โซโลหันซ้ายขวา พบว่าไม่มีใครสนใจอาการที่ผิดปรกติของเขาทุกคนที่อยู่ในบริเวณ หากไม่เร่งรีบเดินจ้ำพรวดๆ ก็เป็ตกตะลึงรีบเก็บภาพความทรงจำของใบไม้สีเหลืองทองนี้เอาไว้ ยิ่งเป็นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ย่อมต้องมีจุดหมายการเที่ยว สถานที่ต่อไปรออยู่ไม่ว่าใครก็ไม่สนใจเื่ที่ไม่ใช่ของตนเอง
เขาถ่ายรูป แผ่นป้ายสีขาวตุ่นนั้นเอาไว้ โดยใช้ทั้งกล้องและมือถือในใจไม่ได้ตื่นตระหนก กับเวลาที่หายไปสักเท่าไหร่ เพราะมีแต่ความสงสัยเท่านั้นอาการที่จัดอยู่ในกลุ่ม Time Slide นี้เขาเคยพบเห็นมาก่อนแม้ว่าเป็เพียง่เวลาสั้นประมาณสามถึงห้านาที ทุกอย่างมีเหตุผลชายหนุ่มเคยผ่านการนั่งสมาธิมาหลายรูปแบบั้แ่วัยเด็กเขารู้ว่าหากจิตใจจรดจ่ออยู่กับสิ่งใด จะคล้ายกับเวลาภายในหยุดนิ่งแต่เวลาภายนอกจะไหลไปตามปรกติ แต่การที่เวลาภายนอกเคลื่อนไปถึงสามสี่ชั่วโมงเพราะการที่เขาเพียงจับจ้อง ตัวอักษรที่เลอะเลือนตัวหนึ่ง เื่นี้สิน่าแปลก
สรุปตัวอักษรนี้เป็อะไรเขาใช้มือถือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวอักษรตัวนี้อย่างรวดเร็วในที่สุดผ่านไปไม่กี่นาทีก็ได้ความหมายของมัน ตัวอักษร คันจิ ตัวนี้คือ 金คำที่ออกเสียงว่า ‘คาเนะ’แปลตรงๆหมายถึง ‘เงิน’ แต่สิ่งที่เขาเห็นหลังจากตัวอักษรที่รางเลือนตัวนี้นำไป กลับเป็ทุ่งข้าวสีเหลืองทองแสดงว่ายังมีองค์ประกอบอื่นที่จะใช้ตีความหมายร่วมได้อีก
ขบคิดอยู่ชั่วครู่ เขาค้นหาคำว่า “คาเนะ + 2000” .ในที่สุดก็ได้รู้ว่า ป้ายใบนี้คืออะไร ในญี่ปุ่นจะมีการจัดอันดับคำยอดนิยมแห่งปีคล้ายกับ Trend ใน Twister ตัวอักษรที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วยสามแบบคือ
แบบที่หนึ่งเรียกว่า “ฮิรางานะ”
แบบที่สองเรียกว่า “คาตากะนะ”
และแบบสุดท้ายคือ “คันจิ”
แต่ไม่ว่าจะเป็ตัวอักษรแบบใด ที่จริงแล้วโครงสร้างตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่นล้วนมาจากรูปภาพนั่นเอง หมายความว่าใช้โครงรูปเป็แบบสร้างตัวอักษร อย่างเช่นคำว่าูเา ใช้ตัวอักษรรูปร่างมองเหมือนูเาคือ 山 อ่านว่า ยามะ
แน่นอนว่าแต่ละแบบมีความยากง่ายและเป็ที่นิยมในการใช้แตกต่างกัน เช่นป้ายตามร้านค้าที่ติดอยู่บนผนังกำแพงจะนิยมใช้ตัวอักษรแบบ คาตากะนะ
ความหมายของป้ายนี้ที่แท้จริงคือKanji Of Year หรือตัวอักษรยอดนิยมในรูปแบบคันจิ ของแต่ละปีคริสศักราช สำหรับป้ายนี้คือ KanjiOf Year ของปี 2000 นั่นเอง ซึ่งมาจากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ
ที่มาของคำนี้มาจากการที่ในปีนั้นประเทศญี่ปุ่นได้เหรียญทอง ในรายการวิ่งมาราธอนโอลิมปิดที่ซิดนีย์ ผู้พิชิตเหรียญทองเป็นักวิ่งสาวชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ‘นาโอโกะ’ และยังมีความหมายถึง ทรัพย์สินทางวัฒณธรรมที่น่าภาคภูมิใจที่มีคุณค่าดุจดังทองคำ อีกด้วย
