บทที่ 10 พลังงานสีดำทั่วร่าง ไม่ช่วย!
ผู้ชายคนเป็ใครกันแน่
ในดวงตาสีดำขลับของเฝ่ยไป๋ลู่ ปลาหยินและปลาหยางพากันว่ายวนไปมา
เธอพยายามฝ่าหมอกเพื่อหาคำตอบ
แต่นอกเหนือจากอาณาเขตสีดำอันกว้างใหญ่กับหมอกควันสีดำ เฝ่ยเป๋ลู่ก็มองไม่เห็นอะไรอีก
ที่แปลกยิ่งกว่าคือ มีควันสีดำขนาดใหญ่ไล่ตามหลังมาเพื่อกลืนกินเธอด้วย
เฝ่ยไป๋ลู่ใจนต้องรีบถอยออกมา
ผิวสีดอกกุหลาบแต่เดิมกลับกลายเป็สีขาวซีดทันที เหงื่อซึมตามไรผม ก่อนจะไหลผ่านหน้าผากลงมา
เมื่อมองดูรูปผู้ชายคนนี้อีกครั้ง หญิงสาวก็กัดฟันพูดออกมาทีละคำ “มีพลังงานสีดำอยู่ทั่วร่าง ไม่ช่วย!”
พลังงานสีดำกับไอมรณะ*[1]เป็สองแิที่แตกต่างกัน
พลังงานสีดำเป็เพียงส่วนที่บอกถึงโชคลาภของคนเท่านั้น
แต่กับผู้ที่เคยฆ่าคน แผ่นหลังจะแบกดวงิญญาร้ายไว้ หมายความว่าร่างกายของคนคนนั้นจะปนเปื้อนไปด้วยไอมรณะ
และร่างของผู้ชายคนนี้ก็เต็มไปด้วยพลังงานสีดำ เขามีบาปกรรมหนักหนา แล้วยังจะมาคาดหวังให้เธอช่วยชีวิตอีกงั้นเหรอ?
ตอนนี้ที่เธอยังไม่ได้ฆ่าเขาด้วยยันต์อาคมในทันทีเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับ์ ก็เพราะเห็นว่าเขาจะอยู่ได้อีกไม่นาน เธอจึงไม่้าจะติดค้างหนี้ชีวิตใครหรอกนะ
อีกด้านหนึ่ง
“คุณชายสาม ผมดูแล้วสาวน้อยคนนี้คงมีความสามารถเพียงผิวเผินเท่านั้นนะ ปรมาจารย์ท่านอื่น ๆ จะให้คำแนะนำเมื่อเจอหน้ากันจริง ๆ แต่ดูเธอสิ ขอรูปไปแล้วมาพูดแค่ว่าไม่ช่วย ผมมองแล้วก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้เก่งกาจอะไร”
“ผมได้ติดต่อกับลูกศิษย์ของท่านอาจารย์หวังแห่งเสินหนงเจี้ยไว้แล้ว รอแค่อาจารย์หวังจัดการเื่ทางนั้นเสร็จก็จะเดินทางมายังปักกิ่งเลย”
เฮ่อเหลียนเจี๋ยคือลูกน้องของเวินสือเหนียน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเ้านายถึงต้องให้ความสำคัญกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนั้นด้วย
สายตาของเขาแฝงไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม
เฝ่ยไป๋ลู่อายุยังน้อย มีแค่ทักษะนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ทักษะนิดหน่อยนั่นแค่มากพอจะสร้างความบันเทิงและรายได้ทางบนโลกออนไลน์ได้เท่านั้น
จะมาเทียบชั้นกับท่านอาจารย์หวังที่เขาต้องลงแรงอย่างยากลำบากเพื่อเชิญท่านมาได้ยังไง…
เวินสือเหนียนเหลือบมองเขา ก่อนจะพูดอย่างไร้อารมณ์ “ออกไป”
เฮ่อเหลียนเจี๋ยพลันใบหน้าแข็งค้าง เขาก้มหัวให้ แล้วเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างว่าง่าย
ทว่าภายในใจกำลังกรีดร้องออกมา รอก่อนเถอะ ถ้าอาจารย์หวังที่เขาเชิญมามาถึงเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเ้านายจะต้องรู้สึกผิดที่เมินเขาในวันนี้แน่
เมื่อคนที่ทำให้หนวกหูออกไปแล้ว เวินสือเหนียนก็ส่งข้อความให้เฝ่ยไป๋ลู่ต่อ
[คุณเฝ่ย คุณตัดสินผู้คนจากรูปลักษณ์เหรอ ผู้แซ่เวินแต่ไหนมาไม่เคยฆ่าคนมาก่อน แล้วจะมีพลังงานสีดำอยู่บนร่างกายได้ยังไง?]
