ลอร์เรนซ์เดินตามเข้าไปในสวนดอกไม้ เห็นเงาด้านหลังของกลุ่มคนเดินเลี้ยวหายไปที่หัวมุมแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นดั่งนั้นเด็กสาวจึงค่อยๆถือกระเป้าสัมภาระของตนย่องเบาเงียบๆตามไปช้าๆ
พลั่ก
“นี่คิดว่าแค่มีผู้ชายเลียแข้งเลียขา เธอคิดว่าเธอจะตัวหยิ่งสร้างเื่วุ่นวายในสถาบันยังไงก็ได้เหรอ แคร์โรไลน์..”
“เหอะ.. ฉันก่อเื่อะไรเหรอ เธอ้าจะพูดอะไรกันแน่ ชาลอต”แคร์โรไลน์ที่ถูกพลักไปเข้าไปที่กำแพงไม้เลื้อยอย่างแรงพูดออกมาอย่างราบเรียบ สายตาสีเขียวน้ำทะเลจ้องไปที่เด็กสาวผมเป็ลอนสลวยสีทองงดงาด หรือ ชาลอต ที่กุมคอเสื้อของตนอยู่พร้อมกับคนอื่นๆที่ยืนล้อม
รอบไม่ไหวติ่งไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ไม่ต้องมาแก้ตัว ยัยร่านนี่! กี่คนแล้วล่ะที่แกได้นอนด้วย กี่คนแล้วที่ถูกแกแย่งคนที่รักของพวกเขาไป! เหอะ แกมันเป็ผู้หญิงต่ำช้าที่แค่มีรูปร่างหน้าดีกว่าคนอื่นนิดหน่อย กลับกล้าทำเป็อวดดี....” ชาลอตตะคอกอย่างแรง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความชิงชัง คนอื่นๆที่ยืนอยู่ก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นแคร์โรไลน์ดูไม่ทุกข์ร้อนไดๆทั้งที่กำลังถูกพวกตนรุมล้อม ทำให้พวกเธอเกลียดชังอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
ลอร์เรนซ์ที่แอบหลบที่อยู่หัวมุมมองเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกใเล็กน้อย หลังจากที่ได้ฟัง ชาลอตคนอื่นๆที่ยืนอยู่เธอไม่รู้จักแต่ดูเหมือนเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นจะถูกแคร์โรไลน์ลักลอบเล่นชู้กับคนรักของพวกเธอ ลอร์เรนซ์ไม่ทราบว่าที่คนกลุ่มนั้นกล่าวจริงเท็จแค่ไหน แต่เธอรู้ว่าเทพธิดาประจำสถาบันอย่างแคร์โรไลน์นั้นมีผู้ชายหลายคนไล่ตามเป็ความจริง
เด็กสาวรับรู้ว่าปัญหานี้ค่อนข้างหนักและไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย ถ้าเธอเข้าไปยุ่งเกี่ยว เด็กสาวพวกนั้นอาจจะเหมารวมเธอและตกเป็เป้าในการกลั้นแกล้งก็ได้ ลอร์เรนซ์เริ่มรู้สึกอยากเดินกลับไปหาเบนจามิน โนเอล และนิโคลในตอนนี้เสียทันที
“อย่ามาใส่ร้ายกันสิ ฉันไม่เคยทำเื่แบบนั้น แถมที่เธอพูดมาไม่มีหลักฐานทั้งนั้น ”แคร์โรไลน์ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำอะไรเพื่อเป็การต่อต้านและพยายามพูดอย่างใจเย็น
คำพูดของเธอทำให้เด็กสาวสองสามคนชะงักไป ชาลอตที่ได้ยินก็กำฟันแน่นด้วยความโกรธกดแคร์โรไลน์เข้าไปที่กำแพงแรงขึ้นจนสีหน้าเ็าของเด็กสาวบิดไปด้วยความเ็ป
“ยังจะมาแก้ตัวอีก! ..หลักฐานที่เธอถามนะพวกฉันมีมันตั้งนานแล้ว! มอลลี่!”ชาลอตหันหาเด็กสาวร่างเล็กที่ยื่นอยู่วงนอกสุด
สแคร์โรไลน์ที่ได้ยินแบบกันพลันเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาของเธอทอประกายความสนใจเล็กหันไปมองมอลลี่ที่เดินเข้ามา
“เธอรู้จัก โทมัส รึเปล่า”มอลลี่ถามคำถามเสียงเบา รอบดวงตาของเธอที่มีรอยบวมแดงเหมือนผ่านการร้องให้มาหลายวัน
แคร์โรไลน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็จะพยักหน้าตอบและยักไหล่อย่างไม่ยี่หร่ะ
“ที่อยู่ชั้นปีสูงน่ะเหรอ ก็พอรู้จักอยู่..แล้วมีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันเหรอ?”
ท่าทางไม่ยินดียินร้ายของเธอดูเหมือนกระตุ้นอารมณ์ของคนรอบข้างได้เป็อย่างดี
“เขา....เขาเป็คู่หมั่นของฉัน ตระกูลของเราหมั่นหมายกันั้แ่อายุ 12 เราไปกันได้ด้วยดีมาก.... แต่ว่าั้แ่ที่เธอเข้ามาเรียนที่สถาบัน เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป พวกเราเจอกันน้อยลง และฉันเห็นเขาอยู่กับเธอบ่อยครั้ง.. ” มอลลี่กล่าวเสียงสั่น ดวงตาเธอเริ่มเปียกชื่น
“โอ แต่นั้นก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้อยู่ดี”แคร์โรไลน์พยายามกล่าวอย่างนุ่มนวล ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลมองไปที่มอลลี่อย่างใจเย็นแม้จะรู้สึกเจ็บที่หลังเนื่องจากถูกกดเข้าหากำแพง
มอลลี่ที่เห็นสายตาคู่สวยของอีกฝ่ายไม่ปรากฏระลอกคลื่นของความรู้สึกไดๆพลันกัดฟันแน่น
“ ฮึก ฉัน...ฉันแอบสงสัยมาหลายครั้ง ปกติพวกเรามักนัดพบกันที่สาธารณะพีเทล ในคืนวันศุกษ์บ่อยๆ แต่ั้แ่เธอเริ่มวนเวียนอยู่รอบตัวเขา เขาก็มักไม่มาตามนัด”มอลลี่กล่าวด้วยความอัดอั้นใจ น้ำตาค่อยๆไหลลงอาบแก้ม
“จากนั้นในเวลาหลังเลิกเรียน ฉันก็เริ่มแอบตามเขาจากด้านหลังลับ ฉันเห็นเขาไปที่โบสน์ที่เธออาศัยอยู่บ่อยๆ ทว่าฉันก็คาดสายตาหลังจากนั้นเสมอแม้ว่ารอจนมืดค่ำ….แคร์โรไลน์ฉันไม่ว่าเธอหรอกที่เธอจะไปกับโทมัส แต่อย่าทำร้ายความรู้สึกของเขาด้วยความเห็นแก่ตัวของเธอเลยนะ”
แคร์โรไลน์ไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแต่มองเธอด้วยสายตาเวทนาก่อนจะถอนหายใจ เท่าเธอรู้ สวนสาธารณะพีเทลเป็สวนสาธารณะที่ไม่ค่อยมีคนไปเท่าไหร่เนื่องจากมันค่อนข้างรกไม่ค่อยมีคนดูแลและไม่สวยเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ แต่เป็สถานที่ที่มีชื่อเสียงลับๆในตอนกลางคืน เพราะคู่รักมักจะแอบไปพลอดรักกันที่นั้น
อันที่จริงมันก็คือสถานที่แอบทำเื่อย่างว่านั้นแหละ
“ฉันจะพูดอีกครั้ง ฉันไม่เคยทำเื่แบบนี้ เธอกำลังเข้าใจผิด เขากับฉัน เราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เขาแค่ชอบเข้ามาคุยกับฉันเฉยๆไม่มีมากกว่านั้น แล้วก็…ก็แค่ผู้ชายไม่สนใจนิดหน่อยพวกเธอก็โทษคนอื่นนอกจากตัวเอง
น่าสมเพชชะมัด”แครโรไลน์กล่าวอย่างไม่ไยดี
“นังนี่!”ชาลอต ะโอย่างเดือดดาล ด้วยสีหน้าตกตะลึงไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะยังโกหกออกมาหน้าตาเฉย ตอนนั้นเองชาลอตก็คิดเื่บางอย่างออก มุมปากของเธอกระตุกยิ้ม
“นี่แคร์โรไลน์ ฉันได้ยินว่ามาโบสน์ที่เธออาศัยอยู่นี่เป็โบสน์’ประเภทนั้น’สินะ”ชาลอตกล่าวด้วยน้ำเสียงยียวนดวงตามีเลศนัย แคร์โรไลน์ที่ได้ยินสีหน้าพลันมืดลง ทำให้ชาลอตแสยะยิ้มรู้ว่าเธอมาถูกทางแล้ว
