โปรแกรมเที่ยววันนี้ของเจซคือท่องเที่ยวซื้อของระลึกในตัวเมืองภูเก็ตโดยมีลลิตาที่ดูเหมือนจะผันตัวทำหน้าที่เป็ไกด์จำเป็ให้เขาเธอพาไปร้านอาหารเลื่องชื่อและพาไปย่านของฝากชื่อดัง ชายหนุ่มดูจะชื่นชอบมากดูได้จากการที่เขาจูงมือพาเธอแวะซื้อของแทบจะทุกร้านเลยก็ว่าได้แววตาของเขาลุกวาวเป็ประกายเหมือนเด็กได้เจอของเล่นชิ้นโปรดก็ไม่ปาน
ลลิตาแอบยิ้มมองเขาอยู่คนเดียวเงียบๆโดยไม่รู้ตัวเลยว่าความเคลือบแคลงสงสัยในตัวชายหนุ่มั้แ่เจอกันวันแรกนั้นได้ค่อยๆ มลายจางหายไปเสียแล้วแทนที่ด้วยความสุขอิ่มเอมบางอย่างที่ตัวเธอไม่เคยพานพบมาก่อน
“วันนี้เราลองไปเที่ยวผับดูไหม?ลิต้า” เจซชวนขณะที่ทั้งสองกำลังรับประทานอาหารเย็นในร้านอาหารไทยใจกลางตัวเมือง
“ฉันจะไปขัดขวางสาวๆนายหรือเปล่า?” ถ้าให้เธอไปนั่งเป็เพื่อนดื่มเล็กๆ น้อยๆ ก็ไปด้วยได้แต่ถ้าเขามีจุดประสงค์อื่นมากกว่าแค่ดื่ม เธอไม่ไปจะดีกว่าเดี๋ยวชายหนุ่มจะหมดสนุกเสียเปล่า
“ผมไม่มีทางนอกใจคุณอยู่แล้วที่รัก” นิสัยหนุ่มเ้าสำราญที่ชอบความสนุกกับสาวๆ เพียงชั่วข้ามคืนคนนั้นได้ถูกถอดทิ้งหายไปตอนไหนก็ไม่แน่ใจรู้แต่เพียงว่าตอนนี้เขาโหยหาหญิงสาวผู้ซึ่งเต็มไปด้วยไฟเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาอย่างลลิตาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“เรายังไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย”แก้มหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นจนร้อนผ่าว ลลิตาพยายามก้มหน้า ไม่ให้เขาสังเกตได้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ แววตาเ้าเล่ห์จ้องมองเธอไม่วางตา ถึงตอนนี้เธอจะยังปากแข็งแต่คงอีกไม่นาน เจซมั่นใจว่าเธอจะต้องตกเป็ของเขาอย่างแน่นอน
“เราไปดื่มกันสักชั่วโมงแล้วค่อยกลับแบบนี้โอเคไหม?” ชายหนุ่มเสนอตามที่ได้วางแผนไว้วันนี้เขาแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเฉยๆ
“แบบนั้นก็โอเคฉันกลับก่อนได้ ถ้าคุณจะอยู่ต่อ” ลลิตาเงยหน้ามองสบตาสีฟ้าคู่นั้นตอนนี้พวกเขาทั้งสองเป็เพื่อนร่วมเดินทางกัน เธอให้อิสระเขาเต็มที่ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่คนรักกันเสียหน่อยแต่พอคิดภาพว่าเขาไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ทำไมเธอรู้สึกปวดหัวใจอย่างบอกไม่ถูกลลิตาเริ่มสับสนกับความคิดตัวเองเสียแล้ว
“เยส! ผมไปอ่านรีวิวมาเขาแนะนำว่าไปที่...” ชายหนุ่มตื่นเต้นพูดไม่หยุดพร้อมเปิดรูปผับให้เธอดูด้วยแววตาเป็ประกาย จริงๆแล้วเขาเตรียมตัวมาเพื่อสิ่งนี้เป็หลักสินะ ลลิตาได้แต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเออออไปกับหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้า คิดไปคิดมาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพวกเขาทั้งสองที่นิสัยต่างกันสุดขั้วจะมาอยู่ด้วยกันได้ราวกับว่าเคยรู้จักกันมาเป็ปีๆ โชคชะตาช่างพาเล่นตลกเสียจริง
ผับชื่อดังใจกลางเมือง
แสงสียามค่ำคืนกระพริบเข้ากันกับจังหวะเพลงเร็วสุดมันส์พร้อมเสียงเชียร์จากดีเจพาให้เหล่านักท่องราตรีทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาโชว์ลีลาลวดลายเต้นสะบัดไปตามอารมณ์อีกส่วนหนึ่งเลือกที่จะนั่งดื่มฟังเพลง พูดคุยกันสนุกสนานผับแห่งนี้เป็ผับที่มีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ ตกแต่งอย่างหรูหรามีหลากหลายโซนให้เลือก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่นี่เป็ชาวต่างชาติแต่ก็มีอีกส่วนไม่น้อยที่เป็สาวสวยเ้าของประเทศที่แต่งตัวประชันความสวยเซ็กซี่คอยส่งสายตาโปรยเสน่ห์ให้ผู้คนที่มาท่องเที่ยวในที่แห่งนี้
