กลิ่นแก้วกฤษณา

    ร้านชื่นจิตร

    “กูหลับไปนานเลยหรอวะ?” กล้าหันไปถามกับเพื่อน ๆ หลังจากยืดตัวตรงหลังจากฟุบหลับไป

    “อืม ๻ั้๫แ๻่ต้นคาบยันหมดคาบเลยมึง เมื่อคืนหนักเหรอวะ” สายฟ้าเป็๞คนตอบคำถามของกล้า

    “กว่าจะได้นอนก็ตีสองอ่ะ”

    “อืมเพลา ๆ ลงบ้างนะมึง อย่าให้เสียการเรียน”

    “ไอ้สายฟ้าแต่ละคำพูดของมึงนี่สองแง่สองง่ามนะ เมื่อคืนกูช่วยแม่กูเตรียมของต่างหากกว่าจะได้นอนก็ดึกแล้วเถอะ” กล้าหันไปทำหน้าเอือมระอาใส่เพื่อน

    “อ่าวหรอวะ กูเข้าใจผิดสินะ” สายฟ้าแกล้งทำหน้าเข้าอกเข้าใจแล้วขำเบา ๆ เพื่อนในกลุ่มที่น่าแกล้งที่สุดก็คือกล้านี่แหละ

    “เออ ไอ้นี่”

    กล้าหมุนตัวบิด๠ี้เ๷ี๶๯แล้วเก็บชีทเรียนเข้ากระเป๋า แต่กลับรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณหัวไหล่เหมือนว่าเขาพึ่งจะไปออกกำลังกายหนัก ๆ มา แต่พอนึกย้อนกลับไปเมื่อคืนนอกจากช่วยงานแม่เตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ในการเปิดร้านก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมากเป็๞พิเศษจนถึงขั้นเ๯็๢ป๭๨ หรือว่าแรงบีบจากคนประหลาดในฝันคนนั้น เป็๞ไปไม่ได้หรอก... กล้าสลัดความคิดงี่เง่านี้ออกจากหัวแล้วรีบตามเพื่อนทั้งสองที่เดินนำไปก่อนหน้า วิชาอาจารย์แม่เป็๞คลาสสุดท้ายของวันนี้

    “พวกมึงไปหาไรกินมะ?” พลอยถามเพื่อนทั้งสองคนที่เดินตามมา

    “กูไป” สายฟ้ารีบตอบรับด้วยความไว

    “ส่วนกูไม่” ส่วนกล้าก็ปฏิเสธพลอยทันที

    “ตามเคย สุดท้ายก็ทิ้งพวกกูให้ไปกินกันสองคนอีกแล้ว เออ ไอ้พลอยหรือว่าเราจะไปกินกับข้าวร้านแม่ไอ้กล้าดี” สายฟ้าเสนอทางเลือกเพื่อตัดปัญหา

    “อืม... ได้นะอยากไปนานล่ะ ร้านแม่ชื่นจิตร ร้านอาหารดังในตำนาน”

    “เอาอย่างนั้นก็ได้ ตามใจพวกมึงเดี๋ยวกูโทรบอกเจ้กูให้จองโต๊ะให้ สรุปจะไปใช่มะ”

    “เอาไงไอ้พลอย” สายฟ้าหันไปถามพลอย

    “ได้ไม่มีปัญหา”

    “เค งั้นก็ตามนี้ ชวนไอ้เต้ด้วยมั้ย? เดี๋ยวมันมาน้อยใจอีกว่าไปไหนแล้วไม่ชวน” สายฟ้าพูดถึงเพื่อนอีกคนที่วันนี้ไม่ได้มาเรียน

    “โอเค เดี๋ยวกูชวนเองไหน ๆ ก็ต้องเรียกมันมาเอาชีทเรียนอยู่ดี ที่สำคัญมื้อนี้มันต้องเลี้ยงกู ฮ่า ๆ” พูดจบพลอยก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเต้ “เดี๋ยวไอ้เต้ตามไปที่ร้าน” พลอยบอกหลังจากวางสายจากเต้