“หลวงพ่อที่อุปการะเธอมาก็อาศัยอยู่ที่นั้นมาตั้งนานแล้วใช้ไหม ฉันได้ยินข่าวลือว่าแม้แต่ตอนนี้พวกเศรษฐีหรือคนชั้นสูงแก่ๆในเมืองหลวงมักไปที่นั้นแล้วบริจาคเงินจำนวนมาก ลับๆ ไม่ใช่ว่าเธอก็ได้รับอานิสงค์’ส่วนนั้น’มาด้วยหรือไง ฉันล่ะสงสัยกับข่าวลือที่เธอมีสิทธิ์ที่จะได้เป็’ผู้บริสุทธิ์’ จะเป็ ผู้ไม่บริสุทธิ์หรือเปล่า...” ดวงตาของชาลอตและคนรอบๆทอประกายดูิ่เหยีดหยามออกมา แม้แต่มอลลี่ที่เศร้าโศกก็ยังมีความสะใจในดวงตาที่บอบช้ำด้วยน้ำตา
แคร์โรไลน์จากที่เคยนิ่งสุขุมพลันสั่นไหวกัดริมฝีปากของตนเองเบาๆแต่ยังคงจ้องหน้าคนรอบตัวของเธอ อย่างไม่ยอมหักยอมงอ
“หึ ตอนนี้ฉันจะปล่อยไปก่อน แต่อย่าคิดว่าจะรอดไปล่ะ เพราะฉันให้คนอื่นลงชื่อว่าเธอเข้าพักห้องเดียวกับพวกฉันไว้แล้ว” ชาลอตฉีกยิ้มบางกล่าว ปล่อยมือที่กุมคอเสื้อของแคร์โรไลน์
“คืนนี้เรามีเื่ต้องคุยกันอีกยาวแคร์โรไลน์”ก่อนจะเดินหันหลังออกไปช้าๆ ทำให้ลอร์เรนซ์ที่แอบซุ่มมองอยู่สะดุ้ง เพราะทิศทางที่พวกชาลอตกำลังเดินมาคือทิศที่เธออยู่! ทว่าตอนนั้นเองแคร์โรไลน์ที่ก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นะเืแต่ผิดกลับดวงตาที่ทอประกายวาวโรจน์ มุมปากกระเธอกระตุกยิ้มกล่าว
“ใช่ ก็อย่างที่เธอพูดมา”
“ห้ะ”ชาลอตหันกลับมารู้สึกว่าตัวเองได้ยินผิดไป และใกลับท่าทีเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของแคร์โรไลน์ แต่ทว่าแม้จะใแค่ไหนแต่ประโยคที่ถูกพูดออกมากลับกระตุ้นความโกรธของพวกเธอขึ้นอีกครั้ง
“ฉันนอนกับพวกมันทุกคนนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็ผู้ชายของเธอ หรือ คู่หมั่นของเธอ”
“กะ แกยอมรับแล้วสินะ!” ชาลอตปลี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของแคร์โรไลน์อีกครั้งคราวนี้ไม่ได้พลักเข้าหากำแพงแต่ดึงขึ้นจนแทบจะขาดออก
“ฮิ ฮิ ฉันสงสัยสายตาในการมองผู้ชายของพวกเธอจริงๆ คบหากันมานาน แต่ผู้ชายพวกนั้นกลับกลายเป็พวกน่าสังเวชไปซะได้ เธอคิดว่านี้เป็ความผิดของฉันจริงๆเหรอ?” แคร์โรไลน์กล่าวอย่างไม่สะทบสะท้าน ใบหน้าและดวงตาที่งดงามแสดงความเย้ยหยันออกมาอย่างไม่คิดที่จะปิดบัง
“นังแพศยา! ฉันว่าจะปล่อยให้เธอทำตัวสบายๆไปอีกพักหนึ่ง…แต่แก...เป็คนเรียกร้องเอง!” สีหน้าของชาลอตและทุกคนแปรเปลี่ยนเป็เกรี้ยวกราดสุดขีด ชาลอตค่อยๆเงื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นสูง แคร์โรไลน์ที่เห็นดังนั้นจึงหลับตาปี้ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมากลับไม่รู้ถึงความเ็ป ก็เลยลืมตาขึ้นมาอีกทีหนึ่งเห็นชาลอตและคนอื่นๆยิ้มเ็าอยู่ เธอรู้สึกงุนงงอยู่ครู่ ก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างในมือของอีกฝ่าย
