เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 145 ชอบ

            ดังนั้นถึงแม้ว่าอานหยางจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าไป๋ฝูฉวีมีกลอุบายมากมายอยู่ในใจ แต่ก็คิดว่าการจะรับเลี้ยงดอกถูซือเอาไว้สักดอกก็ไม่เห็นว่าจะผิดอะไร

            อย่างไรเสียตนก็แค่มองไป๋ฝูฉวีเพื่อความสนุก ไม่ได้มีความรู้สึกอยู่เลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เล่นเบื่อแล้วก็แค่เตะมันทิ้งไป

            ตอนแรกก็เพียงยืมนางมาเพื่อใช้เป็นตัวยุติความสัมพันธ์การหมั้นกับเฉินเหลียนเอ๋อร์จนสำเร็จ ยามนี้ให้การดูแลเล็กน้อยกับนางก็ไม่เห็นเป็นไร สำหรับเขาแล้วมันแทบไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด

            คนที่สามารถมองออกว่าในใจของนางคิดอะไรอยู่ ก็จะควบคุมได้มากกว่าคนที่มองไม่ออก

            มีความหวัง ก็ควบคุมได้ง่าย

            สำหรับอานหยางแล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งนัก

            แต่อานหยางก็อดคิดถึงเยี่ยนเจาเจาไม่ได้

            นางตั้งใจแสดงท่าทีลำพองใช้อำนาจบาตรใหญ่ ดูเหมือนว่ามันสามารถหลอกผู้อื่นได้ง่าย แต่ไม่มีใครรู้ว่าด้านในซ่อนสิ่งใดเอาไว้

            ยิ่งไปกว่านั้นรูปโฉมของเยี่ยนเจาเจาเกรงว่าบนโลกใบนี้ไม่มีบุรุษใดไม่ชอบ

            แม้ว่าอานหยางจะไม่คิดว่าตนชอบเยี่ยนเจาเจา แต่คำพูดของผู้อาวุโสตระกูลอานทั้งสองท่าน อานหยางคิดว่าไม่ได้แตกต่างจากเรื่องไร้สาระเลยสักนิด

            ละทิ้งความคิดที่ยุ่งเหยิงนี้เอาไว้ในใจ มิต้องกล่าวไปว่าเยี่ยนเจาเจานั้นคู่ควรกับตนหรือไม่ เขาเคยตรวจสอบดูแล้ว แม้จะเป็นหยวนอีเจินหรือหยวนอีอ้าย พวกนางสองคนล้วนไม่เต็มใจแต่งออกไป ที่ยิ่งกว่านั้นเยี่ยนเจาเจาผู้นี้ก็ไม่มีความคิดเรื่องการแต่งงานเลยสักนิด

            แต่ข้างกายของเยี่ยนเจาเจาก็มักจะลากผู้คุ้มกันที่มีใบหน้าเย็นชาอย่างหนานหมิงเหอมาด้วย มีพี่ชายเช่นนี้ แค่คิดว่าเจ้าเข้าไปใกล้มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากภาพลวงตา

            แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ อานหยางก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากเข้าไปใกล้ชิดมากขึ้น ไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลหยวนรวมไปถึงหยวนอีเจินและหยวนอีอ้ายอะไรนั่น เพียงต้องการเห็นเยี่ยนเจาเจาก็แค่นั้น เกรงว่าได้เห็นนางแค่ไกลๆ หัวใจของเขามันก็ได้เติมเต็มไปด้วยคำว่าชอบแล้ว

            ชอบ ชอบ...

            แม้แต่ตัวอานหยางเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนถึงอยากเจอเยี่ยนเจาเจา เห็นชัดๆ ว่านางอวดดีอีกทั้งยังยโสโอหังยิ่งนัก แม้แต่พูดกับเขาดีๆ สักประโยคก็ยังไม่มี หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เขาอานหยางผู้นี้อย่าว่าแต่ติดตามเลย เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาจะตอบโต้กลับไป

            แต่เยี่ยนเจาเจาเหลือบมองไปที่เขา ในสายตาแฝงการเหน็บแนมและไม่ใส่ใจเอาไว้ด้วย มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเยี่ยนเจาเจาไม่ได้นำเขามาไว้ในสายตาเลยสักนิด

            อานหยางเคยเจอความอัปยศเช่นนี้เมื่อไรกัน?