ทั้งสองเลือกที่จะนั่งตรงเคาน์เตอร์หน้าบาร์เทนเดอร์มีแก้วเบียร์วางอยู่ตรงหน้าคนละแก้ว พวกเขาไม่ได้พูดจาอะไรกันเลยเพียงแค่นั่งดื่มฟังเพลงด้วยกัน
“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน”หลังจากดื่มเบียร์ไปได้หนึ่งแก้ว ลลิตารู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เธอบอกเจซแล้วจึงลุกเดินออกไปโดยที่ไม่ได้รอคำตอบจากชายหนุ่มหญิงสาวที่สวมกางเกงยีนส์พร้อมกับเสื้อยืดรัดรูปเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งถูกคลุมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสุดเท่แม้จะไม่ได้เปิดเผยเนื้อตัวอะไรเลยเหมือนหญิงสาวคนอื่นแต่กลับทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายเป็ต้องชายตามองหลงใหลในเสน่ห์กันเป็แถวแต่หญิงสาวหาได้สนใจไม่ สังเกตได้จากใบหน้างามที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
หลังจากทำธุระเสร็จเมื่อเดินกลับไปใกล้จะถึงที่นั่ง ลลิตาเป็ต้องหยุดชะงักกับภาพตรงหน้ามีหญิงสาวเอเชียน่าจะสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเิเพร้อมกับรูปร่างอันแสนยั่วยวนหน้าอกขนาดใหญ่เกินไปที่ใครก็ดูออกว่ามีการเสริมเติมแต่งถูกรัดแน่นด้วยเสื้อเกาะอกหนังสีเหลืองสว่างเหมือนเตรียมจะะเิออกมาเสียให้ได้กระโปรงหนังสีแดงสั้นจุ๊ดจู๋ที่รัดสะโพกผายใหญ่นั้นก็พร้อมที่จะปริแตกออกเช่นกันใบหน้าเรียวงามถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางโฉบเฉี่ยว
หญิงสาวเซ็กซี่คนนี้ได้มานั่งแทนที่เดิมของลลิตาแถมยังโน้มศีรษะซบไหล่เจซมือเรียวที่อยู่ไม่สุขลูบไล้ไปมาตามหน้าอกแกร่งของเขาอย่างยั่วเย้าส่วนเจซนั้นนั่งมองการกระทำของหญิงสาวข้างๆ พร้อมกับยกยิ้มมุมปากน้อยๆมือหนึ่งเขายังถือแก้วค็อกเทลที่สั่งมาใหม่ขึ้นมาจิบอย่างสบายอกสบายใจ
“คืนนี้มีเพื่อนเที่ยวหรือยังคะ?”หญิงสาวกระซิบข้างใบหูของชายหนุ่ม ทิ้งท้ายด้วยการขบเม้มติ่งหูยั่วยวนเล็กน้อย
“ขอโทษด้วยนะคนสวยถ้าผมโสดอยู่ เราคงได้สนุกกัน” เจซจับมือหญิงสาวผละออกอย่างสุภาพเขายิ้มโปรยเสน่ห์ให้เธอ เป็จังหวะพอดีที่สายตาเหลือบไปเห็นร่างอันคุ้นเคยยืนอยู่ไม่ไกลนัก
“อ้าว ลิต้า!แฟนผมมาพอดีเลย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างพร้อมโบกมือเรียกลลิตา ใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้สนใจหญิงสาวเซ็กซี่ข้างๆ อีกเลยแม้แต่น้อย
“คุณไปต่อก็ได้นะฉันว่าจะกลับก่อน” ใบหน้างามเรียบเฉย แววตาว่างเปล่าพูดพร้อมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งทำเหมือนไม่ได้สนใจคนตรงหน้าแต่ภายในใจเธอกลับรู้สึกร้อนรนแปลกๆ เหมือนะเิที่พร้อมจะปะทุพูดเสร็จไม่รอให้เขาตอบโต้ใดๆ ลลิตาตัดสินใจเดินออกมาจากผับทันที ในหัวหญิงสาวมีแต่เพียงความมึนงงสับสนไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวเองว่าทำไมภาพตรงหน้าเมื่อครู่ถึงทำให้รู้สึกหงุดหงิดในหัวใจขนาดนี้
มารู้สึกตัวอีกทีเธอก็เดินออกมาไกลแล้วบริเวณที่กำลังเดินอยู่มีเหล่าบรรดาหญิงสาวแต่งตัวสีสันฉูดฉาดยั่วยวนที่ดูก็รู้ว่าพวกเธอประกอบอาชีพอะไรแต่ลลิตาไม่ได้สนใจมากนัก เธอยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอยท่ามกลางแสงไฟสลัวริมถนน
