จือิและซานชุยต่างยืนรอซวงเหมยกลับเข้ามาในงานประกวดดีดพิณ หลังจากที่ซวงเหมยขอตัวไปหลบอยู่ในป่าเพื่อสงบสติอารมณ์ชั่วคราว ทั้งสองยืนหาวเพราะต้องยืนฟังเสียงพิณที่ดีดผ่านไปทีละคน แม้ว่าแต่ละคนจะดีดได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งก็ตาม
“ทำไมซวงเหมยยังไม่มาอีกนะเ้าคะ” จือิสงสัย
“หรือว่านางจะหนีกลับไปแล้ว” ซานชุยคาดการณ์
“นางไม่น่าจะทิ้งข้านะเ้าคะ” จือิไม่เชื่อ
สักพักอยู่ดีๆ ซวงเหมยก็เดินเข้ามาใกล้คนทั้งคู่พร้อมกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
“เ้าพร้อมมั้ย ใกล้ถึงลำดับสุดท้ายแล้วนะ” ซานชุยเตือน
ซวงเหมยทำเพียงพยักหน้า แล้วถือพิณเดินเข้าไปหาเ้าหน้าที่คุมการประกวดเพื่อรายงานตัว
“ดูซวงเหมยหายตื่นเต้นแล้วนะเ้าคะ” จือิกล่าวกับพี่เขย
“ข้าอยู่นี่ จือิ” หญิงวัยกลางคนกล่าว
จือิและซานชุยมองไปที่หญิงวัยกลางคนด้วยความใ เพราะพวกเขาได้ยินเสียงของซวงเหมย
“ซวงเหมย นั่นท่านจริงๆ หรือเ้าคะ” จือิแปลกใจ
“มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” ซานชุยอยากรู้
“ระหว่างที่ข้าเดินเข้าป่าเพื่อสงบสติอารมณ์ มีจอมยุทธ์หญิงนามว่า สุ่ยเชี่ย เดินตามข้ามาที่ป่าด้วย นางบอกว่านางคือเ้าของพิณเก่าแก่ที่ร้านพวกเราตั้งขาย นางได้เตรียมอัฐ 3000 ตำลึงเพื่อนำไปซื้อพิณของนางกลับคืน แต่พอไปถึงร้านขายของเก่า ร้านก็ปิดเสียแล้ว นางก็เลยออกตามหาพวกเราเพื่อติดต่อขอซื้อพิณน่ะสิ” ซวงเหมยตัวจริงเล่า
“แต่ตอนนี้พิณนั่นได้อยู่กับกลุ่มโจรหญิงไปแล้ว นางและพรรคพวกหนีไปพร้อมกับพิณเก่าแก่นั่นแล้วนี่เ้าคะ” จือิกล่าวแทรก
“สุ่ยเชี่ยบอกให้พวกเรารีบตามหาพิณของนางกลับคืน โดยสุ่ยเชี่ยจะปลอมตัวเป็ข้าและเข้าประกวดดีดพิณแทนข้า” ซวงเหมยกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะตามหากลุ่มโจรสาวได้ที่ไหนกันล่ะ” ซานชุยสงสัย
“ข้าจะวาดรูปจอมยุทธ์หญิงที่ขโมยพิณคนนั้น จากนั้นพวกเราก็ไปแจ้งทางการว่านางและพรรคพวกหลอกลักขโมยพิณจากร้านพวกเราไป” ซวงเหมยกล่าวแผน
“แล้วงานประกวดล่ะ” ซานชุยเห็นว่าหญิงสาวทั้งสอง้ารางวัลเป็อัฐและ้าเอาชนะคุณหนูเหรินซวงเพื่อที่ซวงเหมยจะได้ไม่จำเป็ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น
“ปล่อยให้สุ่ยเชี่ยจัดการเถิด พวกเรารีบไปเร็วเข้า” ซวงเหมยไม่สนใจ
ดังนั้นจือิ ซานชุย และซวงเหมยที่ต้องปลอมตัวเป็หญิงวัยกลางคนจึงพากันเดินออกจากงานประกวดและมุ่งหน้าไปที่จวนใต้เท้าหานเว่ยเพื่อร้องทุกข์
ณ จวนใต้เท้าหานเว่ย
ใต้เท้ารับม้วนภาพวาดมาคลี่เปิดดูและกล่าวว่า “นางนี่เอง”
“ใต้เท้ารู้จักผู้หญิงคนนี้หรือเ้าคะ” ซวงเหมยในคราบหญิงวัยกลางคนสงสัย
