ถานเวยเวยจำได้แม่น...
เธอจำได้แม่นมากๆ ว่าในคืนวันนั้นเพราะว่าหอพักของเธอประกาศว่าจะมีการดับไฟ่หนึ่งถึงสองทุ่ม ด้วยช่างที่จะมาซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า มีเวลาว่างและสะดวกที่จะมายังหอพักของเธอแค่ในเวลานั้น
ประกอบกับอยู่่ในฤดูร้อน อุณหภูมิในอากาศที่ปราศจากเครื่องไฟฟ้าที่ช่วยดับความร้อนก็เกินที่จะทานทนนัก ดังนั้นเธอจึงอาศัยที่ตัวเองทำงานอยู่ในร้านขายพืชผักออร์แกนิก แอบตากแอร์ในร้านหลังเลิกงาน เพื่อรอเวลาที่ช่างซ่อมระบบไฟจะทำงานที่หอพักเสร็จ
เ้านายของถานเวยเวยเป็คนใส่ใจคุณภาพของสินค้ามาก เขาทุ่มเงินติดเครื่องปรับอากาศราคาแพง เพื่อช่วยให้ผักผลไม้อยู่ในสภาพสดใหม่ตลอดเวลา
และเ้าเครื่องปรับอาการในร้านที่เธอทำงานอยู่ก็ช่างทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจนน่าชื่นชม เพราะนอกจากจะรักษาคุณภาพของสินค้าได้แล้ว ก็ยังทำให้คนที่อยู่ในร้านเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนได้อย่างง่ายดายด้วย
เมื่อเป็เช่นนี้ถานเวยเวยก็จึงแอบงีบหลับอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงินไปเสียเลย แล้วพอเธอตื่นขึ้นมา และคิดจะออกจากร้านเพื่อกลับหอพักของตนเองนั้น...
เื่ราวทั้งหมดก็เกิดขึ้นที่ตรงนี้นี่เอง
เพราะทันทีที่เธอก้าวออกมาจากร้านพร้อมอาการสะลึมสะลือ
ร่างของเธอก็เหมือนร่วงลงจากหน้าผาก ตกลงมานั่งพับเพียบงุนงงอยู่ที่พื้นดินเสียอย่างนั้น
อาการเจ็บก้นที่เกิดจากแรงกระแทก ทำให้หญิงสาวหายง่วงงุนไปในทันใด แล้วเมื่อพอมองไปรอบๆ ตัว เธอก็พบเพียงแต่กระท่อมเก่าๆ หลังหนึ่งกับพื้นที่ไร่นาที่รกชัฏเท่านั้น
หญิงสาวควรจะมึนงงกับเื่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น
ทว่าเสี้ยววินาทีต่อมา ข้อมูลต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอราวกับสายน้ำไหล คล้ายกับว่านี่เป็สิ่งจำเป็ที่เธอจะต้องรู้เอาไว้
เวลานั้นถานเวยเวยทำได้แต่อ้าปากค้าง เพราะต่อให้รู้เื่ราวแล้วอย่างไรเล่า
ในเมื่อมันไม่ใช่เื่ของเธอเสียหน่อย!
หญิงสาวลนลานมองไปทุกทิศทางแล้วก็พบว่าประตูร้านแขวนลอยอยู่บนอากาศเหนือศีรษะตนเองนี่เอง
ถานเวยเวยจึงพยายามะโ ปีนกลับเข้าไปในประตูร้านที่เธอตกลงมาอย่างร้อนรน
แต่เวลานั้นเอง
ประตูร้านก็ขยับตามแรงดึงของเธอไปมาโดยที่เธอไม่จำเป็ต้องออกแรงยกตัวเองเพื่อก้าวเท้าปีนกลับไปสักนิด แค่ออกแรงดึงเบาๆ ประตูก็ขยับซ้ายขวาขึ้นลงได้ตามใจที่เธอ้าแล้ว
ในเมื่อเป็อย่างนี้ก็ดี
ถานเวยเวยจึงสามารถพาตัวเองกลับเข้าไปในร้านได้ง่ายขึ้น
ทว่าเมื่อเธอเดินเข้าไปภายใน
หญิงสาวก็ต้องพบกลับความงุนงงอีกครั้ง เพราะต่อให้เธอเดินออกไปทางประตูหลังร้านก็ดูเหมือนว่าเธอจะยังออกมาเจอกับสถานที่แปลกประหลาดนี้อยู่ดี
ถานเวยเวยแทบจะร้องไห้ออกมา
นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!
“โอเค...ตั้งสติก่อน เวยเวย เธอต้องตั้งสตินะ” ถานเวยเวยพูดพึมพำกับตัวเองอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงินในร้าน
“เธอเปิดประตูแล้วออกมาเจอที่แปลกๆ นี่ จากนั้นข้อมูลของหญิงที่ชื่อถานเวยเวยเหมือนกันกับเธอก็เข้ามาในหัว ผู้หญิงคนนี้แต่งงานแล้ว แต่สามีไปเข้าร่วมกองทัพ ทำให้หญิงคนนั้นต้องอยู่เพียงลำพังที่กระท่อม และเลี้ยงดูตัวเองด้วยการทำไร่ทำนาเพื่อรอสามีกลับมา โอเค โอเค... โอเคอะไรกันล่ะ!”
ถานเวยเวยทึ้งผมตัวเอง ร่ำไห้ออกมาเสียงดัง
“หรือว่า์้าให้ฉันทะลุมิติมาอยู่ที่นี่เหมือนในนิยายกัน? แล้วทำไมไม่ถามฉันบ้างเล่าว่าอยากมาหรือเปล่า!!”