เมื่อพูดถึงงูตัวนั้นทุกคนก็ถึงกับกลัวลนลานเพราะมีข่าวว่ามันใหญ่ขนาดกินคนได้แค่ฉกครั้งเดียวเหยี่ยนหรูก็ตายคาที่แล้วแลพสภาพสวนที่ไม่ค่อยได้รัับการใส่ใจอย่างนั้น
ไม่ต้องรองูตัวนั้นหรอกเพราะมีคนได้ข่าวว่าเห็นรังต่ออยู่บนยอดไม้สูงดีไม่ดีเดินเข้าไปได้ตายเสียก่อน
ดังนั้นหลังจากการทะเลาะกันครั้งนั้นในจวนก็เงียบสงบไม่มีใครเดินมาค่อนแคะคนของอนุหยวนที่มาส่งของและซื้อของจากด้านหน้าจวน
และในที่สุดวันบวงสรวงก็มาถึงมีรถม้ามารับที่หน้าจวนและเมื่อหยวนเข่อชิงเดินออกมาด้านหน้าก็ทำคนทั้งจวนตกตะลึง
ชุดที่นางใส่นั้นไม่ใช่แค่งดงามอย่างเดียวยังดูสง่างามและดูเหมือนนางจะไม่ดูเหมือนอนุหยวนที่ชอบหาเื่ใส่ตัวอีกแล้วการเยื้องย่างท่าทีที่มั่นคงไม่กระวนกระวายนางดูเหมาะกับท่านอ๋องจริงๆ
เมื่อรถม้ามาถึงที่หน้าวังก็มีเ้าหน้าที่วังมารอรับและขึ้นเกี้ยวไปตามทางเดินที่พาไปสู่ปรัมพิธี
ความกว้างใหญ่ของพระราชวังทำให้ใช้เวลาในการเดินทางนานพักหนึ่งและเมื่อถึงหน้าพิธีก็มีเ้าหน้าที่พานางเดินไปที่ลำดับ
ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพักหนึ่งเพราะฉินมู่หยางนั้นมีตำแหน่งชินอ๋องนั้นหมายถึงเขาอยู่ในลำดับสูงที่ยืนเป็อันดับสามต่อจากฮ่องเต้ องค์รัชทายาทและเป็ชินอ๋อง
เพราะเป็สตรีมายืนต่ออันดับจากองค์รัชทายาทจึงดูดโดดเด่นมากงานนี้นับว่าโหดเพราะต้องยืนกลางแจ้งและต้องรอกว่าฮ่องเต้และฮองเอษจะเสด็จ
ดีที่องค์รัชทายาทแต่งงานแล้วจึงมีไท่จื่อเฟยยืนคู่กันหยวนเข่อชิงจึงดูไม่ขัดตาจนเกินไปนักแต่เพราะแดด่เช้าค่อนข้างแรงทำให้เหล่าชายาทั้งหลายเหงื่อตกและเริ่มมีอาการ
แค่หยวนเข่อชิงยังยืนนิ่งไม่ไหวติงไม่มีเหงื่อสักหยดทำให้ดูแตกต่างได้เพราะแม้แต่องค์ชายบางคนก็ถึงกับลมใส่
เมื่อพิธีเริ่มหยวนเข่อชิงก็ทำตามอย่างเคร่งครัดไม่มีที่ติแท้แต่น้อยแม้ต้องออกมายืนรอก่อนคนอื่นก่อนเหล่าชายาและองค์หญิงองค์ชายตัวน้อย
ในพิธีนี้ไม่ได้มีแค่ราชวงศ์เท่านั้นที่ร่วมงานด้วยแต่มีขุนนางที่อยู่ระดับสูงเข้าร่วมด้วยและหนึ่งในนั้นคือโจวจื่อหยวนที่เป็ที่ปรึกษาราชครู
เขาที่เมื่อเห็นหยวนเข่อชิงก็ต้องตกตะลึงไปเด็กอาเข่อที่เขาตามหาที่แท้นางคือภรรยาของเพื่อนรักเช่นนั้นหรือ
อาเข่อที่แม้จะไม่แต่งหน้าใบหน้าก็งดงามอยู่แล้วมาบัดนี้แต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ในชุดพระราชพิธีสีน้ำเงินปักลวดลายด้วยสีงาช้างทั้งงดงามและสง่า
นางไม่ธรรมดาจริงๆ
“คุณหนูหยวน” หลีกงกง