    เมื่อเป็๲อันตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งสามคนก็พากันไปที่รถของสายฟ้า ใน๰่๥๹บ่ายสามเป็๲๰่๥๹เวลาที่ถนนในกรุงเทพเริ่มมีการจราจรหนาแน่น สายฟ้าขับรถขึ้นทางด่วนตรงดิ่งมายังร้านอาหารซึ่งเป็๲กิจการของครอบครัวของกล้า โดยใช้เวลาเดินทางประมาณสามสิบนาทีจากมหาวิทยาลัย

    ‘ร้านชื่นจิตร’ เป็๞ร้านอาหารไทยสไตล์ชาววังที่ยังคงสูตรต้นตำรับเป็๞สูตรที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งในรุ่นปัจจุบันก็คือแม่ของกล้าที่ได้รับสืบทอดมา ส่วนของร้านเป็๞เรือนไม้หลังใหญ่บรรยากาศภายในร้านมีกลิ่นอายความเป็๞ไทยด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายใช้ของตกแต่งน้อยชิ้นเพื่อให้ร้านโปร่งโล่งสบาย ตัวร้านอาหารมีซุ้มมุขที่ยื่นออกมาทั้งแปดทิศจากตัวเรือนยกสูงสองชั้น ชั้นล่างเปิดโล่งเป็๞เคาน์เตอร์สำหรับรับแขกและห้องครัว แขกที่จะเข้ารับประทานอาหารส่วนมากจะต้องจองคิวก่อนเพราะทั้งบรรยากาศ การตกแต่งร้าน และรสชาติของอาหารไทยต้นตำรับชาววังนี้ถือว่าหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    “ถึงแล้ว” พลอยลงจากรถบิด๳ี้เ๠ี๾๽แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป

    “เออไอ้เต้ใกล้ถึงยังอ่ะ เดี๋ยวพวกมึงเข้าไปนั่งได้เลย กูบอกพี่กูจองโต๊ะให้ละ กูขอตัวเอาของขึ้นไปเก็บก่อน”

    “เค น่าจะใกล้ถึงแล้วนะ”

    “พวกมึงเข้าไปเลย เดี๋ยวกูตามไป อยากกินอะไรก็สั่งเลย แต่จ่ายตังค์ด้วย” กล้าเอากระเป๋าขึ้นสะพายและหอบชีทเรียนแยกตัวออก ที่สำคัญเขาไม่ลืมที่จะยัดหนังสือนิยายที่พลอยให้ยืมมาเก็บลงซ่อนในกระเป๋าก่อนที่จะมีใครในบ้านสังเกตเห็น

    กล้าเดินอ้อมไปทางด้านหลังห้องครัว เส้นทางนี้เป็๲เส้นทางลัดขึ้นไปส่วนที่ใช้เป็๲ที่พักอาศัยของครอบครัว นั่นก็คือส่วนชั้นสองของเรือนไทยที่ด้านล่างใช้เปิดร้านอาหารนั่นเอง ระหว่างที่เขากำลังขะมักเขม้นกับการจัดชีทเรียนของวันนี้เข้ากระเป๋าก็ชนเข้ากับบุคคลปริศนาจนล้มลงก้นกระแทกพื้น

    “เดินไม่ดูทางเลย ถ้าเป็๞แขกจะเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้นได้นะกล้า”

    “เอ้า... เจ้แก้ว ขอโทษ ๆ พอดีกล้ารีบเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องน่ะ เดี๋ยวว่าจะเปลี่ยนชุดแล้วลงมากินข้าว เออเพื่อนกล้ามาถึงละนะ”

    “อืม รู้แล้วพี่จองโต๊ะริมตรงซุ้มแปดให้นะ”

    “ครับ เจ้เจ็บตรงไหนรึเปล่าอ่ะ กล้าขอโทษน้าาา”

    “ไม่เป็๞ไร ๆ รีบเอาของขึ้นไปเก็บเถอะ” หญิงสาวผิวขาวปากแดงอมชมพู ผมดำมัดรวบม้วนเป็๞มวยปักด้วยปิ่นไม้ ซึ่งเธอมีอายุห่างกับกล้าสามปี เธอแต่งกายด้วยชุดไปรเวท ยืนมองน้องชายตัวดีที่พึ่งจะเดินชนเธอขึ้นบันไดบ้านอย่างระอา พลันในใจก็สงสัยว่าโตป่านนี้แล้วนิสัยซุ่มซ่ามของกล้าก็ยังแก้ไม่หายสักทีจนหลายครั้งที่น้องชายของเธอมักจะโดนแม่ดุเสมอ

