ลัคนาฝึกแล้วก็ฝึก
พอตั้งสมาธิกับการทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาก็มักจะผ่านไปเร็วเสมอ พอมารู้ตัวอีกทีเธอก็มาอยู่ในออโรร่าบาเรียได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอและฮิบิคิอยู่ด้วยกันแทบจะทั้งวัน การเรียกประชุมที่ไม่มีความหมายของอรุโณทัยก็ยังดำเนินต่อไปวันแล้ววันเล่าหน่วยลาดตระเวนออกไปและกลับมาโดยมีคนใดคนหนึ่งหายไป บางครั้งก็มี MT คนใหม่มาแทนที่ สักวันอาจจะไม่มีใครออกไปอีกแล้วก็ได้
เด็กสาวจับดาบแล้วฟัน เมื่อเก็บดาบเข้าฝักตรงข้างเอว หุ่นที่ทำจากกิ่งไม้แห้งก็ล้มลงเผยรอยตัดที่เรียบสนิท เธอยิ้มกว้าง ฮิบิคิเองก็ยิ้ม
นอกจากการใช้งานดาบยาวของตัวเองแล้ว ลัคนายังเรียนรู้เกี่ยวกับดาบสั้นของฮิบิคิด้วยดาบสั้นเป็อาวุธที่ต้องเข้าประชิดตัวและอาศัยความคล่องตัวพอสมควร จะเปิดช่องว่างให้ศัตรูไม่ได้เด็ดขาดเพราะดาบสั้นนั้นใช้ป้องกันได้ยากกว่าดาบยาว
ฮิบิคิย้ำกับลัคนาว่าพยายามอย่าชูดาบสูงเหนือศีรษะ เพราะถ้าทำอย่างนั้นจะเป็การเปิดช่องว่าง่ลำตัวทำให้เสียท่าได้ง่าย
ไปๆ มาๆ นอกจากเวลาฝึก ทั้งสองก็ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้ว
คำเตือนของอริสยังก้องอยู่ในหัวของฮิบิคิ
“หัวหน้า” ฮิบิคิเรียกอรุโณทัยสั้นๆ ห้วนๆ
“อะไรเหรอ?”
“ลัคนาพร้อมแล้ว” ฮิบิคิประกาศ
“อะไรกัน? แค่สัปดาห์เดียวจะไปพร้อมได้ยังไง?” อรุโณทัยถามด้วยความแคลงใจ
“เธอมีความทรงจำเกี่ยวกับโลกข้างนอกอยู่ เคยบอกไม่ใช่หรือไงว่าเธอบอกชื่อเ้าพวกแพนด้าและชื่อสถานที่ได้ถูกต้องตามที่เรารู้มา? เธออาจจะมีประโยชน์ในการเก็บข้อมูลและวางแผนรับมือผู้เล่นก็ได้ อย่างเช่นถ้าเธอสามารถบอกความสามารถของพวกนั้นคร่าวๆ เราจะจะยิ่งได้เปรียบ”
“แต่เธอป้องกันตัวเองได้ดีแค่ไหน นั่นแหละคือปัญหา” อรุโณทัยลุกขึ้นแล้วหยิบบางอย่างไปด้วย“แต่นายมั่นใจขนาดนี้ ฉันที่เป็คนชี้ขาดก็ต้องไปดูด้วยตัวเองแล้ว”
“นี่หัวหน้า...อย่าบอกนะว่า....” ฮิบิคิเบิกตาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหยิบอะไรติดมือมาด้วย“แต่ศัตรูข้างนอกก็ใช่ว่าจะต้องใช้ฝีมือขนาดนั้นนี่ อีกอย่าง มีฉันอยู่ด้วย—”
“เธอเป็กุญแจ ฮิบิคิ เราเสียเธอไปไม่ได้เด็ดขาด” อรุโณทัยหันหลัง
“กุญแจๆ อย่าทำเหมือนลัคนาเป็สิ่งของจะได้ไหม?! อีกอย่างถ้าเธอเอาแต่อยู่ในนี้เราก็หาไอ้สตาร์ดัสต์บ้าบอไม่ได้อยู่ดี”เด็กหนุ่มบ่น
“โฮะ ดูจะชอบเธอน่าดูเลยนี่” หัวหน้าสาวยิ้มหยอกล้อแล้วดึงสิ่งที่อยู่ในฝักออกมา
เธอปรากฏตัวต่อหน้าลัคนาพร้อมดาบสั้นในมือทั้งสองข้าง
อรุโณทัยเป็คนเดียวในออโรร่าบาเรียที่สามารถใช้อาวุธคู่ได้ถึงขั้นชำนาญ
...
อรุโณทัยเข้าจู่โจมลัคนาโดยไม่รีรอ เด็กสาวตั้งดาบรับ แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแทงดาบเข้ามาตรงๆเธอจึงเปลี่ยนเป็ปัดดาบเล่มนั้นแทน แต่ดาบสั้นในมืออีกข้างของอรุโณทัยก็เข้าโจมตีต่อเนื่องโดยไม่เปิดช่องให้พักลัคนาดึงเท้าถอยหลังแล้วเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาวใช้เท้ายันพื้นแล้วฟันดาบเป็วงโค้งเข้าใส่อย่างต่อเนื่องพร้อมเดินหน้าไปด้วย
“หัวหน้า เอาจริงเกินไปแล้ว...” ฮิบิคิมองลัคนาที่ได้แต่ตั้งรับและเริ่มถอยหลังไปเรื่อยๆ
ดวงตาของเด็กสาวไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือใ สมาธิของเธอจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวของอรุโณทัย
อรุโณทัยแทงสองครั้ง ฟันสองครั้ง และถีบพื้นหมุนรอบตัว เวลาที่เธอหมุนตัวกลางอากาศน้ำหนักของดาบสั้นทั้งสองเล่มที่ฟันลงบนดาบคาตานะรัวๆนั้นทำให้แขนลัคนาสั่น เสียงโลหะปะทะกันดังไม่หยุด รูปแบบการโจมตีนี้ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็เร็วเสียจนเด็กสาวหาช่องว่างเข้าไปไม่ได้จึงตัดสินใจพลิกตัวไปด้านหลังตอนที่อรุโณทัยกำลังตั้งท่าแทงครั้งที่สองแล้วตั้งใจจะฟันแต่หัวหน้าสาวกลับย่อตัวลงแล้วเตะกวาดพื้นจนลัคนาโซเซเกือบล้ม
“ไม่ดีๆ การใช้ดาบยาว ฟุตเวิร์กสำคัญมาก ต้องยืนให้มั่นคงก่อนถึงจะโจมตีและป้องกันได้ดีที่สุด”อรุโณทัยกล่าวแล้วถีบตัวพุ่งเข้าใส่โดยที่แขนทั้งสองแนบลำตัว พอเข้ามาในระยะก็ก้าวขาใช้เป็หลักบิดเอวแล้วฟันดาบใส่เต็มกำลัง ลัคนาเกือบทำดาบหลุดมือเพราะแรงสั่นที่ส่งมาตามท่อนแขน
บางที ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ดีพอก็ได้ แต่พอคิดอย่างนั้นความรู้สึกที่ไม่อยากแพ้ก็ก่อตัวขึ้น
ดาบคู่ โดยเฉพาะประเภทที่เป็ดาบสั้นเหมือนของอรุโณทัยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันแต่จะป้องกันด้วยการโจมตีลัคนาตัดสินใจสวนกลับไปในชั่วอึดใจเดียวที่เธอหยุดตั้งหลัก แต่หญิงสาวก็สามารถใช้ดาบสองเล่มไขว้กันเอาไว้ได้
ทั้งสองยันแรงกันอยู่ครู่หนึ่ง อรุโณทัยก็ถอยหลัง แทนที่ลัคนาจะหน้าคว่ำเธอใช้ประโยชน์จากแรงที่อรุโณทัยใช้ส่งตัวเองให้ถอยทรงตัวได้หญิงสาวเห็นลัคนาไม่โซเซอีกก็วิ่งเข้ามาแล้วะโลอยตัวขึ้น ชูดาบสั้นทั้งสองเล่มขึ้นเหนือศีรษะแต่องศากลับไม่ได้จะแทงสวนขึ้นไปได้ง่ายๆลัคนาบิดเท้าข้างหนึ่งแล้วย้ายตำแหน่งไปด้านข้างจังหวะเดียวกับที่อรุโณทัยเหยียบพื้นเธอปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากดาบแล้วเอามันจ่อไปที่หลังคอของอีกฝ่าย ทั้งหมดใช้เวลาไปไม่กี่วินาทีเท่านั้น
“...เยี่ยมเลยนี่ นับว่าฉันผิดจริงๆ ที่เลือกใช้ท่าแบบนี้” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อลัคนายกดาบออกไป“แต่ยังไงฉันก็ไม่ค่อยอยากให้เธอใช้ดาบมือเดียวบ่อยเกินไปนะถ้ากำลังแขนไม่พอ ดาบสองมือก็จับสองมือดาบที่มีคมด้านเดียวต้องจับแบบนั้นแหละ”
อรุโณทัยเก็บดาบสั้นสองเล่มเข้าฝัก
“ขอบคุณค่ะ” ลัคนาพูดแล้วถอนหายใจผ่อนคลายจากความตึงเครียดเมื่อครู่
“แล้วไง? โดนเสียขนาดนี้จะให้เธอเข้าหน่วยได้รึยัง?”
“ใจร้อนจริง” หญิงสาวเท้าเอว “ฝีมือถึงขั้นทีเดียว ถ้ามีนายกับเ้าพวกนั้นอยู่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้วตกลง ลัคนา ฉันยอมรับเธอเข้าหน่วยลาดตระเวน ว่าไง? สนใจไหม?”
“ค่ะ” คำตอบที่ได้รับหนักแน่น
“อย่างนั้นก็ดี พรุ่งนี้เธอจะได้ออกไปข้างนอกอีกครั้ง ยินดีด้วย”
“ออกไปช่วยพวกเด็กใหม่อีกเหรอ?” ฮิบิคิถามขึ้น หัวหน้าพยักหน้า
“พักให้เต็มที่ พอออกไปแล้วอันตรายของวันนี้ก็แค่เื่ล้อเล่นเลย”
“อย่าขู่สิ” เด็กหนุ่มมองอรุโณทัยโกรธๆ เธอแค่ยักไหล่
“การป้องกันไว้ก่อนเป็ยาที่ดีที่สุด ว่าไหม?”
...
คืนนั้นอริสไม่พูดอะไรกับลัคนา เธอตรงมาที่เตียงแล้วทิ้งตัวลงนอน
“อริส?”
“...”
อริสหลับไปแล้ว ท่าทางวันนี้จะเหนื่อยจริงๆ ครูฝึกหน่วยป้องกันบาเรียของอริสเคี่ยวกรำคนมาแทนสมาชิกหน่วยลาดตระเวนที่ทยอยตายจากเห็นอย่างนั้นลัคนาก็ล้มตัวบนเตียง ได้ยินเสียงคนอื่นๆ กำลังเตรียมตัวนอน
เวลาผ่านไปเธอก็ยังไม่หลับ รอบตัวมืดสลัวและเงียบสนิท เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องออกไปข้างนอกแล้วหัวใจก็เต้นแรงนอกจากความตื่นเต้นแล้วยังมีความกังวลว่าเธอจะได้กลับมาที่นี่อีกเป็ครั้งที่สองหรือเปล่าแต่อีกความรู้สึกก็บอกว่าการออกไปคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ลัคนาลุกขึ้น พยายามเดินลงบันไดให้เงียบได้อย่างฮิบิคิแต่ไม่สำเร็จ เมื่อเธอลงไปก็เห็นว่ามีที่นอนว่างอีกหนึ่งที่เหมือนคราวที่แล้วไม่มีผิด
“ฮิบิคิ?” ลัคนาเรียกทันทีที่แหวกผ้าม่านออกจากบ้านพักเด็กหนุ่มหันมาหา
“อะไร? นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอ?” เขาหันกลับไปมองท้องฟ้าและสีสันที่วูบไหวของบาเรีย
“ตื่นเต้นน่ะ” เธอตอบ หลังจากเงียบไปสักพักเธอก็ถามขึ้น “เราเคย...อยู่ในเมืองนั้นหรือเปล่านะ?”
“ถ้าเคยอยู่จริงก็คงมีคนจำเราได้ แต่จนตอนนี้ก็ไม่มีผู้เล่นทักสักคน” เขาตอบเสียงเรียบ
“จะบอกว่าเราแค่ถูกสร้างขึ้นมาเหรอ?”
“อาจจะ ฉันไม่รู้ ก่อนหน้านี้ฉันหรือเธอเคยเป็ใคร เป็อะไร หรือไม่ได้เป็อะไรเลยถึงเธอจะคิดไปมันก็เปล่าประโยชน์ สิ่งที่คิดว่าเป็ความทรงจำที่ผ่านเข้ามาเวลาหลับหรือตื่นอาจจะเป็แค่ของปลอมก็ได้ที่รู้แน่ๆ คือเราเกิดมาให้พวกนั้นฆ่าไงล่ะ เหมือนที่รินคำเคยพูดไว้” พอพูดจบเขาก็เอามือเสยผม“นี่ ถามอะไรที่เกี่ยวกับการเอาตัวรอดของตัวเองบ้างเถอะ ที่เธอถามมาทั้งหมดมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด”
“ฮิบิคิ...จำทางได้หมดเลยเหรอ?” ลัคนาถาม
“จำไม่ได้ฉันคงโดนแพนด้ากินไปแล้ว” เด็กหนุ่มตอบ
“ทีมที่ฉันไปด้วยมีใครบ้างเหรอ?”
“ปกติหนึ่งทีมมีสี่คน แต่เธอจะไปกับฉันคนเดียว ไปกันเยอะเคลื่อนไหวลำบาก”
“อย่างนั้นเหรอ...?” พอคิดเื่ที่จะถามไม่ออกทั้งคู่ก็เงียบ ฮิบิคิยืนนิ่งเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของค่ำคืน
“จะให้ฉันไล่เธอไปนอนอีกรอบไหม?” เขาทำลายความเงียบลง
“ไม่เป็ไร” ลัคนาบอกลาแล้วเดินกลับห้องของตัวเอง
...
รุ่งเช้า คนในหน่วยลาดตระเวนมารวมตัวกันตรง “ทางเข้า” ของบาเรีย หรือก็คือจุดที่ลัคนาเดินเข้ามาครั้งแรกนั่นเองมีคนที่เธอคุ้นหน้าหลายคน แน่นอนว่าฮิบิคิ อรุโณทัยและหยางก็อยู่ตรงนั้นด้วย แต่ละคนมีจุดที่เหมือนกันคือถืออาวุธพันผ้าไว้ที่ขา และเต็มไปด้วยความตื่นตัว
“สวัสดี ฉันลอร์น่า” เด็กสาวอายุใกล้ๆ กับลัคนาเดินมาหา เธอมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ได้จัดว่าเลิศเลอแต่วิธีการพูดท่วงท่าการเดินและรอยยิ้มทำให้เธอดูเป็คนมีเสน่ห์ ผิวของลอร์น่าเป็สีแทนและผมมีสีดำ
“อือ สวัสดี ฉัน...”
“ลัคนา ใครๆ ก็รู้จัก พวกเราเป็ผู้หญิงไม่กี่คนในหน่วยนี้ สนิทกันไว้ดีกว่า”พอฟังลอร์น่าพูดไปเรื่อยๆ ลัคนาจึงรู้ว่าเธอติดสำเนียงด้วย แต่สำเนียงอะไรนั้นเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน“โน่นนิชพร เพื่อนรักฉันเอง แปลกจัง มาอยู่สักพักเรายังไม่เคยพูดกันเลยเนอะ หรือเป็เพราะเธอตัวติดกับฮิบิคิ?”
ลอร์น่ายกขวานาพาดไหล่แบบสบายๆ พลางมองเพื่อนของตัวเอง ใบมีดแต่ละด้านของขวานใหญ่กว่าใบหน้าของเธอเกือบเท่าเลยทีเดียวน้ำหนักไม่น่าจะน้อยๆ ด้ามเองก็มีความยาวประมาณเมตร ดูแล้วเป็อาวุธท่าทางใช้ยาก
นิชพร เพื่อนของลอร์น่ายิ้มแล้วโบกมือน้อยๆ ให้ลัคนา เธอพกดาบยาวสอดอยู่ที่ฝักดาบกลางหลัง
ดูจากท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไม่เปิดช่องว่าง สองคนนี้ฝีมือไม่น้อยทีเดียว
ถึงจะมีผิวสีแทนและผมสีดำเหมือนกัน ทั้งสองก็มีโครงหน้าต่างกันอย่างเห็นได้ชัดแสดงว่าเป็คนละเชื้อชาติกัน
ในหมู่คนที่มารวมตัวกัน ส่วนใหญ่เป็ผู้ชายท่าทางน่าเกรงขามถืออาวุธต่างๆกันไป ทั้งเคียว ค้อน ดาบ มีดสั้น พลอง และหน้าไม้
คนเดียวที่ดูไม่ออกว่าใช้อะไรคือหัวหน้าชายหรือหยาง เขาไม่ถืออาวุธ ยืนกอดอกมองดูทุกคนจนอรุโณทัยพูดขึ้น
“มาตกลงว่าแต่ละคนจะไปตรวจตราจุดไหนกันเถอะ เริ่มจากทีมของพวกเธอสองคนนะลัคนากับฮิบิคิ พวกเธอจะไปตรวจตราตรงที่ลัคนาตื่นมานั่นแหละ จำทางได้ไหม?”
เด็กสาวส่ายหน้า ฮิบิคิพยักหน้า
“ฮิบิคิจะนำเธอไป อ๋อ จะมีพวกคนใหม่ไปอยู่ตามจุดเดิมๆ เป็พักๆ เราเลยต้องคอยออกไปดูว่าเราไม่ได้ปล่อยใครให้ตาย”หัวหน้าสาวอธิบายแล้ววาดแผนที่คร่าวๆ บนทราย “ต่อไป ฉันกับหยางจะไปดูจุดที่อยู่ไกลที่สุดตรงจุดนี้ลอร์น่า นิชพร วันนี้ฉันจะให้เปลี่ยนไปดูจุดที่ไกลรองลงมาทางนี้ ไปถูกใช่ไหม?”
“เคยผ่านแล้วค่ะ” นิชