ตอนที่ 60
กำจัดอวี้หลัว
เรือนไม้ไผ่ที่ตอนนี้อวี้ซีกำลังนั่งอยู่ในมือถือชาอุ่นๆ จิบขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยพูด
“คนที่เจ้านั่นส่งมาถูกกำจัดไปหมดแล้วเหรอยัง”
“ตอนนี้ได้กำจัดไปหมดแล้วขอรับ”
พ่อบ้านโจวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอบ เขาเป็นคนลงมือกับสายลับที่ได้เฝ้าจับตามองมานานและได้ลงมือสังหารก่อนที่แขกคนสำคัญจะได้รับอันตราย นายท่านรู้ว่าท่านไป๋หลงจะต้องถูกกำจัดเพื่อไม่ให้รักษาต่อจึงได้วางแผนป้องกันคนทั้งสองให้ปลอดภัยและเป็นฝ่ายลงมือก่อนที่ท่านไป๋หลงจะรับอันตรายทำให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นพิษถูกกำจัดหมดเหลือแต่ร่างกายที่จำเป็นจะต้องกลับมาให้แข็งแรงตามเดิม ทรัพยากรได้ถูกออกไปค้นหามากมายเพื่อจะทำการรักษาให้ประมุขหายเร็วๆ
“ข้าคิดว่าข้าให้โอกาสเจ้าสารเลวนั่นมามากแล้วเห็นทีข้าควรกำจัดเสียทีหากจะรอนานไปมันต้องคิดกำจัดข้าอีกแน่ ข้าไม่ให้มันมีโอกาสเป็นครั้งที่ 2”
อวี้ซีที่รับรู้เรื่องราวมาโดยตลอดให้อภัยน้องชายมานานแล้วแต่เจ้านั่นกลับไม่สำนึกคิดหักหลังทรยศตระกูลเข้าร่วมกับตระกูลอื่นเพื่อหมายเป็นใหญ่กำจัดเขาเห็นทีเขาจำเป็นจะต้องกำจัดน้องชายสารเลวนั่นให้พ้นทาง เรื่องที่เขาโดนพิษด้วยเจ้านั่นน่าจะมีส่วนรู้เห็นในครั้งนี้
“แล้วเรื่องตระกูลจางนายท่านคิดอยากจะทำอะไรต่อขอรับ”
“รอให้ข้าแข็งแรงกว่านี้ก่อนเรียกพลังกลับคืนมาได้ทั้งหมดแล้วข้าจะบอกเจ้าอีกที เอาเป็นว่าตอนนี้เจ้าต้องดูแลลูกเขยข้าให้ดีปกป้องเขาอย่าได้รับอันตรายจนกว่าเขาจะเข้าสำนักเมฆาสวรรค์”
“ขอรับนายท่าน”
ตั้งแต่รู้ว่าได้ไป๋เหอเป็นลูกเขยจิตใจของอวี้ซีก็แสนจะมีความสุข อีกไม่กี่วันสำนักเมฆาสวรรค์ก็ได้เวลาเปิดสมัครเรียนแล้วบุตรสาวคงจะไม่ได้พบเจ้าหนุ่มนี่หลายวันหลายเดือนหรือหลายปีก็ไม่อาจจะรู้ได้ จนกว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะแข็งแกร่งละมั้งถึงจะได้พบกันอีก
ทางด้านอี้เฟยเมื่อพ่อบ้านโจวไปบอกว่าบิดาของนางต้องการพบตัวนางก็รีบเดินทางมาหาทันทีแต่พอมาถึงเรือนก็ได้ยินเสียงหัวเราะดูจะมีความสุขกันอยู่นั่นกลับทำให้นางยิ้มออกมาตั้งแต่ที่บิดาของนางหายจากอาการนอนติดเตียงดูท่าแล้วนางจะยิ้มบ่อยขึ้นมากชีวิตตอนนี้มีความสุขที่สุด ทางด้านน้องชายนางแจ้งไปแล้วว่าบิดาตอนนี้หายแล้วพอเขารู้เขาก็ดีใจอย่างมากบอกว่าจะรีบหาเวลากลับมาที่เรือนทันที
