22. ภัยแล้ง
หลังงานหมั้นหมายผ่านไปชีวิตชิงเหมยก็เข้าสู่สภาวะปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักนางยังคงดูแลเื่การค้าขายและการเพาะปลูกในไร่สวนเหมือนเดิมเพิ่มเติมมาคือเฟยอวิ๋นที่ขยันมาหานางได้ทุกวัน นางทำอะไรเขาก็ทำด้วยบอกว่าภายหน้าจะเป็สามีภรรยากันก็ต้องทำทุกสิ่งรวมกัน นางได้แต่ปล่อยตามใจ ไม่ได้เอ่ยว่าสิ่งใดก็ดีจะได้เป็การศึกษานิสัยใจคอกันให้มากขึ้น
ขณะยามเว่ย 13.00-14.59 เฟยอวิ๋นนั่งจิบชายามบ่ายกับชิงเหมยและชิงเทียนผู้เป็บิดาพร้อมทั้งชิงเว่ยพี่ใหญ่และชิงเฉิงน้องเล็กของชิงเหมยส่วนท่านแม่ก็ไปคุมบ่าวเตรียมของว่างอยู่
"ข้าได้ข่าวมาว่าทางเมืองหลวงประกาศให้เริ่มกักตุนอาหารแล้ว"เฟยอวิ๋นกล่าวขึ้นมา
"แต่นี้ยังใกล้หน้าหนาวเลยนะขอรับเหตุใดทางการจึงประกาศกักตุนอาหารเล่าขอรับ"ชิงเฉิงเอ่ยถามด้วยสงสัย
"เมื่อไม่นานมานี้หอเทพทำนายของเมืองหลวงได้ทำนายว่าแคว้นอู๋จะเกิดภัยแล้งอย่างหนัก พืชผลจะไม่สามารถเพราะปลูกได้ตอนนี้ทางการก็เริ่มกักตุนเสบียงเข้าคลังหลวงแล้วเช่นกัน"
"หากเป็เช่นนั้นชาวบ้านต้องเดือดร้อนไปทุกพื้นที่แน่นอน"พี่ใหญ่กล่าวเสริมพร้อมถอนหายใจ
"ว่าแต่คำทำนายนี้เชื่อถือได้มากน้อยเท่าใดเ้าค่ะพี่เฟยอวิ๋น"ชิงเหมยหันไปถามคู่หมั้นตน
"เชื่อถือค่อนข้างได้เพราะหอเทพทำนายนั้นเป็หอศักดิ์สิทธิ์ที่แม่นยำนักไม่เคยทำนายสิ่งใดพลาด"
ชิงเทียนได้ฟังก็ครุ่นคิด"เช่นนั้นเราควรเร่งปลูกผักให้มากและตุนอาหารให้ได้มากที่สุด"
"ข้าเห็นด้วยเ้าค่ะท่านพ่อเช่นนั้นเราจะต้องนำผักผลไม้มาทำให้เป็อาหารที่ไว้กินได้ยาวนานและต้องลองขุดบ่อน้ำบาดาลกันนะเ้าคะ"
"บ่อน้ำบาดาลคืออันใดขอรับพี่รอง"
"บ่อน้ำใต้ดินน่ะใต้ดินมีน้ำ เพียงแต่เราต้องหาตาน้ำให้เจอหากเกิดภัยแล้งจริงเราจะมีน้ำไว้ใช้"
"เป็ความคิดที่ดีเช่นนั้นพี่จะให้คนมาขุดบ่อน้ำบาดาลที่บ้านเ้าก่อน"เฟยอวิ๋นเอ่ยขึ้น
"ได้เ้าค่ะ"
และในสามวันต่อมาทางการได้มีประกาศออกมาตามเมืองต่างๆทั่วทั้งแคว้นอู่ถึงเื่ภัยแล้งที่จะเกิดให้ชาวเมืองต่างเริ่มกักตุนเสบียงเพื่อเตรียมตัวรับมือที่เมืองเว่ยนั้นผู้คนต่างตื่นตระหนก แต่บางคนก็ไม่เชื่อเพราะตอนนี้ยังคงมีฝนตกและอุดมสมบูรณ์นักไม่มีทีท่าของภัยแล้งแต่อย่างใด
ส่วนบ้านสกุลจางนั้นก็เตรียมทำเนื้อแห้งไว้เป็จำนวนมากส่วนผักเอามาทำผักดองไว้ได้หลายร้อยไห ที่ต้องทำเยอะเพราะต้องเผื่อไว้นางไม่แน่ใจว่าภัยแล้งนี้จะกินเวลานานเท่าไหร่ ส่วนข้าวสารธัญพืชท่านพ่อจัดเตรียมไว้เป็จำนวนมาก
ชิงเหมยให้คนงานในเรือนมาช่วยสร้างห้องเก็บเสบียงไว้ใต้ดินเพื่อป้องกันการปล้นเพราะหากเกิดภัยแล้งขึ้นจริงไม่พ้นต้องมีโจรออกปล้นเป็แน่บ่าวในเรือนเข้าใจเื่นี้กันดี ต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมเสบียงและทำห้องเก็บเสบียงกันอย่างขยันขันแข็งส่วนผลไม้ต่างๆ ชิงเหมยเอามาแปรรูปเป็ผลไม่แห้งให้ได้มากที่สุด
ชิงเหมยให้ท่านพ่อแนะนำผู้ใหญ่บ้านเื่การขุดบ่อน้ำบาดาลแก่ชาวบ้านแล้วตอนนี้หลายๆครอบครัวก็เริ่มขุดและเจอน้ำบ้างแล้ว แต่บางบ้านขุดแล้วไม่เจอก็ต้องย้ายที่ขุดใหม่ถึงจะเจอตาน้ำชาวบ้านต่างดีใจมากที่ขุดเจอน้ำบาดาลเช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลหมดห่วงเื่น้ำแล้ว
โดยเื่การขุดบ่อน้ำบาดาลนี้ชิงเหมยคิดว่าควรจะแนะนำชาวเมืองให้ได้รู้ดังนั้นเมื่อชิงเหมยเอาเื่นี้มาปรึกษาเฟยอวิ๋นเขาจึงเป็ธุระเพื่อแจ้งแก่ท่านเ้าเมือง ส่วนท่านเ้าเมืองก็เห็นสมควรจึงป่าวประกาศออกไปและส่งทหารออกมากช่วยขุดบ่อบาดาลไว้
นับจากวันนั้นที่ทางการประกาศเื่ภัยแล้งนี้ก็ผ่านมาแล้ว1 เดือนยังไม่มีวี่แววว่าภัยแล้งจะมาชาวเมืองหลายคนชะล่าใจก็เริ่มไม่ได้สนใจจะกักตุนอาหารกันต่อแต่ไม่ใช่กับบ้านสกุลจางและจวนตระกูลหลงที่ยังคงค่อยๆ กักตุนอาหารเรื่อยๆ
แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่3 นับจากวันที่ประกาศ ยามเช้าตรู่วันนี้ลมพัดผ่านใบไม้ที่เคยเขียวชอุ่มก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็น้ำตาลร่วงหล่นพื้นดินของแคว้นอู๋นั้นเดิมก็ไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้อยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งเกิดภัยแล้งยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยแม้แต่ต้นหญ้าไร้ประโยชน์ยังไม่อาจฝืนทนมีชีวิตอยู่ได้ชิงเหมยได้แต่ภาวนาว่าภัยแล้งนี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว
ในคืนนั้นชิงเหมยฝันเห็นท่านตาหนวดขาวนี้คือในรอบหลายปีเลยทีเดียวที่ได้พบท่านตาหนวดขาว ชิงเหมยดีใจมาก
"ท่านตาหนวดขาวข้าดีใจมากเลยเ้าค่ะที่ได้เจอท่าน"
"ข้าก็ดีใจนังหนูเหมยที่ข้ามาครั้งนี้เพื่อมาบอกแก่เ้า"
"อันใดหรือเ้าค่ะหรือจะเกี่ยวกับภัยแล้งครั้งนี้"
"ใช่แล้วละและพรที่ข้าให้ไปเ้าต้องใช้มันให้เกิดประโยชน์ ช่วยหรือผู้คนพ้นทุกข์ได้"
"อย่างไรหรือเ้าค่ะพรที่ท่านตาให้คือมือคู่นี้ที่ไม่ว่าจะปลูกสิ่งใด ก็สามารถขึ้นเจริญงอกงามหรือท่านตาจะให้ข้าปลูกพื้นเลี้ยงชาวเมืองหรือเ้าคะ"
"ก็ไม่ขนาดนั้นเมล็ดพันธ์ุพืชนั้น เพียงแค่ััผ่านมือเ้า เพียงเท่านั้นก็สามารถเจริญงอกงามได้แล้ว"
"จริงหรือเ้าคะ แล้วหากข้าเอาเมล็ดพันธุ์ใส่ลงในถุงใบใหญ่แล้วััผ่านถุง เพียงแค่ถุงจะได้ผลหรือไม่เ้าค่ะ เพราะข้าคงที่สามารถััเมล็ดพันธุ์ได้ทีละเมล็ด"
"ได้สินังหนูเพียงเ้าััที่ถุงที่เมล็ดพันธ์ุแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้เมล็ดพันธ์ุเ่าั้เจริญงอกงามเมื่อลงดินมันจะเป็ไปตามนั้น ครั้งนี้คือโชคชะตา ขอให้เ้าทำความดีให้มากๆเล่า"
"เ้าค่ะท่านตาหนวดขาวข้าจะทำตามที่ท่านบอกท่านตาเ้าคะข้าขอถามได้มั้ยเ้าค่ะว่าภัยแล้งนี้จะยาวนานเท่าไหร่"
"เฮ้อมันคือชะตาเมือง แต่ข้าบอกได้แค่ว่าไม่นานนักทุกอย่างจะดีขึ้น"
"เ้าค่ะท่านตาหนวดขาว"
เช้าวันรุ่งขึ้นชิงเหมยตื่นแต่เช้านางทดลองััถุงเมล็ดพันธ์ุผักกาดขาวพร้อมตั้งจิตอธิษฐานจากนั้นให้บ่าวในเรือนเป็คนเอาเมล็ดลงดินปลูกดู จากนั้นรอดูผ่านได้ 3 วันก็เริ่มงอกเป็ต้นกล้าอ่อนขึ้นมาชิงเหมยดีใจยิ่งนักเพราะตอนนี้ชาวเมืองปลูกพืชไม่ได้เลย ภัยแล้งนี้กินเวลามาได้ 3เดือนแล้ว อาหารที่ชาวเมืองกักตุนไว้เริ่มร่อยหรอหมดไปหากสามารถปลูกพืชขึ้นได้ก็จะมีอาหารให้ได้กินนั้นเองเื่นี้คงต้องปรึกษาทุกคนก่อนนางจะแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์สุ่มสี่สุ่มห้าเลยไม่ได้เพราะมันจะดูแปลกและน่าสงสัยเกินไป.......