บอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์

    ตอนที่ 33 พลังเทพที่ซ่อนเร้น

    หัวหน้าคิมเห็นหยางเทียนแน่นิ่งจมกองเลือดไปแล้ว ก็ดีใจกระโดดเข้าไปกระทืบหยางเทียน ไม่ยั้ง

    “ ไอ้บ้าเอ้ย  มึงฆ่าพี่น้องกู  ทำลายงานของกู พังฉิบหายวายป่วงไปหมด กูจะกระทืบมึงให้เละติดดินไปเลย”  หัวหน้าคิมกระทืบหยางเทียนจนหน้าทิ่มจมดิน

    ฟางอิ๋งอิ๋ง ทนดูไม่ได้ ก้าวมาข้างหน้าแล้วเอ่ยกับ อาจารย์โซลซาว่า

    “ ท่านอาวุโส ได้โปรดไว้ไมตรี เขาตายไปแล้ว อย่าได้ทำเช่นนี้อีกเลย เพราะยังไงเขาก็เป็นศิษย์ของท่านนักพรตคิ้วเขียว สำนักเมฆขาว”

    อาจารย์โซลซาชะงักไปนิดหนึ่ง แต่เห็นว่า ฆ่าหยางเทียนตายไป ก็เล่นใหญ่ไปเสียเลย

    “ มันฆ่าศิษย์ของสำนักภูผาจันทรา และยังบอกว่า จะล้างสำนักอีก มันตายสภาพนี้ก็สมควรแล้ว ส่วนนักพรตคิ้วเขียวเจ้าอย่ามาอ้าง ข้าหาได้กลัวเกรงไม่   พรุ่งนี้ทางสำนักภูผาจันทรา จะส่งคนมาที่น้ำพุร้อนฟ้าพิสุทธิ์ใหม่ตามที่ตกลงกับอาจารย์ของเจ้าเอาไว้”

    “ แต่ว่า...”

    อาจารย์โซลซายกมือขึ้นเหมือนกับว่าไม่อยากจะฟังอีก

    ส่วนสี่คุณชายเห็นหยางเทียนตกอยู่สภาพอนาถเช่นนี้ ก็ได้แต่สะใจลึกๆ

    เจ้าหัวหน้าคิมก็ เลยกระทืบต่อไปไม่หยุด จนกระทั่ง ขาของมันไม่สามารถถอนขึ้นมาจากร่างของหยางเทียนได้ เพราะว่ามีมือของหยางเทียนจับเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย เลือดที่ทุกคนเห็นเป็นสีแดงฉานนั้น เปลี่ยนสภาพกลับกลายเป็นสีทองอร่ามตา แล้วก็ค่อยๆ ไหลกลับเข้าร่างหยางเทียน 

    จากนั้น ขาของเจ้าหัวหน้าคิม ก็ค่อยๆ เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นจากด้านในแล้วออกมาจากผิวกายภายนอก ไฟสีน้ำเงินอันประหลาดตา สร้างความสะพรึงให้กับทุกคนที่เห็น แค่พริบตาเดียวเท่านั้น ร่างของหัวหน้าคิม ก็กลายเป็นขี้เถ้าสลายไป

    หยางเทียนลอยขึ้นมาจากพื้นดินช้าๆ   รอยที่ถูกกระสุนดัชนีภูผายิงใส่สิบกว่าเม็ด ก็ค่อยหลุดสลายหายไป ผิวกายกลับมาเป็นปกติ ร่างกายส่องแสงสีทอง ดวงตามีสีฟ้า ผิดกับ หยางเทียนปกติที่มีดวงตาสีดำขลับ

    เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปากของหยางเทียน แต่คนที่ได้ยินรู้สึกได้ ถึงพลังอำนาจที่กดทับร่างของทุก ๆ คนเอาไว้ พอหยางเทียนมองไปรอบๆ ทุกคนต่างหลบสายตากันหมด จนไปหยุดที่  อาจารย์โซลซา ที่บัดนี้ใจคอไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว มือที่เคยหนักแน่นมั่นคง เริ่มสั่นระริก กลัวแบบไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต พยายามเปิดปากพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า

    “ แก....เป็นใครกันแน่”

    “ สวะอย่างเจ้า ยังไม่คู่ควร” หยางเทียนแค่กระพริบตาแวบเดียว แสงสีขาวก็พุ่งออกจากดวงตา เข้าใส่ร่างของ อาจารย์โซลซาทันที  ตูม !!!  ร่างอาจารย์โซลซาที่สวมเกราะป้องกัน พร้อมกับ ร่างกายที่มีขั้นพลังวิญญาณ ระดับ 50 กลับสลายกลายเป็นผุยผง ไปในพริบตา

    ทุกๆ คนที่เห็นเหตุการณ์นี้ ล้วนอ้าปากตาค้าง ตะลึงงันไปกันหมด !

    จากนั้น หยางเทียนก็ค่อยๆ ลงมาที่พื้นดิน แล้วก็ล้มลงนอนสิ้นสติไป

    ฟางอิ๋งอิ๋ง เข้ามาดูที่หยางเทียน แล้วสั่งการไปทันที

    “ พาเขาไปที่ห้องพักรับรองพิเศษเร็ว”  เหล่าศิษย์สำนัก ฟ้าพิสุทธิ์ จำนวนหลายคนเข้ามาช่วยกันพาร่างของ หยางเทียนไปห้องพักรับรองพิเศษ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ บ้านพักของ  อาจารย์เจ้าสำนัก เป็นบ้านที่สร้างไว้รองรับ แขกคนสำคัญของ สำนัก จากนั้น ฟางอิ๋งอิ๋ง ก็รีบเข้าไปรายงานเรื่องนี้ กับรองเจ้าสำนัก แล้วทั้งคู่ก็เข้าพบ เจ้าสำนักในทันที

    หยางเทียนยังคงหลับไหลไม่ได้สติ ในห้องที่กว้างขวางโอ่อ่า โดยมี เจ้าสำนักกำลังจับชีพจรของเขาอยู่

    “ เขาก็ปกติดี มีพลังวิญญาณ ระดับ 6 ไม่เห็นมี พลังมหาศาลอย่างที่พวกเจ้าว่าเลย”

    “ แต่ว่า อาจารย์โซลซา กับศิษย์สำนัก ภูผาจันทรา ทั้ง 10 ล้วนตายด้วยฝีมือเขา ทุกๆ คนก็เห็นมากับตาเลยนะคะ ท่านอาจารย์”   ฟางอิ๋งอิ๋งรายงานออกไป ศิษย์คนอื่นๆ อีกสองสามคนที่ยืนรอด้านนอก ก็พยักหน้ายืนยัน

    “ นั้นก็แปลกจริง หรือว่าที่ร่างกายของเขา จะมีพลังเทพแฝงเร้นอยู่?”

    “ อิ๋งอิ๋ง แน่ใจ ว่าเขาต้องมีพลังวิญญาณที่กล้าแข็งซ่อนอยู่ในร่างของเขา เพราะแววตาของเขาตอนนั้น ไม่ใช่ของเขาอย่างแน่นอน”

    “ ท่านนักพรติคิ้วเขียว ส่งเขามาช่วยเรา บางทีท่านอาจรู้ไว้อยู่แล้ว ว่าศิษย์ของเขาอาจช่วยเราได้ เลยส่งเขามา ทั้งๆ ที่มีขั้นพลังวิญญาณเพียงเท่านี้ แค่ก แค่ก”

    เจ้าสำนักยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ฝืนใจออกมาดู ทำให้พลังถดถอยลงไปอีก

    “ อาจารย์ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ ไม่เป็นไร หากว่าเขาตื่นเมื่อไร พรุ่งนี้ค่อยพาเขามาพบอาจารย์ก็แล้วกันนะ”

    “ ค่ะ อาจารย์”