            ตระกูลอานเป็นตระกูลผู้ดีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ไม่เป็นรองใครในเมืองหยางโจว ตั้งแต่อานหยางเกิดมาก็มีความโดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก การศึกษาก็อยู่ในระดับต้น แต่ไหนแต่ไรมาก็โดนสตรีเมืองหยางโจวเทียวมาเทียวชอบมิขาด

            แม้มาที่สถานศึกษาตระกูลหยวน เขาก็ได้อยู่ในอันดับต้นๆ มาโดยตลอด แม้ว่าสตรีในอาคารทางเหนือจะไม่มีความคิดรักๆ ใคร่ๆ สักเท่าไร แต่มีตอนไหนที่เห็นเขาแล้วไม่รู้สึกเลื่อมใสหรือ?

            แล้วเหตุใดเยี่ยนเจาเจาถึงได้ต่างออกไปเช่นนี้เล่า ไยถึงได้หัวเราะเยาะเย้ยเขาถึงเพียงนี้?

            จากนั้นเขาก็มาศึกษาที่สถานศึกษาตระกูลหยวน หลังจากได้เจอนางก็ได้รู้ว่าพี่ชายของเยี่ยนเจาเจาหนานหมิงเหอผู้นั้น เป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง

            เดิมทีเขาก็ไม่ยอมรับ ในตอนนั้นที่เยี่ยนเจาเจากล่าวกับตนว่า “พี่ชายของข้าเด่นกว่าเจ้า” เขาแทบจะไม่ได้นำมันมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

            หนานหมิงเหอมีความโดดเด่นยิ่งนัก รูปลักษณ์ที่อานหยางภูมิใจมาโดยตลอดก็ยังไม่ควรค่าพอให้กล่าวมันต่อหน้าเขา

            เมื่อรวมกับตัวเขาที่ไม่ชอบแสดงการอวดตน รูปลักษณ์ของชายหนุ่มที่เป็นเช่นนี้ก็อดทำให้ผู้อื่นดูแคลนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

            แต่นั่นก็คือหนานหมิงเหอ ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก็สามารถทำให้บุรุษทั้งอาคารทางใต้ยอมรับเขาทั้งกายใจ

            ทว่าสำหรับอานหยาง แม้แต่ส่วนหนึ่งของหนานหมิงเหอเขาก็ไม่สามารถมองอย่างทะลุปรุโปร่งได้

            ดังนั้นในช่วงหลังที่เขาไปหาไป๋ฝูฉวีเพื่อนำยาไปให้ ก็ไม่ใช่เพราะไป๋ฝูฉวีอย่างเดียวเท่านั้น

            หากได้เห็นเยี่ยนเจาเจาที่ประตูหน้าอาคารทางเหนือ สำหรับอานหยางก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าสำหรับการเดินในครั้งนี้แล้ว

            แต่น่าเสียดายที่เยี่ยนเจาเจายุ่งมากเสียจนเท้าแทบยืนไม่ติดพื้น แม้จะมองเห็นเขานางก็ยังทำราวกับมองไม่เห็น ท่าทีรีบเร่งเดินจากไป ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง

            มิใช่เรื่องง่ายที่เขาจะได้ยินว่าเยี่ยนเจาเจาจะเดินทางมาร่วมการชุมนุมล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่นี้ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจับพลัดจับผลูตามมาด้วยได้อย่างไร สุดท้ายก็ทำให้ได้เห็นแววตาของหนานหมิงเหอที่ตั้งใจเฝ้ามองเยี่ยนเจาเจาตอนยิงธนูยิ่งนัก

            เขาเป็นบุรุษ แน่นอนว่าสามารถเข้าใจสายตาของหนานหมิงเหอได้เป็นอย่างดี

            หนานหมิงเหอมิได้ใจจดใจจ่ออยู่กับการยิงธนูของเยี่ยนเจาเจา เขาเพียงมองไปที่เยี่ยนเจาเจา เป็นสายตาที่มุ่งมั่นและอ่อนโยน

            เขามองเช่นนั้นราวกับรอบๆ ไม่มีผู้ใดอยู่ ทว่าหากคนอื่นเห็นก็จะพูดว่าหนานหมิงเหอและเยี่ยนเจาเจามีความสัมพันธ์พี่น้องที่ลึกซึ้ง

            ความสัมพันธ์พี่น้องที่ลึกซึ้ง?

