เมธานอสแทบไม่อยากจะเชื่อตัวเอง ว่าขณะที่เขาเรียกองครักษ์ทั้งสามขององค์จักรพรรดิ์ไปคุยส่วนตัวในห้องลับที่อยู่ติดกับห้องโถงใหญ่ได้เพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีนั้น ก็กลับเกิดเหตุการณ์นองเืขึ้นมาในห้องโถงนี้ อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น...!
"เกิดอะไรขึ้น...?!" เมธานอสถลาเข้ามาในห้องโถง หลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องของสตรีหลายคนดังทะลุไปถึง ห้องลับข้างๆ
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือ มีสตรีสี่คน ที่ได้กลายเป็ซากศพนอนแน่นิ่งจมกองเืไปกับพื้นของห้อง และถัดไปไม่ไกลนั้น พวกเหล่าเครือญาติขององค์จักรพรรดิ์สี่ห้าคน กำลังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวสุดขีด จนแทบไม่อาจจะประคองร่างของตัวเองเอาไว้ได้
หยดเืจากปลายดาบวาววับ ยังคงหยาดหยดลงไปกับพื้นห้องโถง และผู้ที่ถือดาบนี้อยู่ในมือก็คือ คาเมเลียส นักรบหญิงจอมโหดนั่นเอง
เมธานอสเข้าใจเหตุการณ์ขึ้นมาทันที ว่าก่อนหน้านี้ คาเมเลียสได้ทำอะไรลงไป แล้วความโกรธของเขาก็แทบ จะปะทุผ่านหน้ากากสีเงินนั้นออกมา
"ข้าสั่งว่าอย่างไรคาเมเลียส ?!!" เมธานอสกระชาก เสียงถาม
เงียบเชียบ... ไร้สุ้มเสียงจากคาเมเลียส นางเพียงแค่ชายตามองซากศพของสตรีเ่าั้อย่างหยันๆราวกับ ไม่ได้ยินเสียงถามจากเมธานอส
"ข้าสั่งพวกเ้าทั้งหมดไว้ก่อนหน้านี้แล้วใช้ไหม ว่าอย่าทำอะไรโดยไม่มีคำสั่งจากข้า ?!" เมธานอสหันไปกวาดตามองเหล่าทหารของโบโรเธีย และกลุ่มนักรบที่ยืนอยู่รอบห้องโถงด้วยดวงตาดุดัน ก่อนจะหันกลับมาที่คาเม เลียส "แล้วเ้าทำอะไรของเ้า คาเมเลียส ?!"
"โอ๊ย... จะอะไรกันนักหนา !" คาเมเลียสสะบัดเสียง ออกมา "พวกนี้มันก็เป็แค่นางสนมธรรมดาๆ ไม่ได้มีค่า อะไรกับใครเลย นอกจากตาเฒ่าจักรพรรดิ์โง่ๆนั่นไม่ใช่รึ ?"
"แต่ข้าไม่้าให้เ้าฆ่าใครในตอนนี้ เข้าใจคำสั่งข้า กันบ้างไหม ?!"น้ำเสียงของเมธานอสยังเปี่ยมไปด้วย โทสะ "เ้าอย่าลืมว่า จุดประสงค์ของภาระกิจของเราในครั้งนี้ก็คือ การชิงตัวพระโอรสขององค์จักรพรรดิ์กลับสู่ อณาจักรของเราเท่านั้น และเ้าก็ควรจะเชื่อฟังคำสั่งของข้าทุกอย่าง เพราะข้าก็คือผู้นำของพวกเ้าในภาระกิจครั้งนี้ !"
คาเมเลียสหัวเราะออกมาเบาๆ "ก็เพราะเพื่อภารกิจนี้ไง ข้าถึงต้องลงมือสังหารเหล่าสนมชั้นต่ำเหล่านี้เพื่อขู่เอารหัสปลดล็อกทางเข้าห้องนิรภัยทองคำจากไอ้พวกญาติของจักรพรรดิ์โง่นั่น ท่านมัวแต่เอาตะล่อมคุยเป็รายตัวอย่างนั้น ข้าไม่เห็นว่ามันจะได้ความตรงไหน...!"
