หลังจากเปิดน้ำศักดิ์สิทธิ์สายใหม่ขึ้นมาเเล้ว เหล่าภูติหลายตนที่อยู่ ณ ที่เเห่งนั้นก็กลับมาร่างเริงเเละขอบคุณฉันที่ช่วยทำให้น้ำตกนั้นกลับมาเป็อย่างเดิมอีกครั้ง
พวกเขาบอกจะจัดพิธีบางอย่างขึ้นอีกครั้งเเละขอให้ฉันเข้าร่วมพิธีนั้นด้วย เเต่นั่นเเหละฉันบอกปฏิเสธไปโดยบอกไปว่าตังเองมีธุระอื่นอยู่อีก
ไม่นานหลังจากนั้น คุณราชินีภูติก็เชิญให้ฉันไปดูของที่ได้ชื่อว่าเป็สมบัติของเหล่าภูติในคลังสมบัติที่อยู่หลังน้ำตก ที่นั่นมีลูกเเก้วเครื่องประดับสวยงามมากมาย เขาบอกให้ฉันหยิบอันที่ถูกใจกลับไปกี่ชิ้นก็ได้ เเต่ดูจากความจำเป็ตอนนี้เเล้วทั้งหมดนั่นมันไม่สำคัญอะไรกับฉันเลย
เเละเพราะเเบบนั้นฉันจึงออกมาจากที่นั่นโดยไม่ได้รับของใดๆมา...
มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะเพราะของที่นั่นมีเเต่เครื่องประดับซะส่วนใหญ่ซึ่งมันไม่เหมาะกับฉันเลยเเม้เเต่น้อย เเถมเขายังทิ้งให้ฉันเลือกหยิบอะไรเองตามใจชอบคนเดียวอีก เเบบนั้นใครจะไปกล้าหยิบกันล่ะ!
"เฮ้อ..."
เอาเถอะก็ใช่ว่าทั้งหมดที่ทำไปนั่นมันจะคว้าน้ำเหลวซะทีเดียว ฉันได้รู้อะไรหลายอย่างเเละได้ค่าประสบการณ์จากการจัดการกับปีศาจนั่นได้อีก เรียกว่าความพยายามของฉันมันยังไม่สูญเปล่าซะทีเดียว
ตอนนี้มีอะไรหลายอย่างที่อยากจะตรวจสอบอยู่ เพราะงั้นรีบๆกลับไปที่จุดประจำของฉันดีกว่า
ขณะคิดเเบบนั้นตอนกำลังจะเเอบหายไปเงียบๆ จู่ๆก็มีเสียงของภูติสองตนบินมาหาฉันที่อยู่ด้านหลังของน้ำตกภูติ
"ไม่ๆเ้าจะไปทั้งๆที่ยังไม่ได้รับการตอบเเทนจากเราไม่ได้นะ"
คุณราชินีภูติเอ่ยเรียกฉันจากด้านหลังเมื่อฉันหันไป ฉันก็เห็นว่ามีฟีต้าบินมากับเธอด้วย
"ได้โปรดให้พวกเราตอบเเทนท่านฟรานด้วยเถอะค่ะ พวกเราเหล่าภูติเป็หนี้บุญคุณท่านฟรานนะคะ!"
ท่านฟราน!?
"ก็ตามที่ฟีต้ากล่าวไป พวกเราเป็หนี้บุญคุณเ้าเพราะงั้นถ้าเ้า้าสิ่งใดเ้าก็สามารถขอกับเรามาได้เลย"
"...."
รู้สึกเเปลกๆเเหะ ไอ้เื่หนี้บุญคุณเนี้ย ตั้งเเต่เกิดมาฉันพึ่งจะได้ยินคำนี้กับตัวเป็ครั้งเเรก ที่โลกเดิมไม่เคยมีใครพูดเเบบนี้กับฉันมาก่อน...ถามว่าฉันรู้สึกดีใจไหม? ก็ไม่นะ...เพราะทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็ผลมาจากพลังของพระเ้านี่นา
ต่อให้มันเป็พลังจากตัวละครที่ฉันเคยเล่นในเกมก็เถอะ เเต่ความจริงที่ว่าพลังนี้ซึ่งสามารถใช้จัดการกับปีศาจเเละช่วยเหลือเหล่าภูติได้เป็ของที่ถูกยัดเยียดมาโดยไร้ซึ่งความยากลำบากอะไรก็ยังไม่เปลี่ยน...ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึกตัวเเต่ทันทีที่ฉันได้ยินว่าเวทยมนตร์ในโลกนี้เรียนรู้ยากขนาดไหนฉันก็เข้าใจได้ทันทีว่าพลังที่ตัวเองมีอยู่นั้นสุดท้ายเเล้วมันก็ไม่ใช่พลังของตัวฉันเอง
เพราะงั้นการจะรับค่าตอบเเทนเเละคำขอบคุณของพวกเขามามันทำให้ฉัน...
.....
/รับมันไว้เถอะนะคะ นายท่าน/
...เฮเลน?
/ฉันอาจจะเข้าใจความกังวลของนายท่านไม่ได้ทั้งหมด...เเต่เท่าที่ฉันเห็น-ฉันคิดว่าคนที่เอาสุดยอดพลังไปช่วยเหลือผู้อื่นอย่างนายท่านมีสิทธิที่จะได้รับคำขอบคุณจากพวกเขาค่ะ/
.....
นั่นมันก็พูดเกินไปนะ...จริงๆเเล้วฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะจะช่วยพวกเขาสักหน่อย
/เเต่สุดท้ายนายท่านก็ช่วยพวกเขาไม่ใช่หรอคะ/
นั่นมันเพื่อผลประโยชน์ต่อตัวฉันเองตังหากเล่า!...ว่าเเต่ฉันจะมาเถียงกับAIอย่างเธอทำไมเนี้ย!?
/....../
ฮึ่ม เอาเป็ว่ารับๆสิ่งตอบเเทนไปก็จบสินะ โอเคๆ
*
"ขอโทษที่ต้องถามนะคะ เเต่ถ้าสิ่งที่ฉันขอดูมันเป็คำขอที่ฟังดูพิลึกไปสักหน่อยมันจะเป็อะไรหรือเปล่าคะ?"
ฉันพักการโต้เถียงกับเฮเลนที่อยู่ในเฮดโฟนไว้เเค่นั้นเเละหันไปพูดคุณราชินีภูติที่กำลังบินรออยู่ใกล้ๆฉันเพื่อฟังคำขอ
"พิลึก? น่าสนใจดีนะ...ไหนเ้าลองขอมาดูสิ"
พอได้ยินเเบบนั้นฉันก็นึกถึงสิ่งที่อยากได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะให้คิดยังไงก็มีเเต่เื่นั้นเท่านั้นที่ฉันอยากได้มากที่สุด
"ถ้าฉันบอกว่าอยากจะได้น้ำศักดิ์สิทธิ์บางส่วนไปใช้เองนี่ จะเป็อะไรหรือเปล่าคะ?"
"..."
"..."
"...เเค่นั้นหรอ?"
"ค่ะ..."
พอได้ยินคำตอบนั้นภูติทั้งสองตนก็พากันกุมขมับของตนเเละส่ายหัวไปมา
"พิลึกจริงๆนั่นเเหละ"
"...ไม่ได้จริงๆสินะคะ"
ตอนที่ฉันเผลอพูดออกไปเเบบนั้นฟีต้าก็รีบหันมาพูดกับฉันพร้อมกับปัดมือรัวๆ
"ไม่ใช่ค่ะท่านฟราน ที่จริงเเล้วน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์น่ะ เดิมทีไม่ว่าใครก็ใช้ได้ค่ะ มันถูกสร้างมาเพื่อเเบ่งปันความสุขให้เเก่ทุกคน เพราะงั้นเราถึงปล่อยมันให้ไหลตามลำธารไงล่ะคะ"
อ้าว มันเป็เเบบนั้นเองหรอ....?
ก็นึกว่าพวกเขาจะปกป้องมันโดยพยายามไม่ให้คนอื่นใช้ซะอีก เเต่ดันกลายเป็ว่าใช้ได้ทุกคนเลยงั้นหรอ...ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เเต่รู้สึกเหมือนคุณค่าของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จะลดลงเลยเเหะ...
"ก็ตามที่ฟีต้าว่าไป คำขอของเ้ามันไม่ใช่อะไรที่จะเป็การตอบเเทนเื่ทั้งหมดนี้ได้ เพราะงั้นช่วยนึกคำขอดูใหม่เถอะ"
"...."
คำขอลองลงมาจากน้ำศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ...
ขณะคิดเช่นนั้นฉันก็หันกลับไปมองที่น้ำตกอีกครั้ง
ที่นั่นพวกภูติกำลังทำพิธีบางอย่างโดยส่งพลังเวทย์ลงไปในบ่อน้ำที่ส่องประกายระยิบระยับ จากตรงนี้ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น มันเหมือนจะเป็พลังงานที่มีอยู่เพื่อให้คนที่อยู่รอบๆมันรู้สึกผ่อนคลาย ลมที่พัดมาเบาๆมันมีกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกลิ่นของสมุนไพรลอยออกมาจากที่บ่อน้ำนั่นด้วย
เป็บรรยากาศที่ดีจริงๆ...ฉันมั่นใจเลยว่าเทพที่พวกเขากำลังขอบคุณอยู่ก็ต้องรู้สึกดีไม่ต่างจากฉันเเน่นอน
.....
อ่ะ เหมือนจะนึกคำขอรองลงมาได้เเล้วล่ะ
"เ้านึกคำขออย่างอื่นได้เเล้วหรอ?"
คุณราชินีภูติถามเเบบนั้นทันทีเมื่อฉันหันไปหาเขา นี่ท่าทางของฉันมันมองออกง่ายขนาดนั้นเลย?
"...ที่จริงมันก็ไม่มีเื่จะขอเเล้วล่ะค่ะ ฉันเเค่มีเื่จะถามสักสองคำถาม"
"คำถาม?...ไหนลองว่ามาสิ"
พอเธอให้ถามได้ฉันก็โค้งขอบคุณเล็กน้อยเเล้วจึงเริ่มถามคำถามเเรก
"เกี่ยวกับก่อนหน้านี้ที่คุณราชินีบอกฉัน ที่บอกว่าน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มันไหลไปถึงเมืองเเกรนเดอเรียเลยเนี้ย-เเสดงว่าที่เมืองใช้น้ำที่มีพลังในชำระล้างสูงอยู่ตลอดเวลาเลยงั้นหรอคะ? คือฉันไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงเื่น้ำศักดิ์สิทธิ์กันฉันเลยรู้สึกสงสัย"
"...เื่ที่ว่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ไหลไปถึงเมืองที่อยู่ไกลออกไปได้นั้นเป็เื่จริง เพียงเเต่พลังในการชำระล้างของน้ำศักดิ์สิทธิ์จะยิ่งอ่อนลงเมื่อมันไหลไปจากจุดกำเนิดมากเกินไปน่ะ"
หรือก็คือน้ำที่ไหลไปถึงเมืองมันสะอาดกว่าน้ำปกติเเค่นิดเดียวสินะเนี้ย...