เป็กรรไกรตัดผมด้ามหนึ่ง
“ต่อให้ตบตีคนอย่างเธอไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ไม่ต้องห่วงหรอกแคร์โรไลน์ฉันไม่ทำอะไรมากหรอก เดี๋ยวมันจะเป็เื่ใหญ่” ชาลอ
ตกล่าวช้าๆด้วยสีหน้ามาดร้าย
“พวกเราแต่ล่ะคนแค่จะตัดผมของเธอนิดหน่อยเท่านั้นเอง แค่ให้ิับนหัวของเธอออกมาััอากาศภายนอกบ้าง”
ใบหน้าผ่องใสของแคร์โรไลน์ซีดลงด้วยความกลัวเป็ครั้งแรก
“เดี๋ยวก่อน…พวกหล่อนบ้าไปแล้วหรือไ.. อย่านะ” เทพธิดาประจำสถาบันกล่าวออกมาด้วยเสียงสั่นเครือพยายามดิ้นรนออกจากเงื้อมมือของชาลอตอย่างแรง แต่ทว่ามอลลี่และคนอื่นๆที่ยื่นอยู่รอบๆก็เข้ามาฉุดรั้งยึดจับตามร่างกายของเธอไม่ปล่อยให้เธอหลุดออกไปได้แม้ว่าเธอไม่ได้ร่างกายอ่อนแอแต่ก็ไม่มีทางสู้กำลังของคนสี่ห้าคนได้
‘ทำยังไงดีๆ’
ลอร์เรนซ์ที่มองอยู่ห่างๆก็หน้าซีดลงด้วยความกลัวเช่นกันและรู้สึกกระวนกระวายใจมากแต่ก็ไม่มีความกล้าพอที่ก้าวออกไปหยุดในตอนแรกเธอแค่สงสัยจึงแอบตามมาดูเท่านั้นเธอคิดว่าจะเป็แค่การกลั้นแกล้งธรรมดา แต่เธอไม่ได้คิดว่าเื่ราวจะบานปลายมาจนถึงขนาดนี้
ถ้านี้เป็แค่การกลั้นแกล้งธรรมดาก็อาจจะสามารถร้องะโให้หยุดหรือต่อให้เธอแค่เดินออกไปก็เป็ธรรมดาที่ผู้ลงมือจะต้องลังเลบางล่ะว่าจะ
ลงมือต่อหรือไม่
แต่เื่นี้เธอคนเดียวทำอะไรไม่ได้แน่มิหนำซ้ำจะสร้างความบาดหมางเพิ่มขึ้นอีก
ตรรกะของเธอบอกเธอแบบนั้น
และที่มากกว่านั้นคือ
ลอร์เรนซ์รู้สึกกลัว... แค่มองพวกชาลอต มอลลี่และคนอื่นๆที่กำลังโกรธสุดขีดเธอก็ตัวสั่นไปหมดเธอไม่เข้าใจว่าในตอนนี้พวกเขารู้สึกอย่างไรเพราะเธอไม่เคยโกรธใครมาก่อนและไม่เคยทำให้ใครโกรธ แต่แค่สายตาแค้นเครืองของกลุ่มเด็กสาวก็มากพอที่จะสะกดคนอย่างเธอให้ไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว
ลอร์เรนซ์....ไม่มีความกล้าพอที่จะก้าวออกไปหยุดยั้งสถานการณ์เบื้องหน้า
ในตอนนั้นความทรงจำในเมื่อ1ปีก่อนก็พลันปรากฏขึ้นมาในหัว ตอนที่เธอเคยเกือบถูกข่มขืนตอนนั้นเธอโชคดีถูกช่วยเหลือออกมาได้ ทว่าในตอนนี้แคร์โรไลน์ไม่มีทางดิ้นหลุดจากคนสี่ห้าคนไปได้อย่างแน่นอน
และไม่มีใครอื่นอยู่ที่นอกจากเด็กสาวที่กำลังรุมทำร้ายแคร์โรไลน์ และ เธอ
เธอเป็ความหวังเดียวที่จะช่วยเหลืออีกฝ่าย
ลอร์เรนซ์กำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต
ช่วย?หรือ ปล่อยผ่านไป?
