อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 150

    อวยชัยสัมผัสจากด้านหลังรับรู้ได้ถึงแรงลมแผ่วเบาคล้ายของมีคมตวัดแรงๆ ที่บริเวณต้นคอชายหนุ่มเอี้ยวคอหลับก่อนจะออกวิ่งตะบึงทันที เพียงแค่อวยชัยออกวิ่งร่างของเขาก็แปรสภาพจากมนุษย์กลายเป็นเสือสมิงขนาดใหญ่และที่สำคัญเมื่ออวยชัยก้าวขาออกวิ่งเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือนพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเรือนพักอวยชัยก็คลายตะกรุดออกจากปากแต่ยังคงห้อยไว้ที่คอไม่ให้ห่างตัวพร้อมกับหายใจหอบถี่ เขาปิดล็อกประตูแน่นหนาแล้วแนบหูฟังที่ฝาเรือน จับความเคลื่อนไหวภายนอก

                   อวยชัยได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเบาๆ รอบเรือนเขาหอบหายใจถี่ทั้งเหนื่อยและตื่นเต้นก่อนจะยกมือข้างหนึ่งมากำตะกรุดของอลินตาเอาไว้นึกขอบใจอลินตาที่ให้ของศักดิ์สิทธิ์อันเปี่ยมด้วยอานุภาพไว้คุ้มครองตัวเอง เพราะถ้าหากไม่มีตะกรุดอันนี้ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโดนสิ่งลึกลับบางอย่างทำร้ายเอากลางทางก็ได้อวยชัยนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเสียงที่ได้ยินด้านนอกเรือนมันเป็นเสียงใคร? แต่กระนั้นเขาก็พยายามกลั้นหอบหายใจเพื่อฟังความเคลื่อนไหวจากภายนอก ทว่าจังหวะนั้นเอง

                   “ปัง!!” เสียงเหมือนอะไรบางอย่างวิ่งพุ่งเข้ากระแทกกับประตูเรือนอย่างแรงหมายจะเข้ามาภายในเรือน อวยชัยตกใจ แต่รีบถอยหลังไปตั้งหลักรอสิ่งที่อยู่นอกเรือนด้วยความมีสติเสียงกระแทกประตูดังขึ้นและเริ่มรัวกระหน่ำราวกับอยากจะให้ประตูพังไปตรงหน้าอวยชัยภาวนาพึมพำบทสวดมนต์เบาๆ ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองและ

                   “แม่หญิงอลินตา ช่วยข้าด้วย....” นาทีนี้อวยชัยไม่ได้คิดถึงใครเลยนอกจากพระรัตนตรับกับเจ้าของตะกรุดเส้นนี้ที่เคยให้เขาเอาไว้ขณะเดียวกันประตูด้านหน้าเรือนก็ดูเหมือนจะเริ่มร่อแร่จนแทบจะเปิดได้อยู่แล้วและจังหวะนั้นเอง

                   “ผลัวะ!!” ประตูหน้าเรือนของอวยชัยเปิดผางออกพร้อมด้วยร่างดำทะมึนพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะชนและเข้าสิงร่างของอวยชัยแต่ ฉับพลัน

                   “พรึ่บ..!!”

                   “อ๊ากกก...!” แสงไฟสีน้ำเงินลุกพรึ่บขึ้นอย่างรวดเร็วครอบร่างของอวยชัยที่ตอนนี้กลายเป็นเสือสมิงพร้อมจู่โจมศัตรูอย่างห้าวหาญส่วนแสงไฟสีน้ำเงินนั้นถึงแม้มันจะไม่ร้อน แต่ทว่าสัมผัสร้ายของไฟสีน้ำเงินคือเย็นเฉียบ ราวกับโดนน้ำกรดก็ไม่ปานร่างดำปริศนาในความมืดไม่ได้พุ่งเข้าชนอวยชัยแต่มันพุ่งเข้าชนกับแสงไฟสีน้ำเงิน

                    จากนั้นร่างดำทะมึนก็กระเด็นผางออกนอกประตูไปอย่างรวดเร็วอวยชัยที่ตอนนี้กลายร่างเป็นเสือสมิงเต็มตัวเห็นดังนั้นก็พุ่งพรวดกระโจนลงจากเรือนตามร่างนั้นไปอย่างรวดเร็วแต่แล้วเมื่อวิ่งไปจนเกือบถึงราวป่าก็ต้องเบรกเอี๊ยดชนิดล้อลากเมื่ออวยชัยไม่พบเงาดำปริศนา แต่กลับพบเจ้านางสายบัวทิพย์! พี่สาวของเจ้านางดาราสายที่เดินทอดน่องชมวิวอยู่ภายในคุ้มอวยชัยอดแปลกใจไม่ได้ว่าเจ้านางสายบัวทิพย์มาทำอะไรในบริเวณเรือนพักของเหล่าทหารและองครักษ์ภายในคุ้มร่างเสือร้ายจางหายไปเหลือแต่องครักษ์หนุ่มเท่านั้น

                   “เจ้านางสายบัวทิพย์ มาทำอะไรแถวนี้เจ้า” เจ้านางสายบัวทิพย์มองหน้าอวยชัยแววตาเป็นประกายก่อนจะตอบอีกฝ่ายนิ่งๆ

                   “ข้ามาเดินเล่นแถวนี้ อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป” อวยชัยได้ฟังก็สงสัย อากาศภายในคุ้มเชียงภูแสนครอบคลุมไม่ถึงกันหรือไงนะถึงได้เย็นเป็นบางพื้นที่ แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับ

                   “เจ้านางเห็นใครผ่านไปแถวนี้บ้างหรือไม่เจ้า?” เจ้านางสายบัวทิพย์ส่ายศีรษะปฏิเสธสิ่งที่อวยชัยถามทันทีอวยชัยยืนนิ่งกำมือแน่น แล้วพินิจมองเจ้านางสายบัวทิพย์ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าก่อนจะเอ่ยถามเบาแต่น้ำเสียงเข้ม

                   “เจ้านางมาทำอะไรแถวนี้เจ้า บริเวณนี้เป็นส่วนของบุรุษและมีแต่ข้ารับใช้ในคุ้มทั้งนั้นเจ้านางเป็นถึงสตรีผู้สูงศักดิ์ ไม่ควรเข้ามาอยู่ที่ตรงนี้นะเจ้า” เจ้านางสายบัวทิพย์ยิ้มเจื่อน แต่ก็ตอบน้ำเสียงอ่อนโยน

                   “ข้าหลงทางมาน่ะ กำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แล้ว” ว่าแล้วเจ้านางสายบัวทิพย์ก็หันหลังเดินออกไปจากตรงที่ยืนคุยกับอวยชัยอย่างรวดเร็วอวยชัยขมวดคิ้วมองตามแววตาสงสัย เจ้านางคนนี้ช่างมีพิรุธยิ่งนัก เมื่อสักครู่บอกว่ามาเดินเล่นพอถามซ้ำกลับตอบว่าหลงทางและที่น่าสงสัยมากกว่านั้นคือเจ้านางผู้นี้ไม่ได้ใส่รองเท้าหนำซ้ำเท้ายังเปรอะเปื้อนรอยโคลนเต็มไปหมดนั่นหมายความว่าเจ้านางสายบัวทิพย์หาได้มาเดินเล่นไม่ อวยชัยคิดไตร่ตรองก่อนจะยกมือขึ้นดูตระกุดที่อยู่ในมือพร้อมพึมพำ

                   “แม่หญิงอลินตา..” พูดพลางก็มองตามหลังเจ้านางสายบัวทิพย์ไปจนลับสายตา

                   ส่วนคนที่ถูกเรียกชื่อในตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิหลังตรงท่วงท่าสง่างามโดยมีเนตรนภานั่งขัดสมาธิอยู่ไม่ห่างในตอนแรกอลินตาจะพาเนตรนภาไปส่งไว้กับหมิง และเป๋า เพื่อพักผ่อนแต่เนตรนภายืนยันที่จะอยู่กับอลินตา ไม่ต้องห่วงเรื่องที่หลับที่นอน ถ้าหากง่วงนอนไม่ไหวจริงๆ เนตรนภาก็บอกว่าจะนอนข้างๆ อลินตา ซึ่งชุดเครื่องนอนต่างๆเนตรนภาก็เตรียมจัดแจงเอาไว้หมดแล้วทั้งของตัวเองและของพี่สาวเธอด้วยอลินตามองดูท่าทางขมีขมันของเนตรนภาด้วยความพึงพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิทายาทตระกูลหมอผีผู้แกล้วกล้า

