เฉิงอายจงทั้งขลาดทั้งโง่ ทันทีที่ทราบข่าวจากทูตผู้เป็ตัวแทนพระองค์ ก็มีรับสั่งให้จับตัวผางฟั่นมาปะาทันทีด้วยวิธีตัดบั้นเอว* (ตัดตัวขาดครึ่ง) และยังรับสั่งให้ปะาคนสกุลผางเก้าชั่วโคตร
เมื่อเอาหัวของผางฟั่นไปให้กับห้าอ๋อง มีหรือที่ศีรษะของขุนนางฝ่ายบุ๋นเพียงคนเดียวกับชีวิตของคนในสกุลฝางอีกร้อยกว่าชีวิตจะหยุดไฟขบถของห้าอ๋องได้
กองทัพห้าสายก็ยังคงรุกคืบเข้าสู่เมืองหลวงอยู่เช่นเดิม!
บุญญาธิการของต้าเฉิงยังมีอยู่ ์ยังคงเมตตาฮ่องเต้ที่ทั้งโง่ทั้งขลาดอย่างเฉิงอายจง ต้าเฉิงยังมีเล่ออี้เป็ขุนพลพิทักษ์จงหยวน กองทัพของต้าเฉิงห้าสิบหมื่นกลับตีทัพห้าสายของห้าอ๋องแตกย่อยยับไม่มีชิ้นดี โดยมีบิดาของนางเป็ผู้ตีกระหนาบจากแดนใต้อีกสายหนึ่ง
ฉากสุดท้ายของขบถห้าอ๋องคือตระกูลของอ๋องทั้งห้าหมดสิ้นทั้งโคตร ลูกหลานหากไม่ถูกจับตัวได้แล้วถูกปะาด้วยวิธีทุกข์ทรมาณต่างๆ บางคนก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีพระอาญา ขบถห้าอ๋องปราบปรามได้หมดสิ้นภายในหกปีมีคนตายมากมาย ทั้งอาณาประชาราษฎร์ที่วอดวายกับไฟาและไพร่พลก็สิ้นชีวิตกันไปรวมแล้วเกือบร้อยหมื่นคน
เล่ออี้ได้รับปูนบำเหน็จ ถูกยกขึ้นเป็โหวพิทักษ์จงหยวน ส่วนพ่อของนางที่มีบรรดาศักดิ์เป็รองจากฮ่องเต้อยู่แล้ว มีศักดินากว้างใหญ่มากมายก็ได้รับศักดินาคือเสฉวนทั้งมณฑลเป็รางวัลเพิ่มอีก และเฉิงอายจงก็หลับสบายบนราชบัลลังก์จนสิ้นพระชนม์โดยที่ลืมไปแล้วว่ามีขุนนางผู้ภักดีผู้หนึ่งได้รับรางวัลแห่งความจงรักภักดีด้วยการตัดบั้นเอวและปะาสิ้นทั้งตระกูล
“แล้วเ้ารอดตายมาได้อย่างไร?”
“คนใช้ผู้หนึ่งพาข้าหนีทัน แล้วเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ พอเื่ของตระกูลข้าถูกลืมข้าค่อยกลับมาใช่ชื่อเก่าโดยไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็บุตรของราชครูผางฟั่น”
เสวียนฮวาเกิดความสงสารชายผู้นี้จับใจ เขาถูกราชภัยเล่นงานเสียยิ่งกว่านางเสียอีก เสวียนฮวารู้สึกดั่งเจอคนที่ตกอยู่ในฐานะเดียวกับนาง ความจริงแล้วเสวียนฮวายังสุขสบายกว่าชายผู้นี้หลายเท่านัก นางเพียงแค่โดนสามีของนางทอดทิ้ง แต่นางยังมีบ่าวรับใช้ ในขณะที่เขานั้นเป็คนกำพร้ามีชีวิตเดียวดายอย่างยากลำบากทั้งที่ความจริงแล้วเขาเป็คุณชายแห่งสกุลผาง
ชะตาชีวิตช่างโหดร้ายนัก
“มีใครรู้เื่นี้บ้าง”
“มีแต่พระนางผู้เดียว...พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าคงลำบากไม่น้อยเลยสินะ”
“ไม่หรอกพ่ะย่ะค่ะ” เขาส่ายหน้ายิ้ม
ปากเขาพูดอย่างนั้นแต่เสวียนฮวารู้สึกได้ขนที่ลุกชันของเขาเมื่อเขาตอบคำ หญิงสาวลูบหัวเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ นางััได้ถึงความกระหายกามของเขาที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ความเสียวซ่านนั้นก็บังเกิดขึ้นกับพระนางเช่นกัน
ศึกสวาทครั้งที่สองกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งในไม่ช้า
จู่ๆ มือแกร่งของเขาก็ขยับมาบีบอกอวบของเสวียนฮวา หญิงสาวจ้องหน้าเขา ผางเยว่มีสีหน้าซีดเผือกขึ้นมาในทันใด รีบผละมือออกจากหน้าอกของพระนางเดี๋ยวนั้น เสวียนฮวาก็ยิ้มกริ่มด้วยความขบขัน
“เ้าจะมาแสร้งหวาดกลัวอันใดกับข้า”
“กระหม่อมเกรงพระอาญาพ่ะย่ะค่ะ”
หญิงสาวหัวเราะร่วน “เ้าจะมาเกรงอาญาอันใดอีก เ้าบังอาจมาล่วงเกินข้าผู้เป็ฮองเฮาถึงเพียงนี้” เสวียนฮวาพูดพลางส่ายสะโพกเพื่อกำซาบถึงความแข็งแกร่งของชู้รัก “เ้าเพิ่งพูดเองมิใช่หรือว่าถึงเ้าโดนสับเป็หมื่นชิ้นทั้งเป็เ้าก็ไม่กลัว”
“แต่กระหม่อมเกรงอาญาพระองค์แต่เพียงผู้เดียว” เขาจ้องหน้านาง แววตานั้นบริสุทธิ์ใสซื่อนัก เหตุไฉนพอได้ตัวนางแล้วกลับกลายมีท่าทางหวาดกลัวนางดุจหนูกลัวแมวเช่นนั้นเล่า
หญิงสาวยิ้ม “จับสิ” นางคลี่ยิ้มกว้างให้กับเขาใบหน้านางร้อนผะผ่าว “เมื่อข้าอยู่ในอ้อมกอดเ้าแล้ว เ้าอยากทำอันใดกับข้าก็ย่อมได้ นี่เป็พระบัญชา”
แล้วผางเยว่กับเสวียนฮวาก็พากันแหวกว่ายในทะเลแห่งราคะอีกครั้ง