ไอ้เป็ดปากแข็ง! จะฆาตกรคนไหน ๆ ก็ไม่เคยยอมรับว่าฆ่าใครมาก่อนเหมือนกันนั่นแหละ!!!
เฝ่ยไป๋ลู่เม้มปาก เธอคร้านจะคุยกับเขาแล้ว จึงย้ายเบอร์เขาเข้าสู่บัญชีดำของเธอทันที
เวินสือเหนียนจะกดส่งข้อความอีก แต่ส่งยังไงข้อความก็ส่งไม่ไปสักที
สีหน้าของเขาเ็ายิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีไปมากนัก
จากนั้นนิ้วเรียวยาวก็กระชับกุมเข้าหากันทันที ขามีผิวสีซีดจนมองเห็นเส้นเืที่กำลังปูด
ราวกับว่าเขากำลังควบคุมตัวเองจากอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่
เธอบอกว่าไม่ช่วย ไม่ใช่ช่วยไม่ได้ …ถ้าอย่างนั้น แสงแห่งชีวิตของเขาก็ขึ้นอยู่กับเธอใช่ไหม?
“เฝ่ย...ไป๋...ลู่...”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทีละคำ ๆ
แสงในดวงตาส่องประกายเ็าอย่างแปลกประหลาด เงาดำใต้ร่างไหววูบไปมา
……
เฝ่ยไป๋ลู่หลับตานั่งสมาธิอยู่ในห้องรับแขก ข้างหน้าเธอมีถ้วยชาวางอยู่ใบหนึ่ง
ผ่านไปราว ๆ สามสิบนาที เ้าหน้าที่โจวผู้อยู่ในเครื่องแบบก็พานายตำรวจหนุ่มสองคนเดินเข้ามา
“ต้องขออภัย พอดีเมื่อครู่มีเื่ให้ต้องออกไปจัดการจนทำให้คุณเห็นเื่ตลกซะแล้ว”
เฝ่ยไป๋ลู่ลืมตาขึ้นมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ พลางหยิบชาขึ้นมาจิบ ก่อนจะพูดว่า “เ้าหน้าที่โจวทำงานเพื่อประชาชน มีเื่เร่งด่วนให้ต้องไปจัดการนั้นเป็เื่ที่เข้าใจได้ แต่คุณแม่ท่านนั้นหาลูกชายของเธอเจอแล้วหรือยังคะ?”
ไม่ทราบเป็เพราะเฝ่ยไป๋ลู่พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ หรือไม่ เ้าหน้าที่โจวถึงได้หายดังเฮือก
เขาขมวดคิ้ว ก่อนกล่าวว่า “ยังเลยครับ พวกมันเป็แก๊งลักพาตัวน่ะ และตอนเกิดเื่ก็มีคนเยอะมาก จนทางเราเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน! กลุ่มค้ามนุษย์พวกนี้ก็ใจร้ายซะจริง พอแย่งเด็กไปจากแม่ได้ก็ขึ้นรถหนีไปเลย อย่าให้จับได้นะ จะส่งไปยิงเป้าเสียให้หมด!”
