ในเวลาเดียวกันทางด้านกฤษณะที่วันนี้ตื่นสายกว่าทุกๆวัน เมื่อลองดูตังเองดีๆ ก็พบว่ายังคงอยู่ในชุดทำงานสงสัยเพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าจากงาน แถมยังไม่ได้นอนติดต่อกันมาหลายวันจึงไม่แปลกที่จะทำให้เขาเผลอหลับไป
ร่างสูงใหญ่ลุกจากเตียงยืนบิดตัวไปมาก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้องน้ำเพื่ออาบน้ำขับไล่ความอ่อนล้าที่มีอยู่วันนี้เขาต้องเข้าประชุมตอนเช้า และเมื่อทำการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จขาเรียวยาวก็รีบเดินลงไปด้านล่างทั้งที่กะว่าจะออกไปทำงานเลยแต่แล้วผู้เป็มารดาก็เรียกให้กินข้าวเช้าด้วยกันเสียก่อน
นางกรองแก้วที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าอย่างอารมณ์ดีทำให้แม่แช่มที่ยืนอยู่ข้างๆ อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดคุณผู้หญิงถึงได้อารมณ์ดีแต่เช้าเช่นนี้
“จะไปแล้วหรอมากินข้าวกับแม่ก่อนสิตากฤษ” เมื่อเห็นพ่อลูกชายเ็าเดินลงมาจากบันไดนางจึงเรียกให้มานั่งกินข้าวเช้าด้วยกันกฤษณะต้องเดินเข้าไปหาอย่างเลี่ยงมิได้
“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนหรอครับ”
เขาเอ่ยถามในขณะที่กำลังเดินเข้าไปหามารดา เนื่องจากทุกๆ วันมักจะเห็นมารดาออกไปข้างนอกอยู่บ่อยๆบ้างก็ไปหาพวกคุณหญิงคุณนายหรือไม่ก็ไปหาพวกผู้หญิงมาให้เขาดูตัวและเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหารกฤษณะก็นั่งลงเก้าอี้ประจำพร้อมกับสั่งกาแฟดำเหมือนอย่างเคยและกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มตรงหน้าที่เขาไม่เคยพิศวาส ก็ช่วยเรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้เริ่มทำงานทันที
“วันนี้กฤษมีประชุมใช่ไหม”นางไม่ตอบแต่กลับเป็ฝ่ายถามเสียเอง
“ครับ วันนี้ผมเรียกประชุมฝ่ายบริหารและจะอยู่เคลียร์งานที่ยังเหลือให้เสร็จ บางทีอาจจะนอนค้างที่โน่นด้วยเลย”เขาบอกมารดาในขณะตักข้าวต้มตรงหน้ากินด้วยความหิวฝ่ายนางกรองแก้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่นั่กินอาหารตรงหน้าไปอย่างเงียบๆ
...ผ่านไปสักพัก...
“หึ หึหึ หึหึหึ...”เสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงของมารดาที่ดังขึ้นเป็จังหวะทำให้กฤษณะหันไปมองอีกครั้ง
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“อะ...อ่อ!!เปล่าไม่มีอะไรแม่แค่นึกถึงคุณโน้ตน่ะ เดี่ยวไมโครโฟนที่ไปดูมาสนุกจริงๆ แม่ชอบ”แถสีข้างซะเปื่อยเลย
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้คว้าเสื้อสูทที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาสวมใส่“งั้นถ้าไม่มีอะไรผมไปทำงานก่อนนะครับ”เขาบอกอย่างไม่นึกจะใส่ใจมากนักกับท่าทางของมารดา
“อืมไปดีมาดีนะแล้วอย่าลืมพาลูกสะใภ้มาให้แม่ดูด้วยล่ะ”
“..........” กฤษณะเหลียวมองมารดาเพียงเล็กน้อยเขาก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ รอยยิ้มที่มีเลศนัยของนางกรองแก้วปรากฏขึ้นซึ่งอีกฝ่ายไม่มีทางรับรู้ได้เลยจะมีก็แต่แม่แช่มที่ยืนมองด้วยความสงสัยกับอาการผิดปกติ(จนออกนอกหน้า)ของผู้เป็นาย
หลังจากมาถึงบริษัทขาเรียวยาวของกฤษณะก็เดินตรงเข้าห้องทำงานในทันทีตามด้วยเตชิตกับภูวิทย์ที่เดินตามหลังเข้าไปติดๆเพื่อที่จะนำข้อมูลที่ผู้เป็นายมอบหมายให้ไปทำเอาเข้ามาให้เพราะคิดว่ามันจะต้องสำคัญมากทีเดียว ไม่อย่างงั้นคงไม่รีบร้อนและเร่งด่วนมากขนาดนี้
“นี่ครับนายประวัติโดยย่อของเธอ ว่าแต่เธอเป็ใครหรอครับ” เมื่อเห็นว่ากฤษณะนั่งลงแล้วเตชิตจึงส่งซองเอกสารที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ พร้อมกับถามในสิ่งที่กำลังสงสัย
“เธอจะมาเป็นายหญิงของที่นี่”
คำตอบที่ได้รับทำให้เตชิตและภูวิทย์หันมองหน้ากันโดยไม่ต้องนัดหมายด้วยความอึ้งปนใพลางหวนนึกถึงเื่เมื่อวานที่นางกรองแก้วเรียกพวกเขาให้ไปพบว่าแล้วเชียวมันต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่อย่างงั้นคุณผู้หญิงคงไม่ถามออกมาเช่นนั้นหรอกว่าแต่หญิงสาวผู้นี้จะมาเป็นายหญิงของพวกเขาจริงหรอแล้วนายเราไปรู้จักกับเธอตอนไหนกันหว่า
กฤษณะที่กวาดสายตาอ่านเนื้อหาในกระดาษคร่าวๆเหมือนที่อนุรักษ์บอกเอาไว้ไม่มีผิด ก่อนจะมาสะดุดลงตรงที่อยู่อันว่างเปล่าและกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆตรงหัวมุม
“ทำไมถึงไม่มีรูปถ่ายกับที่อยู่ของเธอกัน”เอ่ยถามเสียงเรียบทุกอย่างเขารู้หมดแล้ว แต่สิ่งที่เขา้ารู้ทำไมถึงไม่มี
“เอ่อคือว่า เราไม่สามารถเจาะดูข้อมูลที่ลึกไปกว่านี้ได้แม้แต่รูปของเธอก็ยังถูกล็อกด้วยรหัสเอาไว้อย่างดีเหมือนกับว่ามีใครจงใจปกปิดไม่อยากให้เรารู้น่ะครับ”
‘หนอย!!แสบนักนะไอ้หล่อเสือกตี๋’
“อื้ม!!งั้นฉันพอจะรู้แล้วว่าเป็ฝีมือใครฉันจะให้เวลาพวกแกอีกสองวันไปสืบหาต่อให้เจอ”
“ครับนาย”เตชิตกับภูวิทย์ที่ได้รับคำสั่งก็โค้งคำนับก่อนจะเดินออกจากห้องไปทำงานที่ได้รับมอบหมายพร้อมกับพับเก็บเอาข้อข้องใจก่อนหน้านี้ไว้ภายในใจ