บทที่ 26 ดอกเหมยบานอีกครั้ง
เมื่อเห็นหลี่หยวนจวินเดินจากไป หัวหน้าใหญ่ก็ถอนหายใจออกมา
จริงดังที่ต้าจ้วงคาดคิด ชิวฉานชอบเ้าเด็กเนี่ยเฉินจริง ๆ
เนี่ยเฉินเองก็มีใจให้ชิวฉาน ไม่เช่นนั้นคงไม่ไปเชิญหลี่หยวนจวินขึ้นเขามาเอง ทั้งยังจ่ายค่ารักษาให้แล้วด้วย
หลังจากเข้าใจผิดมาทั้งวัน ตอนนี้หลี่หยวนจวินคิดว่าเวิงชิวฉานชอบเนี่ยเฉิน และเนี่ยเฉินเองก็คิดเช่นนั้น หัวหน้าใหญ่ก็คิดเช่นกัน รวมถึงต้าจ้วงก็คิดเหมือนกัน
ทุกคนคิดว่าเวิงชิวฉานชอบเนี่ยเฉิน ยกเว้นแค่เวิงชิวฉานเองที่ไม่รู้
ตกเย็น พวกคนงานกินข้าวเสร็จก็กลับที่พัก โจรก็กลับไปพักผ่อน เนี่ยเฉินมาที่ครัว อุ่นกับข้าวสองอย่าง แล้วยกถาดอาหารไปที่ห้องของเวิงชิวฉาน
เขาเปิดประตูอย่างไม่เกรงใจ เดินอาด ๆ เข้ามาในห้องแล้วนั่งลง ไม่สนใจสายตาตกตะลึงของเวิงชิวฉานแม้แต่น้อย
“เ้าเข้าห้องข้าไม่คิดจะเคาะประตูเลยหรือ?”
เวิงชิวฉานลุกขึ้นยืนจ้องมองเนี่ยเฉิน
“เราสนิทกันปานนี้ ข้ามาห้องเ้าก็ไม่ต่างกับห้องข้าหรอก”
“สนิทกันขนาดนั้นเชียวหรือ? ข้ากับเ้ามีความสัมพันธ์อะไรกัน? ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“หยุดพูดเถอะ เ้ายังไม่ได้กินข้าวเลยทั้งวัน ข้านำกับข้าวและหมั่นโถวมาให้ รีบกินหน่อยเถอะ”
เนี่ยเฉินยกกับข้าวที่อยู่ในถาดอาหารทั้งหมดออกมาวาง
เมื่อเห็นอาหารที่ยังอุ่น ๆ บนโต๊ะ เวิงชิวฉานก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา
นางไม่ได้กินข้าวเลยทั้งวัน และไม่มีใครสักคนที่เอาอาหารมาให้ นอกจากชายคนนี้ที่ยังจำได้
“ถือว่ายังมีความดีอยู่บ้าง”
เวิงชิวฉานนั่งลง หยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มกินข้าว
ขณะที่กำลังกินอยู่ นางก็เงยหน้าขึ้นมองเนี่ยเฉิน
“เ้าคงไม่ได้ใส่ยาอะไรให้ข้าหรอกใช่ไหม?”
“ถ้าข้า้าทำอะไรเ้า ข้าต้องใช้ยาไปทำไม?” เนี่ยเฉินทำหน้าเบื่อหน่าย
เวิงชิวฉานพยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็ได้ในสิ่งที่้าไปแล้ว คงไม่จำเป็ต้องใช้ยาอีก
หลังจากกินข้าวเสร็จ เวิงชิวฉานใช้ผ้าเช็ดปาก แล้วลุกขึ้นกล่าวว่า “พอแล้ว เอาของไปเก็บเถอะ”
ทว่าเนี่ยเฉินกลับไม่ได้ไปไหน
“นี่เ้าจะยังอยู่อีกทำไม?”
“เอ่อ... ผ้าห่มของข้ายังไม่แห้ง”
“เช่นนั้นก็เอาผ้าห่มนี่ไปชุดหนึ่งสิ” เวิงชิวฉานกอดอก ยิ้มเย็น ๆ มองเนี่ยเฉิน
นางรู้ดีว่าชายคนนี้คิดอะไรอยู่ เขา้าจะทำอะไรนางอีกครั้ง
“เฮ้อ ไม่จำเป็เลย ของของเ้า ข้าจะเอาไปได้อย่างไร” เนี่ยเฉินพูดอย่างหน้าหนา
“อย่าเลย ก็เ้าเพิ่งพูดเองไม่ใช่หรือว่าเราสนิทกันขนาดไหน ของข้าที่นี่ เ้าจะหยิบไปใช้ก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าเอาเ้าไปด้วยดีไหม?”
เนี่ยเฉินเดินเข้ามาใกล้ คว้ามือเล็ก ๆ ของเวิงชิวฉาน
“เ้าทำอะไรน่ะ! รักษามารยาทหน่อย”
เวิงชิวฉานพยายามดึงมือกลับ แต่เนี่ยเฉินจับแน่นและดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด
เขาอุ้มเวิงชิวฉานไปที่เตียง ใบหน้าของนางแดงก่ำ พูดเบา ๆ ว่า “ปล่อยข้านะ เ้าโจรบ้ากาม เ้าหัวขโมย ข้าไม่ยอมเ้าหรอก!”
เนี่ยเฉินวางนางลงบนเตียงเบา ๆ แล้วถอดรองเท้าของนางออก ใบหน้าของนางแดงก่ำ นางชี้ไปที่เนี่ยเฉินแล้วพูดว่า
“เ้าคนแซ่เนี่ย อย่าคิดว่ามีครั้งแรกแล้วจะมีครั้งที่สอง ข้าบอกเ้าไว้เลยนะ ข้ากับเ้าไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันทั้งนั้น ต่อจากนี้ข้าจะตัดขาดจากเ้าอย่างเด็ดขาด ข้าน่ะยังบริสุ...อื้ม!”
เวิงชิวฉานยังพูดไม่จบ เนี่ยเฉินก็จูบปิดปากนางทันที ลิ้นอุ่นร้อนของเขาบุกเข้ามาััริมฝีปากและลิ้นของนางอย่างไม่ปรานี
เนี่ยเฉินกอดนางเบา ๆ พินิจมองโจรสาวที่เข้มแข็ง ทว่ายามนี้กลับมีใบหน้าแดงก่ำ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าบอกแล้วไง อีกไม่นานหากข้าหาเงินมาให้ค่ายของเราได้พอสมควรแล้ว ข้าจะไปขอเ้ากับหัวหน้าใหญ่ ให้เขาอนุญาตให้เ้าแต่งงานกับข้า”
“ข้าเคยบอกหรือว่าจะยอมแต่งกับเ้า? เ้าจะบังคับข้าได้อย่างไร?” เวิงชิวฉานพูดด้วยความไม่พอใจ
“เ้าต้องแต่งงานกับข้า ไม่ว่าเ้าจะยอมหรือไม่ก็ตาม” เนี่ยเฉินพูดพร้อมกับเริ่มถอดเสื้อผ้าของนางออก
คำพูดที่ฟังดูเป็การบังคับของเนี่ยเฉิน ทำให้เวิงชิวฉานรู้สึกหวั่นไหวจนร่างกายอ่อนแรง นึกถึงตอนที่นางแค่พูดเล่น ๆ ว่าเป็หวัด เนี่ยเฉินก็ไปเชิญหลี่หยวนจวินมารักษานางเอง และตอนเย็นยังนึกถึงนางที่ไม่ได้กินข้าว ความรู้สึกซาบซึ้งใจก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น
นางคิดในใจว่า ‘เขาก็ดูไม่เลวเลย ให้มันเป็ครั้งสุดท้ายเถอะ ถึงอย่างไรก็...’
ขณะที่คิดเช่นนี้ ท่าทีต่อต้านของนางก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ
ในที่สุดทั้งสองคนก็ไร้เสื้อผ้าปกปิด เนี่ยเฉินเลื่อนสายตามองลงมาที่นางจาก้า แล้วยิ้มกริ่มพูดว่า
“งามจริง ๆ ข้าอยากจะความงามของเ้าไปตลอด” เนี่ยเฉินพูดอย่างเ้าเล่ห์
“ถึงเ้าจะร่างกายของข้า แต่เ้าก็ไม่ได้หัวใจของข้าไปหรอกนะ!”
เวิงชิวฉานยังคงปากแข็ง แม้ว่าจิตใจจะสั่นไหว
“ไม่เป็ไร ข้าแค่ร่างกายของเ้าก็พอ”
“ข้าจะฆ่าเ้าให้ตาย”
“เฮอะ เ้านี่ปากแข็งจริง ๆ แต่ข้าจะลองดูอีกทีว่ามันนุ่มขนาดไหน...”
“อื้อ... เบาหน่อย ข้าเจ็บ...”
...
ความเคลื่อนไหวภายในห้องช่างวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงอันนุ่มนวลที่ดังไปทั่วห้อง
หนึ่งก้านธูปต่อมา การต่อสู้จบลง ทั้งสองเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลท่วมตัว
“อย่ามาใกล้ข้านะ ข้าร้อนจะตายอยู่แล้ว” เวิงชิวฉานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
นางช่างกลับมาเคร่งขรึมได้ไวนัก!
เนี่ยเฉินไม่ฟังนาง ยังคงกอดนางแน่น ไม่นานหลังจากนั้น เสียงหายใจหนัก ๆ ก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง...
รุ่งเช้าวันถัดมา เมื่อแสงอรุณเพิ่งแย้ม เนี่ยเฉินก็ตื่นขึ้น เขาจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากของหญิงสาวที่ยังคงหลับใหล จากนั้นก็รีบใส่กางเกงแล้ววิ่งออกไป
การนอนกับลูกสาวหัวหน้าโจรในค่ายโจรนี่มันช่างท้าทายจริง ๆ
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เนี่ยเฉินก็เริ่มทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทันใดนั้นเอง โซ่วโฮ่วก็เข้ามาเรียกเขา บอกว่าหัวหน้าใหญ่ให้เขาไปประชุมด้วย
เนี่ยเฉินวางงานในมือแล้วตามไปประชุม
ในขณะนั้น หัวหน้าใหญ่ ต้าจ้วง และเวิงชิวฉานก็อยู่ที่นั่นแล้ว
เมื่อเวิงชิวฉานเห็นเขาเข้ามา นางก็แค่นเสียงเย้ยหยันเบา ๆ แล้วหันหน้าหนีไปไม่มองเขา
สาวน้อยคนนี้ชอบทำตัวเ็า ดูเหมือนว่าเมื่อคืนคงจะยังไม่พอสินะ
“หัวหน้าใหญ่ มีอะไรหรือ?”
เนี่ยเฉินถามทันทีหลังจากนั่งลง
“โจรจากหุบเขาเฮยเฟิงส่งคนมาเยี่ยมเยียน ไม่แน่ใจว่ามีเื่อะไร คนของพวกเขากำลังจะมาถึงที่เขาเราแล้ว” หัวหน้าใหญ่พูด
“เขาเฮยเฟิง?” เนี่ยเฉินขมวดคิ้ว
สถานที่นี้เขารู้จักดี มันอยู่ทางใต้ของค่ายชิงเฟิงประมาณสิบกว่าลี้ติดกับทางหลวง มีคนมากมายนับพันคน ถือเป็ค่ายโจรที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงสุ่ย
ในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้ มีประชาชนมากมายที่ไม่สามารถหาอาหารได้และต้องเลือกที่จะเป็โจร ซึ่งในอำเภอชิงสุ่ยแห่งนี้มีโจรูเามากมายหลายกลุ่ม ค่ายชิงเฟิงถือว่าเป็แค่กลุ่มขนาดกลางเท่านั้น
โจรแต่ละกลุ่มมักจะมีพื้นที่ของตนเองและไม่ค่อยรุกล้ำซึ่งกันและกัน หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็มักจะจบลงด้วยการสู้รบครั้งเดียวโดยไม่มีการสานต่อ
ไม่มีใครพยายามยึดครองอาณาเขตของคนอื่นมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความไม่พอใจและบีบให้โจรกลุ่มอื่น ๆ มารวมตัวกันต่อต้าน
ไม่นาน คนจากเขาเฮยเฟิงที่ส่งมาก็ถูกพาเข้ามาโดยโจรที่เป็ผู้นำทาง
เขาเป็ชายวัยกลางคน มีดวงตาทรงสามเหลี่ยมและเคราแพะ ดูแล้วเหมือนคนเ้าเล่ห์แฝงอันตราย