ตอนที่ 9 ศัตรูมักวนมาเจอกัน (2)
ตอนแรกหลี่ว์ซิ่งไม่เห็นมู่ชิง ก่อนหน้านี้เขาก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ตลอด กระทั่งเมื่อครู่เริ่มมีคนขยับถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง อยากจะดูว่ามี ‘คนใหญ่คนโต’ ที่ไหนมาออดิชั่น แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เห็นจะเป็คนคนนี้ไปได้
เมื่อเห็นมู่ชิง หลี่ว์ซิ่งก็โมโหขึ้นมา เขาเป็ผู้จัดการมากว่าครึ่งชีวิต ศิลปินในมือแม้ไม่ใช่หกเจ็ดสิบคน ก็ต้องมากถึงสามสี่สิบคน แต่ว่าสิบปีมานี้กลับไม่มีใครโด่งดังเลย กระทั่งนักแสดงระดับสองยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
กว่าจะมีมู่ชิงที่หน้าตาโดดเด่นเข้ามา แต่ดันทำให้เขาโมโหจนแทบกระอักเื...คนคนนี้กลับไร้ความสามารถ ทักษะการแสดงไม่โดดเด่น แถมนิสัยยังแข็งทื่อไม่น่าสนใจ ทำเอาหน้าตาฟ้าประทานเสียราคาหมด
ทักษะการแสดงไม่ดียังพอว่า อย่างไรก็ไม่ได้เกิดมาเป็นักแสดงอยู่แล้ว ตอนแรกที่เตะตาก็เพราะรูปลักษณ์ แต่จะให้มาเสียเปล่าในมือเขาก็ใช่ที่! หลี่ว์ซิ่งจึงเริ่มที่จะขุด ‘คุณค่า’ ของมู่ชิงในด้านอื่นอย่างจนใจ และเพราะการ ‘โปรโมต’ ทั้งอย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจของเขา ในที่สุดก็มีนักลงทุนที่มักทุ่มเงินอย่างใจกว้างแสดงตัวว่าสนใจมู่ชิง และยอมที่จะจ่ายให้เขา แต่ใครจะรู้ว่าคนคนนี้กลับเป็พวกสมองทึบ ไม่เพียงแต่ดูถูกเขาต่อหน้า ยังบอกว่าเขาเป็แมงดา และปล่อยให้อีกฝ่ายรอเก้อ
สุดท้ายคนคนนั้นโมโห เขาจึงได้แต่รีบส่งศิลปินในมืออีกคนไป เื่นี้ถึงได้จบด้วยดี
นักแสดงหน้าใหม่ที่ยังไม่ทันจะเข้าวงการจริงๆ แต่ดันกล้าไม่เชื่อฟังแบบนี้ เรียกว่าเป็การท้าทายเขาตรงๆ ถ้าเกิดนักแสดงหน้าใหม่คนอื่นเองก็เอาอย่างบ้าง ไม่ใช่ว่าจะพากันแข็งข้อหรอกเหรอ!
เขามักจะยืนกรานกฎของหลี่ว์ซิ่งกับศิลปินในมือเสมอว่า ‘ถ้าไม่เชื่อฟัง ฉันก็จะตัดทางเดินของนาย’ พอถูกทำให้อับอายจนโมโห ก็ตัดสินใจว่าจะใช้โอกาสนี้เชือดไก่ให้ลิงดู พอได้ยินว่าอีกฝ่ายได้รับบทในละครเื่บทลงโทษของปีศาจ เขาก็รีบใช้เส้นสายของตน ให้คนใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้ามาไปแทนที่มู่ชิงทันที จุดประสงค์ก็เพื่อจะให้บทเรียนกับอีกฝ่าย เขา้าให้มู่ชิงเข้าใจว่าตัวเขาเป็ใคร และให้รู้ว่าถ้าไม่มีคนหนุนหลัง การที่จะอาศัยกำลังของตนเองเชิดหน้าชูตาในวงการบันเทิงได้นั้นไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน
แต่เขาคิดไม่ถึงเลย ว่ามู่ชิงที่ถูกเขากีดกันจนแม้แต่ตัวละครที่มีบทพูดไม่กี่ประโยคยังแสดงไม่ได้ กลับกล้าปรากฏตัวที่นี่อย่างเปิดเผย ดูท่าแล้วยังอยากจะชิงบทกับฟางเจ๋อนักแสดงหน้าใหม่ที่เขาตั้งความหวังไว้สูงด้วยสินะ
นี่เท่ากับเป็การตบหน้าเขากลางสี่แยกชัดๆ!
ถึงหลี่ว์ซิ่งจะไม่เก่งกล้าสามารถอะไร แต่เขามีพี่เขยเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทซือก้วน ปกติแล้วเขาออกคำสั่งกับเพื่อนในบริษัทเดียวกันจนชิน ตอนนี้ยิ่งไม่เห็นมู่ชิงอยู่ในสายตา รวมกับความไม่พอใจก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว ดังนั้นพอเห็นมู่ชิงก็พลันโมโหขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าไปด้วยสัญชาตญาณอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง คว้าข้อมือของมู่ชิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตร “ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้!”
เป็ครั้งแรกของทั้งชาตินี้และชาติก่อนที่มู่ชิงถึงกับต้องยกนิ้วให้กับหลี่ว์ซิ่ง อีกฝ่ายเป็เหมือนที่เขาคิดจริงๆ พอเห็นตนก็ราวกับหมาป่าที่สะกดอารมณ์ไม่อยู่จนต้องเห่าแล้วพุ่งเข้าใส่ เห็นอีกฝ่าย ‘ให้ความร่วมมือ’ ขนาดนี้ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้ไปแน่นอน เขาเก็บสีหน้าสบายๆ แล้วทักทายหลี่ว์ซิ่งอย่างมีมารยาททว่าแฝงไว้ด้วยความกระวนกระวาย “สวัสดีครับ พี่หลี่ว์”