สะใภ้สาวท้องโย้หันมาบอกลาแล้วค่อย ๆเดินย่องกลับขึ้นไปบนห้องนอนของตนเอง ปล่อยให้คุณย้งนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง
…
ชีวิตของเธอในคฤหาสน์หลังงามค่อย ๆ ผ่านไป
จนกระทั่งเมื่อครบอายุครรภ์เก้าเดือนชมดาวก็คลอดบุตรชายออกมาให้เป็ที่ชื่นอกชื่นใจของอาเตี่ยอาม๊ายิ่งนัก
เด็กชายตัวน้อยน่ารักน่าชัง ผิวขาวแบบลูกคนจีนแท้มีแก้มยุ้ย ๆ ปากกระจับได้รูป จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยคล้ายแม่
“น้องแม็ค เตี่ยขอตั้งชื่อให้เขาว่า แม็ค นะหลานชายคนแรกของตระกูลเรา”
อาเตี่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างเป็ครั้งแรกนับั้แ่ชมดาวเข้ามาในบ้าน
ชีวิตของชมดาวดูเหมือนจะสงบสุขและสมบูรณ์แบบขึ้นในระดับหนึ่งเธอได้เป็คุณนายเ้าของโรงงาน มีลูกชายที่น่ารัก
และเธอยังเข้าใจไปเองว่า ตัวเองเริ่มได้รับการยอมรับจากพ่อแม่สามีมากขึ้นเพราะพวกท่านมัวแต่สนใจหลานตัวอ้วนจ้ำม่ำ โดยไม่มีเวลามาพูดจากระทบกระเทียบลูกสะใภ้เหมือน่แรกๆ
…
แต่แล้วสามีของเธอ ซึ่งเป็คนจริงจังกับการงานจำเป็ต้องเดินทางไปดูแลกิจการที่ต่างประเทศเป็เวลาหลายเดือนติดต่อกันยังไม่มีกำหนดกลับจนกว่าธุรกิจทางโน้นจะเรียบร้อย
ส่งผลให้เบื้องลึกในใจของเธอยังคงมีความปรารถนาบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เื่บนเตียง
ชมดาวพยายามที่จะจะไม่คิดมากว่า ั้แ่ที่ผัวเธอไปทำงานเมืองนอกอาม๊าของคุณสมยศก็เริ่มมีท่าทีเ็ากับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตจากการอาการตาขวางที่หล่อนมักจะทำใส่ชมดาวอยู่เสมอ
หารู้ไม่ว่านางกิมลั้ง แม่ผัวของเธอเป็ตัวการสำคัญที่คอยยุยงปลุกปั่น ให้ลูกชายของตนนึกรังเกียจในความต่ำชั้นของเมียตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
‘เมื่อไหร่คุณสมยศจะกลับนะ ฉันเหงาเหลือเกิน’
ชมดาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เธอไม่รู้เลยว่าการจากไปนาน ๆ ของสามีในครั้งนี้ จะนำพาเื่ราวที่คาดไม่ถึงและบทเรียนแห่งความเร่าร้อนบทใหม่เข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง
…
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องแม็คลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของชมดาว เติบโตขึ้นอย่างน่ารักน่าชังอีกไม่กี่เดือนเ้าตัวเล็กก็ใกล้จะสองขวบแล้ว เขาเป็เด็กฉลาด ร่าเริง และช่างพูดช่างเจรจาทำให้ใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้
คุณสมยศสามีของเธอยังคงต้องดูแลกิจการที่ต่างประเทศอย่างไม่มีกำหนดกลับแม้จะคิดถึงสามีจับใจ แต่ชมดาวก็ทำได้เพียงโทรศัพท์ไปหาเขาบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ผู้เป็สามีมักจะไม่ค่อยมีเวลารับสายหรือถ้าคนทั้งสองมีโอกาสได้สนทนากันก็เพียง่เวลาสั้น ๆและมักเป็เื่เกี่ยวกับลูกชายตัวน้อยเท่านั้น
จนชมดาวอดที่จะสงสัยอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ว่าสามีเธออาจเปลี่ยนใจ เขาอาจไม่้าเธอแล้วหรือเปล่า?
ความห่างไกลทำให้ความ้าทางกายของเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างเงียบๆและร้อนรุ่มกว่าเดิมหลายเท่า
เช้าวันหนึ่ง คุณสมยศโทรมาหาชมดาวเป็ครั้งแรกเขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“น้องชมพี่คิดว่าแม็คควรจะเข้าโรงเรียนได้แล้วนะ พี่อยากให้ลูกรีบเข้าเรียนให้เร็วที่สุด”
“แต่คุณสมยศคะ น้องแม็คเพิ่งจะหนึ่งขวบสิบเอ็ดเดือนเองนะคะเด็กคนอื่นเขายังไม่เข้าโรงเรียนกันตอนนี้เลยค่ะ”
ชมดาวพยายามท้วง เพราะตามปกติแล้ว เด็กส่วนใหญ่จะเข้าชั้นเตรียมอนุบาลเมื่ออายุประมาณสองขวบครึ่งถึงสามขวบ
“ไม่ครับ พี่อยากให้แม็คได้เปรียบคนอื่นยิ่งโต ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมชมเองก็ดูท่าทางจะสอนภาษาอังกฤษให้ลูกเองไม่ได้แน่ๆ”
คุณสมยศกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
“พี่ดูข้อมูลมาแล้วโรงเรียนอินเตอร์ประจำจังหวัด AJS นั่นแหละดีที่สุดชมจัดการพาน้องแม็คไปสมัครเรียนซะ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
พอพูดธุระเื่ลูกจบสามีเธอก็รีบวางสายโดยทันที ไม่มีแม้แต่คำหวานที่สื่อถึงความคิดถึงให้กับเธอ
ชมดาวจำต้องทำตามคำสั่งของสามีเธอพาน้องแม็คตัวน้อยไปสมัครเรียนที่ โรงเรียนนานาชาติ AJSซึ่งเป็โรงเรียนอินเตอร์ชื่อดังประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการสอนและค่าเทอมที่แพงหูฉี่
บรรยากาศภายในโรงเรียนโอ่อ่า หรูหราสวนทางกับชีวิตบ้านนอกของเธออย่างสิ้นเชิง ถ้าเธอไม่ได้ผัวรวยแบบสมยศ ชาตินี้ชมดาวก็ไม่มีทางพาลูกมาเข้าโรงเรียนดีๆ แบบนี้ได้เป็แน่
เมื่อมาถึงห้องธุรการ คุณครูอนุบาลสองคนพาน้องแม็คไปลองเล่นกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนเด็กเล็ก
เพื่อเป็การทดสอบว่าเ้าตัวเล็กของเธอสามารถเข้ากันได้กับเด็กที่โตกว่าเกือบขวบปีหรือไม่
“ไว้คุณแม่ค่อยมารับน้องแม็คกลับบ้านตอนเวลาบ่ายโมงตรงนะคะ”
คุณครูประจำชั้นแจ้งกับชมดาวหลังจากสังเกตดูน้องแม็คแล้วว่าน่าจะอยู่ร่วมกับเพื่อนในห้องได้โดยไม่มีปัญหาเื่วัยที่แตกต่างกัน
ส่วนคุณนายชมดาวก็ถูกส่งตัวไปพบกับ ครูพงศพรรค ครูใหญ่ของโรงเรียน
เขาเป็ชายวัย 55 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผมสีเข้มใบหน้าดูภูมิฐาน แต่แววตาของเขากลับซุกซนและแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์อย่างที่ชมดาวไม่ทันได้สังเกต
“สวัสดีครับคุณนาย เอ่อ คุณแม่ของน้องแม็คนะครับ”
ครูพงศพรรคกล่าวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มสายตาของเขาจ้องมองสำรวจเรือนร่างของชมดาวั้แ่หัวจรดเท้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวใต้ชุดกระโปรงสั้นตัดเย็นด้วยผ้าเนื้อบาง และสะโพกผายที่รับกับบั้นเอวคอดกิ่ว
‘ผู้หญิงคนนี้หุ่นดีชะมัด นมใหญ่ชิบหายแต่หน้าท้องกลับแบนราบ เอวก็เล็กนิดเดียว ยังกับสาว ๆ ที่ยังไม่เคยผ่านการมีลูกมาก่อนเลยด้วยซ้ำ’
ชมดาวรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับสายตาที่มองมาแต่ก็พยายามยิ้มตอบ
“สวัสดีค่ะครูใหญ่ ชม ชมดาวค่ะ พอดีคุณสมยศสามีของดิฉันที่ตอนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ เขาอยากให้น้องแม็คเข้าเรียนเตรียมอนุบาลที่นี่น่ะค่ะ”
ครูพงศพรรค พยักหน้าช้าๆ
“ครับ ผมทราบเื่แล้วครับ แต่คุณนายครับ น้องแม็คยังเด็กเกินไปนะครับเพิ่งจะขวบสิบเอ็ดเดือนเอง ปกติแล้วเราจะรับเด็กประมาณสองขวบครึ่งถึงสามขวบนะครับ”
“แต่คลาสเรียนพิเศษนี้ดิฉันได้ยินมาว่าเป็แค่การฝึกให้เด็กๆทำกิจกรรมกันเพื่อรู้จักการเข้าสังคมไม่ใช่หรือคะ มันไม่ใช่แนววิชาการนี่นา ตาหนูของฉันเป็เด็กฉลาดนะคะน่าจะเข้าเรียนได้ ครูใหญ่ช่วยพิจารณาใหม่อีกครั้งเถอะนะคะ”
ชมดาวพยายามอ้อนวอนเธอไม่อยากทำให้สามีผิดหวัง
ครูพงศพรรคทำทีเป็ครุ่นคิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองชมดาวด้วยแววตาเ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเดิม
“งั้นคุณแม่ก็คงต้องพิสูจน์ให้ครูใหญ่เห็นถึงความตั้งใจที่จะยอมเสียสละทั้งกายและใจก่อนนะครับถ้าอยากให้น้องแม็คได้เข้าเรียนจริงๆ”
ชมดาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
‘พิสูจน์อะไร? เสียสละกายและใจ?หมายความว่าไง?’
แต่ในใจของเธอมีเพียงคำว่า “เพื่อลูก”
“แล้วครูใหญ่้าให้ดิฉันพิสูจน์ยังไงล่ะคะถ้าเพื่อตาหนูแล้วฉันยอมได้ทุกอย่างค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ครูพงศพรรคยิ้มร้าย
“ถ้างั้นคุณนายก็เดินไปล็อคประตูห้องผมก่อนสิครับ แล้วเราค่อยมาคุยกันต่อ จะได้ไม่มีใครมารบกวนระหว่างที่เรา'ปรึกษา' กันนะครับ”
‘ล็อคประตู? นี่มันอะไรกันเนี่ย... แต่เพื่อลูก ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อลูก’
ชมดาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้าหัวใจเต้นรัวแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก
เธอพยายามสลัดความคิดที่ไม่ดีออกไปจากหัวแล้วเดินไปที่ประตูห้องทำงานของครูใหญ่มือเรียวของเธอสั่นเทาขณะที่เอื้อมไปหมุนลูกบิดล็อคประตู
เสียง “คลิก”ของกลอนประตูดังก้องอยู่ในความเงียบของห้องทำงานครูใหญ่ราวกับเป็เสียงสัญญาณแห่งการเริ่มต้นบทบาทใหม่ที่ชมดาวไม่เคยคาดคิด