The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่126 บุกดันเจี้ยน29 (ความจริงของระบบเลเวลที่ไม่เคยรู้)

              “เลเวลไม่เพิ่มขึ้นงั้นหรอ?…”

              เรเวลเดินมาเก็บดรอปไอเท็มของสัตว์ปีศาจใส่ถุงเวทมนตร์

              “ทำไมกันล่ะ?”

              เซเลน่าเองก็สงสัยไม่แพ้กัน

              ทั้งเขาและเธอหันไปมองทางเซซิเลียกับรูอัน

              

              “ท่านเซซิเลียครับ..ผมไม่ใช่สายโจมตีนะครับ…ยื้อไว้นานคงไม่ได้แน่”

              รูอันพยายามยิงเวทมนตร์ปกติใส่สกูร์ชิพไปเรื่อยๆ เพื่อไล่ต้อนสัตว์ปีศาจซึ่งวิ่งไต่และกระโดดไปมาระหว่างผนังคล้ายถ้ำกับเพดาน

              การโจมตีด้วยใบมีดสายลมธรรมดาไม่โดนสกูร์ชิพแม้แต่น้อยหรือต่อให้โดนก็ทำอะไรมันไม่ได้อยู่ดี

              แต่ทว่าจุดประสงค์ของเซซิเลียไม่ใช่การให้รูอันกำจัดมัน

              “ยื้อไว้อีกนิดค่ะ”      

              ‘เวทพืช-อาเคนช็อต'

              เกิดคันธนูแห่งแสงขึ้นที่มือซ้ายของเซซิเลีย

              เซซิเลียใช้มือขวาจับสายธนูแล้วง้างจนสุด จากนั้นมีลูกธนูแห่งแสงปรากฎขึ้นระหว่างหว่างสายธนูกับคันธนู 

              คันธนูมีรูปทรง แต่ไม่มีมวล เป็นเพียงแค่ก้อนพลังเวทสีทองบางๆรวมตัวกันเท่านั้น ส่วนลูกธนูก็เป็นกลุ่มก้อนพลังเวทที่มีแสงสีเขียวเข้มข้นอัดแน่นอยู่ 

              หลังง้างสายธนูเสร็จเรียบร้อย อาร์ติเฟกซ์แบบแว่นตาข้างเดียวที่ตาซ้ายของเซซิเลีย ก็มีเป้าล็อควงกลมคาดกับเครื่องหมายบวกแสดงผลที่เลนส์แว่นตาอยู่ โดยเครื่องหมายเหล่านั้นพยายามขยับเขยื้อนเพื่อจับตำแหน่งของสกูร์ชิพให้อยู่ภายในเป้าวงกลม แต่ก็จับไม่ได้สักที เพราะสกูร์ชิพกระโดดไปมาด้วยความเร็วที่สูงมากๆ 

              ‘เวทพืช-โถแห่งอโรม่า’

              เซซิเลียร่ายสกิลใหม่อีกอันหนึ่ง

              เกิดโถทรงถ้วยคล้ายแจกันอ้วนๆผุดขึ้นมา บริเวณรอบๆและฐานแจกันมีดอกไม้และกิ่งไม้เล็กๆค้ำจุนไว้อยู่ 

              ลวดลายของโถแจกันเป็นลายดอกไม้กับลายกิ่งไม้ไขว้สลับกันคล้ายแกะสลักโดยช่างฝีมืออย่างปราณีต 

              นอกจากนี้ปากแจกันยังปล่อยควันสีแดง สีฟ้า สีเหลือง และสีม่วงสลับกัน แถมมีกลิ่นหอมยั่วยวนสุดๆ 

              ทันทีที่ โถอโรม่า สร้างเสร็จก็ส่องแสงสีรุ้งสว่างวาบขึ้นมา

              สกูร์ชิพมีปฎิกิริยาต่อสิ่งนั้นทันที 

              “กรรรร..”

              มันพุ่งเข้ามาโจมตีโถลายดอกไม้ที่ปล่อยกลิ่นหอมและแสงยั่วยวนใจ 

              ‘แพล้งงง..’

              โถกระเบื้องแตกกระจาย แล้วกลายเป็นเศษพลังเวทในพริบตา

              'เสร็จล่ะ'

              เป้าวงกลมคาดกับเครื่องหมายบวกจับล็อคตำแหน่งของสกูร์ชิพได้ทันที เครื่องหมายทั้งสองอย่างเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและมีเสียงเตือนดัง ติ๊ดๆๆ ออกมา 

              เซซิเลียปล่อยสายธนู

              ลูกธนูเวทมนตร์สีเขียวพุ่งออกไป

              “กรรร…”

              สกูร์ชิพหันมาอ้าปากแล้วพ่นลำแสงทำลายล้างใส่ 

              ลูกธนูเลี้ยวหลบการโจมตีนั้น แล้วพุ่งเข้าไปหาเป้าหมาย

              “!”

              สกูร์ชิพกระโดดหลบขึ้นไปด้านบน แต่ลูกธนูก็เลี้ยวขึ้นตาม 

              สกูร์ชิพอ้าปากอีกครั้งแล้วพ่นกรดเมือกสีเขียวใส่ 

              แต่ลูกธนูเลี้ยวหลบได้หมดและยังคงตามต่อไป 

              เซซิเลียที่อยู่บนพื้น พยายามหลบกรดสีเขียวที่พ่นลงมากัดกร่อนพื้นจนละลาย

              ส่วนรูอันนั้นไม่ตกเป็นเป้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเขาอยู่ภายในกรงคล้ายกรงนกที่ทำจากกิ่งไม้สีทองและมีดอกไม้ประดับอยู่โดยรอบคอยสร้างม่านไอหมอกจางๆ

              สกิล <ฟลาวเวอร์ปริ้นเซสเคส> หรือ ถ้าแปลตามภาษาศักดิ์สิทธิ์ก็คือ กรงเจ้าหญิงดอกไม้ 

              ความสามารถของสกิลนี้คือ จะทำให้พันธมิตร1คนที่อยู่ภายในกรง ไม่ตกเป็นเป้าหมายใดๆของศัตรู รวมทั้งรอดพ้นจากการมองเห็นและการตรวจจับทุกประการ แต่มีขีดจำกัดอยู่คือไม่สามารถพรางตัวจากผู้ถือครองอาร์ติกเฟกซ์ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะที่พวกเขากำลังสู้อยู่ไม่ใช่มนุษย์ แต่คือสัตว์ปีศาจยังไงล่ะ

              เซซิเลียสั่งให้รูอันไปอยู่นอกระยะการต่อสู้ แล้วสร้างกรงนี้ครอบเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของสกูร์ชิพ

              ส่วนหน้าที่ของรูอันก็มีเพียงหนึ่งเดียว คือ สนับสนุนและทำตามที่เซซิเลียสั่ง โดยคอยโจมตีสกูร์ชิพไปเรื่อยๆด้วยเวทมนตร์ปกติ เพื่อไม่ให้มันเข้ามาประชิดตัวเธอได้ 

              และจังหวะนั้นเธอก็ใช้สกิล <โถแห่งอโร่ม่า> เพื่อล่อมันมาตรงจุดที่กำหนด แล้วยิง <อาเคนช็อต> ใส่

              ความจริงแล้ว <อาเคนช็อต> คือสกิลยิงติดตามที่จำเป็นต้องล็อคเป้าให้ได้ก่อน โดยมีเลนส์อาร์ติเฟกซ์แว่นตาเป็นสโคป 

              ความยากที่สุดก็คือตรงนี้แหละ เพราะหากศัตรูไม่ใช่เป้านิ่งการจะล็อคเป้าหมายนั้นทำได้ยากยิ่ง แต่หากทำได้แล้วล่ะก็…ยังไงก็โดน100% 