                   อลินตาหลับตาพร้อมกับเพ่งลมหายใจเข้าออกพุทโธๆไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลมหายใจสงบนิ่งไปแต่ด้วยความที่อลินตาประคองสติอยู่ตลอดเวลาทำให้หญิงสาวรับรู้ว่าตอนนี้ได้เข้าสู่ฌานอ่อนๆ เมื่ออยู่ในภาวะฌานอ่อนๆ แล้วอลินตาก็เริ่มจับความนิ่งของลมหายใจซึ่งอารมณ์สัมผัสในห้วงนี้จะคล้ายๆคนกำลังเพ่งมองภาพสามมิติ คือเริ่มเบลอๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรับสายตากระทั่งเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนอลินตาก็เช่นเดียวกันเมื่อสมาธิเข้าสู่ห้วงฌานในระดับลึกและมีพลังแน่นหนาจากสติที่ยังไม่เป็นระเบียบตอนนี้ก็กลายเป็นสติที่มีแต่ความหนักแน่นมองเห็นภาพทุกอย่างได้ชัดเจนแม้กระทั่งภาพที่ไม่ใช่ภาพจากโลกมนุษย์!

                   กายทิพย์ของอลินตาเดินพรวดเดียวมาที่ปากถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ภายในป่าใหญ่มีต้นไม้ยืนต้นเขียวชอุ่มร่มครึ้มทั่วบริเวณคล้ายกับอีกโลกที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในโลกของมนุษย์มาก่อนบรรยากาศเป็นตอนกลางวันเพราะมีแสงแดดสาดส่องลอดทะลุใบไม้เข้ามาแต่อลินตาไม่ได้สนใจหญิงสาวมองเข้าไปในถ้ำที่ตนยืนอยู่ด้านหน้า

                    ภายในถ้ำนั้นหามีพื้นดินสักนิดไม่มีแต่สายน้ำสีเขียวมรกตเชี่ยวกรากทั่วถ้ำซึ่งถ้าประเมินจากสายตาที่มองแล้วก็เดาได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่ามนุษย์คนไหนถ้าได้ผ่านมาแถวนี้ก็อาจจะรอดออกไปจากป่าแห่งนี้ได้ยากมากนั่นเพราะว่านอกจากป่าที่จะรกชัฏแล้ว รอบๆ บริเวณยังมีแต่งูพิษซ่อนตามกิ่งไม้ใบหญ้าเต็มไปหมดอีกด้วยแต่ทว่าอลินตากลับหาได้โดนทำร้ายจากกลุ่มของงูพิษเหล่านี้ไม่เมื่อหญิงก้าวกรายอยู่ในบริเวณหน้าถ้ำอันเป็นป่ารกทึบนั้น เหล่างูพิษที่อลินตาเห็นอย่างชัดเจนแม้อยู่ในหลืบซอกมิดเร้นแค่ไหนก็ตามพวกมันพากันหลบหนีหายไปแทบทั้งสิ้นราวกับว่า แขกที่มาเยือนนี้ร้ายกว่างูพิษรวมตัวกันทั้งป่าเสียอีก

                   อลินตายืนนิ่งหน้าถ้ำ สายตาเพ่งมองเข้าไปภายในถ้ำหูก็ได้ยินเสียงน้ำไหลก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำน้ำในถ้ำใสจนแทบจะเห็นพื้นถ้ำและมากไปกว่านั้นก็คือใต้น้ำมีงูรูปร่างประหลาดว่ายวนไปมา บางตัวสีแดง บางตัวสีเขียว บางตัวสีดำมะเมื่อมลอยวนไปมา และสักพักก็มีเรือลำหนึ่งเป็นเรือเปล่าแล่นมาจอดบริเวณหน้าปากถ้ำตรงที่อลินตายืนอยู่พอดี แต่แทนที่อลินตาจะแปลกใจหรือแสดงความกลัวออกมา กลับเปล่าเลย หญิงสาวก้าวเท้าลงไปนั่งในเรือลำนั้นที่มีลักษณะสวยงามประหลาดตาประดับประดารอบเรือด้วยเพชรนิลจินดาของแท้และมีเครื่องประดับที่คล้ายเกร็ดพญานาคตกแต่งส่งประกายระยิบระยับรอบลำเรืออีกด้วย...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน