Twins​ love​ แฝดที่รัก

    บทนำ

    ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง


    เสียงปรบมือดังขึ้นในหอประชุมเพื่อเป็๲การแสดงความยินดีกับการจบการศึกษาของมัธยมต้น


    “ขอเชิญตัวแทนนักเรียนได้กล่าวคำสุนทรพจน์ของผู้จบการศึกษาด้วยค่ะ” พิธีกรได้เรียนเชิญให้นักเรียนได้ขึ้นมากล่าว ได้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทุกคนต่างมองไปที่เธอด้วยสายตาชื่นชม เพราะเธอเป็๲ผู้หญิงที่ทั้งน่ารัก เรียนเก่ง และเป็๲เด็กกิจกรรมเพื่อนๆ ต่างก็ชอบเธอด้วยความที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและมีน้ำใจอยู่เสมอ เหตุผลนี้เธอจึงได้รับเลือกให้เป็๲ตัวแทนกล่าวคำสุนทรพจน์ตอนจบการศึกษา ทุกย่างก้าวของเธอกว่าจะจบการศึกษาต้องตั้งใจ อดทน เป็๲อย่างมากแต่มันก็คุ้มกับความสำเร็จที่ได้มาซึ่งเธอมีนามว่า ‘เมขลา’


    “กราบเรียนคณะกรรมการสถานศึกษาและแขกผู้มีเกียรติ ที่เคารพรักทุกท่าน สวัสดีเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคนดิฉันรู้สึกดีใจและเป็๲เกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนนักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นให้เป็๲ตัวแทนกล่าวแสดงความรู้สึกและข้อคิดเห็นเนื่องในงานเลี้ยงส่งนักเรียนที่เรียนจบในครั้งนี้...” เมขลาพูดต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนตั้งใจฟังที่เมขลาพูดบนเวที


    “แกฉันเป็๲เมจังทั้ง สวย เก่ง นิสัยดี จะเพอร์เฟคไปไหนเนี่ย”


    “ตายแล้วเกิดใหม่ยังไม่ได้เท่าเมเลยมั้งแก”


    “นั้นแหละ ทำใจเป็๲คนธรรมดาพอละ” เสียงเพื่อนจากล่างเวทีพูดชื่นชมเธออย่างไม่ขาดหู


    “ขอบคุณค่ะ” เมื่อพูดจบคนในห้องประชุมทั้งหมดต่างลุกขึ้นปรบมือให้เธอทุกคน


    ถ่ายรูปจบการศึกษา


    “พี่เมคะ ยินดีด้วยนะคะ”


    “ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ” ผู้คนรุมล้อมแสดงความยินดีและถ่ายรูปร่วมกับเธอ เมขลาเป็๲คนฮอตของโรงเรียนเลยทีเดียวอีกทั้งยังเป็๲แบบอย่างที่ดีของรุ่นน้องหลายๆ คนอีก


    “เม” เสียงผู้ชายเรียกชื่อเมขลาทุกคนหันไปมองทางด้านหลังไปมอง


    “ว้าว หล่อจังแฟนพี่เมเหรอคะ?” รุ่นน้องเอ๋ยถามเธอด้วยความไร้เดียงสา


    “เฮ้ย เปล่า ๆ นะน้องเนี่ยพี่ชายพี่เองค่ะ” รีบแก้ตัวอย่างรวดเร็วกลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดกันโดยปกติแล้วคนอื่นเขาก็มักจะเข้าใจแบบนี้กันบ่อยเหมือนกันยิ่งเวลาอยู่ข้างนอกด้วยกันมักจะได้ยินคนเขาพูดกันบ่อยๆ ว่า ‘ช่างเป็๲คู่รักที่เหมาะสมกันจริงๆ’ จนเธอเองกับพี่ชายได้ยินจนชินหู


    “จริงเหรอคะ?”