“นางคือจอมโจรดอกท้อ หรือหว่านชิงนั่นเอง มือปราบกำลังไล่ล่าจับตัวนางและพรรคพวกอยู่ เพราะพวกนางได้ขโมยของมีค่าของเศรษฐีไปหลายคนแล้ว และเที่ยงวันนี้พวกเราก็กำลังจะจับกุมนางและพรรคพวกได้ แต่ทว่านางกลับมีพิณพิฆาตของจอมยุทธ์หญิงสุ่ยเชี่ย เสียงพิณนั่นทำร้ายมือปราบและลูกน้อง พวกเขาสะบักสะบอมกลับมาด้วยอาการช้ำใน” ใต้เท้าเล่า
“แสดงว่าต้องหาวิธีสู้กับเสียงพิณนั่นเสียก่อน ถึงจะจับกุมตัวหว่านชิงและพรรคพวกได้สินะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
“ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากท่านพ่อเฒ่าซุนเจียงก็แล้วกัน” ซานชุยนึกวิธีออก
“ท่านมีวรยุทธ์สูงก็จริง แต่เขาจะสู้กับเสียงพิณพิฆาตได้อย่างไร” ซวงเหมยนึกเป็ห่วง
“รอดูต่อไปก็แล้วกัน” ซานชุยไม่อธิบายเพิ่ม
เนื่องจากใต้เท้าสืบทราบจนรู้แหล่งกบดานของจอมโจรดอกท้อแล้ว แต่มิอาจจับกุมนางและพรรคพวกได้เพราะมีพิณพิฆาต ดังนั้นใต้เท้าจึงมอบหมายให้ทหารนายหนึ่งนำทางท่านพ่อเฒ่า ซานชุย จือิและซวงเหมยที่ปลอมตัวเป็หญิงวัยกลางคนมุ่งหน้าไปที่ป่าดอกท้อทันที
********************************************
ทหารและพรรคพวกของจือิแอบซุ่มดูเหตุการณ์ซึ่งต่างคนได้เตรียมเศษผ้าไว้เพื่อใช้สำหรับอุดหู พวกเขาเฝ้าดูท่านพ่อเฒ่าเผชิญหน้ากับหว่านชิงอย่างองอาจ
ซวงเหมยในสภาพแก่เกินอายุ นางสงสัยก็เลยว่า “เหตุใดถึงไม่ให้พวกเราคุยกับท่านพ่อเฒ่าล่ะ”
“เ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้ แล้วเ้าจะรู้เอง” ซานชุยไม่ยอมอธิบาย
ทั้งสี่คนเฝ้ามองดูท่านพ่อเฒ่าชักดาบพร้อมที่จะต่อสู้
“เ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาถึงที่นี่” หว่านชิงกล่าวอย่างเอาเื่
แต่ไร้คำตอบใดๆ จากท่านพ่อเฒ่า
“ข้าถามทำไมไม่ตอบ” หวานชิงโมโหที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดด้วย
ท่านพ่อเฒ่าไม่ตอบอะไร ยังคงตั้งท่าเช่นเดิม
“เ้าไปซะเถิด หรือว่าจะยอมตายเพราะพิณพิฆาตนี้” หว่านชิงรีบขู่
ท่านพ่อเฒ่าก็ยังคงนิ่งเฉยในสภาพจับดาบไว้มั่น
หว่านชิงจึงดีดพิณทันที ในใจคิดว่า “เ้าหาเื่ใส่ตัว เองนะ อายุมากแล้วยังไม่เจียมสังขารอีก” หว่านชิงดูถูก
บุคคลทั้งสี่ที่เฝ้าดูการต่อสู้พยายามให้มือปิดหูไว้ พอต้านเสียงพิณไม่ไหวก็เลยพากันย้ายไปซ่อนตัวในจุดที่ไกลกว่าเดิมเพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกทำลายโสตประสาทจากเสียงพิณพิฆาต
“ท่านพ่อเฒ่าทำได้ยังไงเ้าคะ ท่านไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด” จือิทึ่ง
“ท่านพ่อเฒ่าหูหนวกสินะ” ซวงเหมยเข้าใจแล้ว
“ใช่แล้ว! ท่านไม่มีทางได้ยินเสียงพิณมรณะนั่นหรอก” ซานชุยยอมบอก
