ร่างเล็กจ้อยบนแคร่ไม้ผุพังที่ปูทับด้วยฟางหยาบๆ สะดุ้งเฮือก!
ปู้ฝ่านเบิกตากว้าง หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ผิวหน้าที่ซีดเผือกเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบที่ไหลซึมจนชุ่มเสื้อหนังสัตว์ขาดวิ่น เขาก้มหน้างุด ยกสองมือที่สั่นเทาขึ้นมาเบื้องหน้า
ดวงตาที่ยังคงเบิกโพลงเต็มไปด้วยความสับสน
"เมื่อครู่... มันคืออะไรกัน?"
ทว่ายังไม่ทันที่สมองจะได้ประมวลผล ความเ็ปแปลบปลาบก็แล่นพล่านเข้าสู่กะโหลกศีรษะราวกับถูกอสนีบาตฟาดผ่า!
"อ๊ากก!!"
เสียงแหบพร่าของเด็กน้อยกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานสุดแสน เขาล้มตัวลงนอนขดคุดคู้ สองมือจิกทึ้งเส้นผมของตนเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
กล้ามเนื้อใบหน้าบิดเบี้ยวเกร็งจนดูน่ากลัว
ภายในห้วงคำนึง
ภาพการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างบุรุษชุดหมึกและัทมิฬที่น่าสะพรึงกลัวฉายวาบขึ้นมา
แต่มันไม่ได้ปะติดปะต่อกัน ภาพนั้นสั่นไหว ขาดห้วง และกะพริบดับสลับไปมาราวกับภาพในกระจกทองแดงที่แตกร้าว
หรือผิวน้ำที่ถูกหินกระแทกซ้ำๆ แรงกดดันมหาศาลจากเศษเสี้ยวความทรงจำนั้นหนักอึ้งเกินกว่่าจิติญญาของเด็กน้อยจะรับไหว
ในที่สุด สติของปู้ฝ่านก็ดับวูบลง
ท่ามกลางความมืดมิดภายในกระท่อมซอมซ่อ รอย "อักขระอนธการ" สีดำทมิฬพลันปรากฏและเรืองแสงวาบ
ขึ้นที่กลางอกบริเวณตำแหน่งหัวใจ เส้นสายของมันฝังรากลึกลงไปในกล้ามเนื้อ เต้นตุบตามจังหวะการสูบฉีดเืราวกับสิ่งมีชีวิต
ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายแทรกซึมลงไปใต้ิัราวกับไม่เคยมีอยู่จริง...
แสงแดดสลัวของเช้าวันใหม่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาเข้ามา
ปู้ฝ่านค่อยๆ ปรือตาขึ้นจากภวังค์ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ข้อต่อกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ มือเล็กๆ ยกขึ้นกุมศีรษะที่ยังคงเต้นตุบๆ
"บ้าเอ๊ย... ภาพเมื่อคืนนี้มันอะไรกัน ช่างเป็ฝันที่น่ากลัวเสียจริง" เด็กน้อยพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งและเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
แต่ก่อนที่เขาจะได้ขบคิดหาคำตอบให้กับความฝันประหลาดนั้น...ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูไม้หน้ากระท่อมก็ดังกึกก้องขึ้นอย่างหยาบคายและรุนแรง!
"ปู้ฝ่าน! ปู้ฝ่าน! ตื่นได้แล้ว!เจ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน อย่าลืมนะว่าวันนี้เป็วันเข้ารับการทดสอบของเผ่าเราน่ะ!"
คำว่า 'การทดสอบ' กระแทกเข้าโสตประสาทจนปู้ฝ่านเบิกตากว้าง ความงัวเงียและอาการปวดหัวตื้อหายเป็ปลิดทิ้ง
การทดสอบคัดเลือกเด็กอัจฉริยะของเผ่า!
