เช้าวันนี้หนิงเหอตั้งนาฬิกาปลุกตี4 ตามคำสั่งหลิงอี้ ฉันมองนาฬิกาบอกเวลาตี4.20น.ออกไปชงกาแฟไว้ให้เขาหน่อยดีกว่าหนิงเหอเทกาแฟร้อนใส่ขวดเก็บความร้อนได้ยินเสียงหลิงอี้เปิดประตูห้องที่ชั้นบนกำลังเดินลงนาฬิกาบอกเวลาตี4.28(ชายหนุ่มเดินลงมาเห็นหนิงเหอเตรียมตัวรอเขาอยู่ มีรอยยิ้มน้อยๆ เกิดขัดขึ้นบนใบหน้าอย่างพอใจ)“เชื่อฟังดีนี่ครับ...นึกว่าจะดื้อไม่ยอมตื่น” หนิงเหอไม่อยากอารมณ์เสียตอนเช้าเลยไม่อยากต่อปากต่อคำกับท่าทางและคำพูดยียวนกวนประสาทของเขาหนิงเหอยืนขวดเก็บความร้อนให้เขา (กาแฟของคุณค่ะ) ขอบใจ...สายตารอบมองสำรวจไปที่กระเป๋าที่หนิงเหอเตรียมในนั้นมีขวดน้ำอยู่4ขวด “เช้านี้ถือว่าทำได้ดี...ผมจะได้ไม่ต้องอารมณ์เสียแต่เช้าไปกันได้แล้ว” หลิงอี้เดินนำหน้าเปิดขวดเก็บความร้อน ยกกาแฟดื่มอย่างสบายใจหนิงเหอแอบถอนหายใจ...ฉันก็ดีใจที่ไม่ต้องฟังเสียงบ่นของนายแต่เช้าเหมือนกัน
หลิงอี้บอกกับครูฝึกว่า“ครูหารเฟย ผมมีเื่รบกวนช่วยสมัครสมาชิกฟิตเนสกับหาครูฝึกผู้หญิงสักคนให้หนิงเหอหน่อยนะครับ” ได้สิครับคุณหลิงอี้เื่นี้เดี๋ยวผมจัดการให้รอสักครู่ ครูหารเฟยเดินหายเข้าไปด้านในหนิงเหอยืนงง...พอได้สติถามหลิงอี้ไปว่า (หลิงอี้คุณจะทำอะไรคะ ทำไมคุณต้องสมัครสมาชิกมันไม่จำเป็สำหรับฉันค่าสมัครกับค่าครูฝึกก็แพงมากด้วยฉันจ่ายไม่ไหวหลอกนะคะ)
“ใครบอกจะให้คุณจ่าย?? แล้วใครบอกว่าไม่จำเป็??เื่เมื่อวานที่คุณโดนแฟนคลับชนกระเด็นไปติดกำแพงล้มลุกคลุกคลานเพราะอะไรรู้ไหมตัวคุณเล็กไม่พอ แถมร่างกายก็อ่อนปวกเปียก สภาพของคุณตอนนั้นที่ผมเห็นคือคุณกำลังจะโดนฝูงชนเหยียบผมไม่อยากเห็นภาพแบบนั้นอีกหัดดูแลร่างกายตัวเองซะบ้าง อย่ามาทำตัวอ่อนแอต่อหน้าผม!! ....ผมไม่ชอบ!!”
ครูหารเฟยเดินออกมาพร้อมกับบัตรสมาชิกทำให้การสนทนาต้องหยุดลง
ครูหารเฟย : วันนี้กะทันหันไปหน่อยยังไม่มีครูฝึกผู้หญิงไว้พรุ่งนี้ผมจะหาครูฝึกไว้ให้นะครับคุณหนิงเหอ
หลิงอี้ : ถ้าอย่างนั้น...วันนี้รบกวนครูหารเฟยแนะนำท่าออกกำลังที่ขาให้หนิงเหอมากๆหน่อย เวลาเดินจะได้ไม่ล้มลุกคลุกคลาน (พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน)
ครูหารเฟย : อ้อ...ไม่มีปัญหาครับแสดงว่าอาจมีปัญหาเื่การทรงตัว เริ่มจากทำท่าง่ายๆ ก่อนแล้วกันนะครับ
ในที่สุดหนิงเหอก็ต้องยอมทำตามที่หลิงอี้สั่งโดยหมดข้อโต้แย้งใดๆ ฉันก็อ่อนปวกเปียกอย่างที่เขาบอกจริงๆ ขืนยังเป็แบบนี้สักวัน...ฉันคงได้ตกเป็ข่าวดังโดนแฟนคลับดาราหนุ่มเหยียบตายในขณะทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวเป็แน่
วันแรกของการออกกำลังกายขาฉันสั่นไปหมด ปวดกล้ามเนื้อที่ต้นขาจนจะเดินไม่ไหวคนเดินนำหน้าหันกลับมาหัวเราะเยาะเสียงดัง ต้องให้ผมอุ้มคุณขึ้นห้องไหม “ไม่ต้อง...ฉันเดินเองได้” ไอ้โรคจิต!! หัวเราะมีความสุขในขณะที่เห็นคนอื่นเขาเ็ป เมื่อเตรียมอาหารมื้อเช้าให้หลิงอี้เรียบร้อยหนิงเหอก็เขามานั่งพักในห้องนอนตัวเอง อาการปวดที่ขาเหมือนจะปวดมากขึ้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก ก๊อก! ยังไม่ทันที่หนิงเหอจะเอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้ประตูห้องก็เปิดออกหลิงอี้เดินเข้ามาในมือถือยาแก้เคล็ดมาหนึ่งหลอดโยนให้หนิงเหอ “ทายานี้ซะ...แล้วก็นอนพักอาการจะได้ดีขึ้น อ้อ..อย่าหาข้ออ้างว่าไปสนามขี่ม้าไม่ไหว” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป
หนิงเหอเผลอหลับไปลืมตาตื่นรีบคว้ามือถือขึ้นมาดูนาฬิกา เที่ยงครึ่ง! หลิงอี้เอาฉันตายแน่ยังไม่ได้สั่งอาหารกลางวันให้เขาเลย หนิงเหอเปิดประตูห้องออกมาอย่างวัยเห็นหลิงอี้กำลังนั่งกินข้าวอยู่ พอเขาเห็นหนิงเหอก็หยุดกินทันที “ผมบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าเวลาผมกินข้าวห้ามคุณออกมาจากห้อง”
ขอโทษค่ะฉันไม่ทราบว่าคุณกินข้าวอยู่ เห็นว่าตอนนี้เที่ยงกว่าแล้วกลัวคุณยังไม่มีข้าวทาน “ถ้าผมรอคุณ ผมคงได้หิวตายก่อน” (ทำไมคุณไม่ปลุกฉันคะ) “ี้เีปลุก สั่งกินเองง่ายกว่า” ความจริงคือ เขาเดินเข้าไปในห้องเห็นหนิงเหอกำลังหลับสบายอยู่ชายหนุ่มไม่อยากรบกวนจึงเดินถอยออกมา “คุณไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วค่อยออกมากินข้าวผมสั่งมาไว้ให้แล้ว” หนิงเหอเดินกลับเเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกแปลกใจกับความใจดีผิดปกติของหลิงอี้
หนิงเหอนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวมองหลิงอี้ที่กำลังเดินลงมาจากชั้น2 เดินสะพายกระเป๋าอุปกรณ์ขี่ม้าใบใหญ่มาวางไว้หน้าประตูเขาเดินไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำหนึ่งขวดไปนั่งรอที่โซฟาห้องรับแขก“กินข้าวเสร็จ เรียกจี้เฉิน(คนขับรถ) มาได้เลย” ชายหนุ่มยกขึ้นน้ำดื่ม หากแต่สายตาไม่รักดีดันหันไปแอบมองหนิงเหอที่กำลังนั่งกินข้าวแม้จะดูรีบร้อนแต่ท่าจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากก็ดูมีมารยาทเรียบร้อย คุณลักษณะหญิงไทยโดยแท้ ช่างดูมีเสน่ห์ติดตราตรึงใจเขายิ่งนัก
หนิงเหอเก็บกล่องอาหารที่ทานเสร็จทิ้งถังขยะเช็ดล้างทำความสะอาด เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเข้าที่เข้าทาง หนิงเหอหยิบมือถือโทรหาจี้เฉิน(คนขับรถ)“อีกครึ่งชั่วโมงผมไปถึงครับ คุณหนิงเหอ” หนิงเหอบอกหลิงอี้ให้ทราบว่ารถจะมาถึงอีกครึ่งชั่วโมงพูดเสร็จก็กำลังจะเดินเข้าห้อง“หนิงเหอ คุณมานี้ก่อนผมที่เื่จะพูดด้วย เสื้อผ้ากับทำความสะอาดบ้าน คุณไม่ต้องทำ จะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดอาทิตย์ละ 3วัน ป้าฟางซินทำงานกับผมมานานแกเป็คนว้ใจได้พรุ่งนี้ป้าฟางซินจะเข้ามาผมจะแนะนำให้คุณรู้จัก
(ในห้องนอนกับเสื้อผ้าของฉันฉันทำเองได้ค่ะ) หนิงเหอไม่ชอบให้ใครเขามายุ่งกับข้าวของในห้อง “คุณจะเอาเวลาไหนทำไม่ทราบคุณต้องไปไหนมาไหนกับผมตลอด ชีวิตคุณต่อจากนี้ไปมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คุณต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของคุณให้กับผมคนเดียวเท่านั้น!! จำไว้” นี้เป็อีกเื่ที่ฉันต้องปรับตัวในการเป็ผู้จัดการส่วนตัวของเขาและคงมีอีกหลายเื่ที่ฉันยังต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ ฉันเริ่มรับรู้ได้ว่าหลิงอี้กำลังสอนฉันให้เป็ผู้จัดการส่วนตัวดาราแบบมืออาชีพ
เมื่อคนขับรถมาถึง...หนิงเหอเดินไปคว้ากระเป๋าใบใหญ่เพื่อจะถือให้เขาแต่....ยกไม่ขึ้นมันหนักมาก หลิงอี้บอกว่าวางไว้เดี๋ยวผมถือเอง คุณถือไม่ไหวหรอกจากนั้นเขาก็คว้ากระเป๋าเดินนำหน้าไปที่รถทำเหมือนกระเป๋าใบใหญ่นั้นเบาหวิว ร่างกายจะแข็งแรงอะไรปานนั้นหลิงอี้กำลังสอนว่าฉันการจะดูแลคนอื่นได้ดี ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดีก่อน
รถตู้สีดำจอดรออยู่ที่หน้าคอนโดฯหลิงอี้ส่งกระเป๋าให้ จี้เฉิน(คนขับรถ) หนิงเหอเดินขึ้นไปนั่งตรงที่ประจำคือเบาะด้านในสุดหลิงอี้เดินขึ้นไปนั่งบนรถที่เบาะด้านหลังคนขับ สาเหตุที่ต้องนั่งอยู่เบาะหลังสุดเพราะหลิงอี้ชอบจะเป็คนที่ขึ้นรถคนสุดท้ายและลงจากรถเป็คนแรกเขาบอกว่ามันสะดวกเวลาที่จะเขาจะทักทายกับแฟนคลับของเขาเมื่อทุกคนนั่งประจำที่รถก็ออกตัวมุ่งหน้าไปที่สนามฝึกขี่ม้า
หลิงอี้เอยถามจี้เฉินว่า“นายกินข้าวมาหรือยัง??” จี้เฉิน เป็ลูกพี่ลูกน้องกับหลิงอี้ แม่จี้เฉินเป็ญาติห่างๆของแม่หลิงอี้ ทั้งสองสนิทสนมกันมาั้แ่เด็กพอจี้เฉินเรียนจบหลิงอี้ก็ให้น้องชายมาเป็คนขับรถ หลิงอี้เป็คนรักครอบครัว เวลาทำงานแล้วมีคนในครอบครัวค่อยดูแลอยู่ใกล้ๆเขาจะรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย ไม่ต้องรู้สึกระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา “กินแล้วครับ พี่หลิงอี้...” จี้เฉิน เป็คนพูดน้อยถามคำตอบคำแตกต่างจากหลิงอี้ที่ชั่งพูด นิสัยไม่พูดมากของจี้เฉินเป็คุณสมบัติอีกข้อที่ทำให้หลิงอี้ชอบเขา