ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ทริสตันนั่งจัดการกับมื้อเช้าที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบง่าย มือหนึ่งหยิบขนมปังเข้าปาก อีกมือยังคงพลิกหน้ากระดาษตรวจตราเอกสารงานอย่างไม่ลดละ ทว่าทุกครั้งที่ซุปรสจืดชืดไหลลงคอ เขากลับทำได้เพียงระบายลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
หากเป็ในโลกเดิม เขาไม่ใช่คนเื่มากหรือพิถีพิถันกับการกินนัก มีอะไรกินได้ก็กิน ทว่านับั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นในโลกใบนี้จนเวลาล่วงเลยมาหลายเดือน ขนมปังแข็ง ๆ และซุปใส ๆ กลับยังคงเป็อาหารหลักที่วนเวียนมาทักทายเขาในทุกมื้อไม่เปลี่ยนแปลง ต่อให้จะเป็คนไม่เลือกกินแค่ไหน แต่การต้องทนกินสิ่งเดิมซ้ำซากเช่นนี้ก็เริ่มจะทำเอาเขารู้สึกไม่ไหวขึ้นมาเสียแล้ว
สำหรับผู้คนในโลกนี้ รสชาติเช่นนี้อาจเป็ความเคยชินที่แสนธรรมดา แต่สำหรับเขา... ชายผู้เคยผ่านรสอาหารอันหลากหลายจากอีกโลกหนึ่งมาแล้ว มื้ออาหารที่จืดชืดและไร้ชีวิตชีวาเหล่านี้ มันช่างเป็บททดสอบความอดทนที่แสนสาหัสเสียจริง
ชายหนุ่มฝืนเคี้ยวขนมปังคำสุดท้ายลงคอไปอย่างยากลำบาก แม้รสััของมันจะชวนให้ถอดใจเพียงใด แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมเสียของไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาจึงจำต้องจัดการมื้ออาหารตรงหน้าจนหมดสิ้น ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อชะล้างความจืดชืดที่ติดค้างอยู่ในลำคอ
ไม่ได้การแล้ว! จะปล่อยให้ลิ้นต้องตายด้านไปกับอาหารซ้ำซากแบบนี้ไม่ได้... เขาครุ่นคิดในใจอย่างมุ่งมั่น
ประกายไฟแห่งการปฏิวัติปรากฎขึ้นในแววตา ถึงเวลาแล้วที่เขาจะใช้ความทรงจำจากโลกเดิมมาสั่นะเืวงการอาหารของโลกแห่งนี้ ภาพของ ก๋วยเตี๋ยว เส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปร้อนแรง เกี๊ยวซ่า ผิวกรอบไส้ฉ่ำ หรือ ข้าวหน้าหมูทอด สีเหลืองทองกรุบกรอบ ผุดขึ้นมาในหัวสมองจนเขาแทบจะกลั้นน้ำลายไว้ไม่ไหว
เมื่อลองพิจารณาดู วัตถุดิบพื้นฐานในซิลเวอร์เรสตอนนี้ก็นับว่าเพียงพอจะทำบางเมนูเ่าั้ขึ้นมาได้บ้างแล้ว เห็นทีคงต้องสลัดมาดผู้ปกครองชั่วคราว เพื่อลงไปถ่ายทอดเคล็ดวิชาในห้องครัวด้วยตนเอง เปลี่ยนจากขนมปังที่แสนน่าเบื่อให้อาหารรสชาติใหม่ที่โลกแห่งนี้ต้องจารึกเสียที!
ในส่วนของแป้งสำหรับทำเส้นหรือแผ่นเกี๊ยวซ่านั้น ทริสตันประเมินว่าพอจะใช้แป้งสาลีที่มีอยู่มาขัดตาทัพไปก่อนได้ ส่วนวัตถุดิบจำพวกเนื้อสัตว์นั้นหาได้ง่ายดายไร้กังวล ทว่าปัญหาใหญ่กลับตกอยู่ที่ ข้าวเ้า...
ในดินแดนแห่งนี้ ข้าวเ้าหาใช่พืชพรรณที่เป็ที่นิยมปลูกกันแพร่หลายนัก หากจะมีวางขายบ้างก็น้อยนิดจนแทบพลิกแผ่นดินหา แม้แต่ในซิลเวอร์เรสของเขาก็ยังไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งนี้
หรือเราควรจะเริ่มบุกเบิกการปลูกข้าวอย่างจริงจังดูดีไหมนะ? เขาตั้งคำถามกับตัวเองพลางนึกถึงความเป็ไปได้
แม้จะไม่แน่ใจว่าสภาพดินของที่นี่จะปลูกข้าวได้ไหม แต่เขาก็หมายมั่นว่าจะส่งต่อภารกิจนี้ให้เลนอร์ไปทำการทดลองเพาะปลูกดูก่อน หากผลลัพธ์ออกมาเป็ที่น่าพอใจ เขาจะสั่งขยายพื้นที่การปลูกข้าวขนาดใหญ่ทันที เพราะในเื่ของระบบชลประทานและทรัพยากรน้ำนั้น เพราะการสั่งงานก่อนหน้านี้ ทำให้ซิลเวอร์เรสมีมากมายอย่างเหลือเฟือจนไม่ต้องกังวลสิ่งนี้
หากทำได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่เขาที่จะหลุดพ้นจากความซ้ำซากจำเจของอาหาร แต่ประชาชนทั่วทั้งซิลเวอร์เรสก็จะได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารที่หลากหลาย สำหรับเขาแล้ว การที่ผู้คนมีสิทธิ์เลือกซื้อเลือกหาอาหารหลากหลายที่ถูกปากตามใจปรารถนา ก็นับเป็ความสุขพื้นฐานอันล้ำค่าที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ไม่แพ้สิ่งใด
ในหัวของเขาเริ่มวางแผนไกลไปถึงขั้นการถ่ายทอดทักษะอาหารเหล่านี้ออกไป เขาตั้งใจจะเปิดหลักสูตรพิเศษให้แก่เหล่าพ่อครัวแม่ครัวในเมือง โดยเก็บค่าเรียนเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับการได้เรียนรู้สูตรลับและกรรมวิธีปรุงอาหารจากต่างโลก
ปล่อยให้พวกเขาแย่งชิงและแข่งขันกันด้วยรสชาติเถอะ... ทริสตันกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมื่อจินตนาการถึงย่านการค้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารนานาชนิด ซึ่งนอกจากจะสร้างความคึกคักให้เมืองแล้ว ยังเป็การกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ซิลเวอร์เรสกลายเป็นครแห่งนักชิมในอนาคตได้อีกด้วย
ทว่า... ทริสตันสะดุดความคิดนั้นลงพลางหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง เื่นี้จำเป็ต้องวางแผนอย่างรัดกุมที่สุด เขาจะไม่ยอมให้เหล่า นายทุนผู้มั่งคั่ง เข้ามาผูกขาดกลไกตลาดจนเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือปล่อยให้มีการใช้อำนาจเงินมาตัดราคาเพื่อกลืนกินผู้ประกอบการรายย่อยจนล้มตายลง
ในโลกเดิมที่เขาจากมา ภาพความล่มสลายของร้านค้าเล็ก ๆ ที่ถูกบริษัทั์ใหญ่บดขยี้จนเหลือเพียงผู้เล่นเ้าเดียวที่กุมชะตากรรมของราคาอาหารไว้ในมือ ยังคงเป็บทเรียนอันขมขื่นที่เขายังจำได้ติดตา เขาจะไม่ยอมให้ซิลเวอร์เรสเดินซ้ำรอยเดิมแบบนั้น
“เราต้องสร้างกฎเกณฑ์ที่ยุติธรรม...” ทริสตันพึมพำกับตัวเอง เห็นทีเขาคงต้องเรียกตัวผู้ที่มีหัวคิดก้าวหน้าและเปี่ยมไปด้วยไหวพริบในด้านการจัดการทรัพยากร มาช่วยกันระดมสมองเพื่อร่างมาตรการป้องกันการผูกขาดนี้ร่วมกับเขา เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งรากหญ้าและผู้มั่งคั่งจะสามารถเติบโตไปพร้อมกันบนพื้นฐานของการแข่งขันที่ใสสะอาด
แม้เื่นี้จะเหมือนเป็ความเฟ้อฝันที่ไม่มีทางเป็จริงได้… แต่ยังไงก็ต้องขอลองทำดูก่อนว่าจะเป็ไปได้ไหม?
หลังจากคิดโครงร่างแผนการปฏิวัติวงการอาหารเบื้องต้นในใจเรียบร้อยแล้ว ก็เลื่อนสายตาไปอ่านรายงานฉบับถัดไปทันที มันเป็บันทึกสรุปสถานการณ์จาก เหมืองแร่ ที่กำลังเร่งดำเนินการขุดเจาะอยู่ในขณะนี้
รายละเอียดในหน้ากระดาษระบุตัวเลขปริมาณแร่ที่ขุดได้ไว้อย่างชัดเจน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วคือรายงานเื่อุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงานที่ยังมีให้เห็นประปราย รวมถึงปัญหาการกระทบกระทั่งและข้อพิพาทระหว่างกลุ่มคนงานที่ดูจะคุกรุ่นอยู่เรื่อย ๆ ยังนับว่าโชคดีที่ทหารที่ดูแลเหมืองรายงานยืนยันมาว่า สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและสามารถระงับเหตุวุ่นวายได้ทันท่วงที
แม้ในปัจจุบัน ปัญหาการลักเล็กขโมยน้อยหรือข้อพิพาทรำคาญใจระหว่างชาวเมืองจะมีเหล่าทหารคอยกวดขันดูแลจนสถานการณ์ยังสงบราบรื่นดีอยู่ แต่ทริสตันกลับมองเห็นรอยโหว่ในระยะยาว แผนการก่อตั้ง กรมตำรวจ จึงผุดขึ้นมาในความคิดเพื่อแยกหน้าที่ให้ชัดเจน โดยให้ตำรวจรับผิดชอบรักษากฎหมายและความปลอดภัยภายในเขตเมือง ส่วนทหารนั้นให้มุ่งเน้นไปที่การศึกาและการลาดตระเวนนอกพรมแดนเพียงอย่างเดียว
ทว่าปัญหาใหญ่ที่ทำให้แผนการนี้ยังคงค้างเติ่งอยู่บนกระดาษคือ... เขายังหาตัว ผู้บัญชาการตำรวจ ที่ถูกใจไม่ได้เสียที
ตามเกณฑ์ที่เขาวางไว้ ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ต้องมีปฏิภาณไหวพริบที่เฉียบแหลม รู้จักพลิกแพลงไปตามสถานการณ์อันล่อแหลม มีวาจาในการสยบฝูงชนได้ และที่สำคัญคือต้องมีบุคลิกภาพที่ดูสง่างามน่าเลื่อมใสในระดับหนึ่ง
หากมองเผิน ๆ อาร์วินดูจะเป็ตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าเขาได้วางให้อีกฝ่ายอำนาจสายทหารไปแล้ว และเขาก็ไม่มีวันยอมให้ใครคนใดคนหนึ่งมาควบครองสองตำแหน่งใหญ่จนกลายเป็ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างแน่นอน ตามคติการปกครองของเขา... สองขั้วอำนาจนี้จะต้องถูกแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อคานอำนาจและตรวจสอบซึ่งกันและกันได้อย่างสมดุล
ท่ามกลางความเงียบงันของการใช้ความคิด จู่ ๆ นายทหารนายหนึ่งก็ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นซองจดหมายลับปิดผนึกให้แก่เขา ทันทีที่ทริสตันคลี่กระดาษออกอ่าน แววตาของเขาก็พลันสว่างวาบก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขาไม่รอช้า รีบลุกจากโต๊ะทำงานแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่สำคัญใจกลางเมืองทันที
จุดหมายของเขาคืออาคารใหญ่โตของ หน่วยช่างตีเหล็ก ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้ไม่นาน กลิ่นอายของถ่านหินและความร้อนแรงจากเตาหลอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ที่นั่นเขาได้พบกับชายชราผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากลุ่มช่างฝีมือจำนวนมาก
เมื่อเห็นร่างของผู้ปกครองหนุ่มปรากฏกายขึ้น ชายชราผู้นั้นก็รีบค้อมกายลงอย่างนอบน้อม “ผู้น้อย เคลเลน หัวหน้าหน่วยช่างตีเหล็ก ขอแสดงความเคารพต่อท่านผู้ปกครองครับ” สิ้นเสียงของเขา เหล่าช่างฝีมือที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างก็ก้มตัวลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง เสียงกล่าวทักทายดังกึกก้องไปทั่วโถงอาคาร แสดงถึงความศรัทธาที่มีต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ของพวกเขา
ทริสตันยกมือขึ้นโบกเบา ๆ เป็เชิงให้ทุกคนทำตัวตามสบาย แววตาของเขาฉายประกายแห่งความคาดหวังขณะเอ่ยถามขึ้น “เอาละเคลเลน ไม่ต้องมากความแล้ว ตามที่เ้าเขียนรายงานมาในจดหมายลับนั่น... ในที่สุดก็ทำสำเร็จแล้วใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ น้ำเสียงของชายชราก็พลันเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความภาคภูมิใจ “เรียนท่านผู้ปกครอง หลังจากที่พวกเราล้มลุกคลุกคลาน ลองผิดลองถูกกันมาเสียนาน ในที่สุดผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็ไปตามที่ท่านเคยชี้แนะไว้ทุกประการ!”
สิ้นคำพูด เคลเลนก็เอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะยื่นมันส่งให้ทริสตันอย่างทะนุถนอม สิ่งนั้นคือ หน้าไม้ ที่มีรูปทรงแปลกตาไปจากหน้าไม้ทั่วไปในดินแดนแห่งนี้ เขารับมันมาถือไว้พลางกวาดสายตาสำรวจรอยต่อและกลไกอย่างละเอียด ััที่คุ้นมือและโครงสร้างอันซับซ้อนนี้ทำเอาเขาประหลาดใจไม่น้อย เพราะมันช่างใกล้เคียงกับหน้าไม้ประสิทธิภาพสูงจากโลกเดิมที่เขาเคยรู้จักเกือบทุกระเบียดนิ้ว!
“ยอดเยี่ยมมาก! เคลเลน” ทริสตันเอ่ยชมพลางถืออาวุธในมือด้วยความพอใจ “เราจะนำมันไปทดสอบความสามารถที่ค่ายทหารเดี๋ยวนี้เลย ถือโอกาสให้เหล่านายทหารระดับสูงได้เห็นอานุภาพของมันไปพร้อมกัน จะได้เตรียมแผนการใช้งานและปรับกลยุทธ์การรบให้สอดคล้องกับอาวุธชิ้นนี้ด้วย”
ทริสตันพร้อมด้วยคณะช่างตีเหล็กมุ่งหน้าสู่ค่ายทหารในทันที เขาออกคำสั่งเรียกอาร์วินและเหล่านายทหารระดับสูงให้มารวมตัวกัน ณ ลานทดสอบอาวุธ พื้นที่แห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยทหารที่คุ้มกันอย่างหนาแน่น หากปราศจากคำสั่งอนุมัติจากเขาผู้ซึงเป็ผู้ปกครอง แม้แต่มดตัวเดียวก็ห้ามเล็ดลอดเข้ามา
ทริสตันสั่งให้อาร์วินคัดเลือกนายทหารที่มีฝีมือดีและไว้ใจได้ที่สุดมาเป็ผู้ทดสอบอาวุธหน้าไม้ชิ้นนี้ นายทหารผู้รับหน้าที่ก้าวออกมาข้างหน้า เขาหยัดกายตรงและเล็งหน้าไม้ไปยังเป้าซ้อมที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไปถึงสี่ร้อยเมตร
**ขวับ!—ตึ้ง! **
เสียงไกกลไกดีดตัวดังสนั่น ลูกดอกพุ่งทะยานแหวกอากาศไปด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน แม้การยิงครั้งแรกจะพลาดเป้าไปเล็กน้อย ทว่าอานุภาพของมันกลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง เมื่อลูกดอกนั้นพุ่งเลยเป้าซ้อมไปไกลกว่าห้าสิบเมตรก่อนจะปักลงบนพื้นดินอย่างหนักแน่น
ทริสตันที่เฝ้ามองอยู่ะเิเสียงปรบมือออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เสียงปรบมือของคนรอบข้างจะดังสนั่นตามมาเป็ทอด ๆ นายทหารทุกคนที่ได้เห็นต่างใและมีความตื่นเต้นกับอาวุธชิ้นนี้มาก เพราะหน้าไม้ที่ใช้ ๆ กันไม่มีทางยิงได้ไกลมากถึงขนาดนี้
“ยอดเยี่ยมมาก เคลเลน!” ทริสตันหันไปชมเชยชายชราด้วยแววตาเป็ประกาย “ระยะยิงไกลกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เสียอีก เ้าและทีมช่างทำผลงานชิ้นนี้ออกมาได้ไร้ที่ติจริง ๆ”
เคลเลนค้อมตัวลงต่ำด้วยความเคารพ “หามิได้ครับ ทั้งหมดนี้เป็เพราะแบบแปลนอันล้ำสมัยที่ท่านผู้ปกครองมอบให้ ผู้น้อยจึงสามารถสร้างมันขึ้นมาได้”
