นั่งรอไอ้แกละประมาณ15นาที ก็เริ่มเมื่อย พักตร์พร้อมจึงอุ้มตะกร้าสานที่มีหมาน้อยสองตัวอยู่ในนั้นขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนที่นั่งจากต้นไทรใหญ่หน้าห้องน้ำวัด
เปลี่ยนเป็ย้ายมานั่งใต้ต้นพิกุลหน้ากุฎีของท่านเ้าอาวาสอากาศก็ดีกว่าหน้าห้องน้ำวัดขึ้นมาหน่อย ขึ้นชื่อว่าห้องน้ำแม่ชื่อจะสวยหรูแค่ไหนก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์อยู่ดี
….
…
บริเวณหน้ากุฎีของท่านเ้าอาวาสมีต้นพิกุลเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่งส่งกลิ่นหอมอบอวลแทบทุกฤดู พิกุลต้นนี้ชาวบ้านเขาเล่าลือกันว่าขอหวยแม่นนัก แต่ต้องแลกกับการถือศีล8มาแลกหลังจากถูกหวยถูก5บาทก็ต้องถือ5วันถูก10บาทก็ต้องถือ10วัน
ในคราแรกชาวบ้านที่ถูกหวยก็ครึกครื้นตื่นเต้นกันเป็แถวแป้งเอยน้ำอบเอยเต็มโคนต้นไปหมดลามไปถึงชุดไทยแบบถูกๆที่ลิเกข้างวัดชอบใส่ก็ตามมาแทบล้นใต้ต้นพิกุลจนโดนท่านเ้าอาวาสเบรกไว้
“หน้ากุฎีเ้าอาวาสนะเฮ้ย..ไม่ใช่ราวตากผ้าหลังโรงลิเก”
พอชาวบ้านถูกหวยมากๆเข้าก็ต้องมาถือศีล8เพื่อแก้บน แต่พอต้องมาถือศีลหลายๆคนแอบขี้โกง ไม่ได้มาถือตามจำนวนที่ถูกหวย เงินที่ได้มาก็มีอันต้องเสียไปกับเื่ไม่เป็เื่ บางคนก็มีอุบัติเหตุ บางคนก็โดนผีหลอกมีเหตุแปลกๆแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าใครจะโดนอะไร รวมๆแล้วคือสั้นๆ..เฮี้ยน
ต้นเหตุของความฝันเื่ถือศีลหลังจากถูกหวยนั้น… มันมาจากยายแม้นแสนรัก จริงๆยายแกชื่อแม้นเฉยๆแต่พักตร์พร้อมจะเป็คนชอบเติมสร้อยห้อยท้ายให้กับบรรดาเซเลปในหมู่บ้านเสมอ จนบ่อยๆเข้าชาวบ้านก็เริ่มเอาชื่อที่พักตร์พร้อมเป็คนตั้งให้เรียกจนเคยปากไป
จนตอนหลังเป็ที่โจษจันถึงความเฮี้ยนของต้นพิกุลต้นนี้ ว่ากันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ไม่ใช่ความบังเอิญในเมื่อโดนกันทั่วหน้าแบบนี้ก็เลยไม่มีใครกล้าลบหลู่
ต่อมาการขอหวยกับต้นพิกุลหน้ากฎีเ้าอาวาสเลยเป็เื่ที่คนหมดหนทางจนตรอกในชีวิตจริงๆแล้วเท่านั้นถึงจะกล้ามา และแต่ละคนก็ต้องถือศีล8ตอบแทนอย่างเคร่งครัด
ในภายหลังการขอหวยแบบฮาร์ดคอร์ก็เลยไม่เป็ที่นิยมสักเท่าไหร่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ชอบถือศีล8แต่ชอบถวายเครื่องเซ่นมากกว่าเพราะง่ายดี เคยมีคนกล่าวไว้ว่า โจรถวายเงินทำบุญได้แต่โจรจะถือศีลไม่ได้ คงจะเป็เื่จริง..เพราะถ้าถือศีลได้คงไม่เป็โจร…
อันที่จริงมันก็แค่นั่งหลับตากับกินข้าวแค่2มื้อมีที่นอนให้สบายๆไม่มีฝนตกใส่หัว บางทีอาจจะดีกว่าที่บ้านด้วยซ้ำแต่ทำไมใครๆถึงไม่อยากมาถือศีลกัน อยู่ข้างนอกวัดต้องทุกข์กับการหาใส่ปากใส่ท้อง ต้องทุกข์เพราะการนินทาเสียดสี กลับยินดีที่จะเผชิญชะตาแบบนั้นมากกว่ามานั่งหลับตาภาวนาในวัดนี่แหละชีวิตมนุษย์ขี้เหม็น
พักตร์พร้อมนึกถึงเงินค่าหวยในกระเป๋าที่ตนเองที่ต้องเจียดไปซื้อนมแพะให้กับลูกหมาสองตัวในตะกร้าแล้วก็ปวดใจ ราคาตะกร้ากับผ้าห่มหมานี่น่าจะแพงกว่าเงิน200บาทที่เธอเอาค่าหวยของเจ้ไผ่มาจ่ายให้ก่อน
พอคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็เริ่มพิจารณาผ้าอย่าจริงๆจังๆ พักตร์พร้อมลูบๆคลำๆด้วยความสงสัย ถึงขนาดหยิบผ้าขึ้นมาดม
“.."มันเป็ผ้าอะไรวะทำไมมีกลิ่นหอมเหมือนดอกบัว หรือว่าเ้าของหมาจะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นดอกบัว มีด้วยเหรอวะกลิ่นดอกบัว จะว่าไปผ้าไหมก็ไม่ใช่ผ้าอะไรวะพักตร์พร้อมบ่นพึมพำ ๆพูดคนเดียวทำท่าทางเหมือนพวกแขกขายผ้าทั้งๆที่ตนไม่มีความรู้เื่ผ้าสักนิดเดียว
“แน่นแน่!! เจ้พัก เจ้จะขโมยผ้าหมาเหรอนี่ผ้าหมานะเจ้ยังจะเอาอีกเหรอ”
เสียงเ้าแกละดังข้างๆทำเอาพักตร์พร้อมใ ยกเท้ายันโครมไปที่ต้นเหตุ
“โว้ย.. ใหมดแกจะมาแบบคนปกติๆเขาไม่ได้รึไง ไอ้นี่..สมน้ำหน้าไงล่ะเซอร์ไพร์ไหมล่ะลูกถีบข้า”
เ้าแกละนั่งแอ้งแม้งลงไปกับพื้น ลุกขึ้นเอามือลูบตูดปรอยๆมันก็เจ็บอ่ะนะ แต่ก็ยังเจ็บไม่สุดมันเลยไม่ร้องออกมาให้อายหมาสองตัวในตะกร้า ได้แต่ทำหน้านิ่งๆกลั้นน้ำตาที่ตกใน
“นี่ๆอย่ามัวแต่ดื่มด่ำกับรอยถีบของข้าอยู่ แกรีบไปเอาน้ำร้อนในกุฎีของท่านอาจารย์รองเ้าสำนักมาสิ จะได้ชงนมให้เ้าตัวแดงๆ2ตัวนี้เสียที”
พักตร์พร้อมและพวกเด็กวัดลูกสมุนค่อนข้างบ้าซีรี่ย์จีนกำลังภายในจึงมักจะเพิ่มตำแหน่งและชื่อเรียกที่รู้กันเฉพาะกลุ่มตนเองให้กับบุคคลที่อยู่ในวัดและชุมชนเสมอ รองเ้าอาวาสก็เป็หนึ่งในนั้น
หายไปประมาณ3นาทีเ้าแกละก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินหิ้วกระติกน้ำมาให้ “มาแล้วๆคร้าบท่านจอมยุทธหญิง”
เ้าแกละถือโอกาสสอพลอ ยกให้ลูกพี่มันเป็จอมยุทธหญิงหวังเอาใจให้หายเคืองเื่ที่มันทำให้ใ พักตร์พร้อมยิ้มขันในความทะลึ่งของเ้าแกละ แล้วรับเอาน้ำร้อนมาล้างขวดนมและชงนมแพะให้กับหมาน้อยอย่างคล่องแคล่ว
พอนมเริ่มอุ่นจนกระทั่งทดสอบดูแล้วว่าหมาน้อยสองตัวสามารถกินได้โดยที่ไม่ลวกปาก พักตร์พร้อมก็เริ่มป้อนให้กับเ้าตัวที่อ่อนแอก่อน พร้อมกับลูบหัวมันแล้วเอ่ยเบาๆว่า
"เ้าตัวน้อยกินนมนะแล้วหายป่วยไวๆเพี้ยง!! ขอบุญกุศลที่ข้าทำมาดลบันดาลให้พวกแกทั้งสองตัวรอดชีวิตนะ ข้ายกบุญให้แกหมดเลยเอ้า!..