    “จริงๆ จ้าน้อง ๆ”


    “พี่รามมาทางนี้เลย” ร่างสูงเดินเข้าไปหาเมขลาแล้วมอบดอกไม้ให้แก่เธอ


    “ขอบคุณค่ะ พี่รามช่วยพูดให้น้อง ๆ ฟังหน่อยสิว่าเราไม่ได้เป็๲แฟนกันอะ”


    “น้อง ๆ ครับเข้าใจกันถูกแล้สพี่กับเมเป็๲แฟนกันครับ”


    “พี่ราม!!!”


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นน่ะครับ เป็๲พี่น้องกันจริงๆ ครับไม่เชื่อดูบัตรประชาชนได้เลย” รามล้วงบัตรประชาชนออกจากกระเป๋าตังค์เพื่อโชว์ดูว่าเป็๲พี่น้องกันจริง ๆ


    “เป็๲พี่น้องกันจริงๆ ด้วย”


    “นามสกุลเดียวกันก็ต้องเป็๲พี่น้องกันจริงๆ สิครับน้อง ๆ” รามอมยิ้มในความเดียงสาของพวกเด็กๆ ช่างเหมือนกับน้องสาวของเขาจริงๆ

    “เอ่อ พี่รามพ่อละ?”


    “พ่อเหรอ ไม่ว่างน่ะมีเคสผ่าตัดด่วนน่ะ”


    “อีกแล้วเหรอ เฮ้อช่างเถอะ”


    “เข้าใจพ่อด้วยสิเดี๋ยวพี่ไปรอที่รถนะ น้อง ๆ ครับถ่ายรูปกับเมตามสบายนะครับ”


    “อ่าว พี่รามจะกลับแล้วเหรอ?” เมขลาเอ๋ยถามพี่ชายทำไมถึงไปไวมาไวจัง


    “ใช่ ไปรอที่รถนะ”


    “โอเคค่ะ” คงอยากให้รุ่นน้องได้แสดงความยินดีและถ่ายรูปกับเธอให้เต็มที่


    “มา ๆ ถ่ายรูปกันต่อเถอะค่ะ” เมขลาชวนรุ่นน้องมาถ่ายรูปด้วยกัน เพราะเธอจะได้อยู่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งนี้เป็๞วันสุดท้ายแล้ว เธอต้องศึกษามัธยมตอนปลายต่อ ตลอดเวลาที่ย้ายเข้ามาในโรงเรียนนี้ช่างเป็๞ความทรงจำที่ดีสำหรับเธอ คงไม่ได้เข้ามาเรียน ทำกิจกรรม สนุกสนานไปกับเพื่อนอีกแล้วสินะเพื่อนทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเรียน


    หลังถ่ายรูปเสร็จ


    เพื่อนเมขลาอีก 3 ช่วยยกของที่ระลึกที่ได้จากรุ่นน้องทั้ง 4 คนยกของอย่างพะรุงพะรังเต็มทั้ง 4 กล่องที่ถือไว้เลย


    “ของเต็มลังเลยนะแม่ฮอต” แก้วใจคนที่เก่งกีฬาที่สุดในกลุ่มได้พูดแซวเมขลาขึ้นมา


    “ไม่หรอกแก”


    “อย่าแซวแม่คนฮอตของเราสิย่ะยัยแก้ว” พุดจีบสายเฮฮาที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นบ้าง


    “แหม่จะไม่ให้แซวได้ยังไงกันดูสิช่วยกันขนรอบที่สองละจะไม่เรียกว่าแม่คนฮอตได้ยังไง”


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ทั้งสี่คนมองหน้ากันต่างหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย


    “เฮ้อ ขึ้นไปมอปลายแล้วคงไม่ได้เจอกันอะแก”


    “แกจะบ้าเหรอ เจอสิทำเหมือนจะจากกันไปตลอดชีวิต”


    “นัดเจอกันเมื่อตอนว่าง ๆ กันก็ได้นี่” ฟ้าใสคนที่ไม่ค่อยพูดได้พูดออกมาบ้าง


    “ว่าแต่พวกแกไปเรียนที่ไหนกันบ้างมัวแต่ยุ่ง ๆ กันทั้งสี่คนเลย” แก้วถามเพื่อนต่างคนต่างยุ่งกันทุกคนจนไม่มีเวลาถามกัน


    “ฟ้าใส แกเรียนต่อที่ไหน” ฟ้าขยับแว่นตา


    “ที่กรุงเทพน่ะ เป็๞โรงเรียนที่นักวิทยาศาสตร์เรียนกันโดยเฉพาะ”


    “ว้าว จริงเหรอแกสอบเข้ายากมากเลยนะนั้น”


    “แกล่ะแก้วใจ”


    “อย่างฉันก็ต้องโรงเรียนกีฬาอยู่แล้ว”


    “ขอให้แกได้เป็๞นักกีฬาทีมชาติอย่างที่แกหวังนะแก้ว”


    “เม แกจะไปเรียนต่อมอปลายที่ไหนเหรอ?”


    “ไปเรียนที่ญี่ปุ่นน่ะ”


    “หะ?” ทุกคนหยุดเดินแล้วมองหน้าเมขลา


    “ทำไมไปไกลจัง”


    “ก็ฉันอยากไปเรียนนี่อีกอย่างฉันก็ไปสอบแล้วด้วย”


    “แกนี่เก่งมากจริงๆ ยัยเม” ทั้งแก้วใจ และน้ำใสต่างชื่นชมเมขลาอยู่นานจนเธอสังเกตเห็นสีหน้าพุดจีบเปลี่ยนไปจึงได้เอ๋ยถามถามขึ้น


    “เอ่อ แล้วพุกจีบเรียนที่ไหนเหรอ”


    “โรงเรียนเอกชนน่ะ”


    “อ่ะ ถึงรถละยัยเม”


    “ขอบใจมากนะพวกแก”


    “โชคดีนะกลับบ้านกันได้แล้ว”


    “โชคดีนะพวกแก” ทั้งสี่คนล่ำลากันก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถคนละทาง


    “ยินดีด้วยนะลูกสาวของพ่อ”


    “พ่อ” เมื่อได้ยินเสียงพ่อเธอจึงรีบหันไปแล้วกอดพ่อโดยทันที


    “ไหนพี่รามบอกว่าพ่อมีเคสผ่าตัดไงคะ?”


    “ถ้าบอกว่าว่างก็ไม่เป็๞การเซอร์ไพร์น่ะสิ”


    “พี่ราม!”


    “แฮร่ๆ”


    “อะ” พ่อได้ยื่นกล่องขวัญขนาดเล็กให้เมขลา เธอได้แกะของขวัญอย่างเบามือที่สุด


    “กุญแจ?” หยับขึ้นมาจากกล่องของขวัญพร้อมทำหน้างุ่นงง


    “ใช่ กุญแจ”


    “???”


    “ก็กุญแจบ้านที่ญี่ปุ่นไงพ่อซื้อให้เป็๞ของขวัญวันเรียนจบอยู่บ้านหลังนั้นตอนลูกเรียนมอปลายอยู่กับแม่สองคนนะลูก”


    “ขอบคุณนะคะพ่อ”


    “ไม่เป็๞ไรลูกเ๹ื่๪๫แค่นี้เอง” แรกๆ ที่เมขลาจะขอเรียนต่อที่ญี่ปุ่นพ่ออาจจะไม่เห็นด้วยที่ลูกจะต้องไปเรียนห่างจากตัวเองแต่พอได้เห็นความตั้งใจแล้วก็ยอมให้ไปเรียนเพราะลูกชอบไม่ว่าลูกจะเรียนที่ไหนเขาก็พร้อมสนับสนุนลูกเสมอ อีกอย่างแม่เมขลาก็ไปเป็๞วิศวกรที่ญี่ปุ่นจึงหายห่วงว่าเมขลาจะอยู่ได้ไหมแต่มันคงไม่เป็๞ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป