[จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    ตอนที่ 51 กองกำลังขนาดย่อมๆ ที่แข็งแกร่ง


    “แม่นางฉินฝีมือสูงส่ง แม่นางฉินฝีมือสูงส่ง!”


    เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังระงมไปทั่วบริเวณ ได้ยินไกลถึงในเมืองและดังเข้าไปในผืนป่ากว้าง ทุกคนต่างก็ชื่นชมและซาบซึ้งในตัวฉินอวี้โม่


    สตรีเช่นนี้ ในแผ่นดินหวนหลิงคงไม่อาจจะหาผู้ทัดเทียมได้อีกแล้ว


    เมื่อมองเห็นฝูงชนพากันกล่าวคำยกย่องฉินอวี้โม่ ผู้อาวุโสจางแห่งสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรก็รีบเดินหน้าหดตัวลีบฝ่าผู้คนออกไปอย่างเงียบเชียบ  อสูรล้อมเมืองในครั้งนี้แทบจะเรียกว่าสูญเปล่า นอกจากอสูรศักดิ์สิทธิ์สองตัวแล้วเขาก็ไม่ได้สิ่งใดอื่นเลย ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเผลอไปล้ำเส้นผู้เป็นสุดยอดแห่งผู้ฝึกสัตว์อสูรเข้าให้แล้ว


    อย่างไรก็ตามฉินอวี้โม่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจผู้อาวุโสจาง นางไม่ได้มีเวลามากนัก อีกทั้งนางก็ไม่คิดที่จะใส่ใจผู้อาวุโสคนนี้ตั้งแต่แรก  ในตอนนี้ สู้เอาเวลาไปช่วยเหลือเหล่าพันธมิตรของนางสยบอสูรศักดิ์สิทธิ์ยังมีความสุขเสียมากกว่า


    “นายหญิง ท่านควรจะทำพันธสัญญากับเจ้าเหมียวตัวนั้น”


    เสี่ยวเฮยและเสี่ยวจินชี้ไปในทิศทางหนึ่งพร้อมๆ กัน ณ จุดนั้นมีเสือตัวใหญ่ท่าทางน่าสงสารนอนหมอบอยู่อย่างเหงาหงอย ดูๆ ไปแล้วก็ไม่ต่างจากแมวตัวใหญ่ที่กำลังป่วยเลยสักนิด


    เสือหงอยตัวนั้นเป็นอสูรมายาของลิ่วเยว่--พยัคฆ์ขนทอง มันเป็นอสูรเทวะเจ็ดดารา  ตามปกติแล้วเมื่อคนผู้หนึ่งตายไปอสูรมายาที่ได้รับการผูกพันธสัญญากับคนผู้นั้นก็จะสูญสลายหายไปด้วย  ในตอนนี้เนื่องจากลิ่วเยว่ตายไปแล้ว อสูรในพันธสัญญาของเขาก็ควรจะหายไป   อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะคำสาบานของลิ่วเยว่ที่จะมอบอสูรมายาให้แก่ฉินอวี้โม่จึงทำให้พยัคฆ์ขนทองยังคงมีชีวิตรอดอยู่


    แต่ถ้าหากว่าฉินอวี้โม่ไม่ยินยอมรับและทำพันธสัญญากับพยัคฆ์ขนทองตัวนี้ ในไม่ช้าตัวมันก็จะสูญสลายไปตามกฏเกณฑ์พิศวงของโลกมายาใบนี้


    เมื่อมองดูเสือสีทองที่กำลังหมอบซึมอยู่กับพื้นไม่ต่างจากแมวป่วย ฉินอวี้โม่ก็พยักหน้า การมีอสูรมายาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเรื่องดี แม้เพียงหนึ่งตัวก็ช่วยให้นางแข็งแกร่งขึ้นได้


    “ดุ๊กดุ๊ก!”