            อานหยางคิดว่านี้ถือเป็นเรื่องน่าขบขันมากที่สุดที่ได้ยินมาในปีนี้

            พูดตามตรง ในฐานะคนที่มีความรู้สึกระหว่างชายหญิงเกิดขึ้น การตอบสนองแรกของอานหยางคือเหตุใดหนานหมิงเหอถึงได้ใช้สายตาเช่นนั้นมองเยี่ยนเจาเจาเล่า?

            มุ่งมั่นอาวรณ์ ราวกับแฝงความคร่ำครวญมากมายเอาไว้ อีกทั้งยังกดทับเอาไว้ด้วยความในใจที่มิอาจกล่าวออกมาได้

            อานหยางมีน้องสาวหนึ่งคนที่คลานตามกันมา แต่เขาก็มิอาจนำสายตาที่มองคนรักมามองน้องสาวของตนได้

            น่าประหลาดใจ อีกทั้งยังดูไม่ตรงกัน

            แต่ทั้งสถานศึกษาตระกูลหยวนไม่มีใครที่มองสิ่งนี้ออก ไหนเลยจะพูดถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องที่ลึกซึ้งอะไรนั่น

            เขามิพบสิ่งใดอีก เขารู้เพียงเพื่อหนานหมิงเหอที่ถูกหยวนหยางฮุยผลัก เยี่ยนเจาเจาจึงจงใจหยิบน้ำร้อนขึ้นมาและสาดไปที่ใบหน้าของหยวนอีเฉี่ยว

            เยี่ยนเจาเจาไม่สนใจชื่อเสียงของตน สิ่งที่นางต้องการปกป้องก็คือหนานหมิงเหอ

            ระหว่างพี่น้องสามารถทำได้ถึงขั้นนี้เลยหรือ?

            แม้ว่าอานหยางจะรักน้องสาวของตนมาก แต่เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเขามิอาจทำถึงเพียงนี้เพื่อน้องสาวได้แน่ ดังนั้นหัวใจของเขาจึงเหมือนกับกระทะน้ำมันที่พลิกไปมา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาด

            แต่เขาไม่มีหลักฐาน

            ทุกสิ่งที่เขาสืบพบบอกว่า หยวนชิงจ้าวและหยวนชิงชิวทั้งสองคนล้วนเป็นบุตรที่กำพร้าบิดามารดา ประคับประคองกันและกันมาจนโต ดังนั้นความรู้สึกจึงต่างกันออกไป

            สิ่งนี้ทำให้อานหยางรู้สึกกลัดกลุ้มและรำคาญมากยิ่งขึ้น

            การขี่ม้ายิงธนูของอานหยางเองก็ไม่แพ้กัน

            ดังนั้นความโกรธถึงได้พุ่งขึ้นหัวของเขา หยิบลูกธนูขึ้นมาและยิงไปกระแทกลูกธนูของเยี่ยนเจาเจา

            แต่หนานหมิงเหอก็รีบก้มลงหยิบธนูและยิงลูกธนูออกไป ลูกธนูสามดอกยิงออกไปในคราวเดียว ทำให้เขาหน้าแตกจนไม่เหลือชิ้นดี

            พวกเขาล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ แน่นอนว่าเขามองออกว่าวรยุทธ์ของหนานหมิงเหอเป็นอย่างไร

            นี่ไม่ใช่พรสวรรค์ที่สามารถสร้างขึ้นได้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ระยะเวลาในการเล็งของหนานหมิงเหอเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่การยิงออกไปก็ยังไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