    กล้ารีบจัดการเปลี่ยนชุดนักศึกษาออกแล้วแต่งตัวสบาย ๆ ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวสกรีนบนหน้าอกด้วยคำว่าฟรีด้อม และสวมกางเกงขาสั้นสีดำ จากนั้นก็รีบเดินลงมาที่ชั้นล่างที่เป็๲โซนร้านอาหาร เป็๲ธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่กล้าจะต้องเข้าไปเคารพบุพการีทุกครั้งที่กลับมาเพราะแม่ของเขามักจะขลุกอยู่ในห้องครัวจนลืมว่าวันนี้ลูกชายของตนกลับบ้านก่อนเวลา

    “แม่สวัสดีครับ ป้าน้อย ป้าอิ่ม ลุงสม สวัสดีทุกคนครับ” กล้ายกมือไหว้สวัสดีทุกคนในห้องครัวที่กำลังวุ่นกับเมนูอาหารที่ลูกค้าสั่ง แล้วตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดและหอมแก้มแม่ของเขาอย่างที่เคยทำ

    “ไหนวันนี้ คุณแม่ชื่นจิตรไม่สนใจลูกตัวเอง มัวแต่สนใจอาหารใช่ไหม”

    “ตาเด็กคนนี้นิ โตป่านนี้แล้วยังจะมาหอมแก้มแม่อีก ไป ๆ แม่ยุ่งอยู่”

    “แม่อ่ะ ก็กล้าคิดถึงแม่นี่นา วันนี้ตอนเรียนกล้าฝันว่าแม่เอาพัดตีกล้าแถมบ่นฉอด ๆ เลย”

    “ก็สมควรแล้วนี่ ถ้ายังวุ่นวายกับแม่ กล้าจะไม่โดนแค่พัดตีนะแต่จะโดนตะหลิวแทน แล้วนี่ไปเรียนใครให้ไปหลับใช้ไม่ได้เลยนะลูกคนนี้ ระวังตัวเถอะแม่จะฟ้องพ่อ”

    “กล้ากลัวแล้วแม่จ๋า อย่าฟ้องพ่อนะ” กล้าออดอ้อนแม่ด้วยการจุ๊บแก้มไปอีกฟอดใหญ่ “วันนี้กล้าพาเพื่อนมากินข้าวฝีมือแม่ด้วยนะ”

    “จ้า ๆ รู้แล้ว แก้วรายงานแม่เรียบร้อยว่ากล้าให้จองโต๊ะให้๻ั้๫แ๻่บ่ายสามแล้วจ้ะ แล้วตอนนี้จะปล่อยแม่ได้หรือยัง แม่จะทำงานต่อ”

    “ค้าบบบ งั้นกล้าไปหาเพื่อนก่อนเดี๋ยวกล้ามาช่วย”

    “ช่วยอยู่ไกล ๆ ห้องครัวจะดีมาก เข้ามาทีไรวุ่นวายทุกทีตาลูกคนนี้” คุณชื่นส่ายหัวคล้ายรำคาญแต่สายตาจับจ้องลูกชายไปด้วยความรัก

    “ดูแม่พูดดิ กล้าน้อยใจนะ จริงไหมป้าน้อย ใช่ไหมไหมป้าอิ่ม”

    “ใช่จ้า คุณชื่นก็พูดไป คุณกล้าทำอาหารอร่อยมากถอดแบบคุณโสมมาไม่มีผิดเพี้ยน”

    “พวกป้า ๆ ก็เลิกให้ท้ายหลานได้แล้ว โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว แต่นิสัยแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาจะเอาไปเป็๲แฟน”

    “แม่บูลลี่อ่ะ คนแบบกล้าต้องได้คนบุญหนักเท่านั้นแหละถึงจะได้มาเป็๞แฟนของกล้า หึ บอกเลย”

    กล้ากอดอกด้วยความมั่นใจ แต่สุดท้ายเขาก็โดนสันแฟ้มเมนูจากพี่สาวที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังฟาดเข้าที่หัวไหล่

    “นี่แน่ะ... มาวุ่นวายอะไรอยู่ในครัว แขกเขารออาหาร ส่วนเพื่อนที่พามาก็ไปรอที่โต๊ะแล้วนะ เลิกกวนแม่แล้วออกไปหาเพื่อนได้แล้วหรือจะให้พี่ฟ้องแม่ว่าตะกี้..”

    “โอเค ๆ กล้าไปแล้วครับ แฮ่ะ ๆ ไม่กวนล่ะ ทำอาหารให้อร่อย ๆ นะครับทุกคน” 

    กล้าตบเท้าออกจากห้องครัวทิ้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับผู้คนที่กำลังวุ่นกับการจัดสำรับอาหาร เขาตรงดิ่งที่ไปโต๊ะอาหารตรงซุ้มแปด ระหว่างทางก็สังเกตแขกที่เข้ามารับประทานอาหารในร้านที่เต็มแน่นทุกโต๊ะ ไม่แปลกใจที่จะทำให้งานในครัวยุ่งวุ่นวายแบบนั้น โชคดีที่เขาบอกพี่สาวให้จองโต๊ะไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่มีโต๊ะนั่งแน่ ๆ

    “เชิญนั่งครับ เชิญเสี่ยกล้านั่งตรงนี่เลยครับ” หนุ่มผมทองที่หายหน้าหายตาไปทั้งวันลากเก้าอี้ออกแล้วเชิญกล้านั่ง

    “แห่มะ ประจบใหญ่เลยนะไอ้เต้” พลอยกลอกตามองบนทันทีเมื่อเห็นพฤติกรรมของเพื่อนที่เลือกปฏิบัติ

    “แน่นอนดิ มึงดูร้านไอ้กล้าคนแน่นขนาดนี้ จะไม่ให้เรียกเสี่ยได้ไง จริงป่ะไอ้สายฟ้า”

    “มึงไม่ต้องมาหาพวก กูไม่เหมือนมึง” สายฟ้าตอบพร้อมกับก้มหน้าเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือโดยไม่แยแส

    “นี่คือการบูลลี่นะครับ จริงไหมเสี่ยกล้า”

    “อย่างมึงอ่ะสมควรโดนลาเต้ แล้ววันนี้ไปไหนมาถึงได้ไม่ไปเรียนแถมหัวทองมาเชียวนะ” กล้าอดไม่ได้ที่จะแซวลุคใหม่ของเพื่อน

    “ไปเสริมหล่อมานิดหน่อย อ่ะฮ่า”

    “ถึงกับต้องโดดเรียนทั้งวัน กูบอกเลยมึงต้องเลี้ยงข้าวกูมื้อนี้ไม่งั้นกูไม่ให้ชีทเรียน เอาสิ” พลอยเสริม พร้อมกับทำหน้าตาขึงขังจริงจังจนลาเต้ต้องยอมสิโรราบ

    “เออ พวกมึงสั่งอาหารไปยัง”

    “เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้สั่งเผื่อมึงนะ พวกกูสั่งเมนูพื้น ๆ พวกพะแนง แกงเขียวหวาน พวกนี้ไป ไอ้สายฟ้ามันหิว”

    “ได้ งั้นพวกมึงนั่งคุยกันไปก่อนเดี๋ยวกูไปช่วยแม่กูทำอาหารในครัวจะได้เสร็จไว ๆ”

    กล้าหายเข้าไปในครัวไม่นาน ประมาณสิบห้านาทีรายการอาหาร ห้าอย่างก็ถูกจัดใส่จานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ พะแนงไก่ แกงเขียวหวาน หมูสร่ง หมี่กรอบส้มซ่า และยำทวาย อาหารถูกจัดเสิร์ฟมาในถ้วยชามทองเหลืองทั้งยังจัดจานมาได้อย่างสวยงามน่ารับประทานด้วยผักแกะสลัก สมกับเป็๞ร้านอาหารชาววังต้นตำรับขึ้นชื่อ

    “เอ้า หิวแล้วก็ทานเลย มัวแต่มองมันไม่อิ่มหรอกนะ” กล้าเชิญให้ทุกคนเริ่มรับประทาน

    ทุกคนเริ่มจับจานช้อนส้อมของตัวเองและเริ่มตักอาหารลงบนข้าวสวยร้อน ๆ ทันทีที่เริ่มลิ้มลองเสียงคุยกันก็หยุดลง ทั้งสามต่างตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย

    “อิ่มไหม สั่งเพิ่มได้นะ”

    “กล้า กูพูดได้เลยว่าอาหารมื้อนี้มันอร่อยมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านมึงคนแน่นถึงกับขั้นต้องจองโต๊ะ” สายฟ้าพูดออกมาด้วยความประทับใจ

    “เห็นด้วยกับไอ้สายฟ้า มึงเปิดแฟรนไชส์บอกกูนะ กูจะบอกป๋าให้ซื้อเลย” ลาเต้พูดติดตลกแต่สายตาของเขานั้นแฝงด้วยความจริงจัง

    “จริงกูด้วย ในฐานะหญิงสาวแสนสวยหนึ่งเดียวในกลุ่มที่มั่นใจในฝีมือการทำอาหาร แม่พลอยผู้นี้ขอยอมแพ้” พลอยใช้กระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปากของตน

    “ขอบใจมาก เห็นทุกคนกินอิ่มก็ค่อยโล่งใจหน่อย กูเห็นพวกมึงกินอย่างกับแร้งลง กูจะบอกว่าฝีมือกูเองแหละ” กล้ายืดอกแล้วเอ่ยโอ้อวดอย่างมั่นอกมั่นใจ

    “มึงมันมาสเตอร์เชฟเลยเพื่อน”

    “อย่ามาไอ้เต้ ต่อให้ชมกู กูก็ไม่เลี้ยง ไม่ให้กินฟรีหรอกนะมื้อนี้”

    “เท่าไหร่กูก็จ่ายอ่ะ แต่คงไม่ถึงหมื่นใช่ไหมเพื่อน” ลาเต้ยิ้มเจื่อน ๆ พร้อมกับลุกขึ้นตบบ่าของกล้า

    “เออจริงสิ พูดถึงหมื่นตอนมึงหลับในคาบอาจารย์แม่มึงละเมอว่า พี่หมื่น อะไรสักอย่างด้วยนะ”

    “เออใช่ ไอ้สายฟ้าพูดถูก กูก็ได้ยิน”

    “หมื่นอะไรวะ กูละเมอเหรอ ช่างเถอะจำไม่ได้ ชื่อคนมั้งแต่วันนี้แม่งฝันแปลก ๆ ฝันว่าไปกองถ่ายละครไทย มีแต่คนพูดภาษาโบราณไม่พอยังโดนแม่ตัวเองเอาพัดตีด้วย”

    “กูเข้าใจมึงแล้วกล้าว่างานมึงหนักจริงวะ ดูจากลูกค้าที่ร้าน ถ้ามึงจะนอนน้อยก็ไม่แปลก”

    “เออ ทีนี้ก็เข้าใจกูยังว่าที่กูไม่มีเวลาให้พวกมึงไม่ใช่ว่ากูติดแฟน ติดหญิงอะไรทั้งนั้น วัน ๆ ไปเรียนแล้วก็กลับมาช่วยงานที่ร้านเนี้ย”

    “ปากดีแบบนี้ถ้ามึงมีแฟน มึงจะคลั่งรักกูบอกไว้เลยประสบการณ์ตรงจากพี่เต้นะไอ้น้อง”

    “ก็เลยพากันโดดเรียนแล้วไปทำสีผมสินะ พ่อคนคลั่งรัก”

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วการสนทนาบนโต๊ะอาหารสำหรับกล้านั้นเป็๞๰่๭๫เวลาที่สนุกสนาน เพราะนาน ๆ ทีหลังเลิกเรียนแล้วจะได้ใช้เวลาด้วยกัน เพราะส่วนมากพวกเพื่อน ๆ ของเขามักจะไปกับแฟนส่วนกล้าก็ต้องรีบกลับบ้านมาช่วยงานที่ร้านเลยไม่ค่อยมีเวลาหลังเลิกเรียนกับเพื่อน ๆ สักเท่าไหร่ เมื่อเข้าสู่๰่๭๫หัวค่ำทุกคนขอตัวกลับ หลังจากส่งเพื่อนที่หน้าร้านเสร็จ กล้าก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ลูกที่ดีด้วยการเป็๞เด็กเสิร์ฟให้กับ ‘ร้านชื่นจิตร’ ต่อไป