เมื่อพิธีจบหลีกงกงก็เดินมาเชิญนางให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็การส่วนตัว
“หลีกงกง” หยวนเข่อชิง
“ฝ่าาขอเชิญท่านทางนี้ขอรับ” หลีกงกง
ขณะที่เขาเดินนำนางทุกสายตาก็จ้องมาที่นางเป็ตาเดียวกันเหตุเพราะบวงสรวงครั้งนี้ไทเฮาไม่เข้าร่วมเนื่องจากข่าวลือเื่งูที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของสาวใช้ในจวนมู่อ๋องก็เป็ได้
“ถวายบังคมฝ่าา” หยวนเข่อชิงคุกเข่า
เบื้องหน้าคือโอรส์เคียงข้างโดยฮองเฮาผู้งดงามแม้จะเข้าวัยกลางคนแต่ก็ยังดูเหมือนสาวแรกรุ่นเพียงแต่กิริยาที่สงบนิ่งและความมีสุขุมเยือกเย็นนั้นบอกว่านางไม่ใช่เด็กสาวแล้ว
ใบหน้าที่งดงามเหมือนภาพวาดนั้นมีชีวิตชีวาและสายตาที่อารีนั้นมองมาที่หยวนเข่อชิงอย่างเป็มิตรส่วนฮ่องเต้นั้นแม่จะไม่ได้มีสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ก็เดาว่าคิดอะไรอยู่ไม่ได้
“คุณหนูหยวนลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้แปลกใจ
อันหมัวมัวใช้เวลาไม่กี่วันหยวนเข่อชิงที่เป็ม้าดีดกะโหลกคนนั้นสามารถวางตนตามธรรมเนียมถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว ที่จริงตรงเกินไปด้วยซ้ำ
“ขอบพระทัยฝ่าา” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูหยวนสบายดีหรือไม่” ฮ่องเต้
“ด้วยบารมีของฝ่าาหม่อมฉันจึงมีชีวิตอยู่เช่นทุกวันนี้เพคะ” หยวนเข่อชิง
ฟังผิวเผินคือการสรรเสริญเยินยอแต่คนที่รู้เื่อย่างฮ่องเต้และฮองเฮาต่างรู้ดีว่านั่นไม่ใช่การสรรเสริญเยินยอแต่อย่างใด
“ลำบากเ้าแล้วคุณหนูหยวนหากไม่ใช่เพราะว่าหยวนเจ๋อิบิดาของเ้าต้องเดินทางไปกับชาวโพ้นทะเลงานแต่งนี้อาจจะเลื่อนไปสักหน่อยหลังอนุชาข้าไปปราบโจรทะเลทรายก็คงดีกว่านี้” ฮ่องเต้
“เป็เพราะบิดาของข้าคิดแต่จะทำเพื่อบ้านเมืองและมีความภักดีต่อฝ่าามากเพคะท่านจึงไปอย่างวางใจ” หยวนเข่อชิง
“เอาล่ะข้ารู้แล้วว่าเป็เพราะข้าที่ละเลยแต่ข้าก็ไม่คิดว่าเื่มันจะบานปลายถึงขนาดนี้เลย” ฮ่องเต้
เพราะที่จริงการแต่งเข้ามาทุกคนย่อมรู้ว่าเป็การแต่งชายาเอกแต่เ้าบ่าวกลับหนีงานแต่งไปออกศึกแถมไทเฮาก็ไม่ยอมเข้าพิธีแล้วยังเจอฤทธิ์บรรดาชายารองที่บีบให้นางตกอยู่ในสภาพอย่างนั้น
แต่เมื่อแต่งแล้วก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเพราะไทเฮาไม่ยอมวางมือแม้จะส่งคนไปคอยดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