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับทรัพยากรเพื่อเข้าสู่ 'การชำระโลหิต' เบิกทางสู่การเป็ผู้ฝึกตนและนักสู้ของเผ่า
ซึ่งเป็หนทางเดียวที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากความอดอยากในดินแดนคนเถื่อนแห่งนี้ได้
"จริงด้วย! บ้าเอ๊ย ข้าเกือบลืมไปเลย!" เด็กน้อยอุทานเสียงหลง ก่อนจะะโตอบกลับคนที่อยู่ด้านนอกสุดเสียง "ข้าขอเวลาสักครู่!"
พูดจบเขาก็สปริงตัวะโลงจากแคร่ไม้ แม้จะรู้สึกจุกเสียดแปลบๆ ที่บริเวณหน้าอกซ้ายราวกับมีบางสิ่งฝังอยู่แต่เขาไม่มีเวลาใส่ใจ
ปู้ฝ่านรีบคว้ารัดประคดและเสื้อคลุมหนังสัตว์ที่เย็บปะติดปะต่อกันมาสวมทับอย่างลวกๆ สองขาก้าวฉับๆ ไปกระชากบานประตูไม้ที่ผุพังให้เปิดออก
เมื่อบานประตูเปิดอ้า ก็เผยให้เห็นเด็กชายวัยเดียวกันยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า
เขาคือ เผิงเถียน เด็กจอมซนประจำหมู่บ้าน
ผู้มีคิ้วเข้มหนาพาดเฉียงดุดัน เส้นผมสีเข้มชี้ตั้งฟูฟ่องไม่เป็ทรง ถูกรัดทับไว้ลวกๆ ด้วยผ้าโพกหัวหนังสัตว์หยาบๆ
ิัสีทองแดงกร้านแดดของเขามีรอยขีดข่วนจากการวิ่งเล่นซนอยู่เต็มไปหมด เผิงเถียนยืนสลับน้ำหนักขาไปมาด้วยท่าทางอยู่ไม่สุข
กล้ามเนื้อน่องของเขาขยับยุกยิกตลอดเวลาราวกับลูกม้าพยศที่รอการปลดเชือกรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเผยให้เห็นฟันขาวและนิสัยที่โผงผางตรงไปตรงมา
ทันทีที่เห็นหน้าปู้ฝ่าน เผิงเถียนก็เบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะบ่นอุบอิบ "ปู้ฝ่าน เ้าช่างชักช้าเสียจริง! รีบไปกันเร็วเข้า เดี๋ยวจะไม่ทันการเอา!"
เขาเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหยาบกร้านเอื้อมมากระตุกแขนเสื้อของเพื่อน
"เผิงเถียน เ้าจะรีบร้อนไปไหนกัน ไก่เพิ่งจะขันไปแค่รอบเดียวเองนะ" ปู้ฝ่านถอนหายใจยาวพลางบ่นอย่างเหนื่อยหน่าย ขณะเอามือขยี้ตาไล่ความง่วง
"ไปถึงก่อนเวลามันก็ดีไม่ใช่รึไง! เราจะได้เข้าไปยืนแถวหน้าสุด ยิ่งเริ่มทดสอบก่อน ยิ่งมีโอกาสเข้าตาพวกผู้าุโ!"
พูดจบ เผิงเถียนก็ไม่รอช้า เขาหันหลังกลับแล้วเดินจ้ำอ้าวกึ่งวิ่งนำหน้าไปอย่างตื่นเต้น แขนสองข้างแกว่งไกวไปมาอย่างคนพลังงานล้นเหลือ
ปู้ฝ่านได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับท่าทีคึกคักเกินเหตุของสหายสนิท เขากระชับเสื้อหนังสัตว์ให้เข้าที่
ก่อนจะรีบสับเท้าเดินตามแผ่นหลังของเผิงเถียนไป มุ่งหน้าสู่ลานกว้างใจกลางหมู่บ้าน สถานที่ซึ่งจะตัดสินชะตากรรมของเด็กทุกคนในรอยแยกมรณะแห่งนี้...