สองปีต่อมา
ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่านั่งอ่านหนังสืออยู่ โดยที่มีเด็กชายหญิงกำลังนั่งกินของหวานพูดคุยกันอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม
“พี่ไผ่ครับเมื่อวานผมได้ยินคุณครูพูดว่าเมืองของเรามีคนทะลวงระดับจันทราได้อีกคน ระดับจันทราแข็งแกร่งมากไหมครับ”เมฆเงยหน้าขึ้นมองไผ่แล้วถามด้วยแววตาอยากรู้
“หนูก็ได้ยินมาเหมือนกัน หนูยังได้ยินอีกว่าคนพวกนี้แข็งแกร่งมากบินไปบนอากาศได้ด้วย”ฟ้าที่กำลังกินของหวานอยู่เงยหน้าขึ้นมาพูดเช่นกัน
เมื่อไผ่ได้ยินเช่นนั้นก็วางหนังสือลงจากนั้นก็มองทั้งสองก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “แข็งแกร่งสิทั้งพละกำลัง ทั้งความเร็วอีกทั้งพวกเขายังบินไปบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระด้วย”
“จริงหรอครับผมก็อยากแข็งแกร่งเหมือนกัน ถ้าผมโตขึ้นผมจะตั้งใจฝึกฝนให้แข็งแกร่งถึงตอนนั้นผมจะดูแลปกป้องพี่ไผ่แล้วก็น้องเอง”เมฆชูมือขึ้นพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“หนูก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกันจะได้ดูแลพี่ได้อีกอย่างหนูอยากจะบินได้”ฟ้าเอยด้วยรอยยิ้ม
“พี่เชื่อว่าน้องทั้งสองคนของพี่จะต้องทำได้อย่างแน่นอน แต่กว่าจะถึงตอนนั้นทั้งสองคนจะต้องตั้งในเรียนและศึกษาหาความรู้ให้มากๆเพื่อในอนาคตของน้องเองเข้าใจไหม”ไผ่พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี อีกทั้งเมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสองคนเขาก็อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”เมฆและฟ้าพยักหน้าตอบรับพร้อมกัน
ภายในห้องลับใต้ดินที่ซึ่งเป็สถานที่ฝึกฝนส่วนตัวของไผ่ ไผ่ยืนอยู่กลางห้องค่อยๆถอดเสื้อออกเหลือเอาไว้เพียงกางเกงวอมหนึ่งตัว จากนั้นไผ่เริ่มถอดสายรัดข้อมมือออกก่อนจะโยนลงพื้น
ตู้ม
เสียงดังที่เกิดขึ้นสายรัดข้อมือตกกระทบพื้นแค่ฟังเสียงก็สามารถรู้ได้ว่ามันหนักแค่ไหน จากทางไผ่ค่อยๆถอดสายรัดข้อมืออีกข้าง สายรัดข้อเท้าและสายรัดเอวก่อนจะโยนลงพื้นที่ละชิ้น
“ตลอดสองปีที่ผ่านมาการที่เราสามารถแบกรับน้ำหนักรวมกันได้มากถึง300กิโลกรัมก็น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว”ไผ่พึมพำออกมาด้วยรอยยิ้ม
ตลอดสองปีที่ผ่านมาไผ่พยายามฝึกฝนร่างกายตัวเองอย่างหนักจนสามารถใช้ชีวิตปกติโดยที่ยังสวมสายรัดข้อมือสองข้าง ข้อเท้าสองข้างและสายรัดเอวซึ่งมีน้ำหนักรวมกัน300กิโลกรัม โดยที่สายรักข้อมือ ข้อมเท้าข้างละ50กิโลกรัมและสายรัดเอว100กิโลกกรัม
การที่ไผ่สามารถแบกรับน้ำหนักมากขนาดนี้แล้วใช้ชีวิตปกติได้ก็เพราะไผ่มีเงินมากพอที่จะซื้อยาบำรุงร่างกายมากินทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าคนปกติทั่วไป เพราะถ้าเป็คนปกติทั่วไปที่ไม่มีเงินซื้อยาบำรุงร่างกายแบบไผ่ก็ไม่สามารถทำแบบไผ่ได้เลย
เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้พวกขุมกำลังหรือตระกูลใหญ่ได้เปรียบคนธรรมดาทั่วไปมาก เนื่องจากพวกเขาสามารถวางรากฐานให้เหล่าลูกหลานได้ก่อน