“ท่านพ่อให้คนไปเรียกข้ามามีอะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นเหรอ” อี้เฟยเดินเข้ามาหาบิดาของนางในขณะที่เขากำลังเล่นหมากรุกอยู่กับท่านอาวุโสลู่
อวี้ซีละมือลงแล้วหันไปคุยกับบุตรสาวในเรื่องที่เขาอยากคุย“เจ้ารู้หรือยังว่าไป๋หลงจะต้องเดินทางไปสำนักเมฆาสวรรค์แล้ว”
“รู้แล้วเจ้าค่ะเห็นเขาพูดอยู่ว่าจะพาหลานสาวไปเรียนที่โน่น”
“อืม ข้าก็เคยบอกให้เขาเรียนอยู่ที่สำนักชิงเฉิงแล้วแต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธ” แววตามีความผิดหวังอยู่ไม่น้อยแต่เข้าใจการตัดสินใจของชายหนุ่มดีเขาไม่คิดโกรธเลย
นางถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเช่นเดียวกับบิดาคนเก่งเช่นเขาควรจะรั้งให้อยู่ใกล้ตัวแต่คนเช่นเขาย่อมที่จะไม่อยากถูกบังคับอันนี้นางเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ทำยังไงได้ละเจ้าคะสำนักชิงเฉิงเราเป็นรองสำนักเมฆาสวรรค์เขาจะต้องเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้หลานสาวอยู่แล้ว”
“อืม น่าเสียดายนะเจ้ากับเขาคงอีกนานกว่าจะได้เจอกันดูท่าแล้วเจ้าคงจะไม่คิดถึงเขาหรอกนะ” เมื่อไม่คิดเรื่องที่เขาจะต้องไปเรียนที่โน่นชายชราก็เปลี่ยนประเด็นทันทีกลับมาหยอกบุตรสาวตนเองต่อ
“โธ่ท่านพ่อความสัมพันธ์ข้ากับเขายังไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อยเราจำเป็นจะต้องให้เขาแข็งแกร่งก่อนแล้วอีกอย่างข้าก็ไม่รีบที่จะต้องออกเรือนกับเขาเสียหน่อย”
นางทำหน้ามุ่ยรู้ว่าบิดาแกล้งหยอกนางไม่หลงกลหรอกแล้วอีกอย่างความสัมพันธ์ของนางกับเขาก็ยังไม่ถึงขั้นลึกซึ้งให้คิดถึงกันขนาดนั้นแม้รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นคู่หมั้นนางแล้วก็ตามเถอะ เขาก็บอกนางแล้วว่าหากนางเจอใครที่ดีกว่าเขาพร้อมจะถอนหมั้นทันที เขาก็ไม่ได้ผูกบังคับนางถือว่าให้นางมีอิสระในการเลือกชายอื่นได้ เขาถือว่าเป็นผู้ชายไม่เลวคนหนึ่งก็ว่าได้ในสายตานางในตอนนี้
“แต่เจ้าจะไม่คิดถึงเขาใช่ไหมหากต้องห่างกันหลายปีหรือหากเขาไปเจอสตรีนางอื่น” อวี้ซีแกล้งหยอกบุตรสาวต่อบุรุษเก่งกาจเช่นไป๋เหอย่อมเป็นที่หมายปองของสตรีมากมายเขาอยากดูท่าทีบุตรสาวว่าเกิดอาการหึงหวงหรือไม่
“ท่านพ่อก็..”