    จู่ๆ เสียงร้องเล็กๆ ก็ดังขึ้นจากภายในกรงใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ตัวพยัคฆ์ขนทองอย่างเรียกร้องความสนใจ


    ซึ่งเมื่อทุกผู้คนกวาดสายตาไปในทิศทางดังกล่าวก็มองเห็นอสูรมายาขนาดเล็กอยู่ภายในกรงนั้น แท้จริงแล้วมันคือลูกเพียงพอนตัวน้อยน่ารัก อสูรมายาสุดหวงของหลี่เปียวที่เขาใช้เป็นเดิมพันในการแข่งขันครั้งนี้  ตอนนี้มันตื่นขึ้นมาแล้วและเริ่มส่งเสียงร้องแหลมเล็ก


    “ไปกันเถอะ ไว้กลับไปข้าจะผูกพันธสัญญากับพวกนั้นทีหลัง”  


    อสูรล้อมเมืองในปีนี้จบลงแล้ว ฉินอวี้โม่และสหายได้ประโยชน์กันอย่างมหาศาล เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืด พวกเขาจึงเดินทางกลับเข้าเมือง


    “คุณชายหานจะกลับไปพร้อมกับข้าหรือไม่?”


    ฉินอวี้โม่หันไปมองหานโม่ฉือที่อยู่ใกล้ๆ และเอ่ยถาม


    “ข้ายังมีงานอื่นที่ต้องไปทำ ขอตัวก่อน”


    หานโม่ฉือจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวปฏิเสธในที่สุด


    “ข้ามอบสิ่งนี้ให้เจ้า ถ้าเจ้าต้องการจะไปที่นครไป๋อวิ๋น นำมันไปที่ตระกูลหานและมาพบข้าได้”


    หานโม่ฉือส่งป้ายหยกกลมๆ ที่มีสัญลักษณ์บางอย่างให้ฉินอวี้โม่ ก่อนจะหันหลังและหายวับไปต่อหน้าทุกคน


    ฉินอวี้โม่กำป้ายหยกที่หานโม่ฉือมอบให้และสัมผัสได้ถึงไอเย็นประหลาดที่มันแผ่ออกมา อดีตสาวจากศตวรรษที่ 21 อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเหตุใดร่างกายของ ‘ผู้ชายเย็นชา’ คนนั้นถึงได้เย็นนัก  สาวงามนำเหรียญนั้นใส่เข้าไปในแหวนมิติก่อนจะเดินทางกลับพร้อมกับทุกคน


    ในระหว่างทางกลับลั่วอวิ๋นเชิญฉินอวี้โม่ไปรับของรางวัลที่สำนักเจ้าเมืองเตรียมไว้ให้ นางจึงตามเขาไปที่จวนเจ้าเมืองทว่าก็ปฏิเสธที่จะพักค้างคืน


    ลั่วชิงซานมอบรางวัลชนะเลิศในเทศกาลอสูรล้อมเมืองปีนี้ซึ่งก็คือกระบี่ปีกจักจั่นให้แก่ฉินอวี้โม่ เจ้าเมืองเยว่กวางรู้สึกพึงพอใจในผลงานของดรุณีน้อยผู้นี้มาก


    ฉินอวี้โม่กล่าวขอบคุณท่านเจ้าเมืองและเดินทางออกจากจวนเจ้าเมือง ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านพักที่ลั่วอวิ๋นจัดเตรียมไว้ให้ เป็นเพราะคณะเดินทางขององค์ฮองเฮาเหวินหย่าได้จองโรงเตี๊ยมไว้ถึงวันอสูรล้อมเพียงเท่านั้น ดังนั้นฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่วจึงต้องหาที่พักกันใหม่ พอดีกับที่ลั่วอวิ๋นเชื้อเชิญให้นางพักที่จวนเจ้าเมืองแต่ฉินอวี้โม่ปฏิเสธ ดังนั้นบุตรชายท่านเจ้าเมืองผู้มากน้ำใจจึงเสนอตัวจัดหาบ้านพักให้สาวงาม


    “อวิ๋นเอ๋อร์ แม่นางอวี้โม่เป็นสตรีที่วิเศษมาก”


    หลังจากฉินอวี้โม่ไปแล้ว ลั่วชิงซานก็เรียกลั่วอวิ๋นไปที่ห้องหนังสือ


    “ท่านพ่อ ข้าทราบดีว่าแม่นางฉินต่างจากสตรีทั่วไป”


    ลั่วอวิ๋นพยักหน้า เขาเองก็คิดว่าฉินอวี้โม่เป็นหญิงสาวที่พิเศษแตกต่างจากผู้อื่น และตัวเขาก็รู้สึกชื่นชมสาวงามผู้นี้จากก้นบึ้งของหัวใจ


    “ในเมื่อรู้แล้วก็ไม่ต้องลังเล ระวังความลังเลจะทำให้เจ้าพลาดโอกาส!”


    ลั่วชิงซานยิ้มพลางมองหน้าบุตรชายด้วยแววตาเปี่ยมสุข  บุตรชายของเขาก็รูปโฉมงดงาม ดูดีมีสง่าราศี สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีพรสวรรค์ แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ใด อีกทั้งยังมีจิตใจเมตตานิสัยใจคอน่าคบหา  อวิ๋นเอ๋อร์และสาวน้อยฉินอวี้โม่ผู้นั้นดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ถ้าหากว่าพวกเขาได้ครองคู่กัน ชีวิตครอบครัวของทั้งสองก็คงจะชื่นมื่นสุขสมไปจนตลอดรอดฝั่ง


    “หืม?” ลั่วอวิ๋นนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นมา “ท่านพ่อ ท่านหมายความว่ายังไง?”


    “เจ้าลูกคนนี้ อย่างมาแกล้งโง่ต่อหน้าข้า”


    ลั่วชิงซานตบไหล่ของลั่วอวิ๋นเบาๆ แล้วกล่าวต่อ “ข้าเห็นหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากองทหารรับจ้างชื่อเหยียนเองก็คล้ายว่าจะมีใจให้นาง ถ้าเจ้ายังขืนชักช้ารำไร ระวังดอกไม้ล้ำค่าจะถูกผู้อื่นช่วงชิงไป”


    เมื่อกล่าวจบ ท่านเจ้าเมืองก็เดินออกไป ปล่อยให้บุตรชายยืนเม่อลอยอยู่ภายในห้องหนังสืออย่างเดียวดาย


    …


    ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในบ้านพักสำหรับคืนนี้แล้ว ฉินอวี้โม่ก็ปิดประตู


    “เสี่ยวโร่ว ช่วยคอยเฝ้าไว้ด้วยอย่าให้ใครเข้ามาได้”


    ฉินอวี้โม่บอกสาวใช้น้อย และยังให้เสี่ยวเฮยและเสี่ยวจินคอยช่วยนางอีกแรงเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


    จากนั้นอดีตคุณหนูสี่ก็เริ่มการสยบอสูรมายา


    ตัวแรกคือลูกเพียงพอน เนื่องจากระดับพลังของมันต่ำที่สุดทำให้ทุกอย่างรวดเร็ว ง่ายดายและราบรื่น


    ลำดับต่อไปนางสยบพยัคฆ์ขนทอง หลังจากผูกพันธสัญญาเสร็จสิ้น เสือตัวใหญ่ก็สดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลานี้เจ้าเสือเคยหงอยกำลังสะบัดหางมองดูนายหญิงคนใหม่อย่างร่าเริง  ยิ่งไปกว่านั้นพลังจากการทำพันธสัญญาครั้งนี้ก็ทำให้ฉินอวี้โม่ก้าวขึ้นสู่ระดับมายารัตนะเก้าดาราในทันที


    พยัคฆ์ขนทองและอสูรมายาตัวอื่นๆ ของฉินอวี้โม่ก็เลื่อนระดับขึ้นเช่นกัน พยัคฆ์ขนทองเลื่อนขึ้นสู่ระดับเทวะเก้าดารา เสี่ยวจินเป็นอสูรเทวะแปดดารา และเสี่ยวเฮยกลายเป็นอสูรเทวะเจ็ดดารา ในขณะที่เพียงพอนตัวน้อยจากเดิมที่อยู่ในระยะตัวอ่อนก็เจริญเติบโตขึ้นและเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย


    ฉินอวี้โม่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าหมียักษ์เพื่อเริ่มการทำพันธสัญญา หมีเทวะราชันยังคงอยู่ในร่างหมีเกรียมๆ จากการถูกซิวเล่นงาน  สภาพของมันน่าเวทนาเป็นอย่างมาก


    เนื่องจากหมีดำยอมจำนนแต่โดยดีทำให้การทำพันธสัญญาเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาไม่นานนักการทำพันธสัญญาก็เสร็จสมบูรณ์


    เดิมทีฉินอวี้โม่คิดว่าพลังงานจากการทำพันธสัญญากับหมีดำที่เป็นอสูรเทวะราชันจะทำให้นางก้าวล่วงไปสู่ขอบเขตต่อไปได้ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น  แม้ว่าในระหว่างการสร้างพันธสัญญาฉินอวี้โม่จะสัมผัสได้ว่าพลังที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกายมีปริมาณมหาศาลและน่าจะเพียงพอแล้ว ทว่าเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดนางกลับไม่สามารถทะลวงไปสู่ขอบเขตนภมายาได้


    ‘ดูเหมือนว่าการจะทะลวงสู่ขอบเขตนภมายาคงจะต้องใช้พลังที่มากกว่านี้ หรือบางทีอาจจะต้องอาศัยจังหวะเวลาที่เหมาะสมด้วย’


    เป็นเพราะได้ทำพันธสัญญากับฉินอวี้โม่จึงทำให้หมีดำเลื่อนระดับขึ้นในทันที จากเดิมที่เป็นอสูรเทวะราชันหนึ่งดารา ตอนนี้มันเลื่อนขึ้นมาเป็นอสูรเทวะราชันสามดาราแล้ว พละกำลังของมันฟื้นคืนกลับมาดังเดิม แม้แต่ขนที่ถูกเผาไปก็ยังกลับมาดกดำเงางามเป็นประกายเช่นเดิม


    ภายในพริบตาหมีดำก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นมนุษย์


    “ม่อเสีย* คารวะนายหญิง”

    (*莫邪 (ม่อเสีย) = ไม่ชั่วร้าย)


    หมีดำโค้งคำนับฉินอวี้โม่อย่างนอบน้อม มันไม่มีท่าทีหยิ่งยโสอีกต่อไป


    ฉินอวี้โม่พยักหน้า ก่อนจะหันเพื่อจะจัดการสยบอสูรมายาตัวสุดท้าย


    อสูรมายาตัวสุดท้ายก็คือกระเรียนขาแดง ฉินอวี้โม่คิดจะยกมันให้เป็นอสูรมายาคู่ใจของเสี่ยวโร่ว  และเพื่อที่จะมอบให้สาวน้อยผู้เป็นเหมือนน้องสาว ฉินอวี้โม่จึงตั้งใจเลือกตัวที่เหมาะสมที่สุด อสูรมายาของเสี่ยวโร่วจะต้องปราดเปรียว ดูมีศักยภาพ และไม่อ่อนแอ และที่สาวนักฆ่าในร่างอดีตคุณหนูจงใจเลือกอสูรตัวนี้ก็เพราะเห็นว่ามันแข็งแกร่งไม่น้อย และถ้าหากว่ามันได้เลื่อนระดับขึ้นก็จะช่วยปกป้องเสี่ยวโร่วได้เป็นอย่างดี


    ภายในเวลาไม่นานกระเรียนขาแดงก็สยบแทบเท้าฉินอวี้โม่


    จากเดิมที่กระเรียนขาแดงเป็นอสูรเทวะสี่ดารา ตอนนี้ก็กลายเป็นเจ็ดดาราแล้ว


    “เสี่ยวโร่ว มานี่สิ”


    ฉินอวี้โม่กวักมือเรียกสาวใช้น้อยให้เข้ามา


    เสี่ยวโร่วพยักหน้า นางอยู่กับฉินอวี้โม่มานานนางจึงไม่แปลกใจกับขั้นตอนการสยบอสูรมายาของผู้เป็นนาย กลับกันสาวใช้น้อยยังรู้สึกมีความสุขอย่างเหลือล้นที่เห็นคุณหนูของนางผู้ที่เคยถูกใครต่อใครรังแกและกล่าวหาว่าเป็นขยะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ถึงเพียงนี้


    “ทำพันธสัญญากับกระเรียนขาแดงตัวนี้ แม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการปกป้องเจ้า”


    แม้ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับนางที่มีอสูรเทวะราชันอยู่ในครอบครองแล้วกระเรียนขาแดงตัวนี้จะอ่อนแอ แต่ทว่าในสายตาของผู้อื่น กระเรียนขาแดงก็ยังคงนับเป็นอสูรมายาระดับสูงและหาได้ยากยิ่ง


    “ให้ข้าจริงๆ หรือเจ้าคะคุณหนู?”


    เสี่ยวโร่วตาเบิกกว้าง สาวใช้น้อยไม่อยากเชื่อเลยว่านางกำลังจะมีอสูรมายาเป็นของตัวเองจริงๆ 


    “เด็กโง่ นอกจากเจ้าแล้วจะมีใคร?”


    ฉินอวี้โม่ยิ้มและหยิกแก้มนุ่มๆ ของสาวน้อย


    “ฮ่าฮ่า ข้ามีอสูรมายาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว!”


    เสี่ยวโร่วหัวเราะเสียงสดใสอย่างมีความสุข ก่อนจะโผเข้ากอดฉินอวี้โม่ วันนี้นางมีความสุขจริงๆ 


    “คุณหนู ถ้าไม่ใช่เพราะท่านทั้งชีวิตนี้ข้าคงไม่มีโอกาสได้เลี้ยงอสูรมายาแน่ ข้าไม่รู้จะตอบแทนคุณหนูยังไงดี!”


    เสี่ยวโร่วกอดแขนฉินอวี้โม่ นางยังไม่หายจากอาการตื่นเต้น


    “เด็กโง่ เจ้าค่อยช่วยข้า ปกป้องข้ามาหลายปี ข้าเห็นเจ้าไม่ต่างจากน้องสาวแท้ๆ อะไรที่ทำเพื่อเจ้าได้ข้าก็ยินดีทำ ต่อไปนี้เจ้าวางใจได้ ตราบใดที่มีข้าอยู่ จะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก”


    ฉินอวี้โม่รู้สึกว่าเสี่ยวโร่วกำลังตื่นเต้นมากเกิดเหตุ นางจึงพยายามทำให้สาวใช้น้อยสงบลง


    “เจ้าค่ะ ข้าก็จะขอติดตามคุณหนูตลอดไป ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!”


    เสี่ยวโร่วพยักหน้า และปล่อยแขนของฉินอวี้โม่พลางมองผู้ที่นางรักและเทิดทูดด้วยสายตาแน่วแน่


    “พวกเรามาตามหาท่านแม่ด้วยกัน เมื่อหานางพบแล้ว พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและจะไม่แยกจากกันอีก”  


    ฉินอวี้โม่กล่าวกับเสี่ยวโร่วก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยเสี่ยวโร่วเช็ดน้ำตาตรงหางตาอย่างอ่อนโยน มันเป็นน้ำตาแห่งความตื่นเต้นดีใจ เมื่อเห็นเช่นนั้น อดีตคุณหนูจึงอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้


    เสี่ยวโร่วพยักหน้าหนักแน่น คำพูดของคุณหนูทำให้นางมีรอยยิ้ม


    “ไปทำพันธสัญญากับกระเรียนขาแดง เจ้าจะได้แข็งแกร่งขึ้น”


    ฉินอวี้โม่ยิ้มและบอกให้เสี่ยวโร่วเข้าไปรับอสูรมายาประจำกาย


    ในตอนนี้เสี่ยวโร่วอยู่ขอบเขตทิพย์มายาสามดารา  ฉินอวี้โม่มีความหวังว่าการทำพันธสัญญาในครั้งนี้จะทำให้สาวน้อยทะลวงผ่านขึ้นไปให้ถึงขอบเขตมายารัตนะได้


    เสี่ยวโร่วเข้าไปหากระเรียนขาแดงและเริ่มสร้างพันธสัญญา


    ผ่านไปสักพัก ร่างกายของเสี่ยวโร่วก็ปรากฏแสงแห่งการเลื่อนระดับพลัง


    จากดวงดาวสามดวงกลายเป็นสี่ เป็นเก้า หลังจากครบเก้าดวงแล้วมันก็เหมือนจะหยุดนิ่ง ในตอนนั้นเองที่ฉินอวี้โม่คิดว่าเสี่ยวโร่วคงผ่านไปไม่ถึงขอบเขตมายารัตนะ แต่ทว่าจู่ๆ แสงก็สว่างเจิดจ้าขึ้นในฉับพลัน


    ดวงดาราทั้งเก้ารวมกันเป็นหนึ่ง ในตอนนี้เสี่ยวโร่วทะลวงเข้าสู่ขอบเขตมายารัตนะจริงๆ แล้ว!


    เสี่ยวโร่วยืนอึ้งอยู่กับที่ นางไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ใดจะคาดคิดว่าภายในช่วงเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนนี้ เสี่ยวโร่วจะเลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตมายารัตนะได้ จากตอนแรกนางเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตจิตมายาตัวน้อยๆ กลับเปลี่ยนมาเป็นมายารัตนะอย่างฉับพลัน   ความเร็วในการพัฒนาระดับนี้น่าตกใจมาก แม้แต่ในหมู่อัจฉริยะก็ยังพบได้ยากยิ่ง!


    “เสี่ยวโร่ว ยินดีด้วยนะ”


    ฉินอวี้โม่เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับเสี่ยวโร่ว


    “วันนี้ข้ามีความสุขที่สุดเลยเจ้าค่ะ ต่อไปข้าสามารถต่อสู้เคียงข้างคุณหนูได้แล้ว!”


    เสี่ยวโร่วหัวเราะอย่างปลื้มปีติ


    “ยินดีที่ได้พบเจ้านาย”


    เสียงแหลมใสของกระเรียนขาแดงดังขึ้น มันเสียงแหลมสูงแต่กลับฟังดูไพเราะเพราะพริ้งราวกับเสียงของระฆังกังวาน และฟังดูคล้ายเสียงของอิสตรี


    ฉินอวี้โม่และเสี่ยวโร่วชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่ากระเรียนขาแดงตัวนี้จะเป็นเพศเมีย


    “หาา เจ้าเป็นเพศเดียวกับพวกข้าหรือ?”


    เสี่ยวโร่วเดินเข้าไปหากระเรียนขาแดงและค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสหัวของมัน


    กระเรียนขาแดงพยักหน้าและปล่อยให้สาวใช้น้อยลูบหัวมันได้ตามใจชอบ


    “โอ้ ถึงว่าเหตุใดเสี่ยวจินถึงได้ดูกระตือรือร้นนักในตอนที่จะได้สู้กับเจ้า ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”


    ฉินอวี้โม่เหล่มองเสี่ยวจินด้วยหางตา พร้อมกับยกยิ้มแฝงเลศนัย 


    “ฮา นายหญิง พวกท่านไม่อนุญาตให้อสูรมายาชอบพอกันอย่างนั้นรึ?”


    เสี่ยวจินที่กำลังหน้าแดงเอ่ยปากถามขึ้นมา


    “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอก ต่อไปนี้เจ้ากับเสี่ยวหง (แดงน้อย) คงจะได้พูดคุยและใกล้ชิดกันมากขึ้น”


    เสี่ยวโร่วตั้งชื่อให้อสูรมายาของนางเรียบร้อยแล้ว 


    “นายหญิง ข้าก็เป็นตัวเมียเหมือนกัน”


    พยัคฆ์ขนทองที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงอันไพเราะ


    “เจ้าก็ด้วยหรือ?”


    ฉินอวี้โม่พยักหน้าหงึกหงัก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดเสือสีทองตัวนี้ถึงได้ดูน่ารักและเรียบร้อยนัก


    “อืมมม ตอนนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวเยี่ย*ไปก่อน”

    (*เยี่ยมาจาก 阅 ที่แปลว่า อ่าน ชื่อนี้แปลเป็นไทยก็น่าจะประมาณ ‘เจ้าหนูนักอ่าน’)


    นางยังคิดชื่อดีๆ ไม่ออก ฉินอวี้โม่จึงเรียกมันด้วยชื่อง่ายๆ ก่อน


    “ขอบคุณนายหญิงเจ้าค่ะ”


    เสี่ยวเยี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย


    ฉินอวี้โม่ยิ้มและมองดูอสูรมายาของนางทั้งห้าตัว--เสี่ยวเฮย เสี่ยวจิน เสี่ยวเยี่ย ม่อเสีย และเพียงพอน กับอีกหนึ่งตัวของเสี่ยวโร่ว--เสี่ยวหง ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึงพอใจ


    ‘นี่คือกองกำลังอสูรมายาขนาดย่อมๆ ที่แข็งแกร่งมากทีเดียว’ 

    .

    .

    .

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577