            แต่เขาก็ยังเห็นอีกว่าในช่วงอึดใจตอนที่หนานหมิงเหอยิงลูกธนูออกไปนั้นยังชำเลืองมองมาที่ตน มิได้มองไปยังเป้าเลยสักนิด

            สายตาของเขามิได้มีความอบอุ่นอยู่เลย ราวกับเป็นน้ำแข็ง มันคล้ายกับสายตาที่มองคนตาย

            ดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง จนอดมิได้ที่ต้องก้าวถอยหลังกลับมาครึ่งก้าว... เขาแทบจะเชื่อในทันทีว่าหากหนานหมิงเหอต้องการ ลูกธนูทั้งสามดอกที่ทรงพลังนั้นคงยิงจนราบไปในพลัน

            เพราะเหตุนั้นเขาจึงเกิดความกลัว มีใครบ้างเล่าที่ไม่กลัวความตาย

            ทว่าหนานหมิงเหอและเยี่ยนเจาเจาล้วนไม่สนใจเขา เขาเองก็ไม่อยากพาตัวเองเข้าไปจนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะเหตุนั้นจึงหันกลับและเดินจากไป

            ไป๋ฝูฉวีปลอบเขาอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังเห็นว่าเขายังไม่มีความสุข ดังนั้นนางจึงบอกว่าจะไปยังส่วนของห้องครัวเล็กเพื่อดูว่ามีของว่างอะไรพอให้ทานได้บ้าง

            ไป๋ฝูฉวีเป็นสตรีฉลาดที่มีทักษะด้านการพูดที่ดูอ่อนโยน เลี้ยงดูเอาไว้ข้างกายแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องไม่ดี แม้ในใจของนางจะมีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่ แต่แล้วมันสำคัญตรงไหนเล่า?

            มีคนพอใจประจบเยินยอ เขาเองก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง

            ด้วยความคิดนี้ ตอนที่หันกลับไปเขาก็เห็นเยี่ยนเจาเจาเดินถือกาน้ำเข้ามาจากระยะที่ไม่ไกลสักเท่าไร

            ในใจของอานหยางคิดถึงเรื่องของเยี่ยนเจาเจาอยู่เต็มหัวใจ ยามนี้เมื่อจู่ๆ ก็ได้เห็นเยี่ยนเจาเจา กล่าวตามตรงมันถือเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคิดของเขามาก ในตอนที่เขาได้สติกลับมาอีกครั้ง เยี่ยนเจาเจาก็ถูกเขารั้งเอาไว้แล้ว

            เยี่ยนเจาเจาไม่ได้ตั้งใจจะสนทนากับอานหยาง มีเพียงเรียวคิ้วที่ขมวด เป็นเชิงกำลังถามว่าอานหยางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่

            “ข้า... ข้าก็แค่อยากสนทนากับเจ้าเท่านั้น”

            อานหยางเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เขายืนอยู่เบื้องหน้าเยี่ยนเจาเจา ยามที่เห็นดวงตาของนางก็รู้สึกราวกับตนนั้นขาดความมั่นใจ เริ่มเปลี่ยนเป็นพูดจาอ้อมแอ้ม

            เยี่ยนเจาเจาถอนหายใจออกมาด้วยความโกรธ แต่สายตาที่มองคนตรงหน้ากลับเป็นแววตาที่สงบ “หากไม่มีเรื่องใด ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ท่านพี่รอข้าอยู่”

            ท่าทางที่สงบเช่นนี้ทำให้อานหยางรู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้น สายตาที่นางมองไปยังหนานหมิงเหอนั้นดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก ทว่าเหตุใดท่าทีที่นางมองมายังตนถึงได้ดูราวกับภิกษุณีอาวุโสที่กำลังเข้าฌานไม่มีผิด

            ขอเพียงมองเขาด้วยสายตาอีกแบบ แม้จะเป็นการชำเลืองเมืองเช่นแต่ก่อน แม้จะเหน็บแนมและเย็นชา แต่ก็ยังดีกว่าภาพตรงหน้าตอนนี้ที่มันไม่มีสิ่งใดอยู่เลย

            ไม่มีสิ่งใด ก็คือการไม่สนใจ

            ไม่สนใจ คำง่ายๆ สามคำ แต่ทำให้อานหยางที่ล้อเล่นกับไป๋ฝูฉวีรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว

            ทว่าเยี่ยนเจาเจาเดินผ่านเขาไปแล้ว

            ในใจของเยี่ยนเจาเจาคิดถึงแต่พี่รอง แน่นอนว่านางไม่อยากเปลืองเวลาเปลืองน้ำลายมาพูดคุยกับอานหยาง

            อานหยางไม่มีแผนใด ยากยิ่งนักกว่าจะได้พบเยี่ยนเจาเจาเพียงลำพังโดยที่นางไม่วุ่นวายอยู่กับการเรียน เช่นนั้นเขาจึงตามเยี่ยนเจาเจาไป พยายามหาโอกาสที่จะได้พูดคุยกับเยี่ยนเจาเจา

            เยี่ยนเจาเจาไม่ได้สนใจอานหยางที่อยู่ด้านหลัง จากระยะไกลๆ นี้เห็นว่าหนานหมิงเหอที่อยู่ริมทะเลสาบ กำลังสนทนาบางอย่างกับหญิงสาวที่รูปร่างดูบอบบางอ่อนแอ

            เรียวคิ้วของนางขมวดอย่างอดไม่ได้

            แน่นอนว่านางรู้จักสตรีผู้นั้น มิใช่ดอกบัวขาวไป๋ฝูฉวีหรอกหรือ

            เยี่ยนเจาเจาไม่ชอบไป๋ฝูฉวี อีกทั้งยังรู้ว่าในใจของนางมีลูกไม้ซ่อนอยู่มากมาย อานหยางคนเดียวไม่พอให้นางยั่วยวนเช่นนั้นหรือ หรือยามนี้สนใจหนานหมิงเหอ?

            หากนางตั้งใจทำเช่นนั้นจริง ก็ไม่รังเกียจเลยที่จะมอบความตายอันแสนทรมานให้

            ยามนี้ไป๋ฝูฉวีได้เห็นเงาของเยี่ยนเจาเจาอย่างชัดเจน

            ไป๋ฝูฉวีรู้สึกเวียนศีรษะยิ่งนัก นางรู้ว่าในใจของอานหยางคิดถึงเพียงเยี่ยนเจาเจา ทำให้รู้สึกรำคาญใจไม่น้อย จึงหาเหตุผลบางอย่างเพื่อออกห่างจากอานหยางมาเดินเล่นรอบๆ ตามใจตน จากนั้นก็ได้เห็นหนานหมิงเหอที่อยู่ริมทะเลสาบเพียงลำพัง

            ยามที่ไม่เห็นเยี่ยนเจาเจาอยู่ข้างกายเขา เขาก็ไม่ต่างไปจากปูนปั้นที่ไร้ความรู้สึกและความอบอุ่น ทว่าไป๋ฝูฉวีไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใด คิดว่าตนนั้นสามารถหาทางอื่นเพื่อแก้ปัญหา สามารถโน้มน้าวหนานหมิงเหอได้

            ในตอนที่นางยืนอยู่ใกล้หนานหมิงเหอก็ไม่ได้รับการกีดกัน หัวใจจึงรู้สึกเบิกบาน คิดไปว่าหนานหมิงเหอก็ไม่ได้รังเกียจตนถึงเพียงนั้น เพราะเหตุนั้นจึงอดมิได้ที่ต้องเปิดปากพูด กล่าวคำเลื่อมใสที่ตนมีต่อหนานหมิงเหอออกมาอย่างจริงใจและนุ่มนวล

            แต่นางคิดไม่ถึงว่าการคำนวณของตนนั้นผิดพลาด การพูดออกมาจากใจของนางไม่ได้ทำให้หนานหมิงเหอรู้สึกอะไรเลย

            หนานหมิงเหอไม่แม้แต่จะขยับสักเพียงนิด ราวกับมองไม่เห็นคนคนนี้ ไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่น้อย

            ไป๋ฝูฉวียืนไม่ติดที่แล้ว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390