ตำรวจหนุ่มเดินไปดึงเสื้อเ้าหน้าที่โจวด้วยใบหน้าประหนึ่งเห็นผี พลางกระซิบ “ที่ปรึกษา เธอรู้ได้ยังไงว่าเมื่อครู่พวกเรารับคดีอะไรมา แล้วยังรู้อีกว่าเป็แม่ที่ลูกชายโดนลักพาตัวไป”
เออใช่! เ้าหน้าที่โจวพลันหุบปากฉับ เขามองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาเฉียบคม “คุณรู้เื่นี้ได้ยังไง?”
เฝ่ยไป๋ลู่เพียงกล่าวเสียงดังฟังชัด “ฉันทำนายเอาค่ะ”
ตอนนั้นเองเ้าหน้าที่โจวก็นึกขึ้นมาได้ว่า เขาเชิญเฝ่ยไป๋ลู่มาสถานีตำรวจทำไม
“เหอซูเจี๋ยถูกสวบสวนเสร็จแล้ว ต้องขอบคุณสำหรับข้อมูลที่คุณให้มาจริง ๆ ทางเราถึงได้จัดตั้งทีมพิเศษขึ้นมาเพื่อสอบสวนพวกธุรกิจสีเทาที่อยู่เื้ัการทารุณกรรมสัตว์นี้ สำนักงานใหญ่ในเมือง X จึงมอบหมายให้เราเป็ตัวแทนขอบคุณต่อความกระตือรือร้นในการช่วยสืบหาของคุณครับ”
เ้าหน้าที่โจวลดเสียงลง ก่อนกล่าวว่า “คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณ ดังนั้นก็ถือเสียว่าเป็การคุยเล่นกับผมก็แล้วกัน จะได้ไม่กดดันอะไร ผมได้ดูไลฟ์สดของคุณแล้ว คุณบอกว่าคุณทำนายดวงได้ ไม่ใช่สิ มันเป็ไปตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใช่ไหม? ผมอยากรู้ว่าคุณทำได้ยังไง พูดแบบสบาย ๆ ได้เลยนะ ช่วยไขข้อสงสัยของพวกเราสักหน่อยเถอะ จะได้เป็การสอนเด็กฝึกงานของผมทั้งสองคนนี้ให้รู้จักใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไปด้วยเลย”
เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองเขาก่อนจะหลุดขำออกมา “เ้าหน้าที่โจวก็ทำงานด้านนี้มาตั้งหลายปี คงเคยเจอเื่แปลก ๆ มาบ้างใช่ไหมคะ? คุณคงจะเคยเจอคนที่แปลกกว่าฉันมาบ้างแล้ว ดังนั้นคุณไม่จำเป็ต้องแกล้งตีพุ่มไม้ไปรอบ ๆ หรอกค่ะ ฉันบอกว่าทำนายดวงชะตาได้ ในใจของเ้าหน้าที่โจวก็น่าจะรู้ดีว่าจริงหรือไม่ ในฐานะเ้าหน้าที่ตำรวจ คุณย่อมรู้จักผู้คนมากมายกว่าฉัน เมื่อเทียบกับคนแปลก ๆ มากหน้าหลายตาพวกนั้น ฉันก็แค่รู้วิธีมองใบหน้าคน ไม่ได้นับว่าเป็อะไรเลย”
หลังจากได้ทำความรู้จักกับจางเฉิง เฝ่ยไป๋ลู่ก็ได้เรียนรู้ศิลปะลี้ลับมากมายในโลกนี้จากเขา
มีเวทีสำหรับสื่อสารทางโทรจิต มีนักพรตเต๋าที่มีใบประกอบการชัดเจน ไหนจะยังมีวัดเต๋าที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีองค์กรจัดการดูแลอยู่เื้ั
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับความอยากรู้อยากเห็นของเ้าหน้าที่โจว เฝ่ยไป๋ลู่เลยไม่มีอะไรต้องกังวล
สีหน้าผ่อนคลายของเ้าหน้าที่โจวพลันหายไป เขากลับมานั่งตัวตรงด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง
นายตำรวจหนุ่มทั้งสองนิ่งเงียบ “...”
