ว! ”
ดูเหมือนว่าการท้าทายของพรุนเมื่อกี้จะยังไม่สามารถสร้างความหวาดกลัวให้พวกมันได้
ดังนั้นพวกมันจึงพร้อมใจกันกระโจนเข้าโจมตีใส่พวกเราจากทุกทิศทุกทาง
ผมรีบชักปืนสำหรับฝึกซ้อมขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วกราดยิงใส่พวกมันอย่างรวดเร็ว
เล็งไปที่แกนกลางของมันอย่างแม่นยำโดยไม่มีพลาดแม้แต่นัดเดียว
หนึ่งตัว สองตัว สามตัว…
ทำไมมีตรูต่อสู้อยู่คนเดียวฟะ!
“พวกนายมัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ช่วยสู้เลยละ!? ”
“ไม่เอา เดียวตัวเปื้อนหมด”
นั่นคือคำตอบจากไฮเจนซันไฟล์ที่กำลังบินหนีอยู่บนท้องฟ้ากว้าง
ส่วนยัยมนุษย์มดที่ชื่อแฟตนั้น ดูเหมือนว่าจะขุดดินหนีหายตัวไปแล้ว…
ส่วนเ้าเยลโล่นะหรือ
“โฮปสู้ ๆ โฮปสู้ตาย สู้ตาย ไว้ลาย สู้ ๆ! ปิว~”
กำลังบินพร้อมกับส่งเสียงเชียร์มาจากบนฟ้าอยู่…
ผมหันไปมองที่ทางด้านขวาของตัวเอง
“โอมมะลึกดุกดิก ข้าแต่พระเ้าทั้งสาม จงมอบอำนาจวิเศษ เพื่อถูกสาปพวกมัน คำสาปสายลม! ”
สตรีเผ่าั์ยังคงใช้แหวนเวทมนตร์ในการแทนสนับมือบดขยี้ศัตรูด้วยหมัดต่อไป
แถมก่อนจะออกหมัดนั้น เธอต้องพึมพำราวกับพยายามจะร่ายเวทมนตร์ที่ไม่มีอยู่จริงออกมา เลยทำให้การโจมตีแต่ละครั้งเชื่องช้าจนน่าใ
จอมเวทสายสมองกล้ามหรือยังไงฟะ...
ได้โปรดกรุณาทิ้งแหวนแล้วหันไปใช้ดาบหรือง้าวแทนจะเป็พระคุณมากเลยครับท่าน
ไม่สิ ยังเหลือความหวังสุดท้ายอยู่!
ยัยลี่ เ้าเด็กสวมแว่นหนาที่สามารถทำลายโรงเรียนได้อย่างหน้าตาเฉยคนนั้นยังไงละ!
“ลี่ เธอรีบร่ายเวท---”
“ฮึย~ ยะ~ ตรีศูลมันหนักจังดอง~”
“---เวท…”
สตรีลูกครึ่งเผ่ามนุษย์ภูติที่ควรบินขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วสาดเวทมนตร์ในการสนับสนุนโจมตีลงมา กลับกำลังออกมายืนอยู่แนวหน้าพร้อมกับถือตรีศูลที่ไม่เข้ากับขนาดตัวของเธอ
แม้แต่จะเหวี่ยงออกไปตรงหน้าก็ยังทำไม่ได้
“ยกไม่ขึ้นดอง~”
“จงถูกสาป! ”
“สู้ตายไว้ลายสู้ ๆ! ปิว~”
“สู้กันเบา ๆ หน่อย เศษดินมันกระเด็นมาเปื้อนผมหมดแล้วนะ! ”
“นี่ ข้างบนยังสู้กันไม่เสร็จอีกหรือคะ? ฉันสามารถมุดกลับขึ้นไปได้หรือยังคะ? ”
พอมองเ้าพวกนี้แล้ว ผมก็เริ่มมานั่งคิดนะ
ทำไมผมถึงได้ซวยแบบนี้กันฟระ!
ผมทำได้เพียงแต่ครวญครางทั้งน้ำตาออกมาเช่นนั้น
***ในเวลาเดียวกัน
ณ ห้องประชุมขนาดเล็กในอาคารหอประชุมรูปไข่ใจกลางโรงเรียน
"ข่าวลือเื่ [ปีศาจ] สงบไปหรือยังแอปเปิล"
"ภาพหลักฐานถูกเก็บขึ้นมาหมดแล้ว หลักฐานเขี้ยวในที่เกิดเหตุก็เก็บมาแล้ว ว่าแต่เ้าแน่ใจแล้วหรือ? แบบนี้ทุกคนจะมองว่าคนที่พังห้องเก็บจารึกเป็ลูกของเ้านะ"
"หากว่ายังไม่แน่ใจถึงความจริง พวกเราไม่ควรทำให้นักเรียนตื่นตระหนกอย่างไร้เหตุผล อีกอย่าง เื่แค่นี้ไม่ะเืลูกสาวข้าหรอก รวมไปถึงลูกของเอสเทอนั่นด้วย"
“อย่าไปคิดแทนลูกสาวของตัวเองหรือของเพื่อนแบบนั้นสิฟะบานา”
ห้องประชุมบุผ้าเก็บเสียงขนาดเล็กแห่งนี้ มีคนนั่งอยู่เพียงสองคนเท่านั้น
ผู้อำนวยการแผนกการทหาร [บานา] กับ ศาสตราจารย์ [แอปเปิล]
"แล้วเก็บซากของมันมาได้หรือเปล่า? "
"ได้แค่เขี้ยวของมันเท่านั้น"
แอปเปิ้ลโยนเขี้ยวสีขาวขนาดหนึ่งนิ้วชี้ลงมาวางบนโต๊ะ
"ผอ.ยะมะโตะตรวจสอบให้แล้ว มันไม่ตรงกับเขี้ยวของสัตว์อสูรตัวใดในทวีปนี้ DNA เองก็ไม่ตรงกับของสิ่งมีชีวิตที่มีบันทึกเอาไว้ด้วย"
"ถ้าอย่างงั้นคงตีความได้อย่างเดียวแล้วสินะ"
บานากอดอกอย่างใจเย็น ราวกับว่าคาดการเอาไว้อยู่แล้ว
"ใช่แล้ว มันมาจากอีกทวีป มาจากดินแดนที่พวกเรากำลังบุกเบิกนั่นละ และเ้าตัวที่เราไม่รู้จักนั้น มันได้มาอยู่ในโรงเรียนของพวกเราแล้ว"