สิ้นเสียงคำอธิษฐานที่บริสุทธิ์ปราศจากความโลภของพักตร์พร้อม ก็บังเกิดละอองสีทองคลุมที่ตัวของหญิงสาวและสุนัขสองตัวน้อยๆในตะกร้าโดยที่ไม่มีใครสังเกตุด้วยตาเนื้อเห็น
จะมีก็เพียงแต่หลวงตาเ้าอาวาสที่นั่งภาวนาอยู่ในกุฎีเท่านั้นที่เห็นความมหัศจรรย์นี้ เพราะอำนาจบุญจากการอธิษฐานที่พักตร์พร้อมเพิ่งทำสำเร็จ จึงบังเกิดผลทันตา
หมาน้อยในตะกร้าทั้งสองตัวมีท่าทางดูสดชื่นขึ้นหลังจากดื่มนมเสร็จทันที โอ๊ะโอ๊ว..ที่แท้คงจะหิวนี่เอง ค่อยโล่งใจไปเสียที หญิงสาวมองเ้าตัวน้อยสองตัวในตะกร้าอย่างถูกชะตา แล้วหันไปหาเ้าแกละพูดว่า
“แกละ..ข้าว่าเอ็งไปขอค่าบำรุงมูลนิธิเพิ่มจากท่านรองเ้าสำนักทีสิ เ้าสองตัวนี้ยังเล็กมากๆปล่อยไว้แบบนี้ถ้าไม่มีคนดูแลคงจะตายเปล่าไปบอกท่านว่าข้าให้มาขอบอกว่าข้าจะเอาไปเลี้ยงเองแต่ขอช่วยค่าบำรุงมูลนิธิสัก400บาทเอ็งก็รู้นมแพะอ่ะมันแพงนะเว้ย..เงินแค่400บาทท่านรองเ้าสำนัก ออกอีเว้นท์งานศพแค่คืนเดียวก็ได้แล้ว”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงสั่งการลูกสมุนเสร็จ ก็มีหมากแห้งลอยกระทบหัวของพักตร์พร้อมอย่างจัง
.."โอ้ย!! เสียงหญิงสาวอุทานด้วยความเจ็บแล้วลุกพรวดขึ้น “หนอยใครว่ะใครซัดอาวุธลับใส่ข้า”
“ข้าเอง.. เอ็งจะทำไมห๊า..นังหนู หนอย..ขอค่าบำรุงเพิ่มแค่ออกอีเว้นท์งานศพคืนเดียวก็ได้แล้วนรกจะกินกะบาลเอ็งสักวัน"
เสียงภิกษุอายุ50กว่าปี สวนกลับมาพร้อมร่างท้วมที่หายใจหอบเนื่องจากรีบเดินมาดูอันธพาลน้อย
หลวงลุงบุญมีบวชมา20กว่าพรรษาก็ได้เป็รองเ้าอาวาส เพราะหลวงตาเ้าอาวาสยกการบริหารจัดการภายในวัดให้ เนื่องจากอายุมากแล้ว
เหตุผลคือหลวงตาอยากจะนั่งภาวนามากกว่ามาคอยดูแลวัดที่มีแต่ปัญหาจุกจิกทั้งวัน หลวงลุงบุญมีเป็คนในพื้นที่แต่ครอบครัวไม่มีแล้ว บวชตอนแรกเพราะตั้งใจว่าจะแค่บวชหน้าไฟให้กับพ่อที่เสียชีวิตไป แกไม่มีครอบครัวบวชไปบวชมาหลวงตาก็วานให้ทำโน่นทำนี่เป็ธุระจัดการในวัด เลื่อนไปเลื่อนมาก็เลยบวชจนเกือบ20พรรษาและได้ตำแหน่งรองเ้าอาวาสไปครอง เพราะเหตุนี้