ภายในห้องปกครอง
หญิงสาวสองคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสภาพดูไม่ได้ เส้นผมของแต่ละคนรุงรังเหมือนรังนก หน้าตาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เสื้อผ้ายูนิฟอร์มสาววิทยาลัยมอมแมมและขาดรุ่งริ่ง ทั้งคู่พึ่งจะผ่านการศึกแย่งผู้ชายมาใหม่ๆ ซึ่งหญิงสาวบางคนก็เป็นที่คุ้นตาของเหล่าอาจารย์ปกครองดี
“เอาอีกแล้วนะเปรี้ยว” อาจารย์ปกครองพูดเสียงเข้ม “อาจารย์บอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าถ้าเกิดเรื่องมันอาจจะทำให้เธอโดนไล่ออกได้”
“ก็อีนี่มันมายุ่งวุ่นวายกับแฟนหนูนี่คะ” เปรี้ยวตอบเสียงแหลม
“พอแล้ว!” อาจารย์ปกครองว่า “เธอออกไปก่อนไป เดี๋ยวอาจารย์ขอคุยกับคนนี้ก่อน”
“ค่ะ”
คู่กรณีของเปรี้ยวเดินออกจากห้อง พร้อมกับส่งสายตาอย่างเป็นชัย เนื่องจากหญิงสาวคนนั้นเป็นถึงลูกผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้วิทยาลัย เปรี้ยวที่เป็นลูกชาวไร่ชาวนาคงสู้อำนาจเงินของเธอไม่ได้ เธอจึงนั่งกอดอกอยู่ในห้องแอร์ด้วยความไม่พอใจ
“อายุก็ 20 แล้ว อีกไม่นานก็จบ เธอไม่อยากจบหรือไง”
“อยากค่ะ...”
“ถ้าอยากแล้วทำไมถึงไปก่อเรื่องอีก อาจารย์เจอหน้าเธอมา 2 ปีแล้วนะ”
ชื่อเสียงเรื่องความรุนแรงของเปรี้ยวเป็นที่เลื่องลือมาตั้งแต่ยังเด็ก...
แถมเธอยังเป็นหญิงสาวที่ไม่ค่อยชื่นชอบเรื่องการเรียนเท่าไหร่ เปรี้ยวมักจะโดดเรียนไปเที่ยวกับเพื่อนด้านนอกเป็นประจำ และถูกจับมาลงโทษจากเหล่าอาจารย์ปกครองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการตบตีเพื่อแย่งผู้ชาย เปรี้ยวถือว่าเป็นมือตบมือหนึ่งของวิทยาลัยการอาชีพนอกชานเมืองแห่งนี้
“ทำหน้าอย่างนี้ แสดงว่าเธอไม่เชื่อว่าอาจารย์จะกล้าไล่เธอออกสินะ”
“คะ?”
“เอานี่ไปสิ”
เมื่อเปรี้ยวรับกระดาษใบนั้นมาเธอก็หน้าเสียทันที
“อาจารย์คะ หนูไม่อยากถูกไล่ออก อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ อีกไม่นานหนูก็จะจบแล้ว”
“ทีอย่างนี้ทำเป็นคิดได้นะ”
“หนูสัญญาค่ะ ว่าหนูจะไม่ก่อเรื่องอีก” เปรี้ยวพูดด้วยความกังวล
ครูปกครองถอนหายใจกับภาพตรงหน้า ก่อนจะเสนอไอเดียอื่นให้หญิงสาวได้พิจารณา
“สัญญาว่าจะไม่มีเรื่องมันไม่พอหรอก”
“อาจารย์จะให้หนูทำอะไรบอกมาได้เลยค่ะ”
“เรื่องการเรียนของเธอก็มีปัญหา แถมคะแนนพฤติกรรมก็ติดลบอีก เอาเป็นว่าอาจารย์จะไม่ไล่เธอออกก็แล้วกัน แต่เธอต้องไปทำจิตอาสาเพื่อเอาคะแนนมาหักล้างตรงนี้ ถ้ายังอยากเรียนต่อ”
“ค่ะ...ว่าแต่ เป็นจิตอาสาแบบไหนคะ”
“ก็แล้วแต่เธอ เอานี่ไปซะ”
เมื่อรับกระดาษอีกแผ่นมา เปรี้ยวก็ถึงกับหน้ามุ้ย
“โห อาจารย์คะ ตั้งหนึ่งเดือนเลยหรอ”
“หรือว่าเธอจะลาออกซะล่ะ”
“...ค่ะ หนึ่งเดือนก็หนึ่งเดือน”
“เอาล่ะ คราวนี้ก็ออกไปได้แล้ว และที่สำคัญ...อย่าให้อาจารย์เห็นเธอกลับมาห้องนี้อีก เพราะอาจารย์จะไม่ช่วยเธอเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว”
“ค่ะ”
เปรี้ยวรับปาก ก่อนจะเดินถือใบกระดาษจิตอาสาออกมา ในนั้นมีข้อความชั่วโมงและต้องมีคนเซ็นกำกับด้วยว่าการทำจิตอาสาเป็นเรื่องจริง ยิ่งเห็นอย่างนั้นเปรี้ยวก็ยิ่งท้อ เพราะผู้ใหญ่แถวบ้านเธอก็ไปมีเรื่องมาจนหมด ถ้าจะไปโบสถ์ไปวัดก็ร้อนเนื้อร้อนตัว...
หญิงสาวใช้เวลาคิดทั้งวันก็คิดไม่ออก จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเลิกเรียน...