บรรยากาศยามบ่ายกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวถูกสาดส่องลงมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่ง่นี้เป็เวลาร้อนที่สุด ทำให้มีน้อยคนนักจะกล้าพออยู่กลางแดดที่แรงเกือบ 40 องศาเซลเซียส
แต่สำหรับชิงพลบผู้สำเร็จวิชาชาตรี แดดร้อนแค่นี้ทำอะไรผิวของเขาไม่ได้เลย เพราะวิชานี้ทำให้ิัชิงพลบ หนาเหมือนชั้นหิน กระดูกแข็งแกร่งดั่งเหล็ก นับเป็วิชาชั้นกลาง ซึ่งถูกพัฒนาจากวิชาคงกระพัน ที่ไม่ได้มีสรรพคุณแค่ในด้านหนังเหนียว แต่สามารถลดอาการาเ็ที่เกิดขึ้นจากภายใน และภายนอกร่างกาย จึงทำให้ผู้สำเร็จวิชาชาตรีได้มีไม่มากนัก
ใน่ที่แสงแดดแรงแบบนี้ นับเป็เวลาที่เหมาะ ในการฝึกพิทยาคมวิชาชาตรี จากสำนักถ้ำเอราวัณอย่างมาก ซึ่งทางสำนักจะเน้นฝึกเื่ความอดทนของร่างกาย เสริมด้วยพลังฌานสมาธิ ยิ่งร่างกายทนร้อน ทนเจ็บมากเท่าไร ประสิทธิภาพของวิชาชาตรี ยิ่งแกร่งกล้ามากขึ้น
โดยวิชาชาตรีของสำนักอื่น ๆ ก็มีการฝึกพิทยาคมวิชาที่แตกต่างกัน ตามเคล็ดวิชาของแต่ละภูมิภาค โดยทางภาคเหนือ และภาคตะวันออก จะถูกฝึกมาทางด้านสักยันต์ลงอาคม ส่วนทางทิศใต้ และทิศตะวันตกจะเน้นฝึกจากการแช่ว่านยาคู่กับฝึกฌานสมาธิ เพื่อเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งด้วยอาคมคุณไสยนานาชนิด แต่สรรพคุณของวิชาชาตรี ยังคงเหมือนกันทุกสำนัก
ระหว่างที่ชิงพลบกำลังฝึกวิชาอยู่นั้น เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น แสดงว่ามีแขกมาหาเขาใน่บ่ายด้วย แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าวันนี้ เขาได้นัดใครไว้หรือเปล่า หลังจากเช็ดเหงื่อที่ออกมาจากร่างกายเสร็จเรียบร้อย ชิงพลบก็รีบเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านทันที
“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาหาใครครับ” ชิงพลบถามแขกที่มากดกริ่งหน้าบ้านตามมารยาท ทั้งที่มีแค่เขาอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ส่วนคนที่มาหาปู่เขา นาน ๆ ทีจะมีสักคนหนึ่ง แสดงว่าปู่เขานั้น ก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท หรือคนรู้จักปู่ในนครสยามมากเหมือนกัน
“แหม! ในบ้านมีแค่คุณชิงพลบคนเดียว แล้วจะให้ฉันไปหาใครได้ละ” รองสารวัตรณัฏฐพร ตอบรับด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วอย่างน่าฟัง แต่กลับเป็เสียงที่ดูน่ากลัวมาก สำหรับชิงพลบ
"สะสวัสดี คุณตำรวจมาหาผมวันนี้มีเื่อะไรหรอครับ" เมื่อชิงพลบรู้ว่าใครมาหาเขาที่บ้าน ถึงกับเสียงสั่นเครืออย่างกังวลใจว่าต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"คุณชิงพลบไม่ต้องเรียก ฉันว่าคุณตำรวจทุกครั้ง ที่เจอหน้ากันก็ได้ค่ะ เรียกฉันว่าณัฏฐพร ดีกว่าจะได้ดูสนิทกันมากขึ้น" รองสารวัตรณัฏฐพร พูดด้วยความเป็กันเอง เพื่อละลายพฤติกรรมอันหวาดระแวงของชิงพลบ ที่ชอบทำท่าทาง เหมือนไม่อยากพบหน้าเธออยู่ตลอด
‘เดี๋ยวนะ! นี่เราต้องสนิทกับเธอด้วยหรอ’ ชิงพลบพูดขึ้นมาในใจ เพราะเขารู้สึกแปลก ๆ ั้แ่ที่ตำรวจสาวคนนี้ มาหาเขาเป็การส่วนตัว หรือลางบอกเหตุจากเมื่อวานจะเป็เื่จริงกันนะ
“นี่คุณ เราจะยืนคุยหน้าบ้านแบบนี้อีกนานมั้ย ไม่คิดว่าจะเชิญแขกเข้าบ้านหน่อยหรอ” รองสารวัตรณัฏฐพร พูดด้วยน้ำเสียงดุอย่างทีเล่นทีจริง เพื่อติเตียนชิงพลบเกี่ยวกับเื่มารยาทในการรับแขก
“อ่าครับ! งั้นเชิญคุณณัฏฐพร เข้าไปคุยในบ้านดีกว่าครับ” ชิงพลบพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ที่โดนผู้หญิงคนนี้สอนเื่มารยาท ทั้งที่เป็เธอต่างหากที่ผิด อยู่ดี ๆ ก็บุกมาบ้านคนอื่น โดยไม่บอกกล่าวเ้าของบ้านก่อนเลย