ระหว่างที่กำลังกระวนกระวายอยู่นั้น สายตาของลอร์เรนซ์และแคร์โรไลน์ก็ประสานกันโดยบังเอิญ ลอร์เรนซ์เห็นใบหน้าของแคร์โรไลนแสดงความประหลาดใจอยู่แวบหนึ่งก่อนที่ก้มหน้าลงด้วยความอดสู เหมือนไม่อยากให้ใครได้เห็นสภาพนี้ของเธอ
ดวงตาของลอร์เรนซ์สั่นไหวดั่งละลอกคลื่นบนผิวน้ำ กัดฟันของตนอย่างรุนแรง
“จงอับอายไปตลอดสองวันนี้ซะเถอะ แคร์โรไลน์!” ชาลอตกล่าวเสียงดังคว้าเส้นผมสีน้ำตาลส่องสว่างของแคร์โรไลน์ออกมากำใหญ่เตรียมจะเอากรรไกรตัด ทว่าตอนนั้นเสียงแหลมสูงก็พลันดังขึ้นมาจากข้างหลังเบรกเธอไว้เสียก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“หือ อะไรนะ” ชาลอตและคนอื่นๆเอี่ยวตัวหันหลังมองเห็น ลอร์เรนซ์ที่ค่อยๆโผล่ออกมาจากหัวมุมอย่างๆช้าๆ
เมื่อลอร์เรนซ์เห็นสายตาที่จับจ้องมาที่ตน จิตใจพลันอ่อนยวบ ขาทั้งสองที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงพลันสั่นมากขึ้นไปอีกแต่เธอก็ฝืนตัวเองกัดฟันแน่นก่อนจะกล่าวออกไปอีกแบบตะกุกตะกัก
“หยะ..หยุดนะ มะ..ไม่งั้นฉันจะเอาเื่นี้ไปบอกทุกคนแน่”
“เธอเป็ใคร....” ชาลอตปรายตามองกล่าวเสียงเรียบ
“อย่ายุ่งไม่เข้าเื่ดีกว่า” เด็กสาวคนบางคนพูดเดินขึ้นหน้ามาสองสามก้าว
ลอร์เรนซ์ถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย
ใช่! นี้ไม่ใช่เื่ที่เธอต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ทว่าในตอนนี้เธอได้ขึ้นอยู่บนหลังเสือเรียบร้อยแล้ว
“แต่...แต่”
“เดี๋ยวก่อนชาลอต....คนนั้นคือ...” เด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่พูดจาั้แ่ที่เธอปรากฏตัวเดินเข้าไปกระซิบข้างหูชาลอตเบาๆ
ชาลอตเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยสายตาที่ยังคงแข็งกร้าวมองสำรวจลอร์เรนซ์ั้แ่หัวจรดเท้าทำเอาลอร์เรนซ์สะดุ้งนิดๆ ก่อนที่เธอจะเห็นว่าอีกฝ่ายสะบัดมือจากคอเสื้อของแคร์โรไลน์อย่างแรง
แคร์โรไลน์เซถอยหลังไปผิงกำแพงไม้เลื้อยอีกรอบและทรุดลง
“ฉันจะปล่อยเธอไปก่อน”
“ส่วนเธอ ลอร์เรนซ์” ชาลอตเดินเข้ามาหยุดที่เบื้องหน้าของลอร์เรนซ์ ที่ท่าทางรุกลี้ลุกรน
“เธอจะเอาเื่นี้ไปบอกคนอื่นก็เชิญ แต่ฉันแนะนำว่า ไม่ทำ จะดีกว่า” หลังจากพูดเสร็จเ้าตัวก็เดินจากไปพร้อมกับเด็กสาวคนอื่นๆ หลังจากที่กลุ่มคนพากันหายลับไป ลอร์เรนซ์รีบเดินไปหาแคร์โรไลน์ที่ยังคงนิ่งเงียบด้วยสีหน้าร้อนรน
“เอ่อ เป็อะไรมากหรือเปล่า”
แคร์โรไลน์เงยหน้าขึ้นมองกล่าวตอบเสียงเรียบ
“ก็ยังไม่เป็ไร...”
