ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง
เสียงปรบมือดังขึ้นในหอประชุมเพื่อเป็การแสดงความยินดีกับการจบการศึกษาของมัธยมต้น
“ขอเชิญตัวแทนนักเรียนได้กล่าวคำสุนทรพจน์ของผู้จบการศึกษาด้วยค่ะ” พิธีกรได้เรียนเชิญให้นักเรียนได้ขึ้นมากล่าว ได้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทุกคนต่างมองไปที่เธอด้วยสายตาชื่นชม เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่ทั้งน่ารัก เรียนเก่ง และเป็เด็กกิจกรรมเพื่อนๆ ต่างก็ชอบเธอด้วยความที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและมีน้ำใจอยู่เสมอ เหตุผลนี้เธอจึงได้รับเลือกให้เป็ตัวแทนกล่าวคำสุนทรพจน์ตอนจบการศึกษา ทุกย่างก้าวของเธอกว่าจะจบการศึกษาต้องตั้งใจ อดทน เป็อย่างมากแต่มันก็คุ้มกับความสำเร็จที่ได้มาซึ่งเธอมีนามว่า ‘เมขลา’
“กราบเรียนคณะกรรมการสถานศึกษาและแขกผู้มีเกียรติ ที่เคารพรักทุกท่าน สวัสดีเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคนดิฉันรู้สึกดีใจและเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนนักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นให้เป็ตัวแทนกล่าวแสดงความรู้สึกและข้อคิดเห็นเนื่องในงานเลี้ยงส่งนักเรียนที่เรียนจบในครั้งนี้...” เมขลาพูดต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนตั้งใจฟังที่เมขลาพูดบนเวที
“แกฉันเป็เมจังทั้ง สวย เก่ง นิสัยดี จะเพอร์เฟคไปไหนเนี่ย”
“ตายแล้วเกิดใหม่ยังไม่ได้เท่าเมเลยมั้งแก”
“นั้นแหละ ทำใจเป็คนธรรมดาพอละ” เสียงเพื่อนจากล่างเวทีพูดชื่นชมเธออย่างไม่ขาดหู
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อพูดจบคนในห้องประชุมทั้งหมดต่างลุกขึ้นปรบมือให้เธอทุกคน
ถ่ายรูปจบการศึกษา
“พี่เมคะ ยินดีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ” ผู้คนรุมล้อมแสดงความยินดีและถ่ายรูปร่วมกับเธอ เมขลาเป็คนฮอตของโรงเรียนเลยทีเดียวอีกทั้งยังเป็แบบอย่างที่ดีของรุ่นน้องหลายๆ คนอีก
“เม” เสียงผู้ชายเรียกชื่อเมขลาทุกคนหันไปมองทางด้านหลังไปมอง
“ว้าว หล่อจังแฟนพี่เมเหรอคะ?” รุ่นน้องเอ๋ยถามเธอด้วยความไร้เดียงสา
“เฮ้ย เปล่า ๆ นะน้องเนี่ยพี่ชายพี่เองค่ะ” รีบแก้ตัวอย่างรวดเร็วกลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดกันโดยปกติแล้วคนอื่นเขาก็มักจะเข้าใจแบบนี้กันบ่อยเหมือนกันยิ่งเวลาอยู่ข้างนอกด้วยกันมักจะได้ยินคนเขาพูดกันบ่อยๆ ว่า ‘ช่างเป็คู่รักที่เหมาะสมกันจริงๆ’ จนเธอเองกับพี่ชายได้ยินจนชินหู
“จริงเหรอคะ?”
“จริงๆ จ้าน้อง ๆ”
“พี่รามมาทางนี้เลย” ร่างสูงเดินเข้าไปหาเมขลาแล้วมอบดอกไม้ให้แก่เธอ
“ขอบคุณค่ะ พี่รามช่วยพูดให้น้อง ๆ ฟังหน่อยสิว่าเราไม่ได้เป็แฟนกันอะ”
“น้อง ๆ ครับเข้าใจกันถูกแล้สพี่กับเมเป็แฟนกันครับ”
“พี่ราม!!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นน่ะครับ เป็พี่น้องกันจริงๆ ครับไม่เชื่อดูบัตรประชาชนได้เลย” รามล้วงบัตรประชาชนออกจากกระเป๋าตังค์เพื่อโชว์ดูว่าเป็พี่น้องกันจริง ๆ
“เป็พี่น้องกันจริงๆ ด้วย”
“นามสกุลเดียวกันก็ต้องเป็พี่น้องกันจริงๆ สิครับน้อง ๆ” รามอมยิ้มในความเดียงสาของพวกเด็กๆ ช่างเหมือนกับน้องสาวของเขาจริงๆ
“เอ่อ พี่รามพ่อละ?”
