ตอนที่ 18 สำหรับข้าคือเฉยๆ แต่สำหรับอาหารอื่นๆ มันทำให้อร่อยมาก
ยามเว่ย [1]
พอเธอสั่งนมที่ลานเลี้ยงวัวเสร็จก็จ้างเหมาเกวียนพร้อมคนขับเลยทีเดียว จากนั้นกลับไปขนของที่ร้านต่างๆ ที่สั่งของไว้ แล้วแวะซื้อของที่ท่าเรือตามปกติ กินข้าวเที่ยงด้วยกันแล้วจึงบอกคนขับเกวียนกลับเลย ขณะที่กำลังจะขับเกวียนผ่านหมู่บ้านประมงตงเหมิน เธอขอให้คนขับเกวียนจอดแวะที่หมู่บ้านนี้ก่อนเผื่อซื้ออาหารทะเลอะไรกลับบ้านพอดี
“ฮูหยินสนใจซื้อปลาหรือขอรับ” มีเ้าเด็กผู้หนึ่ง ผิวคล้ำแดด เนื้อตัวมอมแมมเล็กน้อย ทักท่านแม่ของเธอ
“เ้าขายปลารึ” เธอถาม
“ขอรับคุณหนูครอบครัวข้าเป็ชาวประมงที่นำปลาทะเลไปขายให้ที่เมืองชิงเถียงบ่อยๆ” เทาลู่เจ๋อวัยสิบปีตอบอย่างนอบน้อมยิ่งเมื่อเห็นเด็กหญิงที่แต่งตัวสวยงาม จึงทำให้เขามีอาการประหม่าเล็กน้อย
“งั้นพาข้าไปดูหน่อย” เธอบอก
พวกเธอเดินมาถึงบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง พบหญิงชาวบ้านวัยกลางคนกำลังสับปลาที่หน้าบ้าน
“ท่านแม่ ข้าพาคนมาซื้อปลาขอรับ” เทาลู่เจ๋อร้องเรียกท่านแม่ของตน
“สวัสดีเ้าคะ เรือนท่านมีปลาอะไรขายบ้างเ้าคะ” เธอทักทาย
“เมื่อยามเหม่าพวกข้าส่งปลาดีดีไปขายที่เมืองชิงเถียงไปหมดแล้ว ยามนี้เหลือเพียงปลาที่ไม่ค่อยสวย กับหอยพวกนี้เ้าค่ะ” มารดาของเด็กชายคนนั้นตอบ
“นั่นหอยนางรมหรือเ้าคะ” เธอถาม
“เ้าค่ะ” นางตอบอย่างเกรงใจเล็กน้อย เพราะหอยนางรมชาวบ้านไม่นิยมกิน และหาได้ง่ายนัก พบเจอเต็มหาด จึงทำให้แทบไม่มีราคา ขนาดในภัตตาคารดีดี ที่มีรายการอาหารหลากหลายอย่างหอยนางรมอยู่ด้วย ก็ยังไม่ค่อยมีคนสั่งซื้อ ทำให้ขายไม่ออก
“ข้าเอาหอยนางรมนี่แหละเ้าค่ะ ท่านขายเท่าไหร่หรือเ้าคะ” เธอบอกอย่างตื่นเต้น ที่มันขุมทรัพย์ชัดๆ
“เ้าเอาไปเถอะกองนี้ข้าให้เปล่า”
“ได้อย่างไรเ้าคะ ขอซื้อของขาย ท่านคิดราคามาเถิด” เธอบอกปฏิเสธทันที เพราะเธอต้องซื้อเยอะแน่นอน จะมาให้เปล่าใครเขาจะนำมาให้เธอได้ตลอด
“คือ หอยนางรมนี้มีมากเกินไปอยู่แล้ว ขายที่ใดก็ไม่มีราคาหรอก เ้าเอาไปเถอะ ข้าพูดจริงๆ” สือลี่เฉี่ยวกล่าวย้ำอีกครั้งอย่างจริงใจ
“คิดเงินมาเถิดเ้าค่ะ ข้าจะซื้อจริงๆ ซื้อเยอะ และซื้อตลอดไปด้วยเ้าค่ะ”
“เ้าจะเอาหมดหรือ งั้นห้าจินหนึ่งอีแปะ เ้าว่าอย่างไร” นางทำหน้าเหลือเชื่อว่าจะมีคนอยากได้หอยนางรมนี่จริงๆ
“ได้เ้าค่ะ ท่านมีทั้งหมดกี่จินเ้าคะ”
“กองนี้มีประมาณสิบห้าจิน เดี๋ยวพวกข้าไปลองหาจากในถังนั่นอีก เ้ารอสักครู่” นางที่แยกหอยนางรมไว้เผื่อนำไปทิ้ง จึงต้องไปคัดหาหอยนางรมมาเพิ่มอีก
“หากวันพรุ่งพวกท่านมีอีก นำไปส่งที่เรือนท้ายหมู่บ้านหวังได้หรือไม่เ้าคะ” เธอถามต่อ
“ได้ๆ รอสามีข้ากลับจากเรือประมงวันนี้ยามซวี [2] แล้วข้าจะบอกเขาให้หาหอยนางรมไปส่งเ้าอีก” สือลี่เฉี่ยวตอบรับอย่างยินดี กับหอยที่ไม่มีราคากลับมีคนพร้อมซื้อ ถือว่าเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวได้อีกทาง
“ได้เ้าคะ ข้าเพิ่มให้อีกเป็ห้าจินสองอีแปะ รบกวนพวกท่านแกะเนื้อหอยออกจากฝามันให้ด้วยนะเ้าคะ” เธอเสนอขึ้นราคาให้เพื่อลดความยุ่งยากฝั่งเธอ
“ได้ ได้ ได้อยู่แล้ว” ถึงกลับพูดซ้ำสามที เมื่อนายจ้างเด็กของนางเพิ่มเงินให้
++++++++++++++++++++++++++++++++++
“หอยนางรมมันอร่อยหรือเ้าคะท่านพี่” ถังซูเม่ยถามอย่างไร้เดียงสาเพราะนางก็ไม่เคยกิน
“แล้วแต่คน สำหรับข้าคือเฉยๆ แต่มันสามารถทำให้อาหารอื่นๆ อร่อยขึ้นอย่างมาก” เธอตอบพลางมองหอยนางรมยี่สิบจินในเกวียนอย่างมีลับลมคมใน
“งั้นต้องอร่อยแน่นอน เพราะท่านพี่บอกอร่อยก็ต้องอร่อย” น้องสาวเธอหากเป็เื่ของกินจะกลายร่างเป็ยัยขี้ประจบโดยสมบูรณ์แบบ
“หึ เห็นเ้ากินเก่งแบบนี้ข้าก็สบายใจ แต่เ้าจงระวังไว้เถิด หากมีคนอื่นที่ไม่รู้จักนำของกินอร่อยๆ มาล่อ เ้าอย่าเดินตามเขาเชียว มิเช่นนั้นอาจจะไม่เจอข้า และท่านพ่อท่านแม่อีก เพราะเขาจะลักพาตัวเ้าไป” ได้ทีต้องสั่งสอนกันไว้หน่อย ในยุคที่ยังมีการค้าทาส ค้ามนุษย์เช่นนี้ จะมีกลุ่มคนลักพาตัวย่อมไม่แปลก
“ไม่นะ ข้าจะไม่ยอมกินของคนอื่นเด็ดขาดเ้าค่ะ” เ้าตัวน้อยทำหน้าหย่น พร้อมหดคออย่างหวาดกลัว
“ดีแล้ว ข้าเพียงเตือนเ้าไว้ก่อน” เธอลูบหัวปลอบเ้าเด็กขวัญเสียนี่เบาๆ
“ท่านพี่อย่าทิ้งข้าไปนะเ้าคะ ข้ารักท่านพี่ยิ่งนัก” น้องน้อยเธอกอดแขนเธออย่างอ้อนวอน ทำเอาใจเธออุ่นวาบ
“ใครจะทิ้งจะกละน้อยของข้าได้เล่า” เธอพูดพร้อมจี้เอวอวบๆ ของนาง
“ฮิฮิ ท่านพี่อย่าจี้ข้าเ้าค่ะ” เ้าเด็กบ้าจี้ทั้งดิ้นทั้งขำไม่หยุด ลืมความหวาดกลัวเมื่อกี้ทันที จนท่านแม่ต้องมาจับไว้เพราะกลัวพลัดตกเกวียนไป
“อะ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว ลุกขึ้นนั่งดีดี ใกล้ถึงเรือนเราแล้ว”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“ท่านพ่อเ้าขาาา ท่านพี่แกล้งข้าเ้าค่ะ” เ้าเด็กสองหน้านั่น บนเกวียนยังบอกรักเธอมากมาย พอลงจากเกวียน เท้าถึงพื้นเท่านั้น ก็วิ่ง ตึง ตึง เข้าบ้านไปฟ้องท่านพ่อทันที
“หืมม ใครกันมาแกล้งเม่ยเอ๋อร์ตัวน้อยของพ่อได้” ท่านพ่อละมือจากกระเป๋าสาน แล้วอุ้มเ้าตัวเล็กนั่งบนตักทันที
“ท่านพี่เ้าค่ะ ท่านพี่จี้เอวข้า” นางฟ้องพร้อมทำท่าเป่าแก้มอย่างน่าเอ็นดู
“เพราะเ้าซนหรือไม่” ท่านพ่อแกล้งถาม
“ข้าเป็เด็กดียิ่งเ้าค่ะ ดียิ่งกว่าเ้าเฮยเซ่อกับจงเซ่ออีก ข้าพูดรู้เื่นัก” นางโอ้อวดสรรพคุณตัวเองทันที พร้อมเปรียบเทียบกับเ้าลูกน้องต่างสายพันธุ์สองตัวนั่นเพื่อให้เห็นความแตกต่าง
“ฮ่า ฮ่า ได้ ได้ เ้าเป็เด็กดียิ่ง เดี๋ยวข้าจะบอกพี่เ้าให้ว่าอย่าแกล้งเ้าอีกดีหรือไม่” เ้าเด็กตัวน้อยท่าทางน่าสงสาร มองท่านพ่อของนางด้วยตาเปล่งประกายวิบวับ ศรีษะเล็กพยักลงไม่หยุดราวลูกเจี๊ยบจิกข้าวก็ไม่ปาน
เขามองแก้มกลมๆ อย่างใจละลาย ลูกสาวตัวน้อยของเขาช่างน่ารักจริงๆ
+++++++++++++++++++++++++++++++
เธอจ่ายค่าเกวียนเรียบร้อยหลังช่วยกันขนของลงจากเกวียน
“เ้าซื้อหอยนางรมมาทำไรมากมายหรือ” ท่านพ่อถามทันทีเห็นกองหอยนางรมนั่น
“เอามาต้มเ้าค่ะ” เธอยิ้มเ้าเล่ห์และบอกอย่างอมพะนำ
“ท่านแม่เ้าคะ เห็ดหอมที่เราเจอในป่าท่านเก็บไว้ไหนหรือเ้าคะ” เธอถามหาวัตถุดิบที่สำคัญอีกอย่างกับท่านแม่ จากนั้นท่านแม่เธอเดินไปเปิดฝาตะกร้าสานใบใหญ่หนึ่งใน แล้วเอามาวางหน้าเธอ
เธอและท่านแม่ช่วยกันล้างหอยนางรมและเห็ดหอมจนสะอาด จากนั้นเธอก็นำหม้อแบ่งต้มหอยนางรมและเห็ดหอมจนหมดทั้งยี่สิบจิน แล้วนำขึ้นมาพักไว้ ต่อมานำหม้อใบที่ใหญ่ที่สุดในบ้านใส่น้ำมันเล็กน้อยผัดหอมจนมีสีเหลืองสวย
แบ่งเห็ดหอมและหอยนางรมที่พักไว้ลงมาผัด ใส่เกลือ กระเทียมโขก และรากเหยียนซุยผัดให้เข้ากัน จากนั้นนำน้ำต้มหอยกับเห็ดหอมที่แบ่งไว้เทลงมาเคี่ยวด้วยไฟอ่อน เอามาต้มแบบไม่เดือด เพื่อเอารสแล้วกลิ่นออกมาในน้ำให้มากที่สุด ใช้เวลาต้มประมาณสองเค่อ คนเรื่อยๆ อย่าปล่อยให้น้ำเดือด เพราะหอยจะแตกได้ น้ำที่ได้จะออกสีฟ้าๆ นวลๆ (สีฟ้ามาจากสีของหอย ส่วนสีนวลๆ มาจากส่วนผสมอื่นๆ)
จากนั้นนำไปกรองผ้าขาวบางเพื่อกรองเอาเศษหอยและสิ่งสกปรกที่อาจจหลงเหลือออก ให้เหลือแต่น้ำ นำไปใส่หม้ออีกใบและเคี่ยวต่อให้งวด ต้องกวนเรื่อยๆ ไม่ให้น้ำติดหม้อ และต้องคุมไฟไม่ให้แรง
โชคดีที่บ้านมีเตาอยู่สองเตา หลังจากใช้เตาหนึ่งเคี่ยวน้ำในหม้อที่เล็กกว่า อีกเตาก็นำหม้อใบใหญ่ลงผัดและเคี่ยวต่อไปอีก ทำวนจนเสร็จ กระทั่งได้ซอสหอยนางรมที่ไม่ใช่ซอสหอยแบบธรรมดา เพราะมีความหวานจากหอมใหญ่ และความหอมจากเห็ดหอมที่เพิ่มมา ทั้งความเค็มนัวจากทะเลธรรมชาติของเ้าตัวหอยนางรสเอง
จากหอยนางรมยี่สิบจิน เคี่ยวออกมาจนงวดกลายเป็ซอสหอยนางรมเพียงสิบจิน ถือว่าได้ครึ่งครึ่งพอดี
มื้อนี้แหละ เธอจะทำให้ครอบครัวได้รู้ว่าสูตรอาหารที่ผ่านมา เป็เพียงอาหารหมูเท่านั้น!!!
[1] ยามเว่ย (未:wèi) คือ 13.00 – 14.59 น.
[2] ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 – 20.59 น.
ติดตามตอนที่เหลือได้ที่ https://www.readawrite.com/c/39f120e929c16d2519187b3bc604b6ac ลงจนจบค่ะ