“คือ” ทันไดนั้นเองลอร์เรนซ์พลันทำตัวไม่ถูก เธอไม่ได้รู้จักกับแคร์โรไลน์แถมยังมีเื่กันอีก เธอจึงไม่รู้จะต้องพูดอะไรในตอนนี้
“ทำไมเธอถึงตามมา คิดจะมาเยาะเย้ยกันหรือไง” แคร์โรไลน์ลุกขึ้นกล่าวพร้อมสบตาลอร์เรนซ์อย่างแข็งกร้าว ราวกับไม่้าความสงสารจากเด็กสาว
“ฉันแค่เห็นว่าเธอน่าจะมีปัญหาและ...ฉันอยากจะมาขอโทษเธอเื่เมื่อวันก่อน....” ลอร์เรนซ์หลบสายตาโดยการก้มไปที่พื้นก่อนจะกล่าวเบาๆ
แคร์โรไลน์ที่ได้ยินก็พลันเลิกคิ้วสูงดวงตาเขียวน้ำทะเลทอประกายแห่งความประหลาดใจก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“เื่นั้นช่างมันเถอะ”แคร์โรไลน์กล่าวก่อนที่จะเงื้อมมือเก็บข้าวของกระเป้าสัมภาระที่ถูกโยนทิ้งลงกับพื้น
“ล่ะ แล้วเธอจะทำยังไงต่อล่ะ พวกนั้นคง...”
“ก็รู้นิ ว่าการที่เข้ามายุ่งมันไม่ช่วยอะไรขึ้นมา”
“ขอโทษนะ”ลอร์เรนซ์ก้มหน้างุดกล่าวออกมาเสียงเบา ปฏิกริยาของเด็กสาวทำให้แคร์โรไลน์ทำสีหน้าไม่เข้าใจว่าลอร์เรนซ์จะขอโทษตัวเองทำไม เธอคิดว่าเด็กสาวผมดำตรงหน้ามีชิ้นส่วนหลุดหายไปจากสมองจริงๆ
แต่อีกฝ่ายก็เป็คนที่ช่วยเธอ
อันที่จริงตัวเธอจะต้องเป็ฝ่ายก้มหัวขอบคุณด้วยซ้ำ
เมื่อนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาแคร์โรไลน์พลันหัวเราะออกมาเบาๆ
“ฮ่า ฮ่า เธอนี่ข่มขู่ใครไม่เป็จริงๆเลยสินะ ไม่สิ ตอนนั้นก็ถือว่าทำได้สำเร็จครั้งหนึ่ง”แคร์โรไลน์กล่าวยิ้มๆ
“เอ้” ลอร์เรนซ์ทำหน้างง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาเื่วันสอบวันแรกมาพูด ใบหน้าของเธอแดงด้วยความอับอาย
“ก็....ฉันไม่เคยอะไรทำแบบนี้นี่นา”
ในตอนนั้นที่เธอพูดกับพวกชาลอต เธอก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดจะได้ผลรึเปล่า เธอแค่คิดว่าสิ่งเกิดขึ้นจะต้องเป็ความลับ และลอร์เรนซ์ก็มีความลับที่ตัวเองไม่อยากเปิดเผย เช่นเื่อาจารย์เฮอร์แมน และเธอก็กลัวมากว่าเื่นี้จะหลุดออกไป
ฉะนั้นเธอจึงมีความคิดแบบง่ายๆว่าถ้าเอาเื่ลับๆของคนอื่นมาข่มขูจะทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าคัดค้าน
แน่นอนว่าแิเื่’แบล็กเมลล์’ของลอร์เรนซ์นั้นถูกต้องตามทฤษฏี เพียงแต่ลอร์เรนซ์ไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของผู้คนเท่าไหร่ เธอไม่เข้าใจว่าหลังจากที่เธอขู่ว่าจะบอกเื่กับทุกคนแต่ดูเหมือนชาลอตจะไม่เกรงกลัวสักนิด แต่เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเธอเป็ใครจึงยอมปล่อยแคร์โรไลน์
“โอเค ฉันเชื่อเธอ” แคร์โรไลน์ที่เก็บสัมภาระของตนเสร็จก็ลุกขึ้นยืน
“ไปกันเถอะใกล้ถึงเวลาที่อาจารย์นัดแล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้จะโดนดุเอา”พูดเสร็จก็ก้าวขาเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลอร์เรนซ์ต้องรีบเดินตาม
“แล้วกับพวกนั้นเธอจะทำยังไงต่อ?” ลอร์เรนซ์วกกลับมาเื่เดิม
“พวกนั้นลงชื่อฉันเข้าที่พักร่วมด้วยกัน ฉันคงหนีไม่พ้น”
“ถ้างั้นก็ไปเปลี่ยนรายชื่อลงร่วมกับคนอื่นสิ”
“ผู้หญิงคนอื่นๆก็ไม่ชอบขี้หน้าฉันเท่าไหร่เหมือนกัน”แคร์โรไลน์กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แต่ลอร์เรนซ์สังเกตว่าดวงตาของอีกฝ่ายแอบมีความเศร้าหมองเล็กๆ เมื่อคิดถึงคำพูดของพวกชาลอต มันก็เมคเซ้นส์อยู่บ้างที่เด็กผู้หญิงคนอื่นๆในสถาบันจะไม่ชอบเธอ ซึ่งทำให้ลอร์เรนซ์ใอยู่พอสมควรไม่เชื่อเทพธิดาผู้เป็ที่รักของโรงเรียนดูเหมือนจะถูกเกลียดจากคนรอบข้างมาก ‘คล้ายกันกับเธอ’
“เพื่อนๆก็ไม่ชอบฉันเหมือนกัน”ลอร์เรนซ์กล่าวเสียงเบา
ควับ แคร์โรไลน์หันกลับมามองด้วยสีหน้าราวกับว่าไม่เชื่อว่าลอร์เรนซ์จะพูดคำนี้ออกมา
“เธอทำเื่พวกนั้นจริงๆเหรอ”ลอร์เรนซ์กล่าวพร้อมมองไปที่แคร์โรไลน์ด้วยความสนใจ ทำเอาแคร์โรไลน์สำลักอากาศที่หายใจเข้าไปจังหวะหนึ่ง
“จะบ้าหรือไง! ตอนนั้นฉันแค่อยากพูดตอกหน้านังพวกนั้นเฉยๆ เหอะ! พวกนั้นมันตาถั่วที่เลือกผู้ชายห่วยๆ แล้วมาโทษที่ฉัน..ส่วนเ้าโทมัสอะไรนั้นก็เป็แค่สตอลก์เกอร์”
“กะ ก็ เธอป๋อบในหมู่เด็กผู้ชายมากก็เลย...”ลอร์เรนซ์กล่าวออกมาซื่อๆ
“นี่หาเื่กันใช่ไหม เฮ้อ อยู่กับเธอแล้วรู้สึกปวดหัวจริงๆ”แคร์โรไลน์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในตอนนั้นเธอและลอร์เรนซ์ก็เดินออกมาจากสวนพอดีเห็นโรงแรมสวยหรูอยู่เบื้องหน้า แต่ทันไดนั้นเองเทพธิดาประจำสถาบันพลันคิดอะไรบ้างอย่างออก จึงหันไปฉีกยิ้ม’อบอุ่น’ดูสง่างามแก่เด็กสาวผมดำที่ยืนอยู่ข้างๆ
“นี่ลอร์เรนซ์ ช่วยอะไรฉันบางอย่างทีสิ ถือซะว่าแทนคำขอโทษเมื่อสัปดาห์ก่อน”
“เอ่อ อะไรเหรอ”ลอร์เรนซ์รู้สึกตามไม่ทันกลับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหันของแคร์โรไลน์ เมื่อมองไปที่สายตาที่ดูอ่อนโยนพราวระยับของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ
“ลงชื่อฉันไปที่ห้องของเธอ”
“….”ลอร์เรนซ์พูดไม่ออกเมื่อได้ยิน เพราะสิ่งที่แคร์โรไลน์กล่าวออกมาเมื่อสักครู่
ก็คือปัญหาที่เธอยังแก้ไม่ตกอยู่ ณ ตอนนี้