บทที่ 3 ข้าจะจัดการเ้าให้เข็ด
ก่อนท่านตาจะสิ้นใจ ท่านได้ทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดไว้ให้เขา แต่ความจริงแล้ว เขายังมีท่านน้าที่ไม่เอาถ่านอยู่อีกคนหนึ่ง
เมื่อครั้งยังหนุ่มท่านน้าผู้นี้เหลวไหลยิ่งนัก หลงรักหญิงคณิกาในหอนางโลม และดึงดันจะรับนางเข้าบ้าน หลังจากนั้นก็รักอนุจนละเลยภรรยาหลวง ทะเลาะกับบ้านฝ่ายภรรยาจนแตกหัก ทั้งยังตัดขาดกับท่านตาจนถูกไล่ออกจากบ้าน แต่ก็ยังแวะเวียนกลับมาที่จวนเพื่อขอเงินท่านตาอยู่บ่อยครั้ง... ในงานศพของท่านตาเขาก็มาเลียบเคียงหยั่งเชิงอยู่หลายครา นึกไม่ถึงว่ายามนี้ถึงกับกล้าตามมาคุกคามถึงหน้าประตูเรือน
ในชาติก่อน่เวลานี้ เขาเพิ่งขาหัก มีไข้สูง สติเลอะเลือน อีกทั้งในจวนไม่มีใครคอยหนุนหลัง จึงถูกหลอกเอาหนังสือสิทธิ์ทรัพย์สินไปได้อย่างง่าย ๆ
ท่านตาเป็ขุนนางมาหลายปีแต่ใช้ชีวิตสมถะ ทรัพย์สมบัติที่ว่านั้น เป็เพียงสิ่งของของเหล่านักปราชญ์ สิ่งที่มีค่าก็มีเพียงตำราโบราณและภาพวาดพู่กันไม่กี่ชิ้น เมื่อเขาหายป่วยแล้วกลับไปหา ตำราที่ท่านตาเขียนคำวิจารณ์ไว้จนเต็มเล่มก็ถูกเขาขายทิ้งในราคาถูกไปหมดแล้ว
ชาตินี้ เขาจะไม่มีวันยอมให้คนผู้นั้นมาทำลายของของท่านตาเด็ดขาด
เขาเอ่ยช้าๆ ว่า "ให้เขาเข้ามาเถิด"
ครู่ต่อมา เฉินชิ่งอวี๋ก็ถูกเชิญเข้ามา
เซิ่งิหลินต้อนรับแขกอยู่ในเรือนของตน เขาเป็คนมีความอดทนสูง แม้าแจะยังไม่หายดี แต่สีหน้ากลับดูสงบนิ่งแล้วเอ่ยว่า
"ท่านน้า"
เฉินชิ่งอวี๋ยิ้มจนหน้าบานเป็ดอกเบญจมาศ "ิหลินเอ๋ย ไม่เจอกันเสียนาน น้ามาเยี่ยมเ้าน่ะ!"
เมื่อมองใบหน้าที่ประจบสอพลอนั้น เซิ่งิหลินก็พลันเข้าใจ ท่านน้าจอมละโมบของเขาผู้นี้ วันนี้มาเพียงเพื่อหยั่งเชิงเท่านั้น แม้เขาจะเป็คนพาล แต่ก็รู้ว่าใครที่ห้ามล่วงเกิน ตอนนี้เขาอยู่ในจวนตวนอ๋อง อีกฝ่ายจะกล้าคิดแผนชิงของในมือเขาได้อย่างไรกัน?
เพียงแต่ในชาติก่อน สถานการณ์ของเขาน่าเวทนาเกินไป อีกฝ่ายคงเห็นว่าเขาทำให้บิดาไม่พอใจ จึงได้ซ้ำเติมด้วยการแย่งชิงทรัพย์สมบัติ เพื่อใช้สิ่งนี้ประจบเอาใจบิดา
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น การจะสลัดเขาให้พ้นไปก็ไม่ใช่เื่ง่ายนัก
เพราะเฉินชิ่งอวี๋เป็บุตรชายเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของท่านตา ส่วนเขาเป็เพียงหลาน ซึ่งท่านตาเลี้ยงดูมาด้วยตนเองหลายปี หากท่านตาสิ้นใจแล้วเขาไปทะเลาะกับท่านน้า ชื่อเสียงของเขาจะมัวหมองทันที
และเขาก็จำเป็ต้องรักษาชื่อเสียงไว้ให้มาก ดังนั้นท่าทางของเซิ่งิหลินจึงราบเรียบยิ่งนัก
เฉินชิ่งอวี๋ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจแม้แต่น้อย พูดได้ไม่กี่ประโยคเขาก็ถูมือแล้วเอ่ยว่า
"ตอนนี้เ้ากลับมาอยู่ที่จวนอ๋องแล้ว ที่นี่เป็สถานที่ที่ร่ำรวยที่สุดในใต้หล้า! น้าไม่มีเงินจะกินข้าวแล้ว เ้าช่วยจุนเจือน้าหน่อยเถิด!"
เซิ่งิหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ท่านน้ามีความจำเป็ต้องใช้เงินเื่ใดหรือ?"
เฉินชิ่งอวี๋ตอบว่า "ข้าคิดจะทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ..."
"ธุรกิจอะไร?"
เฉินชิ่งอวี๋พูดจาวกไปวนมา จนเผลอหลุดปากออกมาว่า "่นี้ข้าดวงไม่ดี..."
เซิ่งิหลินตกตะลึง "ท่านถึงกับไปเล่นการพนันเชียวหรือ?"
เฉินชิ่งอวี๋จึ๊ปาก "ข้าก็แค่เล่นขำ ๆ นาน ๆ ครั้ง เ้าเร่งเอาเงินออกมาเถิด ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องถอนทุนคืนให้ได้!"
"ไม่ได้!" เซิ่งิหลินเอ่ยตรง ๆ "ต่อให้ท่านตายังอยู่ ก็ไม่มีทางยอมให้ท่านไปเล่นการพนันแน่!"
เฉินชิ่งอวี๋หัวเราะหึ ๆ "เ้าคิดว่าตาแก่นั่นไม่รู้หรือ? ตาแก่นั่นช่วยใช้หนี้ให้ข้าตั้งสามรอบแล้ว! ทำไมกัน พอตาแก่นั่นสิ้นลม เ้าก็จะไม่ยอมแล้วหรือ?"
เซิ่งิหลินโกรธจัด "ท่าน..."
ในขณะนั้นเอง พลันได้ยินเสียงคนดังมาจากนอกเรือน ท่าทางพาลของเฉินชิ่งอวี๋อันตรธานหายไปทันที ส่วนเซิ่งิหลินเองก็เก็บความโกรธไว้
พริบตาต่อมา ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าตึก ๆ ตัก ๆ เ้าก้อนแป้งตัวน้อยเดินเดินเตาะแตะเข้ามาด้วยท่าทางงุนงง มือข้างหนึ่งของนางลากดาบไม้ยาวเล่มหนึ่ง บนศีรษะสวมมงกุฎจิ้นเสียนสีดำทอง
มงกุฎนั้นใหญ่เกินไปจนแทบจะหล่นลงมา นางใช้มือน้อย ๆ อวบ ๆ ยันไว้ด้วยความยากลำบาก เดินสะดุดไปมาจนเข้ามาถึง แล้วโยนดาบไม้ลงบนพื้น พลางจับหมวกไว้แล้วปีนขึ้นไปบนเก้าอี้
ลี่จือรีบเข้าไปอุ้มนางขึ้นบนเก้าอี้ และช่วยวางดาบไม้ไว้ข้าง ๆ ด้วย
เ้าก้อนกลมใช้สองมือน้อย ๆ ประคองหมวกแล้วเงยหน้าขึ้น เมื่อกวาดสายตามองเห็นชัดเจนว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าเป็ตัวร้ายในความฝันจริง ๆ นางก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่มาทันเวลา!
ดังนั้นนางจึงรวบรวมความกล้า แล้วะโเสียงดังว่า "ข้าคือท่านลุงใหญ่!"
เซิ่งิหลิน "..."
สีหน้าของเฉินชิ่งอวี๋เปลี่ยนไปทันที เขารีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำความเคารพ
"สามัญชนเฉินชิ่งอวี๋ ขอคาราวะท่านหญิงน้อยขอรับ"
เ้าก้อนกลมเริ่มลนลาน เอื้อมมือไปจะหยิบดาบไม้ แต่หมวกกลับแปะลงมาปิดหน้าไปครึ่งหนึ่งจนมองไม่เห็นอะไรเลย
เ้าก้อนกลมมือหนึ่งคว้าดาบ อีกมือหนึ่งเลิกหมวกขึ้น เผยให้เห็นดวงตาข้างเดียว พยายามทำท่าทางให้ดูน่าเกรงขาม
"ไม่ใช่ท่านหญิงน้อย! ข้าคือท่านลุงใหญ่!"
ในที่สุดเฉินชิ่งอวี๋ก็เข้าใจ เขาเป็คนหัวไวมาก จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"ขอคาราวะท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ"
เ้าก้อนกลมพอใจมาก ะโเสียงดังว่า "ห้ามรังแกพี่จ๋า!"
เฉินชิ่งอวี๋รีบเอ่ย "สามัญชนมิกล้า สามัญชนเพียงมาเยี่ยมคุณชายใหญ่เท่านั้นขอรับ"
"ไม่เชื่อ!" เ้าก้อนกลมเอ่ยอย่างชาญฉลาด "จูจูไม่เชื่อ!"
นางเคยเห็นเขาในฝัน! เขาคือตัวร้ายที่รังแกพี่ชาย! ดังนั้นนางจึงต้องรีบมาช่วยพี่ชาย!
นางเลียนแบบท่าทางของท่านลุงใหญ่ ตบพนักพิงอย่างแรงจนเจ็บจนเผลอร้องออกมาหนึ่งคำ พลางกลั้นน้ำตาแล้วเอ่ยว่า
"พี่ลี่จือ รีบไล่เขาออกไปเร็ว!"
เฉินชิ่งอวี๋ร้อนรน "ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ นะ!"
"ไม่สน!" เ้าเด็กแสบเอ่ยตัดบท "ยังไงก็ห้ามมา! ห้ามมองพี่จ๋าด้วย!"
คนที่รับใช้อยู่ข้างกายเ้าก้อนกลม ต่างก็คล้อยตามอย่างไม่มีเงื่อนไข ลี่จือรีบทำหน้าดุ และส่งสัญญาณให้เด็กรับใช้เข้าไปลากตัวออกไป
เฉินชิ่งอวี๋ไม่กล้าขัดขืน และไม่กล้าร้องโวยวายอีก ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเซิ่งิหลิน... จากนั้นก็ถูกลากออกไป
เซิ่งิหลินมองเ้าก้อนกลมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แม้เ้าโง่น้อยจะยังคงโง่เหมือนเดิม แต่ต้องยอมรับว่าการที่นางออกหน้าให้ ช่วยลดภาระของเขาไปได้มากจริง ๆ
เ้าก้อนกลมยังคงรักษาท่าทาง มือหนึ่งจับดาบ มือหนึ่งประคองหมวกให้เห็นตาข้างเดียว พยายามเชิดคางน้อย ๆ มองตาม จนกระทั่งเฉินชิ่งอวี๋ถูกลากพ้นประตูไป นางจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แผ่นหลังยืดตรงหายไป มือที่ประคองไว้ก็คลายออก ทำให้หมวกหล่นลงมาอีกครั้ง
นางไม่สนใจจะประคองมันแล้ว รีบหันขวับไปทางพี่ชาย และทวงรางวัลด้วยความดีใจ
"พี่จ๋า! จูจูไล่คนเลวออกไปแล้ว!"
เซิ่งิหลินมองนาง จากนั้นเขาก็พลันยกมือขึ้น ถอดมงกุฎจิ้นเสียนของนางออก และจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ดวงตากลมโตสีดำขลับคู่นั้น ราวกับลำธารใสที่มองเห็นก้นบึ้ง สะท้อนภาพของเขา เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความรักใคร่สนิทสนม
ไม่เหมือนกับในความทรงจำเลยแม้แต่น้อย
แต่เขาจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!
เซิ่งิหลินอาศัยจังหวะที่คนเ่าั้ยังไม่กลับมา แล้วข่มขู่นางด้วยน้ำเสียงเ็า
"เซิ่งิจู ฟังข้านะ เ้าจงอยู่ห่างจากข้าไว้! ข้าไม่ใช่พี่ชายของเ้า และข้าก็ไม่อยากเสแสร้งทำเป็ดีกับเ้า! หากเ้ากล้าเข้ามาวุ่นวายกับข้าอีก ข้าจะจัดการเ้าให้เข็ด!"
ดวงตากลมโตของเ้าก้อนกลมจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา เซิ่งิหลินจ้องตอบนางอย่างดุดัน
พริบตาต่อมา เ้าก้อนกลมใช้มือน้อย ๆ ปิดหน้าด้วยความเขินอายจนหูเล็ก ๆ กลายเป็สีแดง
"พี่จ๋าดูดี! พี่จ๋าดูดีเหมือนจูจูเลย!"
เซิ่งิหลิน "...??"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นยืนทันที ใช้กำแพงพยุงตัวเดินกลับไปยังห้องนอน
เ้าก้อนกลมรีบปีนลงจากเก้าอี้ วิ่งเตาะแตะตามมาแล้วคว้ามือเขาไว้
"จูจูช่วยพี่จ๋า!"
มือน้อย ๆ อันนุ่มนิ่มของนางคว้าจับเขาไว้ ในใจของเซิ่งิหลินพลันเกิดความหงุดหงิดขึ้นมา เขาจึงก้มลงมองและถลึงตาใส่นาง
นางมัดผมเป็สองจุก มีปอยผมเล็ก ๆ อยู่ข้างแก้ม ทำให้เ้าก้อนกลมดูนุ่มฟูไปทั้งตัว ดวงตากลมโตใสซื่อและไร้เดียงสา ราวกับลูกแมวน้อยที่น่าเอ็นดู
ทำไมกัน? ทำไมคนที่ชั่วร้ายเช่นนี้ ถึงได้มีรูปลักษณ์ที่น่าเอ็นดู... จนทำให้ใจแข็งไม่ลงได้ขนาดนี้?
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ จากนั้นก็สะบัดมือนางออกอย่างเ็า เดินเข้าห้องนอน ขึ้นเตียง และนอนคว่ำอยู่ตรงนั้น
จูจูรีบขยับเข้าไปใกล้ทันที นางตัวสูงเพียงนิดเดียว เมื่อยืนข้างเตียงจึงเห็นเพียงศีรษะเล็ก ๆ ซึ่งประจวบเหมาะกับใบหน้าของพี่ชายพอดี
คิ้วของพี่ชายสวยจัง ขนตาของพี่ชายยาวจัง พี่ชายดูดีไปหมดทุกส่วนเลย!
เ้าก้อนกลมจ้องมองโดยไม่ละสายตา พลางใช้ปากเล็ก ๆ พูดเอาใจ
"พี่จ๋าหิวน้ำม้าย? ลี่จือ พี่จ๋าอยากดื่มน้ำหวาน ๆ ! พี่จ๋าหิวหิวม้าย? อิงถาว พี่จ๋าอยากทานหนม ๆ! พี่จ๋าเจ็บ ๆ ขาม้าย? ให้หมอมาดูม้ายพี่จ๋า?"
จูจูสั่งการคนรับใช้จนวุ่นวายไปทั่ว พลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความตื่นเต้น วางแขนน้อย ๆ พาดลงไป และแนบหน้าลงไปจ้องมองเขา
"พี่จ๋าดูดีจริง ๆ จูจูชอบพี่จ๋าที่ฉุดเยย!"
นางเขย่งขาจนสุดตัว แล้วจุ๊บเข้าที่แก้มของเขาจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของเด็กน้อยโดยไม่ทันตั้งตัว