นางไม่กล้ากล่าวอันใดออกมาอีกคำหยอกของบิดาก็ทำให้นางฉุกคิด นางแค่รู้สึกดีกับเขาไม่ได้จะเป็นจะตายหากต้องอยู่ห่างไกลเขาเสียเมื่อไหร่ นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นแล้วหากเขาจะมีสตรีอื่นมายุ่งวุ่นวายด้วยก็ถือว่าเรื่องของเขานางคงจะห้ามไม่ได้ในเรื่องนี้เช่นกัน คนเก่งย่อมมีสตรีมากมายให้เลือกโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้สตรีเช่นนางต้องใช้สามีร่วมกับนางอื่นก็มากมายไม่เว้นแม้กระทั่งบิดาของนางก็มีภรรยาถึงสองคนแม้ว่าน้องชายไม่ได้เกิดจากแม่เดียวกันแต่เขาก็รักน้องมากส่วนแม่เขากับแม่ของนางโดนศัตรูสังหารทั้งคู่นี่แหละโลกแห่งนี้หากใครอ่อนแอก็โดนฆ่าอย่างง่ายดายนางจึงไม่มีวันอ่อนแอเด็ดขาด
“ท่านอาวุโสตามข้ามามีอะไรจะพูดกับข้าหรือขอรับ”
ไป๋เหอเดินเข้ามาหาอวี้ซีที่เรือนพอเดินเข้ามาก็พบว่าตอนนี้ท่านอาวุโสเดินได้แล้วทำให้ไป๋เหอถึงกับตกใจการรักษาร่างกายของชายชราเป็นไปอย่างรวดเร็วเขาคิดว่าชายชราน่าจะมีทรัพยากรที่ดีถึงได้หายไวขนาดนี้ทั้งที่เขาก็พึ่งเห็นว่านั่งรถเข็นอยู่เลย
“นั่งก่อนสิ” ชายชราผายมือเชื้อเชิญก่อนจะกล่าวต่อ “อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะเดินทางออกจากที่นี่แล้วข้าอยากพูดคุยกับเจ้าเสียหน่อย”ชายชรานั่งลงฝั่งตรงข้ามดีดนิ้วชี้ขึ้นหม้อต้มน้ำชาก็ลอยขึ้นไปตรงหน้าไป๋เหอแก้วน้ำก็ลอยมาวางไว้ตรงหน้าเขาพร้อมกับชาที่ถูกเทลงมาจากหม้อราวกับใช้มือยกเทเอง
ไป๋เหอถึงกับเฝ้ามองดูอย่างไม่ละสายตา‘นี่มันวิชาอะไรกันเหตุใดถึงทำได้’ เขาเกิดความใคร่รู้ดูจากแววตาที่ลอบมองอย่างไม่วางตา
ชายชราหัวเราะในท่าทีนั้นมองดูชายหนุ่มคล้ายกับว่าเด็กน้อยไม่เคยเจอของเล่น
ไป๋เหอรีบเก็บอาการแล้วเอ่ยถามเรื่องที่เรียกเขามาพบแม้จะยังขัดเขินหน่อย ๆ ที่ตนเองทำท่าทีเหมือนเด็กน้อยเช่นนั้นต่อหน้าเขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที “ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าอย่างนั้นเหรอ”
ตอนนี้ตำราวิชาก็ถูกคัดลอกขึ้นเตรียมจัดส่งไปยังตระกูลเฉินที่แคว้นฺฉือแล้วเดี๋ยวทางตระกูลโจวจะเป็นคนไปส่งและก็แจ้งเรื่องที่เขาได้เป็นลูกเขยให้ทางตระกูลเขาได้รับรู้ในเรื่องนี้ด้วย ไป๋เหอก็ไม่ได้คิดอะไรเดี๋ยวหากได้เจอท่านอาเจียวฉือค่อยอธิบายอีกที
“ตระกูลโจวของข้ามีศัตรูมากมายที่ข้าไม่รู้แล้วข้าก็มีบุตร2 คนที่ข้ารักมาก ตอนนี้เรื่องหนึ่งที่ข้าสบายใจแล้วก็คือ ข้าได้เจ้ามาเป็นลูกเขยบุตรสาวข้าจะได้มีที่พึ่งหวังว่าเจ้าจะรีบเติบโตแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วนะ”
“ขอรับข้าจะพยายามแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด” ชายหนุ่มรับปากด้วยท่าทีมุ่งมั่นเรื่องความแข็งแกร่งย่อมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตเขาในตอนนี้ เพราะมีความแข็งแกร่งย่อมเป็นเรื่องที่ได้เปรียบในโลกแห่งนี้
“ข้าอยากจะทำความรู้จักเจ้าให้มากกว่านี้แต่ดูท่าแล้วพวกเราคงจะต้องรอให้เจ้ากลับมาหาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่แต่ตอนนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะรีบกลับมาเยี่ยมข้ากับอี้เฟยบ้างนะ”
ชายชรากล่าวยิ้มๆ แม้จะแอบเสียดายที่ต้องห่างไกลกัน
ทางด้านหุบเขาฝั่งหนึ่งอวี้หลัวรอข่าวจากคนที่ส่งให้ไปสืบทางตระกูลโจวด้วยใจจดใจจ่อเมื่อได้ข่าวเกี่ยวกับคนของตนว่าได้ตายหมดแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อจึงให้คนสนิทไปสืบเรื่องราวให้แน่ชัดกว่านี้อีกครั้ง
ลูกน้องคนสนิทหลังจากไปสืบข่าวคราวกลับมาก็วิ่งหน้าตั้งเพื่อมารายงานเรื่องนี้โดยเร็ว
“นายท่านตอนนี้คนของเราที่แฝงอยู่ที่ตระกูลโจวตายกันหมดแล้วขอรับ”
อวี้หลัวพอได้ฟังถึงกับตกใจสิ่งที่เขาวางแผนมานานจะมาล้มเหลวแบบนี้เขาไม่อยากเชื่อทั้งที่มันควรจะไปในทางที่ดีแท้ๆ
“มันเป็นไปได้อย่างไรกันหรือว่าที่ผ่านมามันจะแสร้งทำเป็นไม่รู้มาโดยตลอดแล้วรอวันคิดบัญชีทีหลัง” อวี้หลัวพลางคิดที่ผ่านมามันไม่มีพิรุจว่าอวี้ซีจะจับได้เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้เขาว่าเขาได้วางแผนไว้อย่างรอบคอบแล้วนะก็ยังพลาดไปได้ ใบหน้าของเขาขาวซีดยามนึกถึงความล้มเหลวที่ตัวเองคิดว่าจะไม่มีทางเกิด
‘นี่ชีวิตข้าจะสู้อวี้ซีไม่ได้อย่างนั้นเลยเหรอไม่ว่าความเก่งความฉลาดดูเหมือนว่าจะตามหลังอวี้ซีไปเรื่อย ๆ ข้าไม่ยอม’ เขากำสองมือแน่นความโกรธความเกลียดที่มีต่ออวี้ซีนั้นล้นอยู่เต็มทนทุกอย่างที่อวี้ซีได้เขากลับไม่ได้รับทั้งที่พยายามทำให้เห็นแล้วว่าเขาเก่งไม่แพ้อวี้ซีเลยสักนิดแต่ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะสูญเปล่า
“เห็นทีว่าครั้งนี้ท่านอวี้ซีคงจะต้องตามมาจัดการพวกเราเป็นแน่ขอรับ”
บ่าวคนสนิทพูดอย่างร้อนรนเขาคิดว่าท่านประมุขอาการกลับมาแข็งแรงเมื่อไหร่คงจะคิดกำจัดน้องชายของเขาแน่แล้วตัวเขาก็ไม่น่าจะรอดด้วย
เขาไม่น่าเลือกทางผิดเลยชายวัยกลางคนนึกในใจเมื่อได้รับรู้อันตรายจะมาเยือนถึงชีวิตเร็วๆ นี้
“ข้าต้องเรียกท่านอาวุโสทั้ง3 ให้มาคุ้มครองพวกเราแล้ว เจ้าจงไปแจ้ง หลิงเฮ่อ สวีจั้งและซูเหินให้มาพบข้าที่นี่โดยด่วน”
“ขอรับ”
เขากำลังนึกถึงคนที่อยู่ข้างเขาที่คอยสนับสนุนให้เขาเป็นผู้นำตระกูลโจว เพียงลำพังเขาไม่อาจจะต่อกรกับอวี้ซีได้ ตอนนี้เขาไม่ทนรอให้อวี้ซีมาฆ่าเขาได้แน่
อาจจะลงตอนช้าหน่อยนะครับ ช่วงนี้ติดงานเยอะแต่พยายามจะลงให้ได้ในแต่ละวันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรออ่าน เรื่องนี้จะไม่ให้มันยืดยาวกะไว้ว่าไม่เกินหลักร้อยตอนก็จบ ไม่อยากให้อ่านนานๆมันน่าเบื่อเหมือนคนเขียนเลย55555