***เวลา 9:10 นาที ตามเวลาโลกมนุษย์
ตัวประหลาดมีแสงไล่ทำลายกองยานรบปลากระเบน
*ฉัวะ! *
ยานขนาดใหญ่ที่มีปีกกว้างปกคลุมท้องฟ้าถึง 25 เมตร กำลังถูกแล่หั่นครึ่งภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
พวกมันกำลังร่วงโรยจากท้องฟ้า ราวกับเป็นใบไม้ที่พลัดใบทิ้ง
เพียงแค่ 5 นาที พวกมันจักจมลงตามแรงโน้มถ่วง มุ่งหน้าสู่ห้วงมรณะไปมากถึง 10 ลำ
*ฉัวะ! *
ตัวตนที่คอยสะบัดแส้ล่าสังหารยานรบ ยังคงไล่ล่าทำลายล้างอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สิ่งนั้นใช้มือขวาถือแส้แสงขาวยาวกว่าสามสิบเมตร ในการโจมตี
ใช้ปีกพิสุทธิ์ที่สุกสว่างเจิดจ้าจนดวงตาพร่ามัวในการโบยบิน
ตัวสูงใหญ่ 5 เมตร น่าเกรงขาม
และสวมใส่อาภรณ์ไร้รูปลักษณ์ที่ราวกับเป็นสิ่งทอของเทพยดา
เธอ--- เป็นตัวตนไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย ไร้ซึ่งชีวิตกับวิญญาณ
เป็นตัวตนแห่งมิติเบื้องสูงที่ถูกจำแลงกาย ลงมาจุติเป็นกลุ่มก้อนของพลังงานที่สูงส่ง
สง่างาม รวดเร็ว ทรงพลัง และไร้เทียมทาน
นี่คืออสูร [ไนกี้] อสูรอัญเชิญของชาวดาว [อัล์ฟเฮม] ชนเผ่า [เอลฟ์] ผู้ทรงศักดิ์
การโจมตีต่อต้านใด ๆ ล้วนไร้ค่าต่อหน้าร่างจำลองของเทพเจ้า
คงมีแต่ต้องใช้ตัวตนระดับเทพเจ้าด้วยกัน จึงจักสามารถปราบเธอลงได้
อสูรไนกี้สะปัดแส้ในมือขวาเพื่อสลัดเศษโลหะที่ติดบนอาวุธ ให้ร่วงหล่นลงสู่ผืนปฐพี
เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องกังวาลออกมาจากเบื้องหน้าของเธอ พร้อมกับชีวิตที่จากไปหลายสิบคนของลูกเรือผู้กล้าหาญ
ยานหลบภัยฉุกเฉินขนาดเล็กหลายสิบลำ ถูกดีดตัวหนีออกมาจากจากเศษซากของยานที่กำลังร่วงหล่นลงสู่พื้น
แต่เธอไม่ได้สนใจชีวิตที่พึ่งถูกสังหาร
ไม่สนใจศัตรูที่กำลังดีดตัวหนีเอาชีวิตรอด
เธอไม่มีแม้แต่ความเสียใจ หรือปิติยินดี ต่อผลงานที่เธอได้ลงมือ
สิ่งที่เธอทำ มีเพียงแค่ต่อสู้ตามคำสั่งของผู้ที่อัญเชิญเธอมาเท่านั้น
อสูรไนกี้หันไปทางขวาเพื่อมองหาเป้าหมายใหม่
กองยานปลากระเบนยังเหลืออีกเป็นจำนวนมาก
พวกมันยังคงยิงถล่มใส่ [รูหนอน] ของกองยานเหล็กเกล็ดเขียวที่พยายามโหม ฝืนทนบุกตีฝ่าออกมา
ท่ามกลางกองยานที่โถมโจมตีกระหน่ำใส่พันธมิตรของเธอ มียานลำหนึ่งที่มีลักษณะดูโดดเด่นเป็นพิเศษ
มันเป็นยานปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ถึงสี่สิบเมตร และมีร่องรอยของบาดแผลจำนวนมากปรากฏจารึกอยู่บนยานลำนั้น
สิ่งนั้นคือยานของ [วัลคิรี่สีดำ] เป็นยานเรือธงของกองยานปลากระเบนนั่นเอง
*กีสสส! *
ไนกี้กรีดเสียงบดฟันดังลั่น
เสียงนั้น ถึงกับทำให้เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ในระยะหนึ่งลี้โดยรอบ ต้องรีบวิ่งหนีร้องขอชีวิต
ร่างแสงขาวพุ่งทะยานตรงไปที่เรือธงหลัก
พุ่งผ่านหมู่ยานโดยรอบ ผ่านห่ากระสุนราวกับแหวกว่ายผ่านกระแสคลื่นสมุทร แล้ววาดแส้แสงขาวในมือขวาเป็นวงกว้าง เพื่อหมายจะแล่ยานเป้าหมายให้แยกเป็นสองส่วน
"พอแค่นั้นเลย ดอง! "
วินาทีนั้น ได้เกิดพลังงานมหาศาล บิดผันแปรมวลอากาศให้วิบัติ เข้าขวางกั้นแส้แสงขาว สลายเสถียรภาพแห่งมวลความจริงที่ถูกบิดเบือน จนแส้แสงขาวนั้นแตกสลายกลายเป็นฝุ่นธุลีไป
*กีส!? *
อสูรไนกี้ควานหาต้นเสียงที่หยุดการโจมตีของเธอ
สิ่งนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สูงไม่ถึงหนึ่งเมตร
มีร่างกายดูบอบบางดุจยอดอ่อนของบุปผา
มีดวงตาสีเขียว ผมสีเขียวมรกตยาวเกินความสูงของร่างกาย
เธอผู้นั้นสวมชุดคลุมที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ที่มีสีเขียว กางปีกภูติโปร่งแสงส่องประกาย พร้อมกับมีหนังสือคัมภีร์จำนวนสองเล่ม หมุนวนรอบตัว บินลอยอยู่เหนือยานธงของศัตรู
"เจ้าตัวตนลึกลับ ฉัน [เอสเทอ ผู้กล้ารุ่นแรกแห่งเผ่าภูติ] นับว่าเป็นวันซวยของเจ้า ที่ฉันผู้นี้ติดยานลำนี้มาด้วยโดยบังเอิญ จงกลับสู่ดินแดดดั้งเดิมของเจ้าซะ ดอง! "
เผ่าภูติ คือหนึ่งในเผ่าทั้งเจ็ดจากดาว [ไดม่อน]
เป็นเผ่าประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายเด็กมนุษย์ มีปีกใจกลางหลัง และสามารถใช้พลังพิเศษซึ่งสามารถบิดเบือนธรรมชาติได้
ตัวตนในระดับเดียวกับร่างจำแลงของเทพเจ้า ได้ปรากฏขึ้นในสนามรบแล้ว
***เวลา 9:14 น. ตามเวลาโลกมนุษย์
เอเลี่ยนรูปร่าง [ภูติ] ปรากฏตัว
*กีสสส! *
อสูรไนกี้กรีดเสียงเสียดแก้วหูอีกครั้ง
เธอไม่สนใจการเปิดตัวของอีกฝ่าย แล้วเริ่มบินทะยานเข้าโจมตี
บินด้วยความเร็วเหนือเสียง ทิ้งเสียงระเบิดอากาศเอาไว้เบื้องหลัง