ระหว่างทางเดินเข้าในบ้านทั้งคู่ต่างก็เงียบกริบ ไม่ปริปากพูดเลยสักคำ ซึ่งทางชิงพลบเองก็ใช้สมองคิดตามไปด้วยว่า วันนี้รองสารวัตรณัฏฐพร มาหาเขาเพราะอะไร?? คิดจนสมองแทบแตก ก็เดาไม่ถูกว่าตำรวจสาวจะมาไม้ไหน
พอเดินมาถึงห้องรับแขกในบ้านชิงพลบ เขาก็เชิญให้รองสารวัตรณัฏฐพร นั่งลงทันที ส่วนเขาก็ไปเตรียมน้ำมารับแขกตามปกติ ขณะที่ชิงพลบเดินเข้าห้องครัว ณัฏฐพรเองก็เตรียมตัวในการพูดคุยถึงเื่สำคัญ เพื่อที่เชิญชิงพลบ มาร่วมทีมสืบสวนของเธอให้ได้
“อากาศด้านนอกค่อนข้างร้อน ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนดีกว่าครับ” ชิงพลบพูดด้วยเสียงนิ่ง ๆ พร้อมยกน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้กับรองสารวัตรณัฏฐพรที่กำลังนั่งจ้องหน้าเขาอย่างไม่วางตา
“วันนี้มาหาผมมีธุระอะไรหรอครับ หรือเป็ห่วงเื่ของสารวัตร ผมคิดว่าไม่น่าเกิน 3 วัน สารวัตรก็กลับมาใช้ชีวิตปกติได้แล้ว” ชิงพลบถามขึ้นด้วยความสงสัยอย่างมาก เพราะถ้าเป็คนธรรมดาที่ได้ัักับเื่เหนือธรรมชาติแบบนี้แล้ว ต้องเกิดภาวะช็อกกันบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับตำรวจสาวคนนี้ แทบไม่เห็นมีอาการผิดปกติอะไรให้เห็นเลย
รองสารวัตรณัฏฐพรนั่งดื่มน้ำด้วยความใจเย็น และยิ้มตอบรับอย่างมีเลศนัย พร้อมหยิบซองเอกสารสำคัญ ยืนให้กับชิงพลบ เมื่อชิงพลบได้เปิดอ่านเนื้อหาในเอกสาร ก็รู้สึกใ ยิ่งอ่านยิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดมาทันที เพราะข้อความในเอกสารที่กล่าวไว้ มีใจความสำคัญว่า ทางกรมตำรวจแห่งนครสยามส่งจดหมาย เรียกตัวชิงพลบให้ไปช่วยงานตำรวจ ในตำแหน่งพนักงานพิเศษทีมสืบสวนที่ 1 ซึ่งมีหัวหน้าทีมผู้รับผิดชอบคือ สารวัตรตุลยากร โดยมีหน้าที่ในการทำเอกสารสำหรับคดีต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
“นี่มันเื่อะไรกันครับ” ชิงพลบถามรองสารวัตรณัฏฐพรด้วยอารมณ์ที่ตึงเครียด ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร?? จู่ ๆ เขาก็ถูกเรียกตัว ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็ไปได้ ตำแหน่งเ้าหน้าที่พิเศษบ้าบออะไรกัน นี่มันบีบบังคับเพื่อใช้งานกันชัด ๆ
“ก็ตามที่คุณเห็นนั่นแหละค่ะ เพราะฉันก็ทำตามหน้าที่เหมือนกัน มันเป็การตัดสินใจจากสารวัตร และเื่นี้ท่านผู้การตำรวจแห่งนครสยามก็เซ็นสั่งการมาด้วยตัวเองเลย” รองสารวัตรณัฏฐพรตอบกลับด้วยความเห็นใจ แต่ความคิดในใจจริง ๆ ของเธอแล้วพยายามสุด ที่จะกลั้นหัวเราะ เมื่อเห็นใบหน้าอันเหยเกของชิงพลบ
“แล้วเื่นี้ ผมเกี่ยวอะไรด้วยครับ หาคนอื่นมาทำแทนก็ได้นิ ไม่เห็นจำเป็ต้องเป็ผมเลย” ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงที่หมดแรงอย่างท้อใจกับระบบการทำงานของตำรวจ ที่อยากจะเรียกใครให้ช่วยงาน ก็เรียกได้โดยไม่้าความคิดเห็นจากเขา
“คุณชิงพลบอย่าคิดมาก ฉันว่านี่เป็โอกาสสำคัญเลยนะ ที่คุณอาจเข้ารับราชการตำรวจ โดยไม่ต้องสอบเหมือนคนอื่น” รองสารวัตรณัฏฐพรพยายามพูดกล่อมอย่างใจเย็น ถึงข้อดีของการทำงานในตำแหน่งพิเศษนี้
“มีใครถามผมหรือยังครับ ผมแค่อยากอยู่เงียบ ๆ อาชีพตำรวจมันวุ่นวายจะตาย” ชิงพลบเริ่มตอบกลับด้วยอารมณ์ พร้อมเหตุผลที่ตัวเอง ไม่อยากจะรับงานของตำรวจเลย
“งั้นฉันจะเล่าความจริง ที่สารวัตรตัดสินใจให้คุณฟังละกัน” รองสารวัตรณัฏฐพรตัดสินใจ บอกถึงเหตุผลแท้จริง ที่ทีมสืบสวน้าตัวชิงพลบมาช่วยงานในเื่คดีครั้งนี้โดยด่วน