เฝ่ยไป๋ลู่มองสีหน้าท่าทางของเ้าหน้าที่โจว เธอยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกต้องแล้ว
หลังจากนั้นเธอก็รินชาเขียวร้อน ๆ ให้กับเขา “ฉันรู้ว่าเด็กที่ถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวอยู่ที่ไหนค่ะ”
เ้าหน้าที่โจวที่กำลังครุ่นคิด พลันลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น ดวงตาที่มองเฝ่ยไป๋ลู่เต็มไปด้วยเปลวไฟลุกโชน “ที่ไหนครับ?”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวว่า “ผู้ค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวเด็กเป็หญิงวัยกลางคน มีไฝที่คอ ข้าง ๆ เธอมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกสองคน เป็ผู้ชายทั้งคู่ พวกเขามีมีดอยู่ เนื่องจากมีการโทรแจ้งตำรวจได้ทันเวลาพอดี ทำให้มีจุดตรวจตามที่ต่าง ๆ มากมาย พวกเขาก็เลยไม่กล้าวิ่งไปรอบ ๆ ตอนนี้พวกเขาจึงกำลังกินข้าวอยู่ที่ ‘โรงแรมโหย่วอี่’ ข้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร และเวลาสิบโมงจะมีรถบัสเล็กรับส่งคนไปยังกว่างตง...”
เหลือเวลาอีกห้านาทีก็จะสิบโมง เ้าหน้าโจวยกมือถือขึ้นมากดโทรออกทันที “เสี่ยวหลิน รีบส่งคนไปที่สถานีขนส่งทันที...”
เขาพูดตามสิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่บอกทีละอย่างอย่างชัดเจน นายตำรวจหนุ่มทั้งสองต่างพากันจ้องหญิงสาวตรงหน้า
คนคนนี้ร้ายกาจมาก
เธอพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้ที่ปรึกษาสั่งการลงไปได้แล้ว
ถ้าเกิดเธอ้าเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจด้วยคำพูดไร้สาระ แล้วเกิดจับคนร้ายไม่ได้ขึ้นมา เธอไม่รู้ถึงผลที่จะตามมาเลยใช่ไหม!
“ที่ปรึกษาครับ คุณเสียสติไปแล้วเหรอ...”
หนึ่งในตำรวจฝึกหัดอดไม่ไหว น้ำเสียงจึงฟังติดจะเหยียดหยาม แม้เขาจะพูดตำหนิเ้าหน้าที่โจว แต่สายตากลับจ้องเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ละ
ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับผ่อนคลายสบายใจอย่างยิ่ง
เ้าหน้าที่โจวมองเขาด้วยหางตาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
บรรยากาศพลันตกอยู่ในความเงียบประหนึ่งไม่มีคนอยู่ ดีที่เ้าหน้าที่โจวได้รับสายโทรเข้ามาพอดี
เขากดเปิดสปีกเกอร์โฟน ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงที่ตื่นเต้นดังมาจากอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
“จับคนร้ายได้แล้ว! เด็กก็ไม่เป็ไร! และพวกเรายังจับผู้สมรู้ร่วมคิดในขบวนการค้ามนุษย์ได้อีกด้วย ครั้งนี้เราจะต้องง้างปากมัน แล้วจัดการขบวนการค้ามนุษย์ได้ในคราวเดียวแน่...”
[1] พลังงานสีดำ ในความเชื่อของคนจีน หมายถึง คนที่ทำบาปทั้งสถานเบาและสถานหนัก ซึ่งจะมีปริมาณแตกต่างกันไปตามกรรมของแต่ละคน