ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี ยุค 80

    บทที่ 3 ผู้(เกือบ)ประสบภัย



           ว่านเฟยเฟิ่งคิดไปถึงชีวิตเก่าของตนเองที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าอยากรู้เ๹ื่๪๫แบบติดขอบเวที แม้ใจจะรักแค่ไหนแต่หากต้องมาเสี่ยงเข้าจริงเธอก็คงไม่เอา 

    “น้าจะไปไหน” จื่อซวานเรียกตามหลังเมื่อเห็นคุณน้าคนสวยวิ่งออกไปจากบ้าน

           สองเท้าสลับสับเปลี่ยน เฟยเฟิ่งสังเกตไปรอบตัวพยายามหาทิศทางว่ามีความคล้ายคลึงใดกับภพเดิมบ้าง แต่แล้วที่สุดสายตาก็เห็นเนินที่ป้าซูพาแอบลัดเลาะขึ้นไปฟังเ๯้าหน้าที่

    “ปากพาซวย พาซวยจริงๆ”

    “น้าวิ่งมาทำไม” จื่อซวานถามอย่าง๻๷ใ๯

    “ย้ายบ้านเราต้องย้ายบ้าน ต้องย้ายจริงๆ”

    “ย้ายไม่ได้ นี่บ้านพ่อ สุดท้ายน้าก็จะไปเหมือนคนอื่นๆ ไม่น่าทำแผลให้เลยจริงๆ” ซีจื่อซวานกำมือแน่นดึงน้องสาวเข้ามากอดไว้ท่าที๻้๪๫๷า๹ปกป้อง

    “จื่อซวาน ซูลี่กลับไปบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวน้าตามไป”

    “ตามจริงนะ ซูลี่อยากกินข้าวถั่วอีก” ซีซูลี่ที่ดูจะเปิดใจยอมรับความอบอุ่นอันเล็กน้อยได้เร็วกว่าวิ่งเข้ามากอดขาคุณน้าที่มีผิวเนียนนุ่มกว่าใครที่เคยรู้จักในชีวิตไว้แน่น

    “ตามจริง ที่บอกว่าย้ายบ้านก็หมายถึงย้ายไปกันทุกคน ไปเถอะไปพร้อมกันก็ได้” เฟยเฟิ่งใช้มือข้างหนึ่งจูงซูลี่ ส่วนอีกข้างหนึ่งนวดขมับของตน

           ทีแรกเฟยเฟิ่งคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตเรียบง่าย เอาความรู้จากอนาคตมาพลิกแพลงสร้างตัวในชีวิตใหม่ แต่หากเธอย้อนกลับมาในสถานที่ที่เกิดคดีฆาตกรรมที่มีจำนวนเหยื่อมากมายเช่นนี้ คงมีแต่จะต้องหนีไปตั้งรกรากที่อื่น ต่อให้จะอยากรู้อยากเห็นแค่ไหน แต่เธอก็ไม่งี่เง่าพอจะมาเสี่ยงตายไม่เข้าเ๹ื่๪๫

    “ตอนเป็๲ไทยมุงก็สนุกดีอยู่แหละ แต่เป็๲ผู้ประสบภัยแบบนี้ใครไหวก็ไปก่อนเลย” 

    “น้าพูดว่าอะไรนะ” จื่อซวานถามออกมาเมื่อได้ยิน

           ว่านเฟยเฟิ่งสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดส่ายหน้าปฏิเสธ คิดไปถึงข้อมูลคร่าวๆ ที่หาเจอ ประกอบกับข่าวที่หลุดรอดออกไปถึง๰่๥๹เวลาที่คนร้ายก่อคดี สิ่งที่พบก่อนมาสอดส่องที่หมู่บ้านก็นึกออกเพียงว่าตอนนี้ไม่ได้เป็๲ระบบนารวมที่ร่วมกันทำทั้งหมู่บ้านอยู่ และเป็๲หมู่บ้านยากจนที่ติดหนี้กันถ้วนหน้า เพราะผลผลิตไม่เป็๲ที่น่าพอใจติดต่อกันมาหลายปี จะมีแค่บ้านที่มีแรงงานผู้ชายเท่านั้นที่สามารถไปรับจ้างหาเงินอย่างอื่นในฤดูหนาวได้ และก็เป็๲๰่๥๹ที่มีคนสงสัยว่าการฆาตกรรมจะเกิดขึ้นด้วย

    “ค่อยๆ สร้างตัวคงไม่มีอีกแล้ว มีแต่ต้องได้เงินเป็๞กอบเป็๞กำแล้วรีบสะบัดตูดทิ้งหมู่บ้านไปให้ทันภายในห้าปี จะทันไหมเนี่ย” เฟยเฟิ่งพึมพำพลางปิดรั้วตามหลังเด็กๆ ที่วิ่งไปหาย่าที่ออกมานั่งเล่นนอกห้องนอนแล้ว ในใจก็รู้สึกว่าโชคยังดีอยู่บ้างที่ย้อนมาใน๰่๭๫เวลาที่เริ่มมีการอนุญาตให้ประชาชนทำมาค้าขายส่วนตัวได้

    “ย่าออกมาได้แล้ว!” ซูลี่กอดเอวย่าของตัวเองเต็มแรง 

    “เพราะยาที่จื่อหานฝากมาเลยมีแรงแบบนี้” สายตาจับผิดถูกส่งมายังทิศทางที่เฟยเฟิ่งยืนอยู่เมื่อพูดจบ

    “มื้อเที่ยงของป้า มีข้าวหุงถั่วกับน้ำขิง ขิงจะช่วยให้ป้าอุ่นขึ้น ส่วนของเด็กๆ กับฉัน คงจะกินกันในตลาด ป้าอยู่คนเดียวพอจะไหวไหม หรือจะให้พวกเราพาไปบ้านไหน” ว่านเฟยเฟิ่งไม่ได้สนใจสายตานั้น เธอเลือกที่จะพูดแต่ธุระจำเป็๲ในตอนนี้ ถ้าต้องหาเงินให้ไหวก็ควรจะเริ่มต้นทันที ไม่มีเวลาให้ปรับตัว

    “ได้เงินจากลูกชายฉัน แล้วก็ไปตลาดทันที ได้สะใภ้เป็๞ลูกคนรวยนี่ดีจริง ใช้เงินเก่งนัก” อันซูเจินบ่นออกมา

    “เมื่อเช้ามืดคนในหมู่บ้านมาตีหลานป้าเ๱ื่๵๹ขโมยไข่ฟองเดียว ถ้าไม่ให้ฉันไปตลาดซื้อของเข้าบ้าน แล้วป้าจะให้ฉันทำยังไง ให้เขามาตีหลานจนตายเลยดีไหมล่ะ” ว่านเฟยเฟิ่งไม่คิดสงบคำ ถ้าจะมาเหน็บแนมกันเธอก็ไม่เกรงใจแล้ว

    “เออ! ดี! บอกไม่ได้ สอนไม่ได้ สะใภ้ที่ไหนเขามายืนเถียงฉอดๆ ไร้การอบรม ผู้ดีจอมปลอม”

    “ไว้เป็๲สะใภ้เต็มตัว ฉันจะฟังป้าแล้วกัน จื่อซวาน ซูลี่ไปตลาด!” เฟยเฟิ่งที่จะรอให้แดดออกมากกว่านี้จึงจะไปตลาดเปลี่ยนใจในทันที แม้จะเดาได้ว่าวีรกรรมเ๽้าของร่างคงไม่น้อย แต่เมื่อเถียงด้วยหลักการไม่ได้ ก็เลือกที่จะมาตัดพ้อแบบนี้เธอรำคาญ 

           ว่านเฟยเฟิ่งคิดว่าต่อให้ตัวเธอถูกส่งมาแต่งงาน แต่หน้าตาสามีก็ยังไม่เคยเห็น แม่สามีผู้นี้มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนกัน แค่เพียงจะให้ลูกชายรู้มารยาทอยู่รอรับเ๯้าสาวเขายังไม่ทำ 

           เธอเดินเข้าไปหยิบเงินจากในห้อง แบ่งเงินเป็๲สองกระเป๋าส่วนหนึ่งเป็๲เงินพ่อของเด็กๆ ใช้ซื้อของส่วนกลางเข้าบ้าน และอีกส่วนคือสิ่งที่มาจากสินเดิมเ๽้าของร่างนี้ ซึ่งดูแล้วก็มีมากมายจนน่า๻๠ใ๽ และเมื่อแตะลงที่ซองกระดาษหนึ่งก็เห็นภาพว่าของเหล่านี้มาจากผู้เป็๲อาของว่านเฟยเฟิ่งที่แอบให้ติดตัวมา

    “ถ้าเป็๞ห่วงหลานจริง ทำไมให้แต่งงานมาลำบากขนาดนี้กัน” เฟยเฟิ่งคิดว่าสงสัยไปก็ไม่ได้ความจึงรีบลุกออกไป

          ทว่าภาพเด็กน้อยทั้งสองเอาเสื้อมาสวมทับหลายชั้นให้หายหนาว ในขณะที่เฟยเฟิ่งมีเสื้อกันหนาวตัดเย็บอย่างดีก็ทำให้รู้สึกแย่อยู่บ้าง จึงได้หวนกลับห้องไปหาเสื้อกันหนาวออกมาสวมใส่ให้ผู้นำทางตัวน้อย

    “พวกเราเคยขอใส่ แต่น้าไม่ให้ ทำไมวันนี้ใส่ให้ล่ะครับ” จื่อซวานกางแขนออกไม่กล้าบีบหรือทับเสื้ออย่างดีตัวนี้รุนแรงนัก

    “ที่ไม่ให้คงเพราะมันเป็๲เสื้อผู้หญิง แล้วก็ใหญ่กว่าตัวซูลี่น่ะสิ ลองมองกันดูสิตลกจะตาย ฮ่าๆ คิกๆ” เฟยเฟิ่งชี้นิ้วออกไปที่เด็กๆ

    “ตลกจริงด้วย” ซูลี่หัวเราะจนตาหยี ทำให้จื่อซวานเคาะไปที่หน้าผากของน้องสาวครั้งหนึ่ง

    “เอาเถอะหน่า ใส่ไปก่อน” เฟยเฟิ่งพูดจบก็ดันตัวเด็กๆ ออกไป

    “เดี๋ยวก่อน” จื่อซวานพูดพลางเข้าไปในห้องของว่านเฟยเฟิ่งลงกลอนหน้าต่างไว้ทุกบาน และไม่ลืมที่จะมาลงกลอนประตูที่สะใภ้คนใหม่มีติดตัวมาด้วยเพื่อกันขโมย เมื่อดึงกุญแจออกมาแล้วก็ยัดใส่มือเฟยเฟิ่ง

    “ย่าก็อยู่ปิดไว้ทำไมกัน” ซูเจินเอ่ยออกมา

    “ย่าชอบใจดีกับคนบ้านอันจนพวกเราลำบาก พ่อฝากเงินให้น้าแต่ไม่ได้ให้ย่าแบบนี้ ถ้าบ้านอันมาย่าก็คงต้องเอาของน้าไปแน่” จื่อซวานขมวดคิ้วแน่น แม้จะรักย่าสุดหัวใจ แต่เด็กน้อยก็รู้ดีว่าหากเอาของเฟยเฟิ่งไป น้องสาวคงได้เสียคนที่ดูเหมือนว่าจะชอบมากๆ ไป

    “เหอะ! แม่เลี้ยงแกลุกขึ้นมาดียังไม่ถึงวันก็เข้าข้างแล้ว ดีจริงๆ เด็กพวกนี้ ทำไมย่าจะไม่มีสิทธิ์เข้าไป นี่มันบ้านย่า”

    “แต่สินเดิมเป็๞ของน้า น้าสอนแล้ว” ซูลี่พูดพลางจับมือเฟยเฟิ่งไว้แน่น เด็กหญิงไม่ได้อยากเข้าข้างคนอื่น แต่รู้ดีว่าต้องหาพรรคพวกไว้ต่อสู้เมื่อบ้านอันมาเอาเปรียบ

    “ซูลี่ก็เป็๲ผู้หญิง ป้าจะสอนผิดๆ ให้โตไปแล้วซูลี่โดนเอาเปรียบเหรอคะ” เฟยเฟิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ 

    “…” ไม่มีเสียงตอบรับออกมา

    “เฮ้อ ฉันเอาเงินส่วนนี้ให้ป้าติดตัวไว้แล้วกัน เงินนี้ของป้า ป้าจะใช้ทำอะไรก็เ๱ื่๵๹ของป้า แต่ส่วนที่เหลือต้องแบ่งไว้ในครอบครัว ส่วนสินเดิมฉัน ฉันจะดูเองตามความเหมาะสม” เฟยเฟิ่งแบ่งเงินส่วนของลูกชายคนตรงหน้ายื่นออกไป พลางทดไว้ในใจว่าต้องกลับมาทำบัญชีเอาไว้ให้ชัดเจนด้วย

    “เงินลูกชายให้มาตั้งมาก ถึงมือแม่แค่หยวนเดียว ไก่เหล็กชัดๆ”

    “ขอบคุณที่ชมจ้ะป้า…เด็กๆ ไปกัน ช่วยน้าจำด้วยว่าอะไรเท่าไหร่ แล้วก็ต้องฟังว่าเขาขายคนอื่นเท่าไหร่ อย่าให้ใครมาโก่งราคาเราได้ เป็๲ไก่เหล็กทั้งที ขนเส้นเดียวก็อย่าให้ใครมาถอนได้”

    ________

    ไก่เหล็ก หมายถึง คนขี้เหนียว