“เฮ้ สวัสดีคุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?” เสียงของชายชาวต่างชาติทักทายเธอจากด้านหลังทำให้ลลิตาต้องหันกลับไปมองตามเสียง พบว่าเป็ชายชาวตะวันตกผมสีน้ำตาลเข้มร่างสูงใหญ่กำยำ แสงไฟสลัวทำให้มองเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่พอเห็นเค้าโครงลางๆก็พอรู้ว่าหนุ่มคนนี้ดูดีไม่น้อย
“คุณมาคนเดียวเหรอ”เขายังคงถามต่อในเมื่อเธอยังคงเงียบไม่พูดไม่จาชายหนุ่มเห็นเธอเดินออกมาจากผับคนเดียวเสน่ห์บางอย่างจากตัวสาวสวยคนนี้ทำให้เขาเดินตามเธอมาเงียบๆ
“อย่ามายุ่งกับฉัน”ลลิตาตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย อารมณ์ตอนนี้คือไม่พร้อมที่จะสนทนากับใคร
“ไปสนุกกับผมไหม?”ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำตอบของเธอ ท่าทางที่ดูพยศน้อยๆของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอยากเอาชนะ ขึ้นมาทันที ไม่รอช้าเขาจับมือฉุดกระชากหญิงสาวเดินเข้าไปในซอกตึกอย่างรวดเร็ว
แต่ชายหนุ่มคงจะไม่รู้เสียแล้วว่าเล่นกับใครอยู่ลลิตาอาศัยจังหวะใช้ฝีมือจากอาชีพเดิมมาป้องกันตัวเธอบิดหมุนข้อมือแกร่งนั้นอย่างรวดเร็วตามมาด้วยข้อศอกชนเข้าใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างจัง ทำให้เขาเสียหลักเซถอยเล็กน้อย
“หึ! พยศแบบนี้ผมกลับชอบซะด้วยสิ มานี่!” ผู้ชายคนนั้นยกมือขึ้นมาปาดเืที่ซิบอยู่มุมปากออกดวงตาคู่นั้นดูแข็งกร้าวจ้องมองเธอ ในจังหวะเพียงชั่วพริบตาเขาอาศัยความได้เปรียบทางร่างกายใช้ทั้งตัวดันร่างเธอให้ชิดกำแพง
หญิงสาวที่กำลังจะยกมือขึ้นมาตอบโต้กลับต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อริมฝีปากของเธอถูกหนุ่มชาวตะวันตกคนนั้นอย่างรวดเร็วรสจูบที่ขมสะอิดสะเอียนคลุกเคล้ากับกลิ่นบุหรี่ทำให้เธอต้องพยายามดันอกกำยำนั้นออก แต่เรี่ยวแรงเธอกลับเหือดหายไปแทบไม่เหลือเื่เหล่านี้ทำให้เธออ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด จนไม่อยากให้อภัยตัวเองได้แต่ภาวนาขอให้ใครสักคนมาช่วย ตอนนี้มีเพียงใบหน้าของหนุ่มตาสีฟ้าผมบลอนด์คนนั้นที่เธอนึกออกเพียงคนเดียว...
“ไปตายซะ! ไอ้งั่ง!”น้ำเสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยมาพร้อมกับฝ่าเท้าที่พุ่งเข้าไปที่ลำตัวของชายคนนั้นอย่างจังจนล้มไปกองกับพื้น
“อะไรอีกวะเนี่ย!”ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเป็ต้องสบถขึ้นมาอีกครั้งเขามองตามเสียงพบว่าเป็หนุ่มผมบลอนด์พร้อมกับตาสีฟ้าที่ส่งแววประกายแห่งเพลิงที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นเขากำลังกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนตามแขนชัดเจนเหมือนมีรังสีความอำมหิตดำมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อตรงหน้าทำให้ท่าทีของหนุ่มผมสีน้ำตาลเปลี่ยนไปชัดเจน
“กะ แก ยะ อย่าทำอะไรฉันนะ!ยัยนี่มายั่วฉันเอง!” พูดจบหนุ่มคนนั้นรีบวิ่งหนีหายไปในความมืดเหลือเพียงคนทั้งสองที่อยู่ตรงนั้น
ลลิตาเหม่อลอย ไม่พูดจาใดๆ ภาพของวันนั้นเมื่อสามปีก่อนปรากฏขึ้นมาหลอกหลอนเธออีกแล้วทำไมกัน! โกรธตัวเองเหลือเกินที่ห้ามไม่ให้คิดถึงเหตุการณ์นั้นไม่ได้เสียทีเธอค่อยๆ นั่งลงด้วยความเหนื่อยล้า มือเรียวยกขึ้นมากุมปิดบังใบหน้าพยายามซ่อนน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เจซนั่งลงต่อหน้าเธอมือแกร่งจับมือเรียวออกจากใบหน้าอย่างแ่เบาแล้วก็ได้พบว่าดวงหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลเป็ทางดวงตาเรียวคมคู่นั้นเหม่อลอย ริมฝีปากบางบวมเจ่อจากจูบอันแสนป่าเถื่อนนิ้วเรียวของเขาลูบไล้ไปตามริมฝีปากของเธออย่างแ่เบา
“ไม่เป็ไรนะลิต้าผมอยู่ตรงนี้แล้ว”