บทที่ 2 ตอนที่ 12 ร่างแยก
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงสีฟ้าลุกไหม้อย่างรุนแรง ความร้อนของมันแผ่กระจายออกจนรู้สึกได้ ก่อนที่ร่างของชายผู้นั้นจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในเวลาต่อมา ผู้ติดตามของนักรบชุดเกราะต่างจ้องมองด้วยความหวาดกลัว “โอริว!!” เคนจิพูดลอยๆ ออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานกลายเป็นลำแสง ผ่านเข้าไปในประตูบานใหญ่ นักรบในชุดเกราะจับดาบแน่นเตรียมจะตามเคนจิไป แต่กลับถูกผู้ติดตามเหนี่ยวรั้งแขนไว้แน่น
“หัวหน้า....ผมไม่เข้าไปได้ไหม ผมกลัว”
“ก็แล้วแต่แก! ถ้าแกมั่นใจว่าจะอยู่คนเดียวได้ ลองหันกลับไปดูด้านหลังของแกซะก่อน ถ้าจะไปก็ตามฉันมา”
ผู้ติดตามหันไปด้านหลังอย่างช้าๆ ปรากฏกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วฝูงปีศาจมากมาย กำลังวิ่งมาที่ประตูอย่างรวดเร็ว โดยผู้นำของพวกมันก็คือลิงยักษ์ ซึ่งเป็นบอสประจำชั้นที่สิบ บนใบหน้าของมันเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก มันกำลังโกรธเคืองผู้เล่นที่ฆ่ามันอย่างเหี้ยมโหด เม็ดเหงื่อหลั่งเย็นปกคลุมไปทั่วใบหน้าของผู้ติดตาม เมื่อหันกลับมาหาหัวหน้าของเขา ปรากฏว่าเขากำลังทะยานเข้าไปในประตู
“หัวหน้า!!! รอผมด้วย”
หน้าประตูมิติเหลือเพียงว่างเปล่า หลงเหลือไว้เพียงความเงียบงัน ที่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ “ครืน~!! ตึง!!!!” เสียงประตูมิติบานใหญ่ปิดสนิท แม้แต่แสงเพียงน้อยนิดยังไม่เล็ดลอดออกมาจากประตู เคนจิยืนมองพื้นที่เบื้องหน้าที่กว้างไกล ปรากฏกลุ่มไฟสีฟ้าที่กระจายไปทุกพื้นที่ กลิ่นเนื้อไหม้จางๆ และกลิ่นคาวเลือด ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทันทีที่นักรบและผู้ติดตามของเขาวิ่งผ่านประตูเข้ามา ประตูมิติก็แตกกระจายปลิวหายไปตามสายลม ราวกับว่าบานประตูนั้นมันเกิดขึ้นแบบสุ่มพื้นที่
ทันใดนั้น ราวกับว่าเจ้าของพื้นที่รับรู้ถึงการมาของแขกใหม่ พื้นแผ่นดินที่กว้างขวางก็สั่นไหวอย่างรุนแรง จนผู้ติดตามของนักรบเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะคว้าจับต้นไม้ใหญ่แล้วกอดมันอย่างแนบแน่น เมฆบนท้องฟ้าหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ราวกับว่ากำลังจะเกิดพายุหมุนขนาดใหญ่ พร้อมกับปรากฏตัวของมังกรที่ทะยานลงมาจากฟากฟ้า
มังกรตัวใหญ่มีเกล็ดสีเขียวอมฟ้าปกคลุมทั้งเรือนร่าง ขนที่ปกคลุมทั่วทั้งลำคอมีสีแดงฉานราวกับโลหิต กรงเล็บและฟันที่แหลมคมของมัน สามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ให้แหลกเป็นผุยผง ดวงตาที่มีประกายแดงก่ำจ้องมองมายังผู้มาใหม่อย่างไม่ลดละ ก่อนจะกู่ก้องร้องคำรามสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
“โฮกกก!!!!!!”
“ชิง...หลง!!”
นักรบในชุดเกราะพูดพึมพำออกมาเบาๆ แต่มีหรือจะเล็ดลอดการได้ยินของเคนจิ ที่แท้มังกรที่อยู่เบื้องหน้าคือชิงหลง หนึ่งในสี่สัตว์เทพ ผู้ที่มีพลังในการควบคุมฟ้าดิน ไม่ใช่มังกรทองโอริวอย่างที่เคนจินึกเอาไว้ ไม่ทันที่เคนจิจะขยับเขยื้อน นักรบในชุดเกราะก็ทะยานออกไปบนฟากฟ้า พร้อมกับดาบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวท ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรง จนทำให้มวลอากาศต้องบิดเบือน
“เปรี้ยงง!!”
