หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหานลี่กันได้กลับเรือนเพื่อมาพักผ่อน ขณะนั้นเองหญิงสาวนึกถึงเื่ราวต่าง ๆที่เกิดขึ้น ‘ในโลกเดิมฉันยอมคนเพื่อไม่ให้มีเื่หลบหลีกปัญหา มีเพียงหนังสือเท่านั้นที่เป็เพื่อนที่ดีที่สุด หากจะหันกลับมาดูเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นคงต้องงัดกลยุทธ์ออกมาจากในหนังสือนิยายที่เคยอ่านมาใช้บ้างแล้วล่ะยอมเช่นนี้ตลอดไปคงไม่ได้มีอะไรดีขึ้น!’
“อาิ่ อาิ พวกเ้าคุ้นเคยกับบ่าวรับใช้ในจวนหรือไม่”
หญิงรับใช้ทั้งสองมองคุณหนูของตนอย่างงง ๆ
“พวกเราล้วนแล้วแต่รู้จักกันแต่ไม่ถึงกับคุ้นเคยกันมากนักเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี ั้แ่นี้ต่อไปเ้าทั้งสองจะต้องรู้เื่ของทุกคนในจวน ไม่ว่าจะเป็เื่ใหญ่หรือเื่เล็กจดบันทึกไว้ให้ข้า...จริงสิ พวกเ้าอ่านเขียนได้ใช่หรือไม่”
“พอจะได้บ้างเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี หากได้ออกไปด้านนอก หรือยามพบปะผู้คนจวนอื่น ๆแล้วล่ะก็ให้พวกเ้าทำความรู้จักและสืบเื่ราวของทั้งบ่าวและนายของคนเ่าั้ของฝากติดไม้ติดมือเ้าก็เบิกเอาจากเงินของข้า อย่าลืมจดบันทึกแยกเป็จวน ๆ ไปเื่นี้จงทำอย่างลับ ๆ อย่าให้ใครรู้”
“เ้าค่ะ ว่าแต่คุณหนูจะนำไปทำอะไรหรือเ้าคะ”
“ข้าเพียงอยากรู้เื่ของผู้คนเ่าั้เอาไว้ไม่แน่ว่าในอนาคตข้าอาจต้องใช้ข้อมูลเ่าั้ในการช่วยเหลือตระกูลของข้าก็เป็ได้”
“เ้าค่ะ”
อาิ่และอาิมองหน้ากันก่อนจะมองตรงไปยังคุณหนูของตน ‘ดูเหมือนั้แ่ที่คุณหนูฟื้นจากอาการาเ็ครั้งนี้นางจะเปลี่ยนไปมากจริงๆ’
“เพล๊งงงงง!!!”
เสียงจานที่ตกแตกทำให้เด็กน้อยในชุดขาดวิ่นงอตัวลงในทันทีแต่ยังไม่ทันที่ร่างน้อย ๆ จะงอตัวลงจนสุดกลับถูกมือใหญ่ตบจนกระเด็นล้มลงไปกับพื้น
“เ้าทำงานประสาอะไร ดูสิจานชามแตกหมดแล้ว”
เด็กน้อยตัวนั่งตัวสั่น ก่อนที่มือน้อย ๆจะกุมแก้มที่แดงเพราะแรงตบนั้น
“ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจขอรับ”
“ไม่ได้ตั้งใจงั้นหรือ เด็ก ๆ ลากตัวเด็กคนนี้ไปขังในห้องเก็บฟืนวันนี้ไม่ต้องให้มันกินข้าว”
“ขอรับ”
บ่าวรับใช้สองคนค่อย ๆ ลากตัวเด็กน้อยที่แม้จะมีอายุเพียงสี่-ห้าขวบแล้วแต่ร่างกายกลับผ่ายผอมและตัวเล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกันแม้พวกเขาจะสงสารเด็กชายคนนี้แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะยื่นมือช่วยเด็กน้อยนี้แม้สักคน
“เ้าอยู่ที่นี่เงียบ ๆ นะมิเช่นนั้นหากคุณหนูเซวียได้ยินเข้าจะอารมณ์ไม่ดีแล้วมาพาลกับพวกข้าได้”
เด็กชายตัวน้อยที่ได้ยินดังนั้นถึงกลับน้ำตาไหลริน ขาน้อย ๆ ค่อยๆ เดินไปยังกองฟางที่คุ้นเคย
“ครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกเสียหน่อย”
เมื่อนำเด็กน้อยเข้าขังในห้องเก็บฟืนแล้วบ่าวรับใช้ทั้งสองจึงเดินจากไปในทันทีแต่เสียงพูดคุยของเขาทั้งสองนั้นกลับทำให้เด็กชายตัวน้อยในห้องเนื้อตัวสั่นเทาและร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง
“พวกเ้าขังเ้าเด็กคนนั้นอีกแล้วหรือ”
“ใช่ ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะทำจานแตกอีกแล้ว”
“จะไม่ให้ทำจานแตกได้อย่างไรกัน เด็กตัวเท่านี้กินมื้ออดหลายมื้อ เ้าดูเอาเถิดเนื้อตัวและเสื้อผ้ายังไม่น่าดูเท่าน้องชายของข้าที่บ้านนอกเลย”
“เ้าอย่าพูดเสียงดังไปหากใครได้ยินแล้วไปบอกคุณหนูเซวียเข้าจะเป็เื่ใหญ่”
“เฮ้อออ จะพูดไปก็สงสารเด็กคนนั้นนะ มารดาตายไปหลังคลอดบิดาาเ็หนักไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไร อยู่กับน้าแท้ ๆแต่กลับทำยิ่งกว่าเด็กรับใช้ในจวน”
“หากจะพูดไป ดูเหมือนเด็กคนนี้จะเป็ดาวแห่งความโชคร้ายนะจึงถูกกระทำเช่นนี้”
“เื่นี้ไม่มีใครรู้ได้ว่าเป็จริงหรือไม่เพราะั้แ่วันที่เด็กคนนี้เกิดจนตอนนี้และคนที่รู้เื่นี้ทุกคนต่างหลีกหนีเด็กคนนี้แม้แต่ชื่อของเด็กคนนี้ก็ยังไม่มีใครสนใจจะตั้งให้เลย ช่างน่าเศร้าจริง ๆ”
เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง ๆ และหายไปในที่สุดเด็กน้อยที่ได้ยินเื่ราวเหล่านี้มาั้แ่จำความได้ เขาจึงพยายามที่จะไม่เสียใจแต่ทุกครั้งเื่ราวเหล่านี้ก็ยังคงวนกลับมาทำร้ายจิตใจของเขาเสมอ
“ข้าเป็ดาวแห่งความโชคร้ายงั้นหรือ ข้าทำให้ท่านแม่ต้องตายทำให้ท่านพ่อาเ็จนไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรอีกทั้งยังทำให้ท่านย่าป่วยหนัก ทุกคนจึงไม่มีใครรักและสนใจข้า”
เด็กน้อยกอดตัวเองร่ำไห้อยู่บนกองฟางแม้จะได้ยินเื่ราวเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่เขากลับไม่เคยชินชากับเื่พวกนี้แม้สักครั้ง
“ท่านแม่ ข้าเองก็อยากมีท่านแม่ อยากได้อ้อมกอดจากท่านแม่อยากเล่นกับท่านพ่อเหมือนเช่นเด็กทั่ว ๆ ไป”
ทุกครั้งที่ว่างจากงานเขามักจะแอบปีนต้นไม้หลังจวนเพื่อมองออกไปด้านนอกเขารู้สึกอิจฉาเด็ก ๆ หลาย ๆ คนที่ได้ขี่คอบิดา ได้จูงมือมารดาเดินไปมาได้ร้องไห้งอแงแล้วมีมารดาคอยปลอบใจ แต่ตัวเขานั้น....กลับไม่มี
“ท่านเทพ ไม่ว่าจะเป็เทพองค์ใดก็ตาม ข้าขอเพียงสักครั้งขอเพียงครั้งเดียว ขอให้ข้าได้พบกับท่านแม่ของข้าได้หรือไม่ข้าอยากพบท่านแม่เหลือเกิน”
เสียงน้อย ๆ ค่อย ๆ เบาลงและเงียบไปพร้อมกับร่างน้อย ๆที่หลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเป็ทางบนกองฟางนั้น
“ปึ้งงง”
เสียงลมกระทบหน้าต่างทำให้ร่างน้อย ๆ ที่นอนกอดตัวเองค่อย ๆขยับและสั่นเบา ๆ ดวงตาที่หนักอึ้งค่อย ๆลืมขึ้นพร้อมกับท้องที่ร้องอย่างต่อเนื่อง
“เ้าพุงน้อย ๆ อดทนหน่อยนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเ้าก็ได้กินน้ำข้าวแล้ว”
เด็กชายมองพุงของตัวเองที่ยังร้องไม่หยุดก่อนจะลูบปลอบใจพุงนั้นแม้กระนั้นพุงของเขาก็ยังประท้วงอย่างต่อเนื่องจนเด็กชายฝืนทนที่จะหลับต่อไปไม่ไหว
“เอาไงก็เอา คืนนี้ข้าจะลองไปขโมยอาหารในครัวดูเผื่อจะมีอะไรเหลือให้กินบ้าง”
พูดจบเด็กชายค่อย ๆ ปีนออกไปทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้มีเพียงหน้าต่างบานนี้เท่านั้นที่เขาแอบเปิดทิ้งไว้โดยมิให้ใครรู้ยามเมื่อเขาถูกขังหรือถูกลงโทษ เขามักจะแอบออกจากห้องโดยทางนี้เสมอเมื่อพ้นจากขอบหน้าต่างลังไม้ที่เขาเคยนำมาวางไว้ใต้หน้าต่างยังคงอยู่ที่เดิมเท้าน้อย ๆ ค่อย ๆ ก้าวลงก่อนจะปิดหน้าต่างไว้ดังเดิมเพื่อไม่ให้มีใครรู้
“ทางไปห้องครัวข้าย่อมจำได้เป็อย่างดี”
เด็กชายตัวน้อยค่อย ๆ เดินไปยังห้องครัวประตูห้องครัวมักจะถูกล็อกไว้เพื่อกันไม่ให้ใครเข้าไปแต่จะมีหน้าต่างบานหนึ่งที่ดูเหมือนกลอนจะเสียและไม่มีใครรู้ เด็กชายร่างน้อยค่อยๆ ลอดผ่านหน้าต่างบานนั้นเข้าไปด้านใน ภายในห้องครัวแม้จะมืดแต่เมื่อสายตาสามารถปรับกับความมืดได้เด็กชายตัวน้อยกลับพบหมั่นโถววางอยู่บนโต๊ะนั้นถึง3 ลูก
“หมั่นโถว”
เด็กชายรีบคว้าหมั่นโถวทั้งสามนั้นยัดใส่ในอกเสื้อขาด ๆของตนก่อนจะรีบออกจากครัวนั้นในทันที
“วันนี้ท่านเทพอวยพรข้าแล้ว มีหมั่นโถวรอข้าถึง 3 ลูก”
เด็กชายลูบหมั่นโถวในอกเสื้ออย่างมีความสุขเขาไม่เคยได้กินอิ่มแม้สักมื้อและไม่เคยได้กินของดี ๆ แม้สักครั้งทุกวันเขาจะได้กินเพียงน้ำต้มข้าวเท่านั้นแม้จะเป็่ปีใหม่ของที่ดีที่สุดที่เขาได้กินก็คือหมั่นโถวต่างจากบ่าวรับใช้ที่ยังได้กินของดี ๆ มากกว่าเขาเสียอีก
‘เพราะเ้าเป็ดาวแห่งความโชคร้าย กินเท่านี้ก็พอ’
นี่คือสิ่งที่เขาได้ยินมาตลอด 4 - 5 ปีที่ผ่านมาแม้แต่แม่นมที่ดูแลเขามา พอเขาพอจะเดินได้และจับช้อนเป็นางก็ถูกไล่ออกไปในทันทีเด็กชายค่อย ๆ เดินไปตามทางก่อนจะเห็นทางหมาลอดบริเวณมุมลับตาใต้พุ่มไม้
“ทางหมาลอด มีั้แ่เมื่อใดกันนะ”
เด็กชายอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ มุดออกไปขณะที่ลอดออกไปจนพ้นตัวนั้นเท้าของเขาดันเผลอเหยียบหางหมาที่นอนอยู่ไม่ไกลจากทางลอดนั้น
“เอ๋ง ๆ ๆ ๆ”
“แย่แล้ว”
หมาตัวใหญ่ร้องอย่างเ็ปก่อนจะมองมาทางเด็กน้อยเด็กชายเห็นแววตาของหมาตัวใหญ่นั้น เท้าน้อย ๆที่ตอนนี้แม้จะไม่มีแรงเท่าใดนักกลับวิ่งพาร่างน้อย ๆโกยไปด้านหน้าอย่างไม่คิดชีวิตและไม่มีทิศทางจนเมื่อมองไปด้านหลังแล้วไม่เห็นหมาตัวนั้นเด็กชายจึงนั่งพักหอบหายใจในทันที
“ข้าคงเป็ดาวแห่งความโชคร้ายจริง ๆแม้แต่หมาตัวนั้นเมื่ออยู่ใกล้ข้าก็ยังได้รับาเ็เพราะข้า”
เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นก่อนจะนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วค่อย ๆล้วงหมั่นโถวออกมากิน เพียงไม่นานตาดวงตาน้อย ๆนั้นก็ไม่สามารถที่จะเปิดได้อีกต่อไปหลังจากหมดหมั่นโถวเพียงครึ่งลูกร่างน้อยนั้นกลับหลับนิ่งไปพร้อมหมั่นโถวที่ยังคาอยู่ในมือร่างน้อยนอนนิ่งพิงกำแพงดูแล้วน่าสงสารคงจะมีแต่เสียงหายใจเป็ระยะเท่านั้นที่บอกว่าเด็กชายตัวน้อยนั้นยังคงมีชีวิตอยู่