แผ่นหลังบอบบางกระแทกกับฟูกนอนหนานุ่มอย่างแรงจนจุกแน่นไปทั่วอก แต่ความเ็ปยังไม่ทันจางหาย เงาทะมึนของหลี่หยางก็ตามลงมาทาบทับราวกับนักล่าที่ตะครุบเหยื่อได้คาอุ้งเล็บ
"อื้อ!"
เสียงประท้วงของไป๋ลั่วถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของแม่ทัพหนุ่มฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความสิเน่หา แต่มันคือการรุกรานที่ป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากหวาน กวาดต้อนดูดดึงเรียวลิ้นเล็กอย่างรุนแรงจนนางได้กลิ่นคาวเืจางๆ คละคลุ้ง
มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบทำศึก ปัดป่ายไปทั่วเรือนร่างอรชรอย่างสะเปะสะปะ เขาไม่อาจรอช้าที่จะปลดเปลื้องปราการด่านสุดท้าย เสียงผ้าไหมเนื้อดีถูกกระชากจนฉีกขาดบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนใต้ร่าง
แคว่ก!
ไป๋ลั่วตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะยกมือขึ้นผลักไสอกแกร่ง ทว่าความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผิวกายของเขากลับทำให้นางชะงักงัน ผิวของเขาร้อนดั่งไฟ ร้อนจนน่ากลัวว่าเส้นโลหิตจะแตกซ่านหากไม่ได้ระบายออก
พิษเหมันต์รัญจวน... นางจำอาการนี้ได้ดีในตำราแพทย์ หากไม่ใช้สตรีธาตุเย็นช่วยขับพิษ เขาจะต้องตายภายในเจ็ดราตรี
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น มือที่ตั้งท่าจะผลักไสจึงค่อยๆ ตกลงข้างลำตัว นางหลับตาลงแน่น ยอมหยุดนิ่งเป็ตุ๊กตาให้เขากระทำย่ำยี หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอนใบเขื่อง หากนี่เป็หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตชายที่นางรัก นางก็พร้อมจะแลก แม้จะต้องแลกมาด้วยศักดิ์ศรีที่ถูกเขาเหยียบย่ำจนป่นปี้ก็ตาม
"หึ... หยุดดิ้นแล้วหรือ?"
หลี่หยางถอนริมฝีปากออกมา หอบหายใจหนักหน่วงรดรินซอกคอขาวผ่อง ั์ตาแดงก่ำจับจ้องผิวเนื้อเนียนละเอียดที่โผล่พ้นเศษผ้าขาดวิ่นด้วยความหื่นกระหาย เขายกยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
"ปากบอกปฏิเสธ แต่เรือนร่างกลับเปิดเปลือยรอรับข้า สตรีหน้าไม่อายเยี่ยงเ้า คงรอคอยเวลานี้มานานแล้วสินะ"
คำพูดดูแคลนเสียดแทงหัวใจดวงน้อยจนเจ็บหนึบ แต่ไป๋ลั่วเลือกที่จะกัดริมฝีปากแน่นไม่โต้ตอบ
ฝ่ามือร้อนผ่าวตะปบลงบนเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เขาไม่ออมแรงแม้แต่น้อย บีบขยำก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นจนล้นง่ามนิ้ว ปลายนิ้วหยาบสะกิดยอดถันสีหวานจนมันแข็งขึงสู้มือ ความเจ็บระคนความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างจนนางเผลอแอ่นกายขึ้นตอบรับโดยไม่รู้ตัว
"อ๊ะ... ทะ... ท่านพี่ เบา..."
"ข้าบอกแล้วว่าอย่าเรียกข้าว่าท่านพี่!"
เขาตวาดเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ใบหน้ากับร่องอกอิ่ม ขบกัดผิวเนื้อขาวจนขึ้นรอยฟันสีกุหลาบ
"จำใส่หัวเ้าไว้ ตอนนี้เ้าเป็แค่ยาถอนพิษ เป็แค่นางบำเรอขัดดอก!"
มือหนาเลื่อนต่ำลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว สอดแทรกเข้าไประหว่างเรียวขานวลเนียนที่หนีบเข้าหากันแน่น เขาใช้เข่าแกร่งแทรกกลาง บังคับแยกขาของนางออกกว้างจนเผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนเร้น สายตาหยาบโลนของหลี่หยางจ้องมองกลีบดอกไม้งามที่ปิดสนิท ราวกับกำลังประเมินช่องทางที่จะใช้ระบายโทสะและราคะในคราเดียว
"เตรียมตัวรับความเ็ปเสียเถิด ไป๋ลั่ว... คืนนี้ข้าจะไม่ปรานีเ้าแม้แต่น้อย"
ไป๋ลั่วพยายามจะยกมือขึ้นปกป้องเรือนกายด้วยความอับอาย แต่กลับถูกแม่ทัพหนุ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว ก่อนที่มืออีกข้างของเขาจะกระชากปราการด่านสุดท้ายบนร่างนางจนหลุดติดมือไปอย่างป่าเถื่อน
เรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามปรากฏแก่สายตา ทว่าหลี่หยางกลับไร้ซึ่งความทะนุถนอม เขารีบปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกอย่างรีบร้อนด้วยความรุ่มร้อนที่แผดเผา สายคาดเอวและชุดคลุมสีรัตติกาลถูกเหวี่ยงทิ้งกระจัดกระจาย เผยให้เห็นมัดกล้ามกำยำที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการศึก และแก่นกายใหญ่โตที่ผงาดง้ำชี้ชันด้วยฤทธิ์ยา ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิด ผิวเนื้อร้อนจัดของเขาบดเบียดกับผิวนุ่มเย็นเยียบของนางจนแทบหลอมละลาย
"อ๊าา!"
ไป๋ลั่วหวีดร้องเสียงหลงเมื่อเรียวนิ้วแกร่งสอดแทรกเข้ามาในช่องทางคับแคบโดยปราศจากการเล้าโลมหรือเตรียมพร้อมใดๆ ความแห้งผากของช่องทางรักเสียดสีกับนิ้วหยาบจนแสบร้อน ราวกับกลีบดอกไม้บอบบางถูกกิ่งไม้แห้งแข็งขืนรุกรานอย่างไม่เกรงใจ
"แน่น..." หลี่หยางคำรามในลำคอ คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความขัดใจเมื่อพบอุปสรรค เขาไม่คิดจะถนอมบุปผางามดอกนี้แม้แต่น้อย ยิ่งนางบีบรัดต่อต้าน เขาก็ยิ่งอยากจะเอาชนะ แม่ทัพหนุ่มเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปอย่างรวดเร็ว ขยับควานลึกกระแทกกระทั้นเพื่อเบิกทางอย่างหยาบโลน
"...เจ็บ ท่านพี่ ...ข้าเจ็บ" หญิงสาวน้ำตาไหลพราก สองมือจิกเกร็งลงบนฟูกนอนจนเล็บแทบฉีก พยายามจะขยับสะโพกหนีััที่รุนแรงนั้น แต่ท่อนขาแกร่งของเขากลับกดตรึงขานางไว้แน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
"เก็บเสียงน่ารำคาญของเ้าไว้ครางชื่อข้าเถอะ!"
สิ้นคำประกาศิต หลี่หยางถอนนิ้วออกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแทนที่ด้วยตัวตนอันใหญ่โตที่ขยายตัวจนถึงขีดสุด เขาจับยึดเอวคอดกิ่วของนางไว้มั่น แล้วกระแทกกายแกร่งแทรกตัวตนเข้าไปในคราเดียวจนสุดทาง
สวบ!
"กรี๊ดดดด!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังลั่นห้องนอน ไป๋ลั่วรู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกกระชากออกเป็สองเสี่ยง ความใหญ่โตมโหฬารที่รุกล้ำเข้ามาอย่างกะทันหันทำลายปราการความสาวและความอดทนของนางจนพังทลาย เล็บยาวจิกครูดลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มจนเืซิบเพื่อระบายความเ็ป
แต่หลี่หยางหาได้แยแสความเจ็บของนางไม่ พิษร้ายในกายสั่งการให้เขาตักตวงความสุขสมตรงหน้า เมื่อเข้าไปจนสุดทางรัก เขาก็แช่ค้างไว้เพียงครู่เดียวเพื่อให้ช่องทางนุ่มหยุ่นปรับตัวรับขนาดของเขา ก่อนจะเริ่มขยับโยกคลอนสะโพกสอบด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วทันที
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องกังวานผสานกับเสียงเตียงไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงกระแทก ทุกจังหวะที่เขาตอกอัดลงมาเต็มไปด้วยโทสะและราคะที่เดือดพล่าน ร่างบางของไป๋ลั่วสั่นคลอนไปตามแรงโถมกายอันป่าเถื่อน ศีรษะของนางกระแทกกับหมอนซ้ำๆ จนภาพตรงหน้าพร่ามัว
"อึก... ฮึก... เบาลง... ได้โปรด..."
นางพยายามร้องขอความเมตตา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือแรงกระแทกที่รุนแรงกว่าเดิม หลี่หยางก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบ ฟันคมขบกัดลงบนลาดไหล่เนียนจนเืซึม สร้างรอยตีตราความเป็เ้าของสีแดงช้ำไปทั่วผิวขาวผ่อง
"อย่าปฏิเสธข้าไป๋ลั่ว! ร่างกายเ้าถูกสร้างมาเพื่อรองรับอารมณ์ข้าไม่ใช่หรือ!"
เขาตะคอกชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนนางขนลุกซู่
"ดูสิ... ช่องทางของเ้ามันตอดรัดข้าขนาดไหน ทั้งร้อน ทั้งแน่น เ้าเองก็ชอบความรุนแรงแบบนี้ใช่หรือไม่!"
มือหนาเลื่อนขึ้นมากอบกุมทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง บีบขยำจนเนื้อนูนปลิ้นลอดง่ามนิ้ว ปลายนิ้วสะกิดบี้ยอดถันสีหวานจนมันแข็งขึงสู้มือ ความเ็ปจากการถูกกระทำเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกวาบหวามประหลาดที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง แม้ไป๋ลั่วจะเกลียดสถานการณ์นี้เพียงใด แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อลีลาอันช่ำชองของแม่ทัพหนุ่มอย่างน่าละอาย
น้ำหวานสีใสเริ่มหลั่งรินออกมาหล่อลื่น ช่วยลดทอนความเจ็บแสบและเปลี่ยนเป็เสียงเฉอะแฉะที่น่าอายยามเขากระแทกกายเข้ามาลึกซึ้ง หลี่หยางจับขาเรียวของนางพาดบ่ากว้าง เปิดทางให้เขาสามารถรุกล้ำเข้าไปได้ลึกยิ่งกว่าเดิม ปลายยอดอันร้อนผ่าวครูดผ่านจุดกระสันภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างบางกระตุกเกร็ง แอ่นหยัดกายรับแรงกระแทกอย่างลืมตัว
"อ๊า... ท่านพี่... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว..."
"ดี! จงจดจำความเ็ปนี้เอาไว้ ยิ่งข้าแทรกกายเข้าไปลึกเท่าไร เ้าก็ยิ่งต้องสลักชื่อข้าไว้ในกระดูกดำมากเท่านั้น!" หลี่หยางคำรามเสียงต่ำ ั์ตาฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นหญิงสาวใต้ร่างเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาเร่งจังหวะสะโพกถี่รัวราวกับพายุบ้าคลั่ง โถมกายเข้าใส่ไม่ยั้งจนไป๋ลั่วทำได้เพียงส่งเสียงครวญครางไม่ได้ศัพท์ ผสมปนเปกับเสียงสะอื้นไห้
"อ๊ะ! อ๊ะ! ท่านพี่"
บทรักในค่ำคืนแรกดำเนินไปอย่างยาวนานและหนักหน่วง ไม่มีคำหวาน มีเพียงเสียงคำรามต่ำของราชสีห์ที่กำลังขย้ำเหยื่อ และเสียงกรีดร้องแห่งความสุขสมระคนทรมานที่ดังลอดออกมาจากเรือนหอ ตอกย้ำว่าราตรีแห่งการไถ่ถอนพิษร้ายนี้ ...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น