ตอนที่ 4: เส้นทางสู่หุบเขาัหัก
เสียงฝีเท้าม้าและเสียงเดินทัพของทหารนับหมื่นดังกระหึ่มจนแผ่นดินะเื
กองทัพใหญ่ของต้าเยี่ยนเคลื่อนพลออกจากด่านอู่เซิ่งมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก เป้าหมายคือการบดขยี้เมืองหลวงของแคว้นจ้าวให้ราบคาบ แต่ก่อนจะถึงที่นั่น พวกเขาต้องผ่านปราการธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง... 'หุบเขาัหัก'
ในแถวหน้าสุดของขบวนทัพ คือเหล่าทหารม้าเกราะหนักและกองพันทะลวงฟัน 'พยัคฆ์ทมิฬ'
ลี่หยางในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของหน่วยพยัคฆ์ทมิฬ เดินปะปนอยู่กับทหารร่างั์คนอื่นๆ แม้รูปร่างของเขาจะดูเล็กที่สุดในกลุ่ม แต่ไม่มีใครกล้ามองข้ามเขาอีกต่อไปหลังจากเหตุการณ์ประลองฝีมือเมื่อวาน
"ไอ้หนู... ไม่สิ ลี่หยาง" กัวเิที่เดินอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น พลางขยับเกราะที่ไหล่ "เ้าตื่นเต้นไหม? นี่เป็ครั้งแรกที่เ้าจะได้เป็ทัพหน้าวิ่งเข้าใส่ลูกธนู"
ลี่หยางกระชับด้ามดาบในมือ "ข้าน้อยแค่กังวลว่าจะวิ่งตามท่านไม่ทันขอรับ หัวหน้ากัว"
"ฮ่าๆๆ! ปากดีนัก!" กัวเิหัวเราะร่า "จำไว้ หุบเขาัหักเป็ช่องแคบ พวกจ้าวต้องวางกับดักไว้แน่ หน้าที่ของเราคือ 'ตัวล่อเป้า' วิ่งฝ่าเข้าไปเปิดทางให้ทัพหลัก... เตรียมใจทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นได้เลย"
ลี่หยางพยักหน้า แต่ในใจกลับคิดคนละอย่าง 'ทิ้งชีวิต? ไม่มีทาง... ข้าจะไปเก็บเกี่ยวต่างหาก'
เมื่อขบวนทัพเคลื่อนมาถึงปากทางเข้าหุบเขา บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ความเงียบสงัดที่ผิดปกติปกคลุมไปทั่ว ยอดเขาสูงชันสองข้างทางดูทะมึนน่ากลัว
"หยุด!" แม่ทัพหวังเปินยกมือขึ้นส่งสัญญาณ
ฟิ้ววววว!
เสียงหวีดหวิวแหลมสูงดังแหวกอากาศ ทันใดนั้นท้องฟ้าเบื้องบนก็มืดครึ้มลง ไม่ใช่เพราะเมฆฝน แต่เป็เพราะห่าฝนธนูนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดเขาทั้งสองฝั่ง!
"ซุ่มโจมตี! ตั้งโล่!" เสียงะโสั่งการดังระงม
แต่สำหรับกองพันพยัคฆ์ทมิฬ คำสั่งนั้นต่างออกไป
"กองพันพยัคฆ์ทมิฬ! บุกทะลวง!" กัวเิคำรามก้อง ดึงดาบั์คู่ใจออกมา "ฆ่าพวกมันให้หมด!"
"ฆ่า!!!"
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทหารหน่วยกล้าตายหลายร้อยนายพุ่งตัวออกไปข้างหน้า ไม่มีการตั้งรับ มีแต่การวิ่งเข้าใส่ความตาย
ลี่หยางสูดหายใจลึก ปล่อยให้สัญชาตญาณนำทาง [ความเร็ว: 195] และ [จิติญญา: 170] ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพตรงหน้าของเขาดูช้าลง ลูกธนูที่พุ่งลงมาราวกับห่าฝน ดูเหมือนจะแหวกเป็ช่องว่างให้เขาเห็น ลี่หยางดีดตัวพุ่งออกไป ร่างกายพลิ้วไหวราวกับใบไม้ต้องลม เอี้ยวตัวหลบลูกธนูดอกแล้วดอกเล่าอย่างน่าอัศจรรย์ ในขณะที่ทหารคนอื่นต้องใช้ดาบปัดป้องหรือใช้เกราะรับ แต่ลี่หยางแทบไม่ต้องชะลอความเร็ว
"เร็วมาก!" กัวเิที่วิ่งนำหน้าหันมามองด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นลี่หยางวิ่งแซงหน้าเขาไปแล้ว
ลี่หยางวิ่งขึ้นไปตามเนินเขาลาดชัน มุ่งหน้าสู่แนวตั้งรับของทหารจ้าวที่ซุ่มอยู่ ทหารจ้าวกลุ่มหนึ่งที่เห็นเด็กหนุ่มชุดดำวิ่งขึ้นมาคนเดียว ต่างแสยะยิ้ม
"ไอ้โง่หน่วยกล้าตายมาแล้ว! ยิงมัน!"
ธนูสามดอกพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของลี่หยาง แต่ก่อนที่ธนูจะถึงตัว ลี่หยางตวัดดาบในมือวูบเดียว เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ลูกธนูถูกปัดกระเด็นร่วงกราว
วินาทีถัดมา ลี่หยางกระโจนเข้าถึงแนวทหารจ้าว "ได้เวลาเก็บเกี่ยว..." เขาพึมพำ
ฉัวะ!
ดาบเหล็กธรรมดาในมือของลี่หยาง เมื่อบวกกับ [พละกำลัง: 278] มันกลายเป็อาวุธสังหารที่น่าสะพรึงกลัว การฟันเพียงครั้งเดียวตัดผ่านทั้งทหารและโล่ไม้ในมือของศัตรูขาดเป็สองท่อน!
เืสดๆ สาดกระเซ็น ร่างของทหารจ้าวสองคนล้มลงแทบเท้า
ลี่หยางไม่รอช้า เขาฉวยโอกาสในเสี้ยววินาทีที่ศัตรูยังตะลึง เอื้อมมือซ้ายไปแตะที่ไหล่ของศพที่เพิ่งล้มลง
ติ๊ง! [สังหารและััทันที (สดใหม่): ได้รับพละกำลัง +1.5] [ได้รับทักษะดาบขั้นต้น +1]
'ศพสดๆ ให้แต้มเยอะกว่าศพค้างคืน!' ดวงตาของลี่หยางวาวโรจน์
ความค้นพบนี้เหมือนเป็การราดน้ำมันลงบนกองไฟ หากการแบกศพคือการทำฟาร์มแบบพอเพียง... การฆ่าแล้วแตะทันทีในสนามรบก็คือ 'บุฟเฟต์มื้อหรู' ที่ตักตวงได้ไม่อั้น!
"เข้ามา!" ลี่หยางคำราม พุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารจ้าวราวกับพยัคฆ์คลั่ง
เขาไม่ได้สู้ด้วยกระบวนท่าที่สวยงาม แต่สู้ด้วยความเร็วและพละกำลังที่เหนืุ์ ดาบฟัน! เท้าถีบ! มือคว้า! ทุกครั้งที่ศัตรูล้มลง เขาจะหาจังหวะแตะตัวศพนั้นเสมอ แม้จะดูเหมือนการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดในสายตาคนอื่น แต่สำหรับลี่หยาง นี่คือจังหวะการเต้นรำแห่งความตาย
"ปีศาจ... มันเป็ปีศาจ!" ทหารจ้าวเริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นเพื่อนร่วมรบถูกเด็กหนุ่มคนเดียวไล่ฆ่าเหมือนผักปลา
ในขณะนั้นเอง กัวเิและทหารพยัคฆ์ทมิฬคนอื่นๆ ก็ตามขึ้นมาสมทบ "เฮ้ย! ลี่หยาง! เหลือไว้ให้พวกข้าบ้าง!" กัวเิะโอย่างสะใจ ก่อนจะกระโจนเข้าวงต่อสู้
การปะทะกลายเป็ตะลุมบอนที่ดุเดือด ลี่หยางถอยฉากออกมาเล็กน้อยเพื่อพักหายใจ (และแอบแตะศพที่เพื่อนฆ่า)
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนยอดเนิน นายทหารร่างใหญ่ในชุดเกราะเกล็ดปลาสีแดงเข้ม กำลังง้างธนูขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลังผิดปกติ เล็งเป้ามาที่กัวเิที่กำลังพัวพันกับการต่อสู้โดยไม่ทันระวังตัว
'จิติญญา' ของลี่หยางร้องเตือน 'นั่นมัน... นายกองพันธนู!'