เสียงปะทะราวกับสายฟ้าฟาด ชิงหลงใช้เพียงปลายเล็บเท้าของมัน ก็สามารถหยุดดาบที่มีพลังทำลายล้างสูงไว้ได้ นักรบปลดปล่อยดาบที่ถูกจับไว้แน่น ใช้มันเป็นที่เหยียบดีดตัวขึ้นไปบนฟากฟ้า ก่อนจะหยิบดาบใหญ่เล่มใหม่ออกมาจากช่องมิติ นักรบทิ้งตัวลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว ราวกับลูกอุกกาบาตที่กำลังจะพุ่งชนโลก ปลายดาบใหญ่เล็งมาที่หัวของมังกร
ชิงหลงเปิดปากที่ใหญ่โตของมันอย่างรวดเร็ว พร้อมเปลวเพลิงสีฟ้าที่อัดแน่นในช่องปาก แล้วปลดปล่อยมันออกมา กลายเป็นเสาเพลิงสีฟ้าขนาดใหญ่ นักรบเกราะรีบเปลี่ยนท่าจากรุกเป็นรับ ใช้ใบดาบที่ใหญ่โตป้องกันเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาหาตัว “ตูม!!!” เสาเพลิงดันร่างของนักรบกลับสู่พื้นดิน มือทั้งสองข้างยันใบดาบต้านพลังของเสาเพลิงสีฟ้า จนเกิดเส้นเลือดที่ปูดพองไปทั่วทั้งแขน สะเก็ดไฟแตกกระจายไปทั่วทุกพื้นที่จนเกิดเป็นเพลิงที่ลุกไหม้ นักรบเกราะพยายามหมุนองศาของตัวดาบ ปรับเปลี่ยนทิศทางของเสาเพลิง “ย้ากกกกก!!”
เสาเพลิงสีฟ้าถูกเปลี่ยนองศาไปยังทิศทางอื่น ซึ่งทิศทางที่เปลวเพลิงพุ่งไปนั้น คือบริเวณที่เคนจิกำลังยืนอยู่ เคนจิเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยเปลวเพลิงก็พุ่งผ่านหน้าไปอย่างฉิวเฉียด “เจ้าจงใจ?” เคนจิเค้นเสียงออกมาจากลำคอ พร้อมกับคาตานะที่ปรากฏขึ้นในมือ ดวงตาที่แดงก่ำของเขาจ้องมองมายังร่างของนักรบเกราะ ที่มีกลุ่มควันจางๆ ล่องลอยไปทั่วเรือนร่าง เสียงหอบที่หนักหน่วงของนักรบ บ่งบอกให้รู้ว่ามันแทบจะใช้พลังทั้งหมด ในการเปลี่ยนทิศทางของเปลวเพลิง
“มันบังเอิญน่ะ เจ้าก็คิดเล็กคิดน้อยไปได้นะ จอมปีศาจ เห็นทีพลังของผมคนเดียว คงไม่สามารถล้มมันได้ จะว่ายังไงถ้าเรามาร่วมทีมกัน”
“นายแน่ใจหรอ? ดูๆ ไปแล้วเหมือนนายมีเรื่องอะไรที่ค้างคาใจกับมันหรือเปล่า ถึงได้ทะยานออกไปแบบนั้นโดยไม่ยั้งคิด”
“นิดหน่อย ว่าไงล่ะ? จะช่วยหรือไม่ช่วย”
“ได้ อย่างน้อยคงช่วยประหยัดเวลาของฉัน แต่คราวหน้าไปเรียนรู้วิธีขอร้องคนอื่นมาใหม่นะ แล้วอีกอย่าง...หากนายปัดการโจมตีของมันมาทางฉันอีก....คงไม่ต้องบอกนะว่านายต้องเจอกับอะไร”
“หึหึหึ” เสียงหัวร่อปรากฏขึ้นในลำคอของนักรบ ก่อนจะเค้นพลังเวทอย่างรุนแรง จนเกิดคลื่นพลังที่ปกคลุมไปทั่วใบดาบ นักรบเกราะดีดตัวอย่างรุนแรง จนพื้นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าบังเกิดเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่ เมื่อเคนจิเห็นดังนั้นก็ปักคาตานะไว้ข้างลำตัว ก่อนจะผสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ปรากฏจิตวิญญาณของสรรพาวุธนานาชนิด โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนจะพุ่งตามนักรบเกราะไปติดๆ
นักรบเกราะฟาดดาบลงเบื้องหน้าของชิงหลง มันเบี่ยงหลบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตะปบกรงเล็บที่แหลมคมตอบโต้ทันที แต่แล้วมันต้องหยุดชะงักกลางคัน เมื่อเวทศาสตราของเคนจิ พุ่งปะทะกับร่างของมันจนเกิดเสียงดังสนั่น “ตูม ตูม ตูม!!!” “โฮกกก!!!” เกล็ดมังกรปลิวกระเด็นออกจากร่างของมันหลายสิบชิ้น เลือดสีเขียวเข็มของมันสาดกระจายไปทั่วชั้นฟ้า แม้แต่เกล็ดที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของเคนจิได้
“หมาลอบกัด!!!”