“เห็นแก่บิดาของเ้าที่เป็ตัวแทนการค้าและชดเชยกับสิ่งที่เ้าเจอในปีที่ผ่านมาข้าให้เ้าขอได้หนึ่งอย่าง” ฮ่องเต้
“ขอได้ทุกอย่างจริงนะเพคะ” หยวนเข่อชิง
“เอาเป็ว่าหากเราให้ได้เราย่อมให้เ้าแน่นอน” ฮ่องเต้
“เช่นนั้นข้าขอพระราชทานหนังสือหย่าเพคะ” หยวนเข่อชิง
สิ่งที่นางขอทำให้ทุกคนต่างหันมามองหน้ากันใครๆ ก็รู้ว่าหยวนเข่อชิงนั้นหลงใหลคลั่งไคล้มู่อ๋องขนาดไหนนางเป็แม่บุญทุ่มช่วยงานท่านอ๋องจนไปขูดเืขูดเนื้อบิดาเพื่อเอามาจ่ายเสบียงให้กองทัพ
และนางเองก็เป็คนที่อยากแต่งงานกับเขาและยุคสมัยนี้การหย่าร้างเป็เื่ร้ายแรงมีผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าหย่าถึงขนาดที่ว่ายอมตายเสียดีกว่า
แต่หยวนเข่อชิงขอหนังสือหย่าหน้าตาเฉย
“เ้าคิดดีแล้วหรือ” ฮ่องเต้
“เพคะ” หยวนเข่อชิง
“แต่ติดอยู่ที่ว่าเ้ายังไม่ได้เข้าพิธีแต่งเลยน่ะสิเราจะหย่าให้เ้าได้อย่างไร” ฮ่องเต้
“เช่นนั้นข้าขอให้พระองค์ถอนสมรสพระราชทานได้ไหมเพคะ” หยวนเข่อชิง
“ข้าตรัสไปแล้วเอาคืนไม่ได้แต่ว่าเ้าย้ายเข้าจวนไปแล้วคนที่ถอนหมั้นกับเ้าได้ก็มีแค่มู่หยางน้องชายของข้าเท่านั้น” ฮ่องเต้
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอย้ายออก” หยวนเข่อชิง
“เหมือนเดิมเ้าเข้าบ้านเขาแล้วจะออกก็ต้องบอกเสียหน่อยดีหรือไม่” ฮ่องเต้
“……” หยวนเข่อชิง
ตอนนี้นางไม่พูดอะไร
“เ้าขออย่างอื่นเถอะ” ฮ่องเต้เป็ฝ่ายร้อนรนเสียเอง
น้องสะใภ้คนนี้ไม่สามารถปฏิบัติต่อนางเหมือนเด็กๆ ได้เขาพลาดไปเสียแล้ว
“มิกล้าเพคะ” หยวนเข่อชิง
“ทำไมล่ะ” ฮ่องเต้
“ขอไปก็ไม่เห็นจะได้ไม่อยากเสียแรงขอแล้วเพคะ” หยวนเข่อชิง
“บังอาจ!เ้ากล้าว่าข้าพูดไม่อยู่ในร่องในรอยหรืออย่างไร” ฮ่องเต้
“หม่อมฉันไม่ได้พูดนะเพคะ” หยวนเข่อชิง
“คิกคิก” ฮองเฮากลั้นขำไม่ไหว
“ฮองเฮา” ฮ่องเต้ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับเด็กหน้าตาย
หยวนเข่อชิงไม่ยิ้มแต่ก็ไม่แสดงความโกรธมีแค่เลิกคิ้วแสดงความกวนประสาทเท่านั้น
การที่เขาแกล้งแหย่นางกลายเป็เหมือนคนที่เป็เด็กคือเขานั่นเอง ตอนนี้เขาเริ่มดีใจว่าเ้าน้องชายในที่สุดก็ได้เจอคู่ปรับที่สูสีเสียที
“คุณหนูหยวนที่จริงเราอยากชดเชยให้เ้าจริงๆ แต่เื่นี้เป็เื่ที่ซับซ้อนและเป็เื่ของสามีภรรยาเราเป็คนนอกไม่สามารถตัดสินได้จากการฟังความจากเท้าข้างเดียว” ฮองเฮา
“เช่นนั้นหม่อมฉันพอเข้าใจได้เพคะ” หยวนเข่อชิงรับฟังอย่างว่าง่าย
ตอนนี้ฮ่องเต้อยากจะโวยวายแต่ฮองเฮาปรามด้วยสายตาเอาไว้
“เช่นนั้นเ้าลองขออีกทีได้หรือไม่” ฮองเฮา