อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 57-58

    บทที่ 57 พี่น้องรักกันดี

     

    เล่อเวยยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเอง จึงไม่ยอมรับเป็นธรรมดา “อย่าพูดอะไรไร้สาระน่า ฉันแค่ทดสอบความสามารถของตัวเอง เพราะมันต่างจากที่ฉันคิดเอาไว้น่ะ”

    “งั้นเธอก็คงต้องลองทดสอบเพิ่มเติมดูเอาเอง” เล่อตงบอกอย่างจนปัญญา “เพราะฉันกินยานั่นไม่ได้ เธอก็รู้ว่ามันมีผลข้างเคียงกับผู้ชาย ดังนั้นเธอต้องหาข้อสรุปเอาเอง ฉันบอกได้แค่ว่านอกจากผลข้างเคียงแล้ว ก็ไม่น่าจะมีผลเสียอื่นๆ อีก”

    “รู้สึกเหมือนฉันถูกใช้เป็นหนูทดลองเลย”

    ระหว่างที่บอก เล่อเวยก็หยุดวาดภาพนั้นเสียเฉยๆ

    เล่อตงเลิกล้อเธอ ก่อนจะหยิบหนังสือเรียนวิชาฟิสิกส์ระดับชั้นมัธยมต้นเล่มที่เล่อเวยยังไม่ได้อ่านขึ้นมาพลิกดู แล้วถอนหายใจ “ฉันไม่เข้าใจมันเลยสักอย่าง”

    เล่อเวยไม่ค่อยแน่ใจว่าเฉินหย่งหมิงมีพื้นฐานการศึกษาระดับไหนในชาติที่แล้ว แต่เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใหญ่มักจะลืมความรู้ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้เมื่อเข้าสังคม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่เข้าใจ “ตอนเราไปถึงกวางโจว พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ฉันจะให้นายเรียนต่อชั้นประถมนะ”

    สองพี่น้องคุยกันสักพัก เล่อเวยก็อ่านหนังสือต่ออีกหน่อยแล้วหลับไป

    เล่อตงตื่นเช้ากว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ตอนที่เล่อเวยตื่น เขาก็ออกไปออกกำลังกายแล้ว หลังล้างหน้าอย่างลวกๆ เล่อเวยก็ไปที่ตลาดเช้าเพื่อซื้อของสดที่ต้องใช้สำหรับวันนี้

    เธอแบ่งเงินบางส่วนที่ได้มาจากเมื่อวานให้เล่อตงใช้ ส่วนที่เหลือเล่อเวยเก็บเอาไว้เอง เธอเหมาซื้อเห็ดกับหัวไชเท้ามา เพราะวันนี้ตั้งใจจะขายเฉพาะซาลาเปาไส้เห็ดกับหัวไชเท้าเท่านั้น!

    ถึงแม้กำไรจากซาลาเปาไส้ผักจะน้อยกว่า แต่ที่สำคัญกว่าก็คือมันขายดี!

    เกือบจะหกโมงเช้าแล้วตอนที่ร้านซาลาเปามาตั้งแผง เล่อเวยหยิบป้ายแผ่นเล็กๆ ที่เธอเขียนเมื่อวานมาวางไว้หน้าแผงลอย

    พี่ชายที่ขายน้ำเต้าหู้กับคุณยายร้านไข่ต้มใบชาก็ตั้งแผงแล้วเช่นกัน เล่อเวยจับตามองหญิงชราเป็นพิเศษ

    จริงด้วย ภาพหญิงชราที่เธอวาดยังขาดเสน่ห์อยู่ ดูไม่เหมือนตัวจริงเอาเสียเลย

    ต่างกับหลิ่วไถเฉิง เอ๊ะ....ใครใช้ให้คิดถึงเขากัน!

    เล่อเวยยืดเส้นยืดสาย แล้วเริ่มขายของพร้อมพี่ชายร้านน้ำเต้าหู้

    ซาลาเปาของเธอเริ่มมีลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ ถึงขนาดต่อแถวสั้นๆ เรียกความสนใจจากคนที่ผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ซาลาเปาลูกใหญ่ราคาสามเหมานั้น ถือว่าคุ้มมาก!

    คนที่ชอบซาลาเปาไส้เนื้อถามว่า “ทำไมวันนี้ไม่มีไส้หมูกับกะหล่ำปลีล่ะ”

    “ถ้าชอบไส้เนื้อ ไว้อีกสองวันมากินของอร่อยสิคะ เป็นสูตรลับเฉพาะ รับรองจะติดใจ!”

    “โม้หรือเปล่า เอาซาลาเปาไส้ผักให้ฉันสี่ลูก”

    เล่อเวยไม่ได้โม้ แต่เธอกำลังโฆษณาชวนเชื่ออยู่ต่างหาก!

    ตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ซาลาเปาทั้งหมดที่เล่อเวยเตรียมมาในวันนี้ก็ขายหมดแล้ว ค่าวัตถุดิบประมาณสิบกว่าหยวนทำซาลาเปาได้ยี่สิบหกเข่ง จี่เฟิ่งกับต่งเซียงทำกันมือเป็นระวิง แต่พวกเธอก็ได้กำไรถึงสี่สิบหยวน!

    ตอนเห็นเงิน สองคนที่บ้านก็แทบจะไม่เชื่อสายตา “เช้าวันเดียวเธอได้เงินมากขนาดนี้เลยเหรอ”

    “เหตุผลก็เพราะซาลาเปาของเราขายดี” เล่อเวยให้ต่งเซียงสิบหยวน “เราต้องทำไส้เนื้อกันแล้ว”

    “ฉันไม่รับเงินนี่หรอก” ต่งเซียงยัดเงินกลับไปใส่ในมือของเล่อเวย “เอาไปซื้อวัตถุดิบเถอะ! ไว้ค่อยแบ่งตอนที่ได้เยอะกว่านี้ก็ได้ ฉันยังพอมีเงินติดตัวอยู่อีกนิดหน่อย”

    “ก็ได้ค่ะ” เล่อเวยบอกอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน

    ต่งเซียงกระตือรือร้นมากขึ้น เมื่อคิดถึงเงินที่จะได้ “พูดถึงอร่อย ไส้สูตรนี้เด็ดจริงๆ เหมือนเป็นสูตรลับเฉพาะเลย เวยเวย ทำไมเธอไม่เก็บสูตรนี้ไว้ แล้วบอกแค่แม่ของเธอล่ะ”

    รอยยิ้มของเล่อเวยค่อนข้างซับซ้อน เพราะนี่เป็นสูตรลับที่ต่งเซียงมอบให้เธอในชาติที่แล้ว เธอไม่รู้ว่าต่งเซียงได้สูตรนี้มาอย่างไร และไม่รู้ว่าการปรากฏตัวก่อนเวลาของเธอในชาตินี้ได้ทำลายโอกาสเดิมของต่งเซียงไปหรือเปล่า แต่เล่อเวยตั้งใจแล้วว่าจะคืนสูตรลับนี้ให้กับต่งเซียงอย่างแน่นอน

    “พี่ต่ง อย่าพูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลสิคะ ครอบครัวเราไม่ได้หวังจะรวยจากสิ่งนี้ อย่าห่วงเลยค่ะ” เล่อเวยบอก “เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะจดสูตรลับอีกสูตรให้พี่กับแม่เอาไว้ สูตรนั้นยากกว่านี้นิดหน่อย บางทีพรุ่งนี้พี่อาจจะต้องตื่นเร็วขึ้น วันนี้ก็เข้านอนกันแต่หัวค่ำแล้วกันค่ะ ว่าแต่บ่ายนี้พี่จะเข้าเมืองกับพี่อวี๋ใช่ไหมคะ พักสักหน่อยเถอะ ตงตงกับฉันจะจัดการงานข้างนอกเอง”

    จี่เฟิ่งพยักหน้า “ให้ตงตงทำเถอะ ส่วนลูกไปงีบสักหน่อย ตื่นมาจะได้อ่านหนังสือ”

    “เขาตื่นแต่เช้า แล้วยังต้องนอนบนพื้นตลอดทั้งคืน กลางวันให้เขานอนสบายๆ เถอะค่ะ หนูไม่เป็นไร” เล่อเวยกินยาเพิ่มพลังมาแล้ว จึงไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อย

    ต่งเซียงมองดูสองแม่ลูกแล้วอดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ “ครอบครัวนี้พี่น้องรักกันดีจริงๆ หายากมากๆ ส่วนพี่ชายกับฉันนะ เฮ้อ...อย่าให้พูดเลย”

    เล่อเวยมองไปที่จี่เฟิ่ง และเห็นว่าสีหน้าของเธอแสดงความกังวลขึ้นมาเล็กน้อย

      

    บทที่ 58 ควบคุมพลังไม่ได้

     

    น่าเสียดายที่เล่อเวยบอกอะไรไม่ได้มาก เล่อตงพูดเองว่าสถานการณ์ของเขาเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่สำคัญมาก ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดของเล่อตงมาจากการคาดเดาของเล่อเวย ถึงแม้ว่าเธอจะค่อนข้างแน่ใจ แต่เธอก็ไม่เคยขอคำยืนยันจากเล่อตงเลย

    เธอจึงทำได้เพียงแค่เปลี่ยนเรื่อง “อันที่จริงถ้าซาลาเปาขายดีแบบนี้ เราไม่ต้องรีบหางานเย็บผ้าก็ได้ เร็วๆ นี้หนูอาจจะต้องออกไปข้างนอก ช่วงนั้นแม่คงจะต้องเป็นคนไปส่งซาลาเปาเอง ทำไมพวกเราไม่ใช้โอกาสนี้พักสักวันสองวันล่ะคะ”

    ไม่ว่าซาลาเปาจะขายดีสักแค่ไหน แต่รายได้ยังจำกัด และการที่ต้องตื่นเช้าทุกวันก็เหนื่อยมาก สำหรับเธอไม่ใช่ปัญหา แต่กลัวว่าอีกสามคนจะไม่ไหวเอา

    สองวันนี้ เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเล่อตง

    ตอนนี้ เล่อเวยมีแผนในใจที่จะกลับไปทำงานแบบเดิม เพราะเธอคุ้นเคยกับการขายเสื้อผ้าเป็นอย่างดี

    ตอนที่กลับมาที่ห้องของตัวเอง ทันทีที่เธอเข้าไป เล่อเวยก็เห็นว่าเล่อตงผล็อยหลับอยู่บนพื้น

    เขาคงเหนื่อยมากจริงๆ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ทุกวันมาออกกำลังกาย จากนั้นก็ใช้เวลาตลอดทั้งเช้าเฝ้าแผงขายของในตลาด แล้วก็กลับมาทำมื้อเที่ยง สุดท้ายยังต้องทำความสะอาดเตาอีก

    เล่อเวยหยิบหนังสือขึ้นมาอย่างเบามือแล้วปิดประตู

    พระอาทิตย์ตั้งฉากบอกเวลาเที่ยงวัน การอ่านหนังสือตรงลานบ้านจึงสะดวกกับเธอมากกว่า

    นอกจากนั้น เธอก็เห็นว่าประตูอีกห้องปิดสนิท เติ้งหยางยังเด็ก คงจะงีบหลับช่วงเที่ยงอย่างแน่นอน ต่งเซียงอยู่กล่อมลูก ส่วนจี่เฟิ่งคงนั่งอยู่เป็นเพื่อน เธอมองผ่านหน้าต่างเข้าไป เห็นทั้งสามคนข้างในผล็อยหลับกันไปหมดแล้ว

    ลานบ้านเงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงร้องของนกกระจอกบนต้นไม้

    เล่อเวยอดยืดเส้นยืดสายไม่ได้ และนั่งมองท้องฟ้าสีฟ้าด้วยรอยยิ้มอยู่สักพัก

    ช่างเป็นวันที่ดีสำหรับการเริ่มต้น!

    ทันทีที่เธอหยิบหนังสือขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ เปิดออก เล่อเวยคิดว่าเป็นอวี๋ซู่หลัน แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าเป็นชายร่างสูงหนวดเครารุงรังถือไม้เท้าเดินออกมา

    สามีของอวี๋ซู่หลัน!

    ดวงตาของชายคนนั้นเป็นประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเล่อเวย “อ่านหนังสืออยู่เหรอ”

    เล่อเวยไม่อยากเสวนากับเขา เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอจึงแค่พยักหน้าให้อย่างเย็นชา

    เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้ชื่ออะไร และไม่สนใจที่จะถามด้วย!

    ชายคนนั้นไม่สนใจท่าทีของเธอเช่นกัน เขาเดินสองสามก้าวเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า “เรียนชั้นอะไรล่ะ”

    เล่อเวยขมวดคิ้ว ขนาดผู้ชายคนนี้อยู่ห่างจากเธอตั้งห้าหกก้าว แต่ก็ยังได้กลิ่นเหล้าลอยโชยมา

    ไม่รู้ว่าเขาเพิ่งดื่มตอนเที่ยงหรือว่าดื่มมากเกินไป กลิ่นเหล้าถึงได้ติดตัวขนาดนี้

    เมื่อเห็นเขาพยายามที่จะเข้ามาใกล้ เล่อเวยก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ เธอปิดหนังสือ ก่อนจะถอยไปสองก้าว แล้วถาม “พี่อวี๋อยู่ไหน”

    “ถามถึงเธอทำไม” เมื่อชายคนนั้นเห็นเล่อเวยถอยหลัง รอยยิ้มที่ดูไม่น่าอภิรมย์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขายันไม้เท้าขยับเข้ามาใกล้ และใช้ความสูงใหญ่ข่มเธอ “ยายแก่นั่นออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว”

    “แปลว่าเหลือแค่เราสองคนที่นี่งั้นเหรอ”

    “ทำไม คิดอะไรกับฉันเหรอ” ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง

    ตั้งแต่ที่เล่อเวยย้ายมา เขาก็แอบมองเธอผ่านหน้าต่างมาตลอด เด็กสาวคนนี้ดูมีชีวิตชีวา เวลาที่เธอใช้ดวงตากลมโตและแวววาวมอง ราวกับจะหลอมละลายกระดูกของผู้ชายให้อ่อนยวบได้เลยทีเดียว

    ถ้าไม่ใช่เพราะขาของเขายังไม่หายดี เขาคงฉวยโอกาสกับเธอไปนานแล้ว

    เขาเคยเห็นหลิ่วไถเฉิง แต่ก็เป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนคนหนึ่ง หน้าตาดีก็ใช่ว่าจะทำอะไรเป็น!

    ดูจากการที่มีคนรักตั้งแต่อายุยังน้อย แปลว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอย่างแน่นอน

    ไม่นึกเลยว่าเล่อเวยจะกล้าเข้าหาผู้ชายมากกว่าที่คิดเอาไว้

    “เอาแบบนี้ดีไหม” เล่อเวยวางหนังสือเรียนไว้ข้างเตาสะอาดๆ อย่างใจเย็น “เข้ามาใกล้ๆ สิ”

    เธอกำลังมองหามุมดีๆ

    ชายขี้เมาไม่ได้ติดใจสงสัยเลยสักนิด เขาก้าวมาข้างหน้าสองก้าวด้วยรอยยิ้มสัปดนและน่ารังเกียจ เล่อเวยยิ้มให้ตัวเอง ก่อนจะชกเข้าที่ท้องของเขาเต็มแรง!

    หมัดของเธอทั้งเร็วและทรงพลังมาก จนทำให้ชายที่สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรถูกเธอซัดไปไกลถึงสามเมตรในชั่วพริบตา ก่อนจะล้มลงกับพื้นเสียงดังสนั่น

    เล่อเวยอยากสั่งสอนเขาอีกสักหน่อย แต่น่าเสียดาย ตอนที่ชายคนนั้นล้มลง หลังศีรษะของเขาก็กระแทกกับพื้น ก่อนจะแน่นิ่งไป

     


     

    คล้ายกับเรื่องอดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390