“หมาที่ไหน หน้าตาจะดีแบบนี้ ไม่มีใครคอยสั่งคอยสอนหรือไง ว่าเวลาต่อสู้อย่าพูดมาก”
“บังอาจ!!!!”
มังกรฟ้าชิงหลงโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด แต่ในขณะที่มันกำลังพูดคุยอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างของนักรบที่โผล่มาด้านหลัง พร้อมกับสะบัดดาบใหญ่ลงไปที่ด้านหลังของชิงหลง อย่างรุนแรง
“เปรี้ยงงง!!!”
“โฮกกก!!!”
ชิงหลงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดของ พร้อมกับร่างที่ใหญ่โตของมัน ที่พุ่งกระแทกกับพื้นดินจนสนั่นหวั่นไหว ราวกับเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติ เกล็ดมังกรสีเขียวอมฟ้าของมันร่วงกลาดเกลื่อนไปทั่วพื้น ชิงหลงบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรวดเร็ว มันจ้องมองนักรบและเคนจิโดยไม่ลดละสายตา หวั่นเกรงว่าจะมีผู้ใดผู้หนึ่งแอบลอบโจมตีมัน
“เจ้าพวกมนุษย์ชั้นต่ำต้อย!! พวกแกบังอาจทำให้ร่างที่สง่างามของข้ามีบาดแผล โทษของพวกเจ้ามีเพียงแค่ความตายเท่านั้น!!! โฮกกก!!”
มังกรฟ้าชิงหลง ร้องคำรามกู่ก้องเสียงดังสนั่น ทันใดนั้นทั่วทั้งฟากฟ้าก็เกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรง สายไฟขนาดใหญ่หลายสิบสายพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ลมพายุหมุนที่คมกริบราวกับใบมีด เชือดเฉือนต้นไม้ต้นหญ้าปลิวทะยานไปทั่วบริเวณ เคนจิและนักรบเกราะหลบหลีกการโจมตีจากฟากฟ้า ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงเสียงหนึ่ง เข้ามาในโสตประสาทของเคนจิ
[ชักช้า...ลีลา...อืดอาด!!! แค่เพียงร่างแยกของมัน เจ้ายังใช้เวลากันถึงเพียงนี้ หากเจอร่างจริงของมัน ต้องสู้กันกี่วันถึงจะชนะ ด้วยพลังเพียงเล็กน้อยของมัน ไม่มีทางทำร้ายเจ้าได้]
“ร่างแยก!!”