ทั้งสี่คนจึงเห็นว่าท่านพ่อเฒ่าเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังดีดพิณอย่างบ้าคลั่ง
หว่านชิงใสุดขีดที่ท่านพ่อเฒ่าไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากเสียงพิณเลยสักนิด นางเห็นว่าท่านพ่อเฒ่ากำลังโจมตีนาง นางก็เลยจำต้องหยุดดีดพิณและจับกระบี่เข้าต่อสู้
“่เวลานี้แหละ พวกเรารีบไปชิงพิณพิฆาตกลับคืนกันเถอะ” ซวงเหมยเห็นว่าได้โอกาสแล้ว
เมื่อไม่มีเสียงพิณแล้ว ทหารและพรรคพวกของจือิก็วิ่งเข้าไปใกล้พิณ เพื่อหมายจะชิงพิณกลับคืน แต่ลูกน้องของหว่านชิงก็วิ่งเข้ามาขวางไว้ ทำให้ทหาร จือิ และซานชุยต้องเข้าต่อสู้กับพวกนาง
ซวงเหมยถือโอกาสนี้รีบวิ่งไปคว้าพิณและรีบไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
หว่านชิงมีฝีมือด้อยกว่าท่านพ่อเฒ่าเป็อย่างมาก เรียกว่ากระดูกคนละเบอร์ ไม่ทันไรนางก็ถูกดาบจ่อไปที่คอนวลระหง
ไม่เพียงเท่านั้นพรรคพวกของหว่านชิงจำนวน 10 คนก็าเ็จากการต่อสู้กับทั้งสามไปตามๆ กัน พวกนางถูกจับมัดได้อย่างง่ายดาย จากนั้นทหารก็จุดพลุส่งสัญญาณให้มือปราบและเหล่าทหารเคลื่อนมายังป่าดอกท้อได้เลย เพราะนั่นหมายความว่ากลุ่มโจรสาวถูกจับกุมแล้ว
“ขอบคุณท่านพ่อเฒ่าและพวกเ้าจริงๆ ถ้าไม่ได้พวกท่าน เหล่าโจรสาวพวกนี้ก็ยังคงลอยนวลต่อไป” มือปราบกล่าว
ท่านพ่อเฒ่ายังคงนิ่งเฉย
ซานชุยจึงอธิบาย “ท่านพ่อเฒ่าหูหนวกน่ะ อย่าถือสาท่านเลยนะ”
“อย่างนี้นี่เอง” มือปราบกล่าวอย่างเข้าใจ
“พวกเราจำเป็ต้องกลับไปที่งานประกวดดีดพิณแล้วเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“เื่คดีขโมยพิณล่ะ” มือปราบสงสัย
“พวกเราไม่เอาเื่เ้าค่ะ เพราะยังไงกลุ่มโจรดอกท้อก็ต้องได้รับโทษคดีอื่นอยู่แล้ว” ซวงเหมยที่ปลอมตัวอยู่กล่าว
“งั้น พวกเราขอตัว” มือปราบกล่าว
ทหารและมือปราบรีบกุมตัวกลุ่มโจรสาวไปที่ศาลรอการตัดสินโทษ ส่วนพรรคพวกของจือิก็รีบออกเดินทางกลับไปที่งานประกวดเพื่อไปหาสุ่ยเชี่ย
ในระหว่างทาง ท่านพ่อเฒ่าก็เลยแยกตัว ก่อนไปท่านก็กล่าวว่า “เมื่อไหร่เ้าจะมีหลานให้ข้าสักทีล่ะหวนเจิน” ท่านพ่อเฒ่าหูหนวกเพราะอุบัติเหตุตอนสมัยยังหนุ่ม ไม่ได้เป็มาั้แ่กำเนิดเลยพูดได้
“ข้า…..” จือิอธิบายไม่ถูกเลยชะงัก
ซานชุยรีบส่งภาษามืออธิบายเื่ราวต่างๆ ให้อาจารย์ของเขารับรู้
คนอื่นไม่รู้ภาษามือ พวกเขาทำได้เพียงรอฟังว่าท่านพ่อเฒ่าจะกล่าวอะไรออกมา
“ที่แท้เ้าก็คือจือิ น้องสาวฝาแฝดของหวนเจินนี่เอง ต้องขออภัยด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าไปล่ะ” ท่านพ่อเฒ่าใช้กำลังภายในะโหนีหายไปทันที
“ท่านพ่อเฒ่ามีฝีมือเก่งกาจจริงๆ ท่านเป็ลูกศิษย์ของเขาอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ใช่แล้ว! ข้ากับหวนเจินเป็ลูกศิษย์ของเขา และท่านนี่แหละที่เป็พ่องานจัดงานแต่งระหว่างข้ากับหวนเจิน” ซานชุยเผลอมองไปที่จือิ
“ข้าว่าพวกเรารีบไปงานประกวดก่อนเถิดเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นผู้เข้าแข่งขันจะกลับกันเสียหมด” จือิรู้สึกแปลกๆ เพราะนางไม่ใช่หวนเจินเสียหน่อย นางก็เลยเปลี่ยนเื่
ทั้งสามเดินทางไปไม่เท่าไหร่ อยู่ดีๆ ท่านมือปราบก็พาทหารวิ่งมาหาพวกเขา
“มีอะไรหรือเปล่าขอรับท่านมือปราบ” ซานชุยสงสัย
“แย่แล้ว! หัวหน้าโจรดอกท้อ หรือหว่านชิงแหกคุกหนีไปแล้ว” ท่านมือปราบแจ้งข่าว
“พวกท่านคุ้มกันแ่า นางหนีไปได้อย่างไรขอรับ” ซานชุยไม่เข้าใจ
“พอใต้เท้าตัดสินจำคุกหว่านชิงและพรรคพวก พวกนางก็ถูกคุมขัง ผ่านไปไม่นาน พวกเราก็ได้ยินเสียงขลุ่ยปริศนา สักพักหว่านชิงก็มีอาการปวดขมับ แล้วนางก็อาละวาดอย่างบ้าคลั่ง พอสงบลงนางก็เปลี่ยนไปราวกับถูกสะกดจิต นางซัดพลังทลายประตูคุก แล้วเข้าต่อสู้ทำร้ายทหาราเ็ไปตามๆ กัน จากนั้นหนีออกไปจากคุกแต่เพียงผู้เดียว” มือปราบเล่า
“ฝีมือขบวนการล้างสมองสินะ หว่านชิงถูกครอบงำเพราะเสียงขลุ่ยเพรียกิญญา” ซานชุยนึกเจ็บใจ
“พวกข้าไม่รู้ที่มาของขลุ่ย พอหว่านชิงหนีไปแล้ว เสียงขลุ่ยก็เงียบไป” มือปราบกล่าว
“ข้าจะช่วยท่านออกตามหาหว่านชิงเองขอรับ” ซานชุยอาสา
“งั้นข้าขอพาเ้านายกลับเข้างานประกวดก่อนนะเ้าคะ พี่เขย” จือิกล่าว
“ระวังตัวด้วยนะ มีอะไรก็ให้เป่านกหวีดเรียกข้าล่ะ” ซานชุยมองตาจือิด้วยความเป็ห่วง
“เ้าค่ะ” จือิรับคำ
ดังนั้นจือิจึงพาซวงเหมยในสภาพหญิงวัยกลางคนมุ่งหน้าไปที่งานประกวด พอไปถึงทั้งสองก็มองเห็นซวงเหมยตัวปลอมเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับรับอัฐจำนวน 5000 ตำลึง
“ท่านชนะการแข่งขันดีดพิณเ้าค่ะ” จือิชี้ให้ดู
ซวงเหมยตัวจริงมองไปที่เหรินซวงที่ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรง นางและเด็กรับใช้รีบกลับบ้านด้วยอาการเสียหน้า
ผ่านไปไม่นานซวงเหมยตัวปลอมก็เดินไปหาทั้งสองที่ยืนรออยู่ นางรีบจูงมือหญิงวัยกลางคนไปเปลี่ยนชุดและแปลงสภาพให้กลับมาเป็คนเดิม
สุ่ยเชี่ยเดินมาพร้อมกับซวงเหมย
จือิที่อุ้มพิณพิฆาตอยู่ นางก็เลยว่า “เรียบร้อยดีใช่มั้ยเ้าคะ”
“ข้ามอบห่ออัฐ 3000 ตำลึงให้เ้านายเ้าแล้ว ข้าขอพิณพิฆาตคืนก็แล้วกัน” สุ่ยเชี่ยยื่นมือรอรับพิณของนาง
จือิยอมส่งพิณคืนเ้าของเดิม จากนั้นนางก็เลยถามว่า “พิณนี้อันตรายมาก หวังว่าท่านจะไม่นำไปทำร้ายผู้อื่นหรอกนะเ้าคะ”