Kanji Of Year นี้มีต่อเนื่องทุกๆปีบางปียังซ้ำกัน แม้ว่าจะมีที่มาของคำต่างกัน
สิ่งที่ป้ายนี้ชักนำให้เขาไปเห็นก็คือทุ่งข้าวสีทองที่เป็ทรัพย์ที่มีค่าอนันต์ ของคนญี่ปุ่นนั่นเอง แต่ว่า...แล้วทำไมเขาถึงเห็นสิ่งนี้ และมันมีความหมายเพื่ออะไร ทำไมเขาถึงต้องเห็นและมันทำให้เกิด TimeSlide ถึงสามชั่วโมงเลยหรือ ในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นคล้ายเื่ราวที่แสนสั้นยังยาวไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ
ส่วนเื่ความร้อนที่เกิดขึ้นจากภายในนั้นเขาไม่เห็นว่าผิดปรกติแต่อย่างไร เนื่องเพราะ...
“จ๊อก..ๆ...”
เสียงร้องอุทธรณ์ของกระเพาะดังขึ้น ตัดความคิดทุกอย่างทิ้งไป เนื่องจากตั้งใจมาถึงมหาลัยโตเกียวนี้แต่เช้าตรู่เพื่อให้ได้ภาพอันสวยงามไร้ผู้คน เช้านี้เขาจึงยังไม่ได้กินอะไรเลยเมื่อเวลาผ่านไปร่วมสี่ห้าชั่วโมง แน่นอนว่าต้องหิวเป็ธรรมดา เขาเดินหาร้านอาหารของมหาวิทยาลัยในทันทีจากความเป็จริงที่ว่า ไม่ว่าที่ใดในโลก...
ร้านอาหารในสถานศึกษาย่อมถูกกว่าภายนอกเสมอจากข้อมูลที่ได้มา อาหารชุดของที่นี่ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่สี่ร้อยถึงหกร้อยเยนนับว่าเป็ราคาอาหารชุดที่ถูกมาก หากเป็ร้านค้าทั่วไปข้างถนน ราคาอาหารชุดขั้นต่ำอย่างน้อยต้องหนึ่งพันเยนขึ้นไป ในที่สุดก็พบเป้าหมาย บรรจุอาหารลงกระเพาะ ตอบสนองความหิวได้อย่างรวดเร็ว
...
สายวันเดียวกัน ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งชานกรุงโตเกียวหน้าเตียงคนไข้ที่ถูกแทงมาเมื่อคืน ยามนี้ยืนอยู่ด้วยนายตำรวจวัยหนุ่มฉกรรจ์ท่าทางเขร่งขรึมคนหนึ่ง ด้านข้างเป็ตำรวจวัยกลางคน ท่าทางเป็ผู้น้อยนายตำรวจหนุ่มกล่าวกับคนเจ็บ อย่างคาดคั้นว่า
“ซาโต้แกบอกมาดีกว่าว่าของที่พวกมันค้นเอาไป เป็อะไร เป็ยาหรือของผิดกฎหมาย อย่ามาโกหกว่าเป็ของเก่าที่แกซื้อมาจากแผงลอยดีกว่า แกคิดว่าตำรวจอย่างฉันโง่นักหรือไร นักเลงอย่างแกนะรึจะซื้อของเก่า”
คนเจ็บที่ใบหน้าบวมปูดแขนข้างหนึ่งกับขาข้างหนึ่ง เข้าเฝือกแข็งเอาไว้ส่วนข้างที่เหลือก็เต็มไปด้วยผ้าพันแผล เขาฝืนยิ้มด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว
“โธ่... ผู้กองอิบูกิ ผมจะหลอกผู้กองไปทำไมกันไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา ที่พวกมันชิงไปเป็ไปป์ยาสูบเก่าๆ ที่ผมซื้อมาจากแผงในตลาดนัด‘ชินจูกุมิซุย’ เมื่อสองวันก่อนจริงๆผู้กองจะเอาอะไรกับผมอีก มาคาดคั้นราวกับว่าผมเป็คนร้าย เห็นชัดๆว่าผมถูกปล้นผู้กองเองก็น่าจะเห็นความจริงจากกล้องวงจรปิดแล้วนี่”คนป่วยแสดงว่ารู้จักตำรวจนายนี้เป็อย่างดี ทั้งโอดครวญและเอ่ยชื่อของเขาออกมา
นายตำรวจหนุ่มใหญ่ จ้องมองอีกฝ่ายที่นอนอยู่บนเตียง ด้วยสายตาเย็นเยียบเขาไม่พูดต่อหันหลังเดินออกมา เมื่อผ่านประตูห้อง กำชับตำรวจที่หน้าห้องอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“คนเจ็บมีประวัติใช้ความรุนแรง เป็นักเลงหัวไม้ เฝ้ามันเอาไว้ให้ดี อย่าให้มีคนเข้าไปทำร้ายมันได้ใครมาเยี่ยม ทำบันทึกประวัติเอาไว้ด้วย บอกว่านี่เป็มาตรการรักษาความปลอดภัยป้องกันคนร้ายกลับมาฆ่าปิดปาก”
ครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น นายตำรวจอิบูกิ กลับมาที่สถานี เขาถูกเรียกเข้าประชุมในห้องวิเคราะห์สถานการณ์ของสถานีภายในห้องมีคนมารออยู่พร้อมแล้ว ประกอบด้วยนายตำรวจหลายนาย ที่สำคัญมีนายทหารญี่ปุ่นหนึ่งคนกับนายทหารผิวขาวอีกหนึ่งคนเข้าร่วมประชุมด้วย
เมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคน เขาออกอาการแปลกใจนี่เป็การเปิดการสืบสวนคดีปล้นทำร้ายร่างกายเพื่อสรุปข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่จะแจกจ่ายงานให้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายเหตุใดถึงมีทหารเข้าร่วมประชุม แต่เขาไม่ได้พูดอะไรเนื่องเพราะสารวัตรใหญ่นายสถานี นั่งคุยอยู่กับพวกเขา
การประชุมเริ่มจาก นายตำรวจชั้นผู้น้อยกล่าวรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นการรับแจ้งจากพลเมืองดี ระยะเวลาเข้าถึงพื้นที่ การจัดการสิ่งต่างๆรูปพรรณคนร้ายและเส้นทางหลบหนี และท้ายที่สุด เป็การเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อดูเหตุการณ์
ภาพวิดิโอแสดงให้เห็นว่า โจรทั้งสองมายืนดักรอเป้าหมายอยู่นานพอสมควรและคงไม่ได้จะประสงค์ทรัพย์คนทั่วไปอย่างแน่นอน เพราะตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงที่พวกมันมายืนรอจุดนั้นค่อนข้างเปลี่ยว บาง่มีหญิงสาวแต่งตัวสวยหรูเดินผ่านมาคนเดียวแต่พวกมันไม่สนใจทั้งๆที่หญิงสาวใส่เครื่องประดับค่อนข้างล่อตาล่อใจและไม่ใช่มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ่เวลาดังกล่าวมีเป้าหมายที่เหมาะสมที่จะเป็เหยื่อให้จู่โจมผ่านเข้ามาใน่เวลาปลอดคนถึงสามครั้ง
ภาพดำเนินต่อไป แสดงให้เห็นว่าโจรทั้งสองรู้จักเป้าหมาย มีการพูดคุยข่มขู่ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้ จากนั้นเหยื่อถูกแทง และมีนักท่องเที่ยวดวงซวยเดินมาเห็นตอนเขาถูกแทงพอดีเมื่อวิดิโอเล่นภาพ ก่อนที่มือมีดจะปราดเข้าถึงตัวชายหนุ่มดวงซวยประมาณสองถึงสามวินาทีเสียงดังฟังชัดจากนายทหารญี่ปุ่นดังขึ้น
“หยุดภาพเอาไว้ก่อน”
ภาพที่เคลื่อนไหวถูกหยุดโดยเ้าหน้าที่ในทันควัน ภาพนิ่งที่ตัวของมือมีดเป็เงาพร่าไม่ชัดเจนเพราะเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว แต่ภาพของชายหนุ่มคนนั้นกลับชัดเจนเนื่องจากเขายืนนิ่งสนิทหลังจากพิจารณาภาพนิ่งนี้อยู่ราวสิบวินาที นายทหารญี่ปุ่นคนนั้นหันมาถามผู้กองอิบุกิว่า