ไผ่หยิบเบาะมาว่างเอาไว้กลางห้องจากนั้นก็หยิบเอาหินพลังงานจำนวนมากมาวางเอาไว้รอบๆตัว เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไผ่ได้นั่งลงหลับตาทำสมาธิรอเวลา วันนี้เป็วันที่ไผ่จะอายุครบ18ปีพอดีและเป็วันที่เขาจะสามารถปลุกพลังได้
ถามว่าทำไมไผ่ถึงมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถปลุกพลังได้ สาเหตุของความมั่นใจก็มาจากเมื่อสองปีก่อนที่เขาได้เข้าไปในดินแดนลึกลับและบังเอิญว่าเืของเขาได้ัักับหินปลุกพลังเข้า
ตอนนั้นมันก็ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาแล้ว ซึ่งมันหมายความว่าเขาสามารถปลุกพลังได้แล้วเพียงแต่อายุยังไม่ถึงจึงไม่สามารถััถึงมันได้ก็เท่านั้นเอง
เวลาผ่านไปช้าๆจนกระทั่งเที่ยงคืน
ไผ่ที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเริ่มอุ่นขึ้น จากนั้นละอองแสงสีรุ้งค่อยๆปรากฎขึ้นจากนั้นมันได้ก่อตัวเป็ลูกแก้วกลมๆสีทองแดงขึ้นตรงกลางหน้าอกของไผ่ ในระหว่างที่มันกำลังก่อตัวมันได้ดูดซับพลังจำนวนมหาศาลจากหินพลังงานที่ไผ่ได้วางเอาไว้รอบๆตัวก่อนหน้านี้
เวลาผ่านไปแรงดึงดูดยิ่งรุงแรงมากขึ้น ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงลูกแก้วทองแดงที่อยู่กล้าหน้าอกได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ ่เวลาต่อมาลูกแก้วทองแดงที่อยู่กลางหน้าอกของไผ่ได้กระจายเส้นแสงสีขาวออกไปทั่วร่างกาย
จะพูดให้ถูกก็คือผู้ปลุกพลังจะสร้างลูกแก้วที่มีสีทองแดงขึ้นตรงกลางหน้าอกเพื่อเป็จุดกักเก็บพลังมานาและเส้นแสงสีขาวที่กระจายอยู่ทั่วร่างกายและเชื่อต่อกับลูกแก้วสีทองแดงที่อยู่ตรงหน้าอกถูกเรียกว่าเส้นชีพจรพลังซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยปลดปล่อยพลังจากการใช้ทักษะต่างๆ
หลังจากที่ลูกแก้วสีทองแดงและเส้นชีพจรพลังได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว นั่นก็หมายความว่าไผ่ได้กลายเป็ผู้ปลุกพลังระดับทองแดงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งระดับทองแดงคือระดับเริ่มต้นของผู้ปลุกพลังทุกคน
โดยระดับขั้นพลังของผู้ปลุกพลังจะมีั้แ่ระดับ ทองแดง เงิน ทอง ทองคำม่วง เพชร ทับทิม จันทรา
ดารา ตะวัน วิหาร
ซึ่งถ้าผู้ปลุกพลัง้าที่จะเลื่อนจากระดับทองแดงไประดับเงินได้นั้นผู้ปลุกพลังจะต้องเปลี่ยนลูกแก้วทองแดงที่อยู่กลางหน้าอกให้เป็สีเงินก่อนถึงจะกลายเป็ผู้ปลุกพลังระดับเงิน
จากนั้นก็เปลี่ยนจากลูกแก้วสีเงินเป็สีทองก็จะเป็เป็ผู้ปลุกพลังระดับทอง
เปลี่ยนจากลูกแก้วสีทองเป็สีทองคำม่วงก็จะถูกเรียกว่าเป็ผู้ปลุกพลังระดับทองคำม่วง
เปลี่ยนจากสีทองคำม่วงเป็สีขาวหรือระดับเพชรก็จะถูกเรียกว่าเป็ผู้ปลุกพลังระดับเพชร
เปลี่ยนจากสีขาวเป็สีแดงเืหรือระดับทับทิมก็จะถูกเรียกว่าเป็ผู้ปลุกพลังระดับทับทิม
ซึ่งการจะรู้ระดับพลังของผู้ปลุกพลังได้นั้นจะต้องสังเกตสีของออร่าที่ปล่อยออกมารอบๆร่างกายและสีของออร่าก็มาจากลูกแก้วพลังนั้นเอง.