ทริสตันยกยิ้มพลางก้าวเข้าไปตบไหล่ชายชราเบา ๆ เป็เชิงให้กำลังใจ “เ้าไม่จำเป็ต้องถ่อมตัวไปหรอกเคลเลน แบบที่เราให้ไปใช่ว่าจะละเอียดขนาดทำออกมาครั้งแรกแล้วจะยิงได้แบบนี้เลย กว่าจะออกมาเป็หน้าไม้ที่ทรงพลานุภาพได้ขนาดนี้ พวกเ้าคงต้องผ่านความยากลำบากในการลองผิดลองถูกและปรับแก้กลไกไปไม่น้อยเลยทีเดียว”
เขาละสายตาจากหัวหน้าช่าง กวาดตามองไปยังกลุ่มช่างฝีมือทุกคนที่ยืนลุ้นอยู่เื้ั “นอกจากเคลเลนแล้ว เราขอชมเชยพวกเ้าทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้อย่างสุดซึ้ง ความสำเร็จนี้คือหยาดเหงื่อของพวกเ้าทุกคน”
สิ้นคำประกาศนั้น เคลเลนและกลุ่มช่างต่างก็เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่สั่นไหวด้วยความปิติ สีหน้าของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน คำชื่นชมจากปากของผู้นำหนุ่มไม่เพียงแต่จะสร้างกำลังใจ แต่ยังหลอมรวมความจงรักภักดีให้หยั่งรากลึกเข้าไปในหัวใจของพวกเขายิ่งกว่าเดิม
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นในระยะยิงที่หลากหลายเพื่อหาขีดจำกัดของอาวุธชนิดนี้ เมื่อปรับระยะเข้ามาที่เจ็ดสิบเมตร ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับน่าทึ่งยิ่งนัก ลูกดอกพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำถึงเก้าในสิบส่วน ความแรงทลายเป้าซ้อมจนแตกกระจาย
ทริสตันเฝ้ามองพลางวิเคราะห์ในใจว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้หาได้มาจากประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของหน้าไม้เพียงอย่างเดียวไม่ แต่มันยังรวมถึงทักษะและความนิ่งของนายทหารผู้ยิงที่อาร์วินคัดสรรมาอย่างดี การผสานกันระหว่างนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกับฝีมือของคนยิงที่เก่งกาจเช่นนี้เอง ที่ทำให้ผลลัพธ์การทดสอบออกมาได้ดีถึงขนาดนี้
พึ่งกล่าวคำชมเชยไปไม่ทันไร ทหารหน่วยลาดตระเวนก็เข้ามาแจ้งข่าวสำคัญแก่ทริสตันโดยด่วน เมื่อเขาได้ฟังรายงานนั้น ใบหน้าของเขาก็พลันสว่างไสวด้วยความยินดี ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะกึกก้องออกอย่างมีความสุข
“ช่างเป็วันที่ดีเสียจริง!” ชายหนุ่มหันไปประกาศกับทุกคนด้วยน้ำเสียงอันดัง “ท่านทั้งหลาย บัดนี้คณะทูตของเราที่ส่งไปยังเอเธลการ์ดกำลังใกล้จะถึงประตูเมืองแล้ว และที่น่ายินดียิ่งกว่านั้น... พวกเขาพากลุ่มผู้อพยพอีกหลายพันชีวิตติดตามมาด้วย!”
เขารีบสั่งการอย่างฉับไว “แจ้งไปยังหน่วยคัดกรองประชากรให้เตรียมพร้อมรับมือกับการตรวจสอบคนเข้าเมืองขนานใหญ่ทันที! แล้วจงไปแจ้งให้เหล่าข้าราชการตำแหน่งสำคัญทุกคนเตรียมตัวออกไปรับคณะทูตพร้อมกับเรา หน่วยลาดตระเวนคาดการณ์ว่าอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้ ขบวนทั้งหมดจะมาถึงหน้าเมืองซิลเวอร์เรสของเราแล้ว!”