"เ้า...!" เมธานอสแทบจะะโไปตบปากอัน โอหังของนาง
"ท่านเมธานอสครับ..." หัวหน้ากองทหารเรียกเขา "นางได้รหัสมาแล้วครับ... พวกเครือญาติจักรพรรดิ์ ยอมให้รหัสมาแล้ว ก่อนที่ท่านจะกลับเข้ามาเมื่อกี้นะครับ"
"จงมา... เอารหัสกับข้า... คนนี้เท่านั้น..." น้ำเสียง อันเนิบนาบและหน้าตาของคาเมเลียสในตอนนี้นั้น ช่างเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
เมธานอสพยายามกล้ำกลืนโทสะไว้ แล้วสะบัดหน้าไปจากนาง
"เอาล่ะ...เราจะขังพวกเครือญาติไว้ที่นี่ก่อน" เขาหันไปบอกหัวหน้าทหาร "จ้าจงให้ทหารส่วนหนึ่งคอยดูแลไว้ให้ดีด้วย"
แล้วเขาก็หันไปรอบๆห้องโถงๆ "ตอนนี้เราจะบุกเข้าห้องนิรภัยทองคำกันทันที แม้ว่าตอนนี้เราจะมีรหัสแล้วก็จงอย่า ได้ประมาทศัตรู เพราะพวกทหารแอนโดร่านี่ ไม่ได้หมูอย่างที่เราคิดกันไว้หรอกนะ พวกมันอาจจะดอดเข้ามาในทางลับทางใดทางหนึ่ง ที่พวกเรายังไม่รู้ก็ได้ จงจำกันไว้ให้ดีด้วย!"
เขาหันกลับไปที่หัวหน้าทหาร "หัวหน้ากอง เ้าจงมัดพวกองครักษ์ทั้งสามนั้นไว้ด้วยกันในห้องลับข้างๆนี่ และอย่าลืมให้ทหารอีกส่วนหนึ่งเฝ้าหน้าห้องและในห้องให้ดีด้วย เพราะทหารองครักษ์ทั้งสามนั้นก็ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน เ้าอย่าได้ประมาทเป็อันขาด..,"
"ครับ ท่านเมธานอส ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้..."
แล้วเมธานอสก็นำกองกำลังที่เหลือออกไปหาห้องนิรภัยทองคำ
ผ่านไปราวสามสิบนาที ในห้องลับข้างห้องโถงใหญ่ ทหารองครักษ์ทั้งสามต่างกำลังปรึกษากันเบาๆถึงหนทางหลบหนีออกจากห้องแห่งนี้
ที่หน้าประตูด้านในของห้องลับนี้ ยังมีพลทหารแห่งโบโรเธียยืนอยู่สองนาย และคอยจับตามองพวกเขาอยู่อย่างไม่วางตา และยังไม่นับพลทหารที่อยู่ด้านนอกของประตูด้านนอกอีกสองนาย ที่คอยจับตามองประตูห้องขัง ชั่วคราวอย่างไม่วางตาเช่นกัน
ทหารองครักษ์ทั้งสามนี้ต่างถูกจับมัดให้หันหลังชนกันอยู่กลางห้อง โดยที่ข้อเท้าทั้งสองของแต่ละคนก็ถูกมัด พันธนาการไว้เช่นกัน
"ที่จริง พวกเราควรจะหลบหนีออกไปได้ ถ้าไม่ถูกมัดติดกันอย่างนี้" ชายหน้าเหลี่ยมหนึ่งในองครักษ์พูดเบาๆ
"ถึงถูกมัดแยกกัน" ชายหน้ากลมที่เป็ทหารองครักษ์อีกคนหนึ่งหันมาพูดตอบ "เราก็คงยากจะหนีไปได้ ในเมื่อทางที่เราพอจะหนีได้อยู่ที่..."
"เบาหน่อย..." ทหารองครักษ์ผู้มีใบหน้าเรียวยาว อีกคนหนึ่งสอดขึ้น "พวกเราเองก็รู้กันอยู่แล้วนี่ ว่าทางที่เราพอจะหนีได้อยู่ที่ไหน แต่ถ้าไม่มีเทวดามาโปรดในตอนนี้ ก็เห็นทีว่าพวกเรา คงไม่มีหวังที่จะหนีกันได้แน่..."
ยังไม่ทันขาดคำนั้นดี เพดานห้องนั้น ก็ขยับเป็ช่อง สี่เหลี่ยมขึ้นมาอย่างปุปปับทันใด
สามทหารองครักษ์แห่งแอนโดร่า ต่างเงยหน้าขึ้นไป มอง พร้อมๆกับที่ทหารแห่งโบโรเธียสองคนที่อยู่ในห้องนั้น ก็เห็นความผิดปกตินั้นทันทีเช่นกัน
แต่ขณะที่สองทหารนั้นจะขยับทำอะไรได้ทัน เงาร่างวูบวาบดั่งภูตพรายสีดำที่ตกมาจากช่องสี่เหลี่ยม้านั้น ก็ประชิดเข้าถึงตัวและคว้าบีบคอหอยของทั้งสองคนด้วยความเร็วราวสายฟ้าแล่บ โดยทีทั้งสองไม่ทันจะส่งเสียงและยกปืนขึ้นมาด้วยซ้ำไป !
ร่างของทหารแห่งโบโรเธียทั้งสองค่อยๆอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้นอย่างเงียบกริบ พร้อมกับที่เ้าของมือที่บีบคอหอยนั้น ก็หันหน้ามาทางสามทหารองครักษ์แห่งแอนโดร่าทันที... !