“มือมีด ได้รับาเ็มากหรือไม่” ทุกคนขมวดคิ้วเห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวคนนั้นกำลังจะถูกแทง ท่าทางที่ยืนนิ่งอย่างนั้นแสดงว่าใกลัวจนตัวแข็งทื่อ ผู้กองนายทหารท่านนี้ถามอะไรออกมาแม้แต่สารวัตรใหญ่ก็งงไปวูบหนึ่ง
ผู้กองอิบูกิ ส่ายหัว “ผมไม่รู้แต่ท่าทางน่าจะเจ็บตัวพอควรฉายวิดิโอต่อ” เขาสั่ง
ในพริบตาต่อมา กลายเป็ภาพที่มือมีด สะบัดหน้ากระเด็นถอยหลังไปเห็นได้ชัดเจนว่า ถูกทำร้ายที่บริเวณดวงตา แต่พวกเขามองไม่เห็นว่านักท่องเที่ยวหนุ่มคนนั้น ปลดเข็มขัดแล้วสะบัดออกไปได้อย่างไรแม้เ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้กรอกภาพ กลับไปกลับมาทีละเฟรม ยังเห็นแค่เงารางๆ ของเข็มขัดเส้นนั้นหากไม่ใช้ชายหนุ่มถือมันค้างเอาไว้ แล้วสอดเก็บเข้าไปในกางเกงให้เห็นแล้วละก็พวกเขาจะไม่เห็นและไม่รู้เลยว่า มือมีดกุมลูกตาเพราะอะไร จากนั้นเป็ภาพผู้ร้ายวิ่งจากไปเพราะรถตำรวจไปถึง ในที่สุดสารวัตรสั่งให้จบการนำเสนอข้อมูล
แสงสว่างเปิดพรึบขึ้นมา สารวัตรถึงแนะนำนายทหารทั้งสองให้ลูกน้องของตัวเองจำนวนห้าคนในห้องให้รู้จัก โดยไม่เอ่ยชื่อ
“สองท่านนี้ สังกัดกองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายนานาชาติต่อไปเขาจะชี้แจงว่าทำไมถึงต้องเข้ามาร่วมสอบสวน เื่นี้”
นายทหารญี่ปุ่น ผงกศีรษะ “ขอแนะนำตัวก่อน ผมคือผู้กองโยชิดะท่านนี้เป็พันตรีไซม่อน เมื่อเดือนก่อน สายของเรารายงานว่ามีะเิจำนวนหนึ่งหลุดเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติเราได้ทำการข่าวและเข้าจู่โจมจับผู้ลักลอบนำเข้ามา แต่ค้นไม่พบะเิ ในการจับกุมมีการต่อสู้ขัดขืนผู้ร้ายถูกะุที่จุดสำคัญ และให้ข้อมูลก่อนเสียชีวิตเพียงว่าได้ส่งข้อมูลสถานที่เก็บมันออกไป พวกเราตามร่องรอยของะเิมาตลอดท้ายที่สุดพบว่ามันถูกซุกซ่อนอยู่ในของเก่าเป็ไปป์สูบยาอันหนึ่งและมันถูกขโมยออกไปจากคนของแก๊งกุหลาบขาว จากนั้นถูกนำไปขายในตลาดนัดของมือสอง”
ผู้กองอิบูกิ ผงกศีรษะ “อืม... น่าจะใช่แล้ว เพราะสิ่งที่คนร้ายทั้งสองคนค้นได้ไปจากซาโต้เหยื่อที่ถูกดักปล้น ก็คือไปป์เก่าอันหนึ่ง ว่าแต่ทำไม อินเตอร์โพลพึ่งจะมาไล่บี้เื่นี้เื่ะเิหลุดเข้ามาในประเทศสมควรเป็เื่ของหน่วยพิเศษหรือกองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่นไม่ใช่หรือ”
ผู้กองโยชิดะ “ที่จริงเื่ราวควรจะเป็อย่างนั้นแต่ว่าเมื่อสามวันก่อน มือะเิจากกลุ่มประเทศรัสเซียคนหนึ่ง สามารถเล็ดลอดด่านตรวจที่สนามบินเข้าประเทศมาได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ มันเข้ามาเพื่อวางะเิสังหารบุคคลสำคัญ และพวกเราตามร่องรอยของมันจนไปพบนักเลงที่สังกัดแก๊งกุหลาบขาว คนหนึ่ง จากนั้นสูญเสียร่องรอยขอมือะเิไป พอดีได้ข่าวการปล้นชิงโดยคนจากแก๊งกุหลาบขาวจึงจำเป็ต้องมาหาอีกทางเพื่อพบเงื่อนงำติดตามรอย อีกอย่างไม่แน่ว่าจะสามารถหาที่ซ่อนะเิได้ก่อนพวกมันลงมือ แน่นอนไม่ว่าเจอะเิก่อน หรือตัวมือะเิ ย่อมเป็การดี...”
