เด็กหญิงในวันวานเติบโตขึ้นมากตามวัยหลันซิ่วจูอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีฟ้าทว่าให้ความรู้สึกดั่งวันที่ฟ้ามีเมฆหมอกนางดูเหม่อลอย รอยทุกข์กังวลค้างอยู่บนใบหน้ารัศมีรอบกายนางหมองเศร้าต่างจากวันวาน ไหล่ของนางลู่ตกราวแบกทุกข์หนักหน่วงเด็กหญิงตัวอวบอ้วนครั้งอดีตนั้นผ่ายผอมลงถนัดตา ความหดหู่เดียวดายที่นางกำลังประสบแล่นเข้าบีบหัวใจของเขาอย่างหนักหน่วง
“เสี่ยวจู” เถียนเยวี่ยเรียกนางเบาๆ
ทว่าเสียงนั้นถึงกับทำให้เด็กสาวสะดุ้ง
เสี่ยวจู...เสียงอันคุ้นเคยผ่านเข้ามาในความเงียบงัน
“ท่านพ่อ!” หลันซิ่วจูลุกขึ้นรวดเร็วก่อนชะงักนิ่งงัน
เขาไม่ใช่บิดาของนางทว่าภาพบุคคลที่ปรากฏตรงประตูห้องก็ทำให้ดวงตานางพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำก่อนหยดน้ำนั่นจะกลิ้งตัวตกลงบนแก้ม
แม้จากไปนานเกือบสี่ปีแต่นางจดจำชายผู้อยู่ในชุดสีเขียวใบไผ่เป็เอกลักษณ์นั้นได้เสมอพบเจอหน้าเถียนเยวี่ยที่นางคิดถึงแล้ว ใจของ หลันซิ่วจูร่ำร้องอยากก้าวไปหาเขาทว่าก้าวขาไม่ออกเลยสักก้าว
เ้าของร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงเข้ามาหานางเรื่อยๆในที่สุดเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้านางแล้ว นางมิได้ฝันไปใช่หรือไม่ความเ็ประคนคลางแคลงสะท้อนออกมาจากดวงตาสีดำฉ่ำน้ำ น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้ม
เถียนเยวี่ยวาดวงแขนแข็งแกร่งออกไปตวัดรัดรอบร่างน้อยเข้ามาแนบอกอุ่นแล้วนางก็ปล่อยโฮ
อ้อมอกอุ่นของเขายืนยันแล้วว่านางไม่ได้อยู่ในความฝันหลันซิ่วจูระบายความทุกข์ที่อัดอั้นมาเนิ่นนานผ่านหยดน้ำตาทุกข์จากความหวาดวิตกว่าตัวเองจะสูญเสียบุพการีไปตลอดกาลสูญเสียทั้งที่ยังไม่กล่าวลา
“ท่านอา...ท่านพ่อยังไม่กลับมา ไม่กลับมา” สาวน้อยคร่ำครวญกับแผ่นอกกว้าง หยาดน้ำตาทะลักทะล้นไม่ขาดสายหลายเดือนั้แ่รู้ข่าวร้ายของบิดานางร้องไห้จนคิดว่าน้ำตาแห้งเหือดไปแล้ว
ร่างเล็กในอ้อมอกสะอื้นไห้ราวจะขาดใจ นางทุกข์ เขาก็ทุกข์นับไปหลันิเปรียบดั่งญาติสนิท เื่ร้ายที่พี่ชายประสบ เขาย่อมต้องเศร้าเสียใจถึงที่สุดน้ำตาทุกหยดที่หลั่งรดอกเสื้อชุ่มโชกราวบอกถึงทุกข์ในใจของนางให้เขารับรู้ดวงตาคมกล้าแดงก่ำด้วยความรู้สึกจากส่วนลึกหากนางสูญเสีย ใจของเขาก็คงไม่ต่างกัน
เถียนเยวี่ยสัญญากับตัวเอง เขาจะทำทุกอย่างเพื่อคลายทุกข์และให้นางร่าเริงสดใสดั่งเช่นเดิม
แม้รู้ว่านางไม่อยากอาหารแต่เถียนเยวี่ยก็บังคับให้เด็กสาวกินข้าวต้มที่เขาทำเองหมดไปครึ่งถ้วยเขาส่งนางเข้านอนเหมือนที่เคยทำเมื่อครั้งอดีตคืนนั้นหลันซิ่วจูหลับไปทั้งที่ยังจับมือเขาไว้แน่น หลังมือใหญ่ถูกนางดึงมาแนบใบหน้าตัวเองชายหนุ่มนั่งพิงหัวเตียงมองดูเสี่ยวเถาสภาพเก่าตามเวลาที่วางอยู่บนเตียงข้างกายเด็กสาว
นางเล่าว่าเสี่ยวถานแต่งงานและย้ายไปอยู่บ้านเกิดของสามีสองปีครึ่งแล้วส่วนตัวนางได้ติดตามบิดาไปหลายแห่ง มีแต่ครั้งหลังสุดเท่านั้นเองที่นางรั้งอยู่บ้านตามลำพัง
หลันซิ่วจูลืมตาตื่นขึ้นกลางดึก เถียนเยวี่ยยังนั่งอยู่ในท่าเดิมเพียงแต่เขาหลับตาลงเท่านั้น นางลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายและไล่มองไปยังเปลือกตาที่หลุบปิดข้างในนั้นมีสายตาซึ่งทอแสงอ่อนโยนให้นางเสมอเมื่อมองมา
เสียงแมลงกลางคืนนอกห้องหับดังแทรกในราตรี
หากท่านพ่อรู้ว่าท่านอาเถียนมาอยู่เป็เพื่อนนางยามที่ท่านพ่อไม่อยู่ท่านคงจะดีใจมาก...เด็กสาวขยับตัวเข้าไปใกล้ ซบหน้าลงบนตักของเถียนเยวี่ย
ชายหนุ่มรู้สึกตัวจึงลูบเรือนผมนางเบาๆก่อนจะรับรู้ถึงความอุ่นร้อนจากหยดน้ำตาที่ต้นขาของตัวเอง
นางร้องไห้อีกแล้ว
“เสี่ยวจูขอโทษที่เคยทำตัวไม่ดี” หากรู้ว่าเขาจะหายไปนานขนาดนี้นางจะไม่เอาแต่ใจตัวเอง
“ข้าไม่เคยเก็บเื่นั้นมาถือโทษหรือโกรธเคืองเด็กน้อยไม่รู้ประสาอย่างเ้า”เป็ความจริงแท้ เขาไม่เคยโกรธนางลง ถึงนางจะเอาแต่ใจไปบ้างชอบใช้น้ำตาออดอ้อนบีบคั้นใจเขายามถูกขัดใจแต่นั่นไม่ใช่เื่สลักสำคัญที่เขาจะเอ็นดูนางน้อยลง
‘เสี่ยวจูรักท่านอา ท่านอาสำคัญกับเสี่ยวจูเสี่ยวจูอยากอยู่กับท่าน เสี่ยวจูจะแต่งกับท่าน’
นางมักบอกเขาซ้ำไป ซ้ำมาด้วยประโยคเหล่านี้เสมอๆ ตามประสาเด็กการที่เขามีความสำคัญกับใครสักคนหนึ่ง มันสุขใจมากเหลือเกินความรู้สึกนี้เขาไม่เคยบอกให้ใครรับรู้
“ท่านอาไปพักผ่อนเถอะ” เพราะเขาจากไปหลายปีนางจึงไม่ได้ทำความสะอาดห้องรอเขา คงได้แต่ใช้ห้องของบิดารับรองห้องนั้นยังสะอาดอยู่เสมอเพราะนางหวังว่าสักวันท่านจะกลับบ้านมาพร้อมกับของฝากเหมือนเช่นหลายครั้งที่จากบ้านไป
“ข้าจะอยู่เป็เพื่อนเ้า นอนให้มากเถอะ” ชายหนุ่มมั่นใจว่านับแต่คืนที่รู้เื่คนเป็พ่อสาบสูญนางคงหลับไม่เต็มตาสักคืนแน่
“ท่านอาจะอยู่กับเสี่ยวจูหรือ”นางเงยหน้ามองเขาในความสลัวของแสงตะเกียงเล็กกลางห้อง
เมื่อเสี้ยวหน้าคมคายผงกยืนยัน ริมฝีปากเล็กจึงคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนปิดเปลือกตาลงนางหลับใหลไปพร้อมกับรอยยิ้มและความรู้สึกผ่อนคลายที่ขาดหายจากชีวิตไปนานกว่าครึ่งปีแล้ว
การมาที่ถูหยางของเถียนเยวี่ยอยู่ในสายตาของเต๋อเจิ้นเขาพยายามสืบหาชายหนุ่มมาพักใหญ่แล้วเพื่อส่งข่าวเื่หลันิเพราะรู้ว่าทั้งสองเป็สหายรักกัน อาจเป็วาสนาแต่ชาติก่อนเมื่ออายุสิบสี่ เถียนเยวี่ยจึงรอดชีวิตได้เพราะหลันิและหมอเทวดาที่เคยรักษา พระอาการประชวรของจักรพรรดิก็ไม่เคยล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของเถียนเยวี่ยแม้แต่น้อย
ถึงแม้เต๋อเจิ้นไม่มาหา เถียนเยวี่ยก็จะเป็ฝ่ายติดต่อไปเอง เพราะเขามีเื่สำคัญยิ่งที่จะขอร้องผู้มีศักดิ์เป็อาจารย์อา
“ข้าอยากให้ท่านส่งคนมาดูแลบ้านสกุลหลัน”
“แล้วลูกสาวของเขาเล่า”
“ข้าตัดสินใจจะพานางไปอยู่ที่หุบเขาไผ่หอมชั่วคราว”
เต๋อเจิ้นพยักหน้ารับรู้ ความผูกพันของเถียนเยวี่ยและพ่อลูกสกุล หลันนั้นแน่นแฟ้นผู้พ่อไร้ร่องรอยเถียนเยวี่ยก็คงไม่อาจจะดูดายลูกสาวคนเดียวของสหายผู้พี่ให้อยู่ลำพังแน่
ชายหนุ่มประสานมืออีกครั้ง “เถียนเยวี่ยวอนขอท่านอย่าเพิ่งวางมือเื่ส่งคนสืบหาท่านพี่หลันลำพังตัวข้าคงไม่สามารถจะทำการเื่นี้ให้ลุล่วง คงได้แต่ยืมมือท่านแล้ว”
“ข้ารับปาก องค์จักรพรรดิก็ร้อนใจไม่แพ้เ้าหรอก”เพราะเติบโตเยี่ยงสามัญชนและเถียนเยวี่ยก็ไม่อินังขังขอบกับเื่ยศศักดิ์อาจารย์และอาจารย์อาทุกคนที่รู้เื่ชาติกำเนิดของเขาจึงปฏิบัติกับเขาเหมือนดังศิษย์คนอื่น
วันที่หยาดฝนสร่างฟ้า น้ำตาของหลันซิ่วจูเลือนหายจากใบหน้า เถียนเยวี่ยจึงพานางออกเดินทางไปด้วยกัน