“พ่อเหรอ ไม่ว่างน่ะมีเคสผ่าตัดด่วนน่ะ”
“อีกแล้วเหรอ เฮ้อช่างเถอะ”
“เข้าใจพ่อด้วยสิเดี๋ยวพี่ไปรอที่รถนะ น้อง ๆ ครับถ่ายรูปกับเมตามสบายนะครับ”
“อ่าว พี่รามจะกลับแล้วเหรอ?” เมขลาเอ๋ยถามพี่ชายทำไมถึงไปไวมาไวจัง
“ใช่ ไปรอที่รถนะ”
“โอเคค่ะ” คงอยากให้รุ่นน้องได้แสดงความยินดีและถ่ายรูปกับเธอให้เต็มที่
“มา ๆ ถ่ายรูปกันต่อเถอะค่ะ” เมขลาชวนรุ่นน้องมาถ่ายรูปด้วยกัน เพราะเธอจะได้อยู่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งนี้เป็วันสุดท้ายแล้ว เธอต้องศึกษามัธยมตอนปลายต่อ ตลอดเวลาที่ย้ายเข้ามาในโรงเรียนนี้ช่างเป็ความทรงจำที่ดีสำหรับเธอ คงไม่ได้เข้ามาเรียน ทำกิจกรรม สนุกสนานไปกับเพื่อนอีกแล้วสินะเพื่อนทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเรียน
หลังถ่ายรูปเสร็จ
เพื่อนเมขลาอีก 3 ช่วยยกของที่ระลึกที่ได้จากรุ่นน้องทั้ง 4 คนยกของอย่างพะรุงพะรังเต็มทั้ง 4 กล่องที่ถือไว้เลย
“ของเต็มลังเลยนะแม่ฮอต” แก้วใจคนที่เก่งกีฬาที่สุดในกลุ่มได้พูดแซวเมขลาขึ้นมา
“ไม่หรอกแก”
“อย่าแซวแม่คนฮอตของเราสิย่ะยัยแก้ว” พุดจีบสายเฮฮาที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นบ้าง
“แหม่จะไม่ให้แซวได้ยังไงกันดูสิช่วยกันขนรอบที่สองละจะไม่เรียกว่าแม่คนฮอตได้ยังไง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ทั้งสี่คนมองหน้ากันต่างหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“เฮ้อ ขึ้นไปมอปลายแล้วคงไม่ได้เจอกันอะแก”
“แกจะบ้าเหรอ เจอสิทำเหมือนจะจากกันไปตลอดชีวิต”
“นัดเจอกันเมื่อตอนว่าง ๆ กันก็ได้นี่” ฟ้าใสคนที่ไม่ค่อยพูดได้พูดออกมาบ้าง
“ว่าแต่พวกแกไปเรียนที่ไหนกันบ้างมัวแต่ยุ่ง ๆ กันทั้งสี่คนเลย” แก้วถามเพื่อนต่างคนต่างยุ่งกันทุกคนจนไม่มีเวลาถามกัน
“ฟ้าใส แกเรียนต่อที่ไหน” ฟ้าขยับแว่นตา
“ที่กรุงเทพน่ะ เป็โรงเรียนที่นักวิทยาศาสตร์เรียนกันโดยเฉพาะ”
“ว้าว จริงเหรอแกสอบเข้ายากมากเลยนะนั้น”
“แกล่ะแก้วใจ”
“อย่างฉันก็ต้องโรงเรียนกีฬาอยู่แล้ว”
“ขอให้แกได้เป็นักกีฬาทีมชาติอย่างที่แกหวังนะแก้ว”
“เม แกจะไปเรียนต่อมอปลายที่ไหนเหรอ?”
“ไปเรียนที่ญี่ปุ่นน่ะ”
“หะ?” ทุกคนหยุดเดินแล้วมองหน้าเมขลา
“ทำไมไปไกลจัง”
“ก็ฉันอยากไปเรียนนี่อีกอย่างฉันก็ไปสอบแล้วด้วย”
“แกนี่เก่งมากจริงๆ ยัยเม” ทั้งแก้วใจ และน้ำใสต่างชื่นชมเมขลาอยู่นานจนเธอสังเกตเห็นสีหน้าพุดจีบเปลี่ยนไปจึงได้เอ๋ยถามถามขึ้น
“เอ่อ แล้วพุกจีบเรียนที่ไหนเหรอ”
“โรงเรียนเอกชนน่ะ”
“อ่ะ ถึงรถละยัยเม”
“ขอบใจมากนะพวกแก”
“โชคดีนะกลับบ้านกันได้แล้ว”
“โชคดีนะพวกแก” ทั้งสี่คนล่ำลากันก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถคนละทาง
“ยินดีด้วยนะลูกสาวของพ่อ”
“พ่อ” เมื่อได้ยินเสียงพ่อเธอจึงรีบหันไปแล้วกอดพ่อโดยทันที
“ไหนพี่รามบอกว่าพ่อมีเคสผ่าตัดไงคะ?”
“ถ้าบอกว่าว่างก็ไม่เป็การเซอร์ไพร์น่ะสิ”
“พี่ราม!”
“แฮร่ๆ”
“อะ” พ่อได้ยื่นกล่องขวัญขนาดเล็กให้เมขลา เธอได้แกะของขวัญอย่างเบามือที่สุด
“กุญแจ?” หยับขึ้นมาจากกล่องของขวัญพร้อมทำหน้างุ่นงง
“ใช่ กุญแจ”
“???”
“ก็กุญแจบ้านที่ญี่ปุ่นไงพ่อซื้อให้เป็ของขวัญวันเรียนจบอยู่บ้านหลังนั้นตอนลูกเรียนมอปลายอยู่กับแม่สองคนนะลูก”
“ขอบคุณนะคะพ่อ”
“ไม่เป็ไรลูกเื่แค่นี้เอง” แรกๆ ที่เมขลาจะขอเรียนต่อที่ญี่ปุ่นพ่ออาจจะไม่เห็นด้วยที่ลูกจะต้องไปเรียนห่างจากตัวเองแต่พอได้เห็นความตั้งใจแล้วก็ยอมให้ไปเรียนเพราะลูกชอบไม่ว่าลูกจะเรียนที่ไหนเขาก็พร้อมสนับสนุนลูกเสมอ อีกอย่างแม่เมขลาก็ไปเป็วิศวกรที่ญี่ปุ่นจึงหายห่วงว่าเมขลาจะอยู่ได้ไหมแต่มันคงไม่เป็ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป