ภายในลานบ้านที่เรียบง่ายและสะอาดตา มีไก่และเป็ดสองสามตัววิ่งผ่านไปมาเป็ครั้งคราว ในสวนที่ล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่ ต้นหอมมีความสูงประมาณฝ่ามือของเด็กโต และยังมีผักเล็ก ๆ บางชนิดที่เพิ่งเริ่มโผล่พ้นดิน
ในลานบ้านมีบ้านดินห้าหลัง บนเตียงในห้องหนึ่งมีเด็กหญิงตัวน้อยหลับตาพริ้ม โดยมีาแอยู่ที่ศีรษะนอนอยู่
เสวี่ยฮุ่ยรู้สึกถึงความเ็ปเสียดแทงที่แผ่ซ่านลงมาจากกลางศีรษะ หัวของนางเต้นตุบ ๆ ด้วยความเ็ป ความเจ็บนั้นทำให้นางค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ แต่ทว่าเปลือกตากลับหนักอึ้งจนไม่สามารถลืมขึ้นได้
เงาร่างของคนสองคนย่องเข้ามาใกล้ที่พักของเสวี่ยฮุ่ย เมื่อมองไปรอบ ๆ และพบว่าในบ้านไม่มีผู้อื่นอยู่ ทั้งคู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะผลักประตูห้องเปิดออกเสียง "เอี๊ยด"
"ท่านแม่ ดูท่าวันนี้ในบ้านจะมีแค่ยัยเด็กนี่คนเดียว โอกาสลงมือของพวกเรามาถึงแล้ว!"
เสวี่ยชิวเยี่ยนมองคนในครอบครัวของอาสองด้วยความไม่สบอารมณ์ โดยเฉพาะหลานสาววัยหกขวบครึ่งคนนี้ ทั้งที่เป็เด็กบ้านนอกแท้ ๆ แต่กลับผิวขาวกว่านาง ดวงตาของเด็กตัวแค่นี้กลับกลมโตกว่านางตั้งหนึ่งวง แถมเวลายิ้มยังมีลักยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก คนในหมู่บ้านสือหลิ่งต่างพากันชมว่านางคือเทพธิดาน้อยกลับชาติมาเกิด!
"พวกเรารีบลงมือเถอะ อย่าให้ยายเฒ่าเติ้งมาเห็นเข้า"
มารดาของเสวี่ยชิวเยี่ยนมีนามว่า จ้าวรั่วจือ วันนี้นางมาที่นี่ หากจะบอกว่ามาช่วยลูกสาวระบายอารมณ์ สู้บอกว่ามาเพื่อระบายความแค้นของตนเองจะดีกว่า
นางเกลียดคนบ้านรองยิ่งกว่าลูกสาวเสียอีก คนพวกนั้นพรากสามีไปจากนาง ทำให้นางต้องสูญเสียครอบครัวที่สมบูรณ์ และกลายเป็ตัวตลกในสายตาของผู้อื่น!
ขณะที่เสวี่ยชิวเยี่ยนยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับหลานสาวอย่างไรให้สะใจ จ้าวรั่วจือก็ได้กระชากผ้าห่มผ้าหยาบบนเตียง แล้วเหวี่ยงเสวี่ยฮุ่ยที่ยังหลับตาอยู่ลงไปบนนั้น จากนั้นก็ม้วนตัวนางพร้อมผ้าห่มเข้าด้วยกันเพื่อจะหนีบไว้ใต้รักแร้
เสวี่ยฮุ่ยที่ถูกม้วนจนหัวหมุนแอบด่าในใจว่า ‘ยัยเฒ่าปีศาจ ลงมือโเี้ขนาดนี้ คิดจะเหวี่ยงให้นางตายเลยหรืออย่างไร?’
แต่พอถูกเหวี่ยง เสวี่ยฮุ่ยกลับเริ่มขยับแขนขาได้ ซึ่งนี่ถือเป็เื่ดี อย่างน้อยนางก็สามารถหาทางช่วยตัวเองได้แล้ว
"รีบออกไปจากที่นี่ จัดการนางให้เสร็จก่อนที่คนบ้านรองจะกลับมา แล้วพวกเราค่อยใช้ทางลัดกลับตัวอำเภอ" จ้าวรั่วจือหนีบเสวี่ยฮุ่ยไว้ แล้วลากลูกสาวที่ยังอยากจะรื้อค้นสิ่งของให้เดินออกไปข้างนอก
เสวี่ยฮุ่ยแหวกช่องว่างของผ้าห่ม เมื่อเห็นประตูห้องอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็เกิดความคิดขึ้น ในจังหวะที่จ้าวรั่วจือก้าวข้ามธรณีประตูและชะงักเล็กน้อย นางก็รีบไถลตัวออกจากผ้าห่มลงสู่พื้นทันที
จ้าวรั่วจือและเสวี่ยชิวเยี่ยนไม่คาดคิดว่ายัยหนูน้อยที่ดูเหมือนจะสิ้นลมหายใจไปแล้วจะตื่นขึ้นมาในจังหวะสำคัญเช่นนี้ เสวี่ยฮุ่ยใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักจ้าวรั่วจือออกไป แล้วปิดประตูห้องดัง "ปัง!" จากนั้นรีบคว้าเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้าง ๆ ปีนขึ้นไปลงกลอนประตู
การกระทำต่อเนื่องเหล่านี้เป็ไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย เสวี่ยฮุ่ยกลัวว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว ทั้งสองคนจะบุกเข้ามาในห้องได้อีกครั้ง และหากเป็เช่นนั้น นางคงไม่มีทางหนีพ้น
เสวี่ยฮุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความหมดแรง จากนั้นจึงเริ่มสำรวจที่พัก ผนังดินที่มีรอยด่างดวง หน้าต่างที่มองไม่ออกว่าเดิมเป็สีอะไร รวมถึงชุดโต๊ะเก้าอี้แบบง่าย ๆ เตียงไม้หนึ่งหลัง และชุดเครื่องนอนผ้าหยาบ
ที่นี่คือที่ไหนกัน? เสวี่ยฮุ่ยค่อย ๆ ยกมือขึ้น... คุณพระ! แม้มือคู่นี้จะขาวเนียนนุ่มนิ่ม แต่มันเล็กเกินไปแล้ว! อย่างมากที่สุดก็น่าจะแค่หกหรือเจ็ดขวบ!
นางไม่เพียงแต่ทะลุมิติมาเท่านั้น แต่ยังกลายเป็เด็กอีกด้วย...
"ฮุ่ยฮุ่ยเอ๋ย! รีบเปิดประตูให้ท่านย่าเถอะ ท่านย่าจะพาเ้าเข้าตัวอำเภอไปกินซาลาเปาไส้เนื้อ และตัดชุดใหม่ให้ ดีหรือไม่!" จ้าวรั่วจือผลักประตูห้องพลางพูดล่อลวงเสวี่ยฮุ่ย
"อาหญิงจะพาเ้าไปซื้อดอกไม้ผ้าไหม พรุ่งนี้มีงานวัด จะมีของเล่นสนุก ๆ ให้ซื้อตั้งเยอะแน่ะ รีบเปิดประตูเถอะ พวกเราจะได้ไปกันตอนนี้เลย!" เสวี่ยชิวเยี่ยนแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงใจดี
สองคนนี้ คนหนึ่งเป็ย่าห่าง ๆ ของเ้าของร่างเดิม ส่วนอีกคนเป็อา แต่กลับคิดจะโยนเด็กอายุเพียงไม่กี่ขวบลงบ่อน้ำให้จมน้ำตาย ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!
ประตูห้องเริ่มสั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ครั้งอาจจะถูกพวกนางชนจนเปิดออก ไม่ได้การ ต้องหาทางหนีออกไป จะอยู่ในห้องรอความตายไม่ได้!
เสวี่ยฮุ่ยวิ่งไปที่ตู้ รื้อกางเกงออกมาสองสามตัว ขณะที่ผูกกระดุมกางเกง ปากของนางก็ไม่ว่าง "ท่านย่า ท่านจะพาข้าไปกินซาลาเปาไส้เนื้อจริง ๆ หรือเ้าคะ?" เสวี่ยฮุ่ยปีนขึ้นบนเก้าอี้ แล้วจากเก้าอี้ปีนขึ้นไปบนโต๊ะ
"จริงสิ จริงแน่นอน รีบเปิดประตูเร็วเข้า!"
"อาหญิง ท่านจะพาข้าไปเที่ยวงานวัดจริง ๆ หรือเ้าคะ?" เสวี่ยฮุ่ยเจาะกระดาษหน้าต่างให้ขาด แล้วใช้ขากางเกงผูกปมไว้กับกรอบหน้าต่าง โดยปล่อยปลายอีกด้านห้อยลงไปข้างนอก
"แน่นอนสิ ข้าเป็อาแท้ ๆ ของเ้านะ รีบเปิดประตูเร็วเข้า ถ้าชนจนประตูพังจะไม่งามนะ" เสวี่ยชิวเยี่ยนพูดพลางกัดฟันกรอด พร้อมกับนวดแขนที่เจ็บจากการชนประตู
สองคนนี้คิดว่านางเป็เด็กจริง ๆ หรือ! เสวี่ยฮุ่ยอดไม่ได้ที่จะกลอกตา นางพยายามปีนขึ้นหน้าต่าง ก้าวขาข้างหนึ่งออกไปก่อน เมื่อพักหายใจครู่หนึ่งจึงส่งขาอีกข้างออกไปนอกหน้าต่าง
นางใช้สองมือจับกางเกงค่อย ๆ ไถลตัวลงมา เท้าเหยียบอยู่ที่ขอบหน้าต่างด้านนอก ยืนพักครู่หนึ่งแล้วไถลลงต่อ กรอบหน้าต่างส่งเสียง "ครืด... ครืด..." เสวี่ยฮุ่ยเร่งความเร็วในการลง เมื่อเห็นว่า "เชือก" ชั่วคราวถึงพื้นแล้ว นางจึงกัดฟันหลับตาแล้วะโลงพื้น แม้ก้นจะกระแทกจนเจ็บแปลบ แต่ในที่สุดก็ลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่กำลังคิดว่าจะไปซ่อนที่ไหน เสวี่ยฮุ่ยเหลือบไปเห็นหนังสติ๊กวางอยู่บนขอบหน้าต่างข้าง ๆ นางจึงตัดสินใจไม่หนีแล้ว ย่อตัวลงหาลูกหินที่มีเหลี่ยมคมในลานบ้านสองสามลูก จากนั้นยกเก้าอี้ไม้มาวางที่มุมกำแพงแล้วปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างอีกครั้ง
ภายใต้การพยายามชนอย่างไม่ลดละของสองแม่ลูก ในที่สุดประตูห้องก็เปิดออก ทั้งคู่ทำท่าราวกับเสือหิวตะครุบเหยื่อ เตรียมจะจับตัวเสวี่ยฮุ่ยเพื่อโยนลงบ่อน้ำทันที
"ยัยเฒ่าปีศาจ ยัยตัวอัปลักษณ์ ข้าอยู่นี่!"
เสวี่ยฮุ่ยนำลูกหินหนึ่งลูกวางบนหนังสติ๊ก นางตัดสินใจจะยิงเสวี่ยชิวเยี่ยนก่อน ในเมื่อนางรักสวยรักงามนักไม่ใช่หรือ? เป็ลูกสาวสุดที่รักของยัยเฒ่าปีศาจด้วย ในฐานะหลานสาว นางจะช่วยศัลยกรรมใบหน้าให้เอง คนดีที่รู้จักตอบแทนความแค้นด้วยคุณธรรมอย่างนางในตอนนี้หาได้ยากยิ่ง เสวี่ยฮุ่ยซาบซึ้งในความดีของตัวเองจนแทบน้ำตาไหล!
สายยางทั้งสองข้างของหนังสติ๊กไม่รู้ว่าทำจากวัสดุอะไร มีความยืดหยุ่นสูงมาก เสวี่ยฮุ่ยมีแรงน้อย ประกอบกับอาการปวดหัว จึงต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อดึงหนังสติ๊กให้ตึง
ลูกหินพุ่งตรงไปยังปากของเสวี่ยชิวเยี่ยน เสวี่ยฮุ่ยจงใจยั่วให้อีกฝ่ายอ้าปาก "ยัยตัวอัปลักษณ์ ข้าน่ะสวยกว่าเ้าตั้งเยอะ ทำให้เ้าเจ็บใจตายไปเลย!"
เสวี่ยชิวเยี่ยนอยากจะพุ่งเข้าไปกัดเสวี่ยฮุ่ยให้ตาย กล้าดียังไงมาบอกว่านางไม่สวย อยากตายนักใช่ไหม!
ขณะที่นางอ้าปากเตรียมจะด่า ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกระแทกเข้าที่ปาก นางรีบเอามือปิดปาก เือุ่น ๆ ไหลซึมผ่านง่ามนิ้ว ริมฝีปากทั้งบวมและเจ็บ
"ท่านแม่!" เสวี่ยชิวเยี่ยนร้องอุทาน เมื่อเอามือออกจากปาก ในฝ่ามือ นอกจากเืสีแดงแล้ว ยังมีฟันอีกสองซี่!
จ้าวรั่วจือใเมื่อเห็นลูกสาวมีเืเต็มปากเต็มมือ นางไม่สนใจที่จะตามหาเสวี่ยฮุ่ยเพื่อคิดบัญชี แต่รีบปลอบลูกสาวของตนก่อนเป็อันดับแรก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ยัยเด็กนั่นเป็คนทำใช่ไหม?" จ้าวรั่วจือมองไม่เห็นเลยว่าเสวี่ยฮุ่ยใช้สิ่งใดโจมตี และยิ่งคิดไม่ถึงว่าเด็กคนนั้นจะมีแรงมากขนาดนี้ ถึงขั้นยิงฟันหน้าของลูกสาวหลุดไปถึงสองซี่!
"ข้าจะฆ่านาง!" ปีนี้ตนเองอายุสิบห้าแล้ว เป็วัยที่ควรจะถูกทาบทามสู่ขอ หากฟันหน้าหลุดไปสองซี่ ใครจะอยากได้นางกัน! เสวี่ยชิวเยี่ยนรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้า!
อย่าว่าแต่คุณชายหรือบุตรชายบ้านเศรษฐีเลย แม้แต่ชายชาวนาที่ทำไร่ทำนา ก็คงไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ฟันหน้าหายไปหรอก!
ความฝันที่ยังไม่เป็จริงกลับกลายเป็ฟองสบู่ เสวี่ยชิวเยี่ยนกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง จ้าวรั่วจือเองก็ทำอะไรไม่ถูก นางนึกไม่ถึงเลยว่า ผู้ใหญ่สองคนจะถูกยัยหนูน้อยปั่นหัวเข้าให้ เื่นี้หากพูดออกไป ใครจะเชื่อกัน!