[ถูกต้อง! มันคือร่างแยก ไม่เช่นนั้นเจ้านักรบนั่นคง ถูกเพลิงครามของมันจัดการไปแล้ว รีบๆ จัดการมันซะ แล้วระวังตัวไว้ด้วย มีใครบางคนกำลังแอบดูการต่อสู้ ของพวกเจ้าอยู่]
“แล้วข้าควรจัดการมันยังไง”
[ถามขนาดนี้ ไม่ให้ข้าออกไปสู้เองซะเลยล่ะ คิดเอง!! ห้ามรบกวนข้าอีก]
เคนจิหยุดหลบหลีกการโจมตีจากสายฟ้า ทันใดนั้นสายฟ้าเส้นหนึ่งก็พุ่งเข้าหาร่างของเคนจิทันที “เปรี้ยง!!” สายฟ้ากระแทกสู่เรือนร่างของเคนจิ บังเกิดกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว นักรบในชุดเกราะจ้องมองอย่างตกตะลึงงัน หลงคิดว่าจอมปีศาจไม่สามารถหลบหลีกสายฟ้าได้ กลุ่มควันค่อยๆ จางหายไปตามสายลม ทั้งนักรบและชิงหลง ต่างตื่นตกใจกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เคนจิปรากฏร่างกลางกลุ่มควันที่หนาทึบ ไม่เพียงไม่บาดเจ็บแต่ยังไม่ปรากฏบาดแผลใดๆ บนเรือนร่าง มีเพียงแค่ความชาเล็กน้อยเท่านั้น ที่แล่นผ่านร่างของเขา
เคนจิยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เดิมพันครั้งนี้ของเขาสูงเป็นอย่างมาก หากไม่ได้เข้าชายยืนยันมีหรือที่เคนจิจะกล้าเสี่ยง เคนจิอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาปรากฏร่างที่เบื้องหน้าของชิงหลง ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งไปวางลงที่จมูกของมัน “หยาดโลหิต!!!” “บึ้ม!!!” เสียงระเบิดดังสนั่น จมูกที่ใหญ่โตของชิงหลงแตกกระจาย กลายเป็นเศษเนื้อ พร้อมกับเลือดของมันที่สาดกระจายไปทั่วท้องฟ้า
ร่างของชิงหลงร่วงลงกระแทกพื้นดังสนั่น ร่างของมันบิดงอเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด เคนจิกางปีกมังกรลอยนิ่งอยู่ฟากฟ้า ก่อนจะประสานมือเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นบนท้องฟ้าก็ปรากฏวงแหวนเวทขนาดใหญ่ พร้อมกับจิตวิญญาณของศาสตราวุธมากมาย ที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ก่อนที่พวกมันจะประสานเข้าด้วยกัน กลายเป็นจิตวิญญาณของดาบขนาดมหึมา ทันทีที่ปลายนิ้วมือของเคนจิชี้ไปที่ร่างของชิงหลง ดาบยักษ์ก็พุ่งทะยานลงมา ราวกับลูกอุกกาบาตที่กำลังจะชนโลก
“บรึ้มมม!!!”
พลังโจมตีรุนแรงมหาศาล พื้นแผ่นดินแตกแยกออกเป็นสองฝั่ง กลุ่มควันที่หนาฟุ้งปกคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่างของชิงหลง เมื่อเคนจิพุ่งทะยานลงมากลุ่มควันก็มลายหายไป พร้อมกับจิตวิญญาณของดาบยักษ์ และปรากฏร่างของชิงหลงที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น โดยที่ส่วนหัวของมันนั้น ถูกตัดแยกออกจากกันเป็นสองส่วน
[ถ้าเจ้าเปลี่ยนจากระเบิดจมูกของมัน เป็นระเบิดที่หัวแทน เจ้าก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังเวทถึงเพียงนี้ อ่อนหัดจริงๆ]
“แล้วทำไมท่านไม่ออกมาสู้กับมันตั้งแต่ทีแรก”
[!!!]
เป็นจริงดังที่เจ้าชายกล่าว เคนจิสูญเสียพลังเวทไปเป็นจำนวนมาก เขาต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานพอสมควร ทันใดนั้นนักรบและผู้ติดตามก็เข้ามาหาเคนจิ ยืนจ้องมองซากมังกรที่หมดลมหายใจ นักรบเกราะชูดาบใหญ่ขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะฟาดลงมาซ้ำชิงหลงอีกหน แต่แล้วร่างของมันก็กลายเป็นผุยผง ล่องลอยไปตามสายลมทันที เหลือทิ้งไว้เพียงหนวดของมันเพียงหนึ่งเส้น
“มันเป็นแค่ร่างแยกของมันเท่านั้น ข้าจึงล้มมันได้อย่าง่ายดาย”
“นึกแล้วเชียว เช่นนั้นเราคงต้องแยกกันตรงนี้ ลาล่ะจอมปีศาจ”
นักรบเก็บดาบเข้าสู่ช่องมิติ พร้อมกับเดินจากไปพร้อมผู้ติดตาม ในขณะที่พวกเขาจะจากไปนั้น เคนจิก็พูดสิ่งหนึ่งขึ้นมา ทำให้นักรบหยุดเดินทันที
“จะมาก็มา จะไปก็ไป พูดกันแค่ไม่กี่ประโยค นายไม่คิดจะพูดคุยกันดีๆ หน่อยหรอ มาคัส”