แส้แสงขาวที่เคยแตกสลาย ฉับพลันก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ดึงดูดพลังงานรอบกายให้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่
เธอเหวี่ยงแส้นั้นโจมตีใส่ภูติน้อย พร้อมกับหมุนตัวเป็นเกลียวสว่าน
สว่านแสงขาวขนาดห้าเมตร พุ่งทะยานส่งเสียงดังคำราม เสียดสีอากาศเกิดเป็นประกายสายฟ้าแตกลั่นกระจายรุนแรง
"ลืมบอกไป ฉันไม่คิดจะสู้ตัวคนเดียวหรอกนะ ดอง"
ภูติน้อยยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าของมารร้ายตัวน้อย
วินาทีนั้น ได้เกิดเสียงปืนใหญ่ดังกระหึ่ม
กระสุนจากปืนยานธง ถูกเปลี่ยนเป็นลูกปืนจริง แล้วยิงไล่เรียงทีละกระบอกเป็นสาย ไล่ถล่มมิปล่อยให้เว้นว่างแม้นวินาทีหายใจ
กระสุนโลหะสีดำนับร้อย ยิงร้อยเรียงเบื้องหน้า แล้วแตกตัวใจกลางอากาศ ทิ้งเป็นอนุภาคขนาดเล็กลอยคลุ้งกระจายหนาทึบ
อนุภาคเหล่านั้น เริ่มถูกกระตุ้นด้วยพลังงานไฟฟ้าสถิต แล้วแตกตัวทำปฏิกิริยากับอากาศ ก่อเกิดเป็นหมอกมวลหนาทึบคล้ายเมฆฝน ขวางกั้นเส้นทางระหว่างอสูรไนกี้กับภูติตัวน้อย
*กีส!? *
อสูรไนกี้ปะทะเข้ากับก้อนเมฆเทียมสีดำ
วินาทีที่ปะทะ สัมผัสทั้งห้าของเธอก็กรีดร้องลั่นเตือนภัย
ก้อนเมฆเทียมสีดำเริ่มประสานแตกตัวสลาย เสถียรภาพที่ไม่จีรังได้ระเบิดตัวออกเพราะการพุ่งกระแทกของเธอ
เมฆสีดำ ได้จักกลายเป็นทุ่นระเบิดในฉับพลัน
สตรีร่างยักษ์ขนาดห้าเมตร ถูกดันกลับออกมาด้วยแรงสะท้อนที่เทียบเท่ากับแรงปะทะของเธอเอง
เธอกระเด็นออกมาด้วยความเร็วสูง กลายเป็นเส้นแสงสว่างเจิดจ้า ทิ้งดิ่งทำมุม 30 องศากับพื้นโลก
ร่างของเธอจมลึกเข้าไปในผิวดินมากกว่าสามสิบเมตร
“โฮ่~ ยังมีแรงยืนได้อีกหรือดอง? ”
ภูติน้อยยังคงยิ้มอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า
ในเวลานั้น หนังสือในมือทั้งสองข้างของเธอ ฉับพลันเปิดออกกว้างลอยขึ้นเหนือฝ่ามือ
เสียงหน้ากระดาษพลิกดังสะท้อนใบหู
แสงสว่างสีน้ำเงินลุกวาวขึ้นห่อหุ้มปีก
ดวงตามรกตจับจ้องผ่านหน้าหนังสือ ปล่อยให้ข้อมูลนับพันไหลผ่านทางดวงตาสู่สมองอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยให้ฉันทำโจมตีได้สำเร็จ ก็ถือว่าปิดประตูชนะไปเลยดอง”
เหนือขึ้นไปสิบเมตรข้างบนหัวของภูติน้อย กำลังมีกลุ่มก้อนพลาสม่ารวมตัวอยู่อย่างหนาแน่น
คัมภีร์ที่พลิกหน้าอยู่ในมือขวาได้หยุดนิ่งสนิท
แสงสว่างจากปีกภูติสองข้าง ฉับพลันสุกสว่างเจิดจ้ารุนแรง
ณ ตอนนั้น ผืนฟ้าเหนือแผ่นดินในระยะหนึ่งกิโลเมตร ก็ถูกถมไปด้วยห่าฝนของพลาสม่าบอลที่โปรยปรายลงมา
*กีส! *
อสูรไนกี้ใช้ร่างกายที่บอบช้ำเล็กน้อย บินทะยานขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง
เธอบินเลียบพื้น ลอดผ่านป่าดงดิบชื้นที่ขึ้นหนา ล่อให้เปลวพลาสม่าที่วิ่งไล่ติดตาม พุ่งปะทะสิ่งกีดขวางเหล่านั้นให้สิ้นสลาย
ก้อนพลังงานความร้อนลุกโชติช่วง แผดเผ่าผืนป่าจนวอดวายลุกท่วม ก่อเกิดเป็นกำแพงสีแดงพุ่งทะยานฟ้า ตลอดตามแนวที่แสงสีขาวนั้นวิ่งฟาดผ่านไป
“เร็วจริงนะ งั้นเจอระลอกสองหน่อยดอง”
ภูติตัวน้อยว่าเช่นนั้น แล้วหยุดการพลิกหน้ากระดาษของคัมภีร์ในมือซ้าย พร้อมกับกางมือขวา ควบคุมให้คัมภีร์ในมือขวาที่หยุดนิ่งไป ให้พลิกหน้ากระดาษ เริ่มบริกรรมเวทมนตร์โจมตีครั้งใหม่
วินาทีที่หน้าของคัมภีร์เล่มซ้ายหยุดลง ฉับพลันนั้นมวลอากาศโดยรอบตรงหน้าอสูรไนกี้ ก็เข้าสู่ศูนย์องศาสัมบูรณ์
โมเลกุลของสสารธรรมชาติในระยะสามสิบเมตร ถูกยุติซึ่งพลังงานทั้งมวล
พลังงานจลน์ได้เข้าสู่ความใกล้เคียงศูนย์สมบูรณ์ หยุดการเคลื่อนไหวอย่างสิ้นเชิงตามหลักกลศาสตร์ควอนตัม กลายเป็นพื้นที่ลี้ลับที่แม้แต่เวลาก็ยังอาจหยุดนิ่ง
อสูรไนกี้รีบบินหักกลับ ทำมุม 90 องศา ทะยานขึ้นท้องฟ้าเพื่อหลบการโจมตีนั้น
แขนซ้ายที่พลาดพลั้งแตะต้องพื้นที่แห่งการหยุดนิ่ง ได้ถูกสลายมวลพลังงาน หลุดขาดสะบั้นออกจากร่าง แล้วสลายหายไปในพื้นที่แห่งการหยุดนิ่งนั้น
*กีสสส! *
อสูรไนกี้กรีดเสียงดัง พร้อมกับตัดสินใจดับเครื่องชนภูติตัวน้อยที่บินอยู่เหนือยานธง
เพราะมันรับรู้แล้ว ว่าศัตรูตัวนั้น มันมีความสามารถมากพอฆ่าเธอให้ตายได้
“จะเอางั้นหรือดอง? ”
ภูติน้อยหยุดหน้าคัมภีร์ในมือขวา แล้วสร้างพื้นที่คลื่นความร้อนสูงเข้าปกคลุมรอบยานธง
ส่วนหน้าหนังสือในมือซ้าย กำลังเริ่มส่งเสียงพลิกกระดาษรัวดังลั่น เพื่อเตรียมบริกรรมเวทมนตร์บทถัดไป
ในทางกลับกัน อสูรไนกี้เองก็คิดที่จะปิดฉาก ด้วยการทุ่มพลังทั้งหมดที่ตนมี เข้าจู่โจมตีศัตรูให้ดาวดิ้นไปพร้อมกัน
เธอเปลี่ยนถ่ายการไหลเวียนของพลังงาน แปรรูปลักษณ์ ดึงมวลสารภายในร่างที่ไม่เสถียรซึ่งกำลังแตกสลาย ให้มารวมกันอยู่ที่แส้แสงขาวของเธอ
เรือนร่างไร้ใบหน้าของเธอ เริ่มมีขนาดย่อลง จนเหลือเพียงความสูงสองเมตรภายในสามวินาที
แต่ในทางกลับกัน แส้แสงขาวของเธอ กลับมีความยาวมากขึ้น จนสามารถไปบรรจบกับพื้นดินที่อยู่ข้างล่างได้
*กีส! *
แส้ที่ยาวระดับความสูงเหนือพื้นดิน 60,000 ฟุต ถูกตวัดด้วยพลังงานที่ไม่ใช่ของมิติที่สาม เหวี่ยงเป็นเส้นแสงขาวตัดผ่านทั้งขอบฟ้า โจมตีเป็นวงกว้าง ราวกับจะแยกผืนอากาศให้ขาดออกเป็นสองส่วน
เส้นแสงนั้น วิ่งผ่านกองยานปลากระเบนภายในพริบตาเดียว
ความแรงของมัน มิอาจหาสิ่งใดมาปิดกั้นเอาไว้
แม้แต่เทคโนโลยีบาเรียแสง ม่านพลังงานแรงสูงพลักดัน หรือเกราะหนาที่ทรงพลัง
ต่อหน้าการโจมตีระดับสูงสุดของเทพเจ้า มันก็เป็นได้เพียงแค่เศษกระดาษ ที่นำมาขวางกั้นเท่านั้น
กองยานครึ่งหนึ่ง หรือจำนวนที่มากกว่า 50 ลำ ได้จมลงภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เกิดเสียงระเบิดดังกังวาลก้อง พร้อมกับที่มียานหลบหนีจำนวนมาก พุ่งดีดตัวออกมาจากยานปลากระเบนที่จมลงมาเหล่านั้น
แส้แสงขาวที่ยาวจนแทบจะกลืนกินโลกทั้งใบ ได้วิ่งผ่านยานธง กับร่างของภูติน้อยที่กำลังเตรียมการโจมตี
ร่างของภูติน้อย ถูกฉีกแยกออกเป็นสองส่วน พร้อมกับตัวยานธงที่เธอพยายามจะปกป้อง
แต่ช่างน่าแปลก ที่ไม่มีหยาดเลือด หรือเสียงระเบิดดังออกมา---
“ [ปรากฏการณ์มิราจ] ก็ไม่รู้ทำไม แต่มุขโง่ ๆ นี้ใช้ได้ผลดีนักแลเลยดอง~”
---เพราะว่าสิ่งที่อสูรไนกี้พึ่งฟันทิ้งไปนั้น หาใช่ตัวตนจริงของยานธงไม่
*กีส…!?! *
เมื่อรู้ตัวอีกที ร่างของภูติน้อยก็มาอยู่ที่ข้างหลังของเธอแล้ว
“เป็นแบบนี้เองหรือ? ”
ภูติน้อยที่บินอ้อมมาอยู่ข้างหลังของอสูรไนกี้ กำลังใช้มือน้อย ๆ ของเธอ แตะลงไปประทับบนร่างกาย
สัมผัสที่เธอรู้สึก คือสัมผัสนุ่มลื่น เป็นสัมผัสของมวลสารเบาบาง ที่คล้ายกับละอองน้ำแข็งมาจับรวมตัวกัน
“ก็ไม่รู้ว่ามีวิธีใช้เวทมนตร์เหมือนพวกเราเผ่า [ภูติ] หรือไม่ แต่เวทมนตร์มันคือวิทยศาสตร์แขนงหนึ่ง เพราะฉะนั้น---”
อสูรไนกี้เริ่มตระหนักได้ถึงความตาย
เธอรีบหมุนตัว พร้อมกับเตรียมที่จะตวัดแส้โจมตีใส่
แต่มันสายไปแล้ว
“---ไม่มีสมการใดในธรรมชาติที่ฉันแก้ไขไม่ได้ [เอสเทอ ผู้กล้ารุ่นแรกแห่งเผ่าภูติ] ขอขอบคุณเธอ ที่มอบความรู้ใหม่มาให้ ดอง”
ก่อนที่อสูรไนกี้จะได้ทันลงมือโจมตี ร่างกายของเธอก็เริ่มพร่ามัวแตกสลาย
ภาพสะท้อนที่ถูกดึงมาจากมิติเบื้องสูงอย่างผิดธรรมชาติ กำลังถูกบังคับให้สลายหายไป ด้วยการรบกวนกลุ่มก้อนของพลังงานภายใน ผ่านทางฝ่ามือของภูติตัวน้อยคนนั้น
อสูรไนกี้ เธอกำลังสลาย--- กลายเป็นละอองแสงดั่งเช่นตัวหิงห้อยที่กำลังจะสิ้นชีวิตลง
***เวลา 9:20 นาที ตามเวลาโลกมนุษย์ ณ กลุ่มของฮาร์ดีที่กำลังเฝ้าสังเกตุการณ์
[…]
“เออ… ไม่รู้จะเขียนรายงานยังไงดีเลยฟะคราวนี้”
“ให้มาซาชิเขียนเป็นยังไงดีคะ? รายนั้นยิ่งชอบพวกเรื่องแบบนี้อยู่ไม่ใช่หรือคะ? ”
“เดียวก็ได้ออกมาเป็นหนังการ์ตูนกันพอดีสิอาเบล! ว่าแต่การต่อสู้นั้นมันอะไรกันฟะ!? นี่พวกเรากำลังดูหนังสัตว์ประหลาดกันอยู่หรือยังไง!? ”
เป็นอีกครั้งที่ฮาร์ดีเริ่มจะสติแตก เพราะสิ่งเหนือสามัญสำนึก...
“ให้ตายสิ! หวังเหล่ย! เตรียมออกรถ! เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้อีกแล้ว มันไม่ปลอดภัย! แม่งสู้กันรุนแรง---”
ในตอนนั้นเอง ที่ฝ่าเท้าของฮาร์ดีกำลังรู้สึกถึงแผ่นดินที่กำลังสั่นสะเทือน
“--- คราวนี้อะไรอีกกันละเนี่ย? ”
ที่สนามรบ กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่
ถึงการสนับสนุนของเผ่าเอลฟ์จะจบลง เพราะถูกกำหราบอสูรอัญเชิญไป แต่ทว่าพันธมิตรของเผ่านิมป์ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น
กองกำลังที่พึ่งพาได้ของพวกเธอ กำลังจะมาถึง
แผ่นดินกำลังสั่นไหว
“ขุด~♬ ขุด~♬ ขุด~♬ ขุดเข้าไปให้ถึงแกนโลกา~♬”
เสียงขับขานจากผืนปฐพีกำลังดังกังวาล
“พลังของพวกเรานั้น มิได้เป็นรองใคร~♬”
เสียงบดแผ่นดินกำลังดังกึกก้องสะท้อน
“แผ่นดิน~♬ คือท้องมหาสมุทรของพวกเรา~♬”
ภูเขาทั้งใบกำลังสั่นไหว
"ใต้ปฐพีนี้ ไม่มีใครจักเอาชนะพวกเราได้! ฮ่ะ♫ ฮ่ะ♬ ฮ่ะ♫ ฮ่ะ♬ ฮ่ะ♫ ฮ่ะ♪! "
เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ได้ดังขึ้นมาจากท้ายขบวนกองทัพของฝ่ายวัลคิรี่สีดำ
[ไฟเออร์กิน] กองกำลังของเผ่าคนแคระ ผู้ปกครองแห่งโลกใต้พิภพ ผู้มาจากดาว [เอนโดรเนส] ได้มาถึงสนามรบแล้ว