ผึง! เสียงสายธนูดีดตัวดังก้องกังวาน ลูกธนูเหล็กกล้าพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเสียง ตรงเข้าใส่ศีรษะของกัวเิ
"หัวหน้ากัว! ก้มหัว!" ลี่หยางะโลั่น
กัวเิมีปฏิกิริยาตอบสนองไวสมเป็ยอดฝีมือ เขาย่อตัวลงทันทีตามสัญชาตญาณ ฟุ่บ! ลูกธนูเฉี่ยวหมวกเกราะของเขาไปเพียงเส้นยาแดง ปักเข้าที่ต้นไม้ด้านหลังจนมิดด้าม
กัวเิหน้าซีดเผือด หันไปมองทิศทางของลูกธนู "บัดซบ! 'จางเฟย' มือธนูตาเหยี่ยวของทัพจ้าว!"
นายทหารจ้าวนามจางเฟยแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าพลาดเป้า เขาหยิบธนูดอกใหม่ขึ้นมาพาดสายอย่างรวดเร็ว คราวนี้เล็งมาที่ลี่หยาง ผู้ซึ่งะโเตือน
"เ้าหนูตาไว... ตายซะเถอะ!"
ลี่หยางจ้องมองปลายลูกธนูที่เล็งมาที่เขา ระยะห่างห้าสิบก้าว... ไกลเกินกว่าดาบจะเอื้อมถึง และเขาก็ไม่มีธนู
"คิดจะยิงข้า?" ลี่หยางแค่นเสียง เขาก้มลงคว้าหอกยาวของศพทหารจ้าวที่พื้นขึ้นมา เกร็งกล้ามเนื้อแขนขวาจนเส้นเืปูดโปน พลังปราณยุทธ์ 10 ปีที่เพิ่งได้มาถูกโคจรไปที่แขน
[พละกำลัง 285 (เพิ่มขึ้นจากการฆ่าเมื่อครู่)] + [แรงเหวี่ยงสูงสุด]
"รับไปกินซะ!"
ลี่หยางบิดเอวส่งแรง แล้วพุ่งหอกออกไปสุดกำลัง หอกยาวพุ่งแหวกอากาศกลายเป็เส้นแสงสีดำ เร็วยิ่งกว่าลูกธนู!
จางเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาเพิ่งจะง้างสายธนูยังไม่ทันสุด ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือปลายคมหอกที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...
ฉึก!!!
หอกเหล็กพุ่งทะลุอกของจางเฟย ตรึงร่างของเขาลอยปลิวไปปักติดกับต้นไม้ด้านหลังอย่างน่าสยดสยอง
สนามรบเงียบกริบลงชั่วขณะ ทั้งทหารจ้าวและทหารเยี่ยนต่างอ้าปากค้างมองร่างนายกองพันธนูที่ถูกหอกปาตายคาที่
ลี่หยางยืนหอบหายใจเล็กน้อย ปัดฝุ่นที่เสื้อเกราะ "โทษที... ข้าไม่ชอบให้ใครมาเล็งของมีคมใส่หน้า"
กัวเิที่ลุกขึ้นมายืนจ้องมองลี่หยางเหมือนเห็นผี "ระยะห้าสิบก้าว... ปาหอกสวนมือธนูระดับนายกองพัน..."
"ลี่หยาง... ตกลงเอ็งเป็คนเก็บศพ หรือเป็เทพามาจุติกันแน่วะเนี่ย!?"
ลี่หยางไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มภายใต้ผ้าปิดหน้า แล้วเดินดุ่มๆ ขึ้นไปบนเนิน "หัวหน้ากัว อย่าเพิ่งพูดมาก... รีบไปยึดพื้นที่เร็วเข้า ข้าต้องรีบไป... เอ่อ... ตรวจสอบศพข้าศึก"
ในสายตาคนอื่น ลี่หยางคือวีรบุรุษผู้มุ่งมั่น แต่ในความจริง... 'ศพนายกองพัน! แถมยังเป็สายยิงไกล! ถ้าแตะเ้านั่น ข้าต้องได้สกิลแม่นปืนแน่ๆ! อร่อยเหาะ!'