สารวัตรใหญ่ ขมวดคิ้ว หันมากพูดกับลูกน้องตัวเอง
“พวกคุณเข้าใจ สถานการณ์แล้วนะ”
ผู้กองอิบูกิ ขมวดคิ้ว “บอกได้หรือไม่ว่าเป็ะเิอะไร จำนวนเท่าไร”
นายทหารญี่ปุ่นหันไปมองพันตรีไซม่อน เป็เชิงถามความเห็น เขาผงกศีรษะ จากนั้นตอบด้วยตนเองเป็ภาษาญีปุ่น
“เป็ะเิ Semtex* จำนวนหนึ่งตัน”
ผู้กองอิบูกิ ตาโตหน้าแดงด้วยอารมณ์ใและโกรธเกรี้ยว เขาตบโต๊ะอย่างแรงเสียงดังสนั่น“เปรี้ยง...บ้าที่สุด เกิดเื่อย่างนี้ได้อย่างไรกัน จำนวนขนาดนั้นมันสามารถะเิโตเกียวได้ครึ่งเมืองเชียวนะ”
สารวัตรใหญ่รีบลุกขึ้นหันมาบอก “พวกคุณคุยกันไปก่อนผมจะไประดมกำลังมา”
เขาออกมาสั่งตำรวจชั้นประทวนให้ระดมมือดีทั้งหมดของเขตนี้เข้ามาประชุมโดยด่วน เื่นี้ไม่ใช่เื่คดีเล็กน้อยอย่างจี้ปล้นอีกต่อไป
ความเงียบปกคลุมห้องประชุม บรรยากาศกลายเป็ตรึงเครียตสูงสุด จนผ่านไปร่วมสามนาทีสารวัตรอิบูกิ คล้ายพึ่งนึกอะไรได้ หันมาถามผู้กองโยชิดะว่า
“จริงสิ แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่า คนร้ายจะต้องได้รับาเ็หรือว่าชายหนุ่มนักท่องเที่ยวคนนั้น เป็ตำรวจฝีมือดีของอินเตอร์โพล”
ผู้กองโยชิดะ ส่ายหัว “เปล่า เขาเป็นักวางระบบคอมพิวเตอร์เขาเป็คนไทย” ไม่ตอบยังพอทำเนา แต่พอตอบแล้วทุกคนที่ได้ฟังยิ่งมึนหัวเข้าไปใหญ่ นี่มันเป็การตอบคำถามแบบไหนกันเนี่ย...
...
สิบสามนาฬิกาของวันเดียวกัน บนห้องหรูราคาแพงระยับตบแต่งทันสมัยราวกับห้องสูทของโรมแรมห้าดาว ที่อยู่ในชั้นที่สามสิบของอาคารสูง สุดหรูหราแห่งหนึ่งอาคารนี้ปลูกสร้างอยู่เกือบสุดฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของ “ย่านอาคาซะกะ” ผู้อยู่อาศัยในย่านนี้มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้น ไม่เพียงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะสูงเสียดฟ้าค่าสาธราณูประโภคกับภาษีท้องที่ยังแพงระยับ
จากอาคารสูงแห่งนี้ หากมองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถมองเห็นโตเกียวเทาเวอร์ได้
“ติ๋ง...” ประตูลิฟต์ที่หรูหราเปิดออก ชายฉกรรจ์สวมใส่สูทสีดำสนิทจำนวนห้าคนบนปกเสื้อสูทด้านซ้ายปักไว้ด้วยรูปดอกกุหลาบขาวขนาดเล็ก เดินออกมาจากลิฟต์อย่างเร่งร้อนหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่สี่คนที่หน้าประตูของห้องชุดขนาดใหญ่ที่มีเพียงห้องเดียวของชั้นนี้จ้องมองแขกที่มาเยือนนิ่ง
ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทีเป็หัวหน้าผงกศีรษะ เป็การทักทายและเชิงอนุญาตให้ผู้มาเยือนเข้าไปการ์ดสองคนที่ยืนอยู่ที่ประตู เปิดประตูซ้ายขวาให้คนที่อยู่ตรงกลางเดินเข้าไปในห้องสูทเพียงลำพังส่วนอีกสี่คนนั้นยืนนิ่งรออยู่ภายนอก เขาเดินผ่านห้องโถงกลางออกไป ถึงห้องพักผ่อนด้านข้าง
ภายในห้องพักผ่อนที่ตลบอบอวลไปด้วยควันสีขาว มีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนเขาสวมยูกาตะ* กึ่งนั่งกึ่งนอน เอนตัวอยู่บนเก้าอี้ริมสระน้ำขนาดเล็กกว้างห้าเมตรยาวสิบเมตรเวลานี้มีสาวญี่ปุ่นวัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราหุ่นดี ดำผุดดำว่ายอยู่ถึงสองคนแม้ว่าจะมีควันขาว ราวกับหมอกหนาปกคลุม แต่ยังคงสามารถมองเห็น ชุดบิกินี่สีแดงสดแบบวันพีซกับบิกินี่สีฟ้าแบบทูพีช กับเรือนร่างที่ดูงดงามได้รางๆ
หมอกควันที่หนาทึบนี้ นอกจากเกิดจากความร้อนของน้ำในสระอุ่น ปะทะกับอากาศหนาวเย็นเพราะสภาพพื้นที่ของห้อง ที่เป็เทเลซที่สามารถเปิดปิดได้ และยามนี้มันเปิดโล่งรับอากาศที่หนาวเย็นจนตัวสั่นสะท้านให้ผ่านเข้ามาและยังมีควันมาจากซิการ์มวนโต ที่ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่พ่นออกมาอย่างหนาแน่น
“เป็อย่างไรบ้าง เื่ที่สั่งไปถึงไหน”เสียงกังวานมีอำนาจบีบคั้นดังขึ้นจากเก้าอี้นอนตัวนั้น
ชายที่เป็ผู้นำของชายฉกรรจ์ทั้งห้า โค้งคารวะในมุมเกือบเก้าสิบองศา
“คำนับนายท่าน แก๊งกุหลาบขาว ได้เสาะพบของที่ถูกขโมยไป และคนของผมได้ของมาแล้ว...”
เขารายงานเท่านั้นแล้วกลับเงียบไป แสดงว่าเื่ราวไม่เรียบร้อยรวบรัดแต่ไม่กล้าเอ่ยปากออกมา
มือที่แข็งแรงอวบใหญ่ โบกมือพร้อมพูดให้เขาพูดต่อ “ว่ามาเกิดอะไรขึ้น อย่ามัวแต่อึกอัก”
“คนของผมทั้งสองคน ถูกตำรวจจี้ตามอย่างหนัก ตอนนี้พวกมันต้องกบดานไม่อาจออกมาเคลื่อนไหวได้ดังนั้นของจึงยังไม่ได้มา”
ความเงียบเข้าปกคลุม... ชายฉกรรจ์สวมสูทคนนั้นยืนก้มหน้านิ่งเขารู้ว่าหากอีกฝ่ายไม่พอใจ จุดจบของเขาและแก๊งกุหลาบขาวที่ดูยิ่งใหญ่อาจรออยู่ไม่ไกล
เสียงมีอำนาจ พูดออกมาเพียง “ให้เวลาสามวันเท่านั้น ไปได้”
ชายผู้นั้นโค้งคำนับ เกือบเก้าสิบองศาแล้วรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อออกมาจากประตู เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เดินนำลูกน้องทั้งสี่คนเข้าลิฟต์ เมื่อลงถึงลานจอดรถเขาเดินนำตรงไปที่รถเมอร์ซิเดอร์เบนซ์ รุ่น 500 SEL สีดำสนิทลูกน้องคนหนึ่งรีบมาเปิดประตูให้เขา จากนั้นทั้งหมดขึ้นรถ แล้วขับออกมาจากลานจอดอย่างรวดเร็ว
ชายที่เป็หัวหน้า ควักบุหรี่ออกมาสูบ อัดเข้าปอดยาวก่อนที่จะพ่นออกมาเป็ควันท่วมคละคลุ้งในรถ คนสนิทด้านข้างรู้ว่านี่เป็จังหวะที่เขาจะถามหัวหน้าแก๊งว่า เื่ราวเป็อย่างไร
“หัวหน้า ท่านว่าอย่างไร”
หัวหน้าตอบสั้นๆ “พวกเรามีเวลาแค่สามวันหากเื่นี้ไม่สำเร็จแก๊งกุหลาบขาว เกรงว่าจะต้องสลายตัว”
ลูกน้องที่นั่งด้านหน้าร้องโพล่งออกมาอย่างใ
“หัวหน้าพวกเราร่วมสองร้อยห้าสิบคน ไม่อาจต่อต้านขัดขืนเลยหรือไรข้าอาตู้ไม่เชื่ออาถรรพ์นี้ อย่างมากก็แค่ตาย”
“เพี้ยะ...”
คนด้านซ้ายของหัวหน้าแก๊ง ตบโครมเข้าไปที่ศีรษะของอาตู้อย่างแรง
“บัดซบ... อาตู้อย่าดีแต่ปาก ไม่รู้อะไรก็หุบปากไปซะ ขนาดแก๊งโคจินเรียวที่มีสมาชิกสามพันเศษ ไปทำให้ท่านผู้นั้นขัดเคือง เพียงสามวัน ตายเรียบ พลังอำนาจ และเส้นสายของคนระดับนั้นไม่ธรรมดาอย่าทำให้พวกเราเดือดร้อน เพราะปากสุนัขที่ดีแต่เห่าของแก...”
หัวแก๊งกุหลายขาว คำรามฮึ่ม ตัดบทลูกน้อง
“อย่าดีแต่กัดกัน ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย แค่งานเหยียบไอ้ซาโต แล้วเอาของมาทำไมต้องให้เื่ถึงตำรวจ ไม่มีสมองจัดการกับมันเงียบๆไม่ได้หรือไงว่ะ ....ฮึ่ม...แล้วมีใครไปจัดการ กับนักท่องเที่ยวที่ซัดมาโยดะ แล้วรึยัง มันเป็ใคร บังอาจแกว่งเท้ามาแส่เื่ของแก๊งกุหลาบขาว”
“ยังไม่รู้ว่ามันเป็ใคร พักอยู่ที่ไหน กำลังติดตามอยู่ว่ามันพักอยู่ที่ไหน” คนทางด้านขวามือที่นิ่งเงียบมาตลอดเวลาเป็คนตอบ
“ถ้าเจอตัวแล้ว ส่งคนไปให้บทเรียนมัน ที่บังอาจมาแหย็มกับคนของแก๊งกุหลาบขาว เอาแค่พิการ ทำให้เหมือนเป็อุบัติเหตุด้วยอย่าให้ตำรวจตามกลิ่นได้”
โซโลที่ถูกหมายหัว ยังคงไม่รู้เื่ราวตอนนี้เขาเดินอยู่หน้ามหาวิทยาลัยโตเกียว เพื่อออกเดินทางไปเป้าหมายต่อไป ห้างUniQlo ย่านกินซ่า
Samtex* = ะเิพลาสติกอานุภาพสูงเนื่องจากมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ จึงยากแก่การตรวจจับหากไม่ผ่านเครื่อง X-Ray
ยูกาตะ* = ชุดเสื้อคลุมของชาวญี่ปุ่น มีวิธีการใส่โดยเฉพาะ