"ถ้าอย่างงั้นคำสาปที่ปนไปกับน้ำนั่นก็...ไม่สิ-มันคงไม่เป็อย่างนั้นสินะคะ"
พริบตานึงฉันคิดว่าคำสาปที่เจือปนไปกับน้ำนั่นมันก็น่าจะอยู่ในหลักการเดียวกัน ผลของมันก็น่าจะลดลงบ้างไม่ต่างจากน้ำศักดิ์สิทธิ์
เเต่พอวิเคราะห์ดูดีๆเเล้วเหมือนว่าเื่มันจะไม่สวยหรูขนาดนั้นนะ หากมันปนไปกับน้ำธรรมดาก็ว่าไปอย่าง เเต่ไอ้เ้าคำสาปนี่มันดันเป็คำสาปที่ปนไปกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีผลชำระล้างล่ะ คำสาปที่รุนเเรงกว่าผลชำระล้างให้คิดยังไงมันก็ไม่น่าจะใช่คำสาปที่จะอ่อนลงได้เพราะระยะทางเลยนะ
ถึงเเม้มันจะเป็คำสาปที่เจือปนเหมือนกับมลพิษ เเต่มันก็รุนเเรงกว่านั้นมาก
ดีจริงๆที่เฮเลนบอกวิธีเเก้ปัญหาให้ ทำให้ตอนนี้คำสาปเ่าั้ได้ถูกชำระล้างไปหมดเเล้ว...หรือเปล่านะ? ถึงจะไม่ได้เห็นกับตาว่าคำสาปที่อยู่ในลำธารมันถูกชำระล้างไปหมดเเล้วหรือยังเเต่ดูสถานการณ์ตอนนี้ฉันคิดว่ามันคงจะถูกจัดการไปหมดเเล้วนั่นเเหละ
พอไขข้อข้องใจเื่นี้ได้ฉันก็นึกเื่ต่อไป
"...งั้นอีกคำถามนึงนะคะ ตอนที่ฉันไปที่ก้นบ่อน้ำเพื่อดูการทำงานของวงจรเวทย์นั่น มันมีเื่ที่ทำให้ฉันรู้สึกข้องใจอย่างมากอยู่ด้วย"
"...หมายถึงวงจรเวทย์หรอ?...เราว่าเราบอกเ้าไปหมดเเล้วนะ"
"เปล่าค่ะ ที่ฉันสงสัยไม่ใช่เื่ของวงจรเวทย์ เื่ที่ทำให้ฉันรู้สึกสนใจจริงๆคือศิลาหินที่เขาใช้มันเพื่อลงวงจรเวทย์ตังหากค่ะ"
"......"
พอได้ยินคำของฉัน คุณราชินีภูติก็หลับตาลง จากนั้นก็เงียบไปสักพักเหมือนกับกำลังคิดถึงเื่บางอย่างอยู่ ฉันคิดว่าเธอน่าจะกำลังนึกเเละเล่าให้ฉันฟังเเต่พอเขาลืมตาขึ้นมาพูดกับฉันอีกครั้งฉันก็ต้องรู้สึกผิดหวัง
"...ขอโทษด้วยนะ ที่เราไม่สามารถเล่าเื่นี้ให้เ้าฟังได้ เเม้ว่าเ้าจะไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรเเต่การบอกเื่นั้นให้คนนอกฟังมันจำเป็ต้องใช้เวลามากกว่านี้"
"...ไม่เป็ไรค่ะ ฉันพอเข้าใจที่คุณพูดอยู่"
เเสดงว่าฉันกับพวกเขาต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากกว่านี้สินะ...งั้นตัวจริงของศิลานั่นคงเป็อะไรที่ลับสุดยอดน่าดู
"ขอโทษจริงๆนะ ทั้งๆที่เ้าช่วยเหลือพวกเราเหล่าภูตติไว้หลายอย่างเเท้ๆ เเต่สิ่งที่เราสามารถตอบเเทนให้เ้าได้จริงๆกลับมีเพียงสิ่งนี้..."
คุณราชินีบินเข้ามาใกล้ฉันเธอยื่นมือเล็กๆมาที่ด้านหน้าของตัวเองเเละส่งสายตาขึ้นมามองฉัน
"ช่วยยื่นมือซ้ายของเ้ามาซิ"
ฉันยื่นมือไปที่คุณราชินีภูติด้วยท่าทางสับสน เขาวางมือเล็กๆมาที่หลังมือของฉันเเล้วเริ่มพึมพำเพื่อร่ายเวทย์บางอย่างคล้ายบทกลอน
...!
เเละในตอนนั้นเองที่หลังมือของฉันก็เริ่มรู้สึกถึงไออุ่นบางอย่างเเละยังมีเเสงอ่อนๆปรากฏขึ้นมาอีก ใบไม้รอบข้างเองก็ปลิวว่อนไปรอบๆมือของฉันอยู่สักพัก ในเวลานั้นคุณราชินีได้บอกให้ฉันอยู่นิ่งๆเอาไว้ซึ่งฉันก็ทำตามรอจนกระทั่งทุกอย่างสงบลง
....
หืม-นี่มัน...อะไรล่ะเนี้ย?
พอรู้สึกตัวอีกทีที่หลังมือข้างซ้ายของฉันก็มีสัญลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้น
มันเป็สัญลักษณ์สีขาวที่เป็รูปของเเฟรี่(นางฟ้ามีปีก)กำลังกางปีกนกอยู่เเละเพราะมันเป็สีขาวจึงทำให้เห็นมันบนมือที่สวมถุงมือสีดำได้อย่างชัดเจน
"...ขอโทษนะคะ เเต่สิ่งนี้คือ?"
"มันคือตราสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ภูติน่ะ สิ่งนี้จะช่วยเเสดงให้คนที่รู้จักมันเข้าใจว่าตัวเ้านั้นได้ถูกราชินีภูติอย่างเรายอมรับให้เป็มิตรสหายกับเหล่าภูติเรียบร้อยเเล้ว"
เอิ่ม ฟังดูยิ่งใหญ่เเปลกๆเเหะ...เเต่มันก็น่าจะเป็เเค่สัญลักษณ์ที่เเสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจเเค่นั้นล่ะมั้ง ยังไงเขาก็ไม่น่าจะให้อะไรที่มันใหญ่โตมาหรอก
"เเต่จะดีหรอคะ ที่ให้มันกับฉัน?"
"ก็เ้าไม่ยอมรับของจากในห้องสมบัติเลยนี่นะ เพราะเเบบนั้นจึงต้องให้สิ่งนี้เเทน"
ไม่ๆ ถ้าให้ฉันเดาล่ะก็นั่นมันเเค่ข้ออ้างนั่นเเหละ จริงๆเขากะจะให้ฉันเเต่เเรกอยู่เเล้วเเน่นอน ดูจากสีหน้านั้นก็มั่นใจได้เลยว่าต้องเป็เเบบนั้นเเน่...ถึงจะรู้สึกไม่สบายใจที่ได้มันมาก็เถอะ เเต่ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้อะไรมาล่ะนะ
"ยังไงก็ขอขอบคุณสำหรับสิ่งนี้นะคะ"
ฉันกล่าวขอบคุณเเต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังรู้สึกไม่พอจ
"ฮึ่ม...ที่จริงเราควรจะตอบเเทนเ้ามากกว่านี้นะ...จริงสิเ้าบอกว่าอยากได้น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สินะ ถ้าเ้าสามารถลอกเเบบวงจรเวทย์ที่เคยเห็นไปครั้งนั้นเเล้วนำไปสร้างบ่อน้ำของตัวเองขึ้นมาได้ เราก็จะไม่ห้ามหรือเข้าไปต่อว่าอะไรเ้าล่ะกัน"
"เอ่อ...ท่านเเม่คะ ต่อให้เป็ท่านฟรานก็เถอะค่ะ การจะสร้างบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอีกเเห่งได้นี่มันก็..."
นั่นสิ ต่อให้เป็ฉันมันก็ยังถือว่ายากอยู่
ไอ้เขียนวงเวทย์ขึ้นมาอีกอันมันก็ทำได้อยู่หรอก เเต่มันติดปัญหาตรงจะสลักไว้ไหนตังหาก ฉันจำเป็ต้องมีสิ่งของที่มีพลังเวทย์มหาศาลถูกบรรจุไว้อยู่ถึงจะสามารถสร้างบ่อน้ำของตัวเองออกมาได้นะ....เอาเป็ว่าถ้าฉันได้ศิลาเเบบเดียวกับที่พวกเขาใช้อยู่ ฉันคิดว่ามันน่าจะทำได้นั่นเเหละ
"ขอบคุณสำหรับค่าตอบเเทนนะคะ ถ้าอย่างงั้นฉันขอตัว-
"เดี๋ยวก่อนสิ ก่อนเ้าจะไปเราอยากจะรบกวนเ้าอีกสักเื่ก่อนได้หรือไม่?"
"รบกวน....?"
*
"ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ถ้าเื่นี้มันเป็การรบกวนเกินไปล่ะก็ฉันจะไปคนเดียวก็ได้ค่ะ"
"...ไม่ล่ะ ฉันรับปากว่าจะช่วยเเล้วนี่ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลหรอก"
หลังจากที่ออกมาจากน้ำตกของภูติฉันเเละฟีต้าก็ได้ออกเดินทางไปที่เมืองเเกรนเดอเรียด้วยกัน
ฟีต้านั้นจำเป็ต้องนำเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้...เื่ที่ถูกอัศวินปีศาจโจมตีไปบอกกับท่านเ้าเมืองเเละกิลด์มาสเตอร์ที่เมืองเเกรนเดอเรีย เเละเพราะเเบบนั้นฉันจึงถูกไหว้วานให้ไปเป็คนคุ้มกันฟีต้าจนกว่าจะถึงเมือง ซึ่งมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเพราะยังไงเป้าหมายของฉันก็คือการกลับไปเมืองก่อนเย็นอยู่เเล้ว
"จะว่าไปภูติที่จะไปส่งข่าวก่อนหน้านี้ถูกเรียกตัวกลับมาเเล้วสินะ?"
"ค่ะ ในกรณีนั้นถือเป็เวลาฉุกเฉินท่านเเม่จึงรีบสั่งไปโดยไม่ทันคิดว่าภูตินั้นอาจจะเจออันตรายระหว่างการเดินทางได้...เเม้จะเป็ภูติอย่างพวกเรา เเต่ถ้าเดินทางผ่านป่าเเกรนฟอเรสตัวคนเดียวล่ะก็มีสิทธิที่จะถูกมอนเตอร์ระดับสูงเล่นงานได้ค่ะ"
"พวกเธอตัวเล็กเเถมยังบินได้อีกไม่ใช่หรอ ไม่ใช่ว่านั่นน่าจะเป็ข้อได้เปรียบจากการหลบหนีจากมอนเตอร์พวกนั้นหรอ?"
"ส่วนใหญ่ก็หลีกเลี่ยงได้ค่ะ เเต่ภูติอย่างเราเเพ้ทางมอนเตอร์บางประเภทที่อยู่ในป่านั่นทำให้ไม่สามารถหลบซ่อนมันได้อย่างเต็มที่ เรียกว่าเป็ศัตรูตามธรรมชาติเลยก็ว่าได้ค่ะ"
มอนเตอร์ที่ชนะภูติที่ทั้งบินได้เเละใช้เวทย์ได้งั้นหรอ...
ถ้าเอาจากความทรงจำของฉัน ตั้งเเต่ได้ลองสู้กับมอนเตอร์หลายประเภทดูฉันยังไม่เจอไอ้ตัวที่น่าจะอะไรเเบบนั้นได้เลยนะ? ที่ดูใกล้เคียงสุดก็น่าจะเป็ไวเวิร์นสีดำตัวนั้น เเต่นั่นมันไม่ใช่มอนเตอร์ที่จะโผล่มาบ่อยๆทำให้มันเป็ประเภทที่ถูกตัดทิ้งไปจากตัวเลือกที่น่าจะโผล่มาในป่านี้
อ่ะ เเล้วก็เเกรนเดอเรียฟอเรสเป็ชื่อป่าที่ฉันมาประจำล่ะ
"นี่ฟีต้า ฉันมีที่ๆต้องเเวะสักหน่อยนะ เธอช่วยรออยู่ในที่ปลอดภัยใกล้ๆลำธารเเถวนี้ทีสิ"
"เข้าใจเเล้วล่ะค่ะ"
เมื่อฟีต้าเข้าไปหาที่หลบฉันก็วิ่งไกลออกมาจากจุดนั้นนิดหน่อยจากนั้นก็เรียกร้านค้าเเมวทั่วไปออกมา
"ป่านนี้คงเลือกหูเเมวกันเสร็จเเล้วล่ะมั้ง..."
****