    หลังจากที่ทุกคนออกไปหมด ก็เหลือแต่เพียงอาตี้ ที่ถูกสั่งให้คอนปรนนิบัติหยางเทียนเพียงคนเดียว จนกระทั่งหยางเทียน ลืมตา รู้สึกตัวขึ้นมา เห็นอาตี้ นั่งหลับอยู่ด้านข้าง หยางเทียนมองตัวเองที่ไม่เป็นอะไรเลย ก็แปลกใจ แต่ยิ่งแปลกใจหนักไปอีก ก็เพราะว่า ตอนนี้ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องเก่าๆ เล็ก ๆ อีกแล้ว

    “ ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย”

    “ พี่หยางเทียน พี่ฟื้นแล้ว”  อาตี้กล่าวอย่างดีใจ รีบเข้าเอาน้ำมาให้หยางเทียนดื่ม

    “ เกิดอะไรขึ้น พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

    “ หลังจากที่พี่ฆ่า ตาแก่สำนักภูผาจันทรากับศิษย์ตายหมด พี่ก็เป็นลมสลบไป คุณหนูก็สั่งให้ พวกเราแบกพี่มาที่นี่”

    “ เดี่ยว ๆ พี่เนี่ยนะ ฆ่าเจ้าแก่โซลซาตายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?”

    “ ใช่  ตอนนั้น พี่เผาร่างของศิษย์มัน จนแหลกรานคามือไปแล้ว จากนั้น พี่ก็กวาดตาไปโดยรอบ พอพบเห็น  ตาแก่โซลซา ก็หยุดนิ่ง เจ้าแก่นั่นเอ่ย ถามว่า พี่เป็นใคร พี่บอกกับมันด้วยเสียงดังก้องกังวานปานเทพเจ้าสายฟ้าคำรามออกไปว่า

    สวะอย่างเจ้า ยังไม่คู่ควร  แล้วพี่ก็กระพริบตาออกไปแวบเดียว  แสงพิฆาตสีขาว ก็พุ่งผ่านออกไปโดนร่าง ของตาแก่นั้น  แล้วร่างของมันก็สลายกลายเป็นฝุ่นไปเลย  พี่หยางเทียนนี่สุดติ่งกระดิ่งแมวไปเลยเจ่าค่ะ”  อาตี้ เอ่ยไปด้วยทำท่าขึงขังไปด้วย  ทำเอาหยางเทียนส่ายหัว จะเป็นจริงไปได้อย่างไร เขาเนี่ยนะ จำมีพลังปานนั้น คงเป็นอาจารย์คิ้วขาว คงเข้าสิงร่างกระมัง ถึงได้ทำเรื่องเช่นนี้ได้

    “ แล้วทำไมไม่พาพี่กลับไปที่พักเดิมล่ะ”

    “ โอ้.. ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ท่านเจ้าสำนักอุตส่าห์ออกมาจากกรรมฐานเพื่อมาดูแลพี่หยางเทียนถึงเตียง คนในสำนักไม่มีใครกล้าดูถูกพี่อีกแล้ว

    สี่คุณชายจตุรเทพ เห็นหน้าพี่ ยังต้องก้มหน้าก้มตาหลบเลย” อาตี้เอ่ยเสียจนหยางเทียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้

    ณ บ้านพักรับรอง ของเหล่าสี่คุณชายจตุรเทพ

    “ พวกเราได้ดูดซับพลังวิญญาณจาก บ่อน้ำพุ่ฟ้าพิสุทธิ์มาแล้ว แม้ว่าจะเพิ่มพลังวิญญาณแค่คนละสามระดับ ครั้งนี้ก็ถือว่า ได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ข้าว่า พรุ่งนี้จะขอตัวลากลับแดนเซียนเทพยุทธิ์ดีกว่า”

    “ ใช่ ดูๆ แล้วเจ้าหยางเทียนนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ มันคงมีของวิเศษที่ท่านเซียนมอบให้ไว้ ถึงได้แสดงพลังระดับนั้นออกมาได้ ดังนั้นพวกเราอยู่หรือไม่ ก็คงไม่มีผลกับพวกสำนักฟ้าพิสุทธิ์แล้ว”

    “ ข้าก็เห็นด้วย ดูแล้ว คุณหนูฟางอิ๋งอิ๋ง ก็เริ่มให้ความสนใจกับมันแล้วด้วย พวกเราคงหมดสิทธิ์”

    “ แต่ข้าอยากเห็นมัน ถูก ราชันเวนไตย  พญาเทพครุฑสังหารกับตา”  เว่ยหลงเอ่ยเสียงจริงจัง

    “ แต่ว่า พวกเราจะพลอยมีอันตรายไปด้วยนะ”

    “ อาจารย์บอกแค่ให้ข้า มาดูดซับพลังจากบ่อน้ำพุฟ้าพิสุทธิ์เท่านั้น ให้หลีกเลี่ยง กับ พญาเทพครุฑ ข้าว่าพวกเราอย่าเสี่ยงเลย” ฉงเฉวียนเอ่ยออกมาด้วยความขลาดกลัว

    “ ไม่ต้องห่วงหรอก ทางสำนักฟ้าพิสุทธิ์ มีค่ายกลตาข่ายฟ้า ที่เป็นอาวุธระดับเซียน  เทพครุฑผู้นี้ ทำอะไรไม่ได้ ไม่แน่ พวกเราอาจหาจังหวะที่มันบาดเจ็บ แล้วฆ่ามันก็ได้ ร่างกายของมัน ล้วนเป็นอาวุธวิเศษทั้งนั้น หากได้ติดตัวไว้สักชิ้น ถือเป็นอาวุธเซียนได้เลยนะ”  เว่ยหลงบอกกับคุณชายอีกสามคน ต่างก็มองหน้ากันแล้วพยักหน้าอยู่ต่อไป ไม่ได้คิดว่าจะช่วย สำนักฟ้าพิสุทธิ์จากใจจริงเลยสักคน

    ในตอนเช้า ฟางอิ๋งอิ๋ง ก็มาหาหยางเทียนแต่เช้า

    “ อาการเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ ผมไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณที่เป็นห่วง”

    “ ฉันไม่ได้ห่วง อาจารย์อยากพบคุณ”  ฟางอิ๋งอิ๋ง เข้าโหมดคุณหนูหน้านิ่งอีกแล้ว

    “ ผมอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่ค่อยมีแรง คุณหนูช่วยพยุงผมไปหน่อยได้ไหม” หยางเทียนแกล้งป่วยกะทันหันเพื่อดูน้ำใจของฟางอิ๋งอิ๋ง

    “ อาตี้ พยุงคุณชายหยางด้วย”   อาตี้เข้ามาประคองหยางเทียนทันที

    “ ไม่ต้องหรอกอาตี้ พี่พอจะเดินไปเองได้”   หยางเทียนยืนตรงแข็งแรงทันที

    ฟางอิ๋งอิ๋ง ไม่สนใจหยางเทียนเดินนำไปที่พักของอาจารย์ทันที 

    “ เดินเร็วขนาดนี้ ควายที่บ้านหายหรือไงนะ” หยางเทียนบ่นเบาๆ ทำให้อาตี้หัวเราะออกมา

    ทั้งหมดเข้ามาในห้องขนาดใหญ่ มีเจ้าสำนักนั่งสมาธิพักผ่อนอยู่บนเตียง

    “ หยางเทียน เข้ามาใกล้ๆ ซิ”  เจ้าสำนักจับชีพจรหยางเทียนก็พยักหน้า

    “ ไม่เป็นอะไรแล้ว ไหนบอกมาซิว่าตอนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

    “ ไม่ทราบเลยครับ พอโดนดัชนีภูผาเข้าไปหลายเม็ด สติก็หายวูบไปเลย  มารู้สึกตัวอีกที ก็มานอนอยู่บนเตียงนี่ล่ะครับ”

    “ อืม ร่างกายเธอนั้นคงมี ร่างเทพประทับอยู่แน่ เพราะเลือดที่มีคนเห็นที่ไหลออกมานั้น เป็นสีทอง ไม่มีมนุษย์ที่ไหนมีเลือดเช่นนี้ นอกจากเทพสวรรค์เท่านั้น”

    “ เทพเลยหรือครับ”

    “ ใช่ หากว่าเป็นพวกมาร หรือ ปีศาจ เลือดของพวกมันจะเป็นสีเขียว สีขาว หรือไม่ก็สีดำ”

    “ อ้อ เป็นเช่นนี้เอง” หยางเทียนไม่สนใจ เพราะคิดว่า อาจารย์คิ้วเขียวคงเข้ามาช่วยเขามากกว่า

    “ แต่ว่า ราชันเวนไตยนั้น แตกต่าง หากว่ามันปรากฏตัว พวกเทพยังต้องหวาดกลัวมัน ในอดีตกาลแม้แต่เทพบนสวรรค์ไม่มีใครปราบพญาครุฑลงได้ มีเพียง องค์พระนารายณ์เท่านั้นที่ สู้เสมอกับมัน ยอมให้พญาครุฑ อยู่เหนือหัวของพระนารายณ์  แต่หากพระนารายณ์เสด็จไปไหน พญาครุฑ จะเป็นสารถีนำพาเสด็จไปให้ จนมารุ่นหลังนี้ คือ ราชันเวนไตย ถึงแม้มันจะเป็นสัตว์เทพ แต่ก็แปลงกายเป็นมนุษย์ ใช้ชีวิต ที่ปราสาทกลางเวหา อยู่แถบเทือกเขาพระสุเมร

     วันที่อิ๋งอิ๋งกำเนิด่ มันมาที่นี่แล้วบอกว่า อีก18 ปี มันจะมารับ อิ๋งอิ๋งไปเป็นราชินีของมัน เพราะว่าในชาติก่อน  อิ๋งอิ๋ง คือราชินีที่มันรักมากที่สุด”

    หยางเทียนหันมองหน้า อิ๋งอิ๋ง แล้วกระพริบตาให้

    “ อิ๋งอิ๋งนั้นเป็นว่าที่ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเรา อีกไม่นานอิ๋งอิ๋งจะเข้าไปที่ดินแดนเซียนเทพยุทธิ์  พวกเรายอมไม่ได้ที่จะให้มันมาพราก อิ๋งอิ๋งไปเช่นนี้เจ้าสำนักใหญ่เลยไปหาท่านเทพพยากรณ์ให้ช่วยเหลือ ท่านบอกว่า ให้เชิญคุณชายทั้งห้าสำนักนี้มาช่วยเหลือ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้เอง”

    “ แล้วทำไมไม่ให้ เหล่ายอดฝีมือ จากแดนเซียนมาช่วยล่ะครับ”

    “  หากพวกเขาเข้ามา จะถูกกฏธรรมชาติลดพลังเหลือแค่ไม่เกิน ขั้นพลังวิญญาณที่ 50 ก็เลยไม่มีใครกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วย”

    “ แสดงว่า คุณชายทั้งสี่ ก็มีน้ำใจยิ่งนัก ที่กล้าสละตนให้ สำนักฟ้าพิสุทธิ์ถึงเพียงนี้”

    “ผิดแล้ว พวกเขาแค่ต้องการมาดูดซับพลังในบ่อน้ำพุฟ้าพิสุทธิ์ หรือไม่ ก็มารอชมความหายนะของ สำนักเรามากกว่า”

    “ อ้าว แล้วท่านเจ้าสำนัก  จะเชิญพวกเขามาทำไมล่ะ”

    “ นี่เป็นเพราะ ท่านเทพพยากรณ์ บอกเอาไว้ พวกเราแค่ทำตามที่ท่านได้สั่งเอาไว้”

    “ ป่านนี้ พวกเขาคงหนีกลับแดนเทพยุทธิ์แล้วกระมัง”

    “ ไม่หรอก ท่านเทพพยากรณ์บอกว่า พวกมันจะอยู่ถึงวันที่ ราชันเวนไตยปรากฏตัว ไม่ได้หลบหนีไปก่อน”

    “ โอ้ โห ท่านเทพพยากรณ์นี้รู้ถึงขนาดนั้นเลย แล้วผลการต่อสู้เป็นยังไงบ้าง ใครจะเอาชนะ พญาครุฑได้ครับ”

    “ ท่านไม่ได้บอกขนาดนั้น แค่บอกว่าแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

    เจ้าสำนักไอออกมาหนักๆ มีเลือดออกมาด้วย

    “ อาจารย์” อิ๋งอิ๋ง เอ่ยด้วยความตกใจ

    “ วิชาเก้าดัชนี ของเจ้าสำนักภูผาจันทราช่างร้ายกาจจริงๆ อาจารย์ไม่สามารถเดินพลังรักษาตัวเองได้เลย แค่ก ๆ ๆ”

    หยางเทียนเรียกพลังประหลาดที่เคยรักษา แม่กับน้องออกมา เพื่อจะลองรักษาเจ้าสำนัก แต่ว่าไม่อาจเรียกพลังออกมาได้ จึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วก็ค่อยๆ ถอนตัวออกมาจากห้อง

    ไม่นานนัก ฟางอิ๋งอิ๋ง ก็เดินออกมาหาหยางเทียน

    “ ตามฉันมา” ฟางอิ๋งอิ๋งเอ่ยสั้นๆ หยางเทียนเดินตามไป มาหยุดที่ป่าข้างหลังห้องพักเก่า ฟางอิ๋งอิ๋ง โยนกระบี่มาให้หยางเทียนเล่มหนึ่ง

    “ รับมือ” ฟางอิ๋งอิ๋ง สะบัดกระบี่เข้าใส่หน้าอกหยางเทียนแต่ว่า หยางเทียนรู้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ถอย แต่เอี่ยวหลบไปด้านข้าง แล้ววางกระบี่พาดที่คอฟางอิ๋งอิ่งเอาไว้

    “ แค่ท่าเดียวก็พ่ายเสียแล้ว”

    “ เฮอะ เอาใหม่”

    ฟางอิ๋งอิ๋ง ขยับตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว คราวนี้ใส่พลังวิญญาณเข้ามาในกระบี่อีก

    หยางเทียนก็ยังไม่หลบ แต่แทงกระบี่ตรงไป ปะทะกับปลายกระบี่ แล้วถ่ายเทพลังที่แทงมา ย้อนกลับไป  ฟางอิ๋งอิ๋ง ถึงกับกระเด็นถอยหลังก้นจ้ำเบ้าไปนั่งกับพื้น

    “ พอเถอะ คุณหนูฟาง สู้ผมไม่ได้หรอก”

    “ ขออีกที”  คราวนี้ฟางอิ๋งอิ๋ง ใช้สำนึกกระบี่ออกมา ทำให้กระบี่แตกออกเป็นร้อยเล่ม พุ่งเข้าใส่หยางเทียน ที่ยืนมองอย่างตกใจ แต่ไม่ลนลาน ยกกระบี่ขึ้นมาวาดเป็นวงกลมกลายเป็น กระบี่หยินหยาง มีรูปปลาว่ายไปมา อยู่ในวงกลม พอกระบี่นับร้อยพุ่งเข้ามากลับ หายวาบเข้าไป แล้วก็ม้วนตัวออกมาจาก วงกลมที่วาดขึ้น แล้วเงากระบี่ก็ย้อนกลับไปทำร้าย ฟางอิ๋งอิ๋งแทน หยางเทียนตกใจยิ่งนัก

    เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงสุด  เข้าไปโอบเอวของ ฟางอิ๋งอิ๋งที่ยืนนิ่งตะลึงงัน แล้วม้วนร่างไปตามพื้นด้วยกัน หลบเงากระบี่ได้อย่างหวุดหวิด

    “ ขอบคุณนะ แต่ทำไมคุณเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้นะ” ฟางอิ๋งอิ๋งเอ่ยด้วยความสงสัย

    “ ไม่รู้เหมือนกัน”   ตั้งแต่หยางเทียนฝึกลมปราณไทเก๊ก หรือ หยินหยาง แล้วได้เพิ่มพลังวิญญาณมา สองระดับ ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้เร็ว ดังใจนึกเลยทีเดียวแต่คงจะบอกกับใครไม่ได้.....

    คล้ายกับเรื่องบอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์ ที่คุณอ่าน