“ข้าดีดพิณนี้เพื่อช่วยปรับสภาพลมปราณของชาวยุทธ์ที่ได้รับาเ็น่ะ พิณพิฆาตก็เหมือนดาบสองคมมันขึ้นอยู่กับว่าผู้ดีดพิณจะใช้แบบไหน บรรเลงเพลงเพื่อเยียวยารักษาหรือทำลายล้างศัตรู ขอบคุณที่ตามหาพิณเพื่อนำมาคืนข้านะ ข้าไปล่ะ” สุ่ยเชี่ยรับพิณมาถือไว้ และะโหนีหายไปทันที
“ขบวนการล้างสมองได้ตัวหัวหน้าโจรสาวดอกท้อหรือหว่านชิงไปแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีเหตุก่อการร้ายเป็แน่” ซวงเหมยคาดการณ์
“พวกมันฉลาดมากที่สามารถครอบงำชาวยุทธ์ให้เข่นฆ่าชาวยุทธ์ด้วยกันเอง พวกมันมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่นะเ้าคะ” จือิสงสัย
“ท่านประมุขพรรคกงซานและองครักษ์ร่วมมือกันก่อการร้าย หรือว่าพวกมัน้าอำนาจปกครองปวงชนและ้าเป็จ้าวยุทธภพหรือเปล่านะ” ซวงเหมยคาดการณ์
“ซวงเหมย เ้าจำอดีตได้แล้วใช่หรือไม่” ชายคนหนึ่งทัก
“เหลียงกัง! ท่านมาทำอะไรที่นี่เ้าคะ” ซวงเหมยใ
“หมอเหมยซูสามารถดีดพิณได้ ดังนั้นเ้าคงจำอดีตได้แล้ว” เหลียงกังกล่าวด้วยความดีใจ
“เปล่าหรอกเ้าค่ะท่านเหลียงกัง ข้าไม่ใช่หมอเหมยซู ท่านอย่าหลอกใกล้ชิดข้าอีกเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก ในเมื่อข้าไม่ใช่หมอ ข้าก็คงรักษาใครให้ไม่ได้” ซวงเหมยกล่าว
“ข้าไม่เชื่อ! ข้าเห็นกับตาว่าเ้าดีดพิณอย่างชำนาญ” เหลียงกังกล่าว
“เอ่อ ท่านเหลียงกังเ้าคะ ความจริงแล้วจอมยุทธ์สุ่ยเชี่ยปลอมตัวเป็ซวงเหมย และเข้าประกวดดีดพิณแทนนาง ข้าเป็พยานได้เ้าค่ะ” จือิอธิบาย
ซวงเหมยถอดสร้อยมรกตแล้วส่งคืนให้กับเหลียงกัง และกล่าวว่า “อย่าหลอกใกล้ชิดข้าอีกเลยเ้าค่ะ บางทีการสืบหาหมอคนอื่นก็ยังดีกว่ามาเฝ้าสังเกตข้าเช่นนี้”
“แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้า้าตามหาท่านหมอ” เหลียงกังสงสัย
“ท่านป้าเหวยซูบอกข้าหมดแล้ว อีกอย่าง ข้าต้องทำตามกฎคือห้ามยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น” ซวงเหมยกล่าว
“แล้วจอมยุทธ์พเนจรคนนั้นล่ะ ทำไมเ้าถึงคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้” เหลียงกังไม่พอใจที่เห็นซวงเหมยคุยกับชายอื่นอย่างสนิทสนม
“ชายคนนั้นคือซานชุย เขาเป็พี่เขยของข้าเองเ้าค่ะ” จือิตอบให้เอง
“เอาล่ะ! ในเมื่อเ้าไม่ใช่หมอเหมยซู ข้าคงต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับเ้าเสียแล้ว” เหลียงกังกล่าวและเดินจากไปด้วยความผิดหวัง
ซวงเหมยถอนหายใจและเดินไปดักหน้าชายหนุ่มไว้ จากนั้นนางก็จับมือฝ่ายชายแล้วมอบจดหมายให้เขา
“นี่มันอะไร” เหลียงกังไม่เข้าใจ
“มีชายปริศนาฝากจดหมายนี่ให้ท่าน ข้าไปก่อนนะเ้าคะ” ความจริงคือซวงเหมยพบจดหมายแทรกอยู่ในบันทึกของหมอเหมยซู นางเห็นว่าจดหมายจ่าหน้าซองถึงท่านเหลียงกัง นางก็เลยส่งจดหมายให้
เหลียงกังเปิดจดหมายของหมอเหมยซูมาอ่าน ความว่า….