              สกูร์ชิพที่ร้อนใจพยายามใช้พลังเวทเหาะหนีกลางอากาศ แล้วโจมตีใส่ลูกธนูสีเขียวไปเรื่อยๆ ส่วนลูกธนูก็เลี้ยวหลบไปมา แล้วติดตามเป้าหมายต่อไป

              ซึ่งสุดท้ายความเร็วของลูกธนูก็เร็วกว่าความเร็วในการหนีของสกูร์ชิพอยู่ดี จนตามทันในที่สุด

              ‘ปิ้ววววววว….บึ้มมมมมมมมมม’

              เกิดระเบิดกลางอากาศคล้ายจุดประทัด 

              กระดูกซี่โครงและเขาสีดำของสกูร์ชิพเริ่มเกิดรอยร้าว

              คันธนูสีทองของเซซิเลียค่อยๆสลายหายไป เพื่อรอการร่ายสกิลใหม่อีกครั้ง

              ‘วินเบลด’

              รูอันยิงเวทมนตร์ปกติต่อเหมือนเดิม เกิดคมมีดสายลมพุ่งเข้าไปหาสกูร์ชิพเรื่อยๆ

              สกูร์ชิพหลบแล้วกลับตัวกลางอากาศเข้าไปเกาะผนังดันเจี้ยนอีกครั้ง เพื่อหาจังหวะโจมตีเซซิเลียต่อ แต่เพราะการโจมตีของรูอันคอยก่อกวนจากตำแหน่งที่ระบุไม่ได้ แม้การโจมตีนี้จะทำอะไรมันไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับสกูร์ชิพแล้วถือว่าน่ารำคาญพอสมควร 

              ‘เวทพืช-อาเคนช็อต’

              เกิดคันธนูสีทองขึ้นอีกครั้ง

              ‘เวทพืช-โถแห่งอโร่ม่า’

              เกิดโถอโร่ม่าผุดขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกัน 

              สกูร์ชิพเพ่งสายตาไปที่โถอโรม่า

              เซซิเลียเตรียมง้างสายธนู

              “เอ๊ะ!..” 

              จังหวะนั้นเองเซเลน่ากับเรเวลก็พุ่งเข้ามาจัดการสกูร์ชิพที่ไต่อยู่บนผนังพร้อมกัน

              เซเลน่าชกไปที่ข้างลำตัวด้านขวาของสกูร์ชิพ ส่วนเรเวลใช้หอกฟันจากด้านซ้าย

              การโจมตีของทั้งคู่ประกบกันแบบแซนวินทันที โดยมีสกูร์ชิพอยู่ตรงกลาง

              ‘เวทไฟ-อิมแพคพันซ์’ / ‘เวทไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’

              ‘ปักกกกก….ฉับบบบบบ…..บึ้มมม..’

              สกูร์ชิพแยกส่วนออกจากกันแล้วกระจายออกเป็นเสี่ยงๆทันที 

              ชิ้นส่วนโครงกระดูกอื่นๆกลายเป็นควันสีดำแล้วค่อยๆสลายหายไป เหลือแต่เพียงดรอปไอเท็มคล้ายใบมีดสามเหลี่ยมสีเทาร่วงลงสู่พื้น

              ---------

              →ดรอปไอเท็ม [ฟันของสกูร์ชิพ]

              Rare 1

              --------

              เรเวลกับเซเลน่าคลายแอเรียล แล้วร่อนลงสู่พื้น

              “ดรอปไอเท็มพวกนี้มันทำอะไรได้บ้างเนี่ย..นอกจากเอาไปขายทำเงินบนพื้น”

              เรเวลเก็บดรอปไอเท็มใส่ถุงเวทมนตร์ และตอนนั้นเองมีข้อความบางอย่างปรากฎขึ้นในทัศนวิสัยของทั้ง4คน 

              ------------------------

              เรเวล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘36 → 47’

              ‘HP +44,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------

              รูอัน เอิร์สเปล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘36 → 47’

              ‘HP +55,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------ 

              เซเลน่า รีเซล เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘36 → 47’

              ‘HP +44,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------  

              เซซิเลีย แคทเทอรีน เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘36 → 47’

              ‘HP +44,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------  

              “ว้าววว…เลเวลเพิ่มขึ้นตั้งขนาดนี้เลยหรอ..”

              เซเลน่าแววตาเป็นประกาย มองข้อความตัวอักษรที่ปรากฎขึ้น

              “นั่นสินะคะ..เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเลย..ตั้ง11เลเวลแหน่ะ”

              เซซิเลียเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

              “เท่านี้สเตตัสที่แท้จริงของพวกเราก็เข้าใกล้เลเวล50ขึ้นมากแล้วนะครับ และเมื่อรวมกับบัพเลเวลบูสต์เข้าไปแล้วล่ะก็ พวกเราจะมีสเตตัสชั่วคราวอยู่ที่เลเวล57 ซึ่งคงเหนือกว่าสัตว์ปีศาจในชั้นนี้น่าจะทั้งหมด ทำให้หลังจากนี้น่าจะลุยกันได้สบายขึ้นแล้วล่ะครับ” 

              รูอันกล่าวความเห็นของตนออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้าดีอกดีใจ ส่วนเซซิเลียก็คลายกรงที่ครอบรูอันอยู่ ทำให้เขาสามารถวิ่งเข้ามาเกาะกลุ่มกับคนอื่นๆได้

              “อืมนั่นสินะ..นายพูดถูก”

              เรเวลกล่าวออกมาแล้วทำสีหน้าครุ่นคิด

              สกูร์ชิพมีเลเวลอยู่ที่ 52 การโค่นครั้งแรกเรามีสเตตัสแท้จริงอยู่ที่เลเวล30 เมื่อโค่น1ตัวจะได้เพิ่มมา6เลเวล

              แต่เมื่อโค่นครั้งที่สองตอนเราเลเวล36 เราโค่น3ตัว ก็ได้เพิ่มมาอีก11เลเวล ถ้าคิดแบบหยาบๆก็ตกตัวละประมาณ3-4ลเวล แสดงให้เห็นว่าการไต่ระดับยากขึ้นตามลำดับ

              นอกจากนี้ยังมีความจริงที่เราเพิ่งค้นพบอีกอย่างด้วย 

              ก่อนหน้านี้ตัวเรากับเซเลน่ากำจัดสกูร์ชิพได้ก่อนเซซิเลียกับรูอันเสียอีก แต่ทว่าตอนนั้นพวกเราทั้ง4คนไม่ได้เลเวลอัพกันในทันที นั่นแสดงให้เห็นว่าระบบเลเวลจะไม่เพิ่มเลเวลให้หากมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งในปาตี้กำลังต่อสู้อยู่ 

              เรื่องพวกนี้ตัวเราไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย อาจจะเพราะการกำจัดมอนสเตอร์บนพื้นดินสามารถทำได้ง่ายดายมากๆจนแทบจะเสร็จพร้อมๆกันหมด เลยไม่เห็นความต่างของปรากฎการณ์เลเวลอัพตรงส่วนนี้ก็ได้ แต่สัตว์ปีศาจกับมอนสเตอร์นั้นไม่เหมือนกัน และเรื่องนี้ควรระวังมากๆด้วย เพราะหากไปเจอสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งเกินความสามารถพวกเราหลายๆตัวพร้อมกัน ต่อให้โค่นได้1ตัว โดยเสียพลังงานไปเยอะ แต่ถ้ายังมีตัวที่เหลืออยู่โดยการต่อสู้ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม พวกเราเองก็จะไม่เลเวลอัพ ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเราจะไม่สามารถเก่งขึ้นขณะสู้ได้ นี่เป็นจุดใหญ่หลวงที่ควรระวัง เพราะบางทีการสู้กับฝูงศัตรูโดยไม่ประเมินความสามารถให้ถูกให้ควร อาจทำให้ตายผ่อนส่งได้ 

              “ที่สงสัยตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว คือบัพสัตว์เทพนี้จะทำให้เราสามารถเพิ่มเลเวลได้ถึงแค่ไหนกันนะ?” เซเลน่าสงสัยขึ้นมา 

              “ไม่รู้เหมือนกัน บางทีที่ก่อนหน้านี้ขึ้นไวอาจจะเพราะเลเวลของพวกเราห่างจากเลเวลของสกูร์ชิพอยู่พอสมควร แถมยังมีคูณEXPอีก แต่ตอนนี้เลเวลพวกเราเข้าใกล้ระดับ50ขึ้นมามากแล้ว อาจไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแน่ๆ” เรเวลออกความเห็นไปแบบนั้น

              “ตอนนี้พวกเรามีเลเวลแท้จริงอยู่ที่47 นั่นหมายความว่าต่อให้ไม่มีบัพสัตว์เทพ พวกเราก็มีเลเวลสูงเกินเกณฑ์ที่จะเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ได้แล้วนะคะ” เซซิเลียทำหน้าดีใจขึ้นมาทันที

              “อา..นั่นสินะ…แต่ตอนนี้ฉันสนใจเรื่องรอดไปจากนรกนี่ให้ได้มากกว่าสนใจเรื่องพันนั้นซะอีก” เซเลน่ากล่าวแบบนั้น แต่ก็พอจะเดาได้ถึงเหตุผลที่เซซิเลียดูยึดติดกับการเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์เกินไป 

              “ก็นะ..คนที่จบปี3ของโรงเรียนนี้ไปได้สูงสุดแค่เลเวล40เท่านั้นเองนิ..แต่พวกเราติดอยู่ในนี้ไม่ถึงอาทิตย์กลับไปถึงเลเวล47ได้ มันก็ดูเหมือนใช้สูตรโกงอยู่อะนะ..ฮะๆๆ” เรเวลหัวเราะออกมาเบาๆ

              'คอยดูเถอะนะเอลิเซ่..ฉันจะต้องแข็งแกร่งกว่าอัศวินศักดิสิทธิ์อย่างเธอให้ได้เลย!!'

              สำหรับเรเวลนั้นเขาหวังคนละอย่างกับพวกผู้หญิงสองคนนี้อยู่แล้ว

              “แต่ถึงแบบนั้น..บัพสัตว์เทพพวกเราคงใช้มันได้ไม่นานหรอก..เพราะพลังเวทของพวกเราจะหมดซะก่อน และคงต้องเข้าไปนอนในแคปซูลห้องน้ำอีกครั้ง ระหว่างนั้นระยะเวลาบัพก็ยังคงลดลงไปเรื่อยๆเหมือนเดิมและจะหมดไปในอีกไม่เกิน 1 วันภายนอกแน่ๆ แม้จะมีเวลาเหลือของบัพตั้ง60ชั่วโมงเศษๆก็ตาม” เรเวลกล่าวลงความเห็นราวกับอยากจะบอกว่าอย่าคาดหวังสูงเกินไป

              สิ่งนั้นทำให้เซซิเลียกับเซเลน่าทำสีหน้าห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที..ยกเว้นรูอัน

              “ถ้าเป็นเรื่องพลังเวทล่ะก็…เรื่องนั้นคงไม่ต้องกังวลแล้วแหละครับ…ฮิฮิๆ" 

              รูอันยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา

              “เพราะหลังจากนี้น่ะ…”

              

               

     

              #คุยกับไรท์(คนเขียน)#

              ขออภัยที่อัพช้าครับกว่ากำหนดตั้ง1วันครับ ฉะนั้นสัปดาห์นี้ผมจะชดเชยให้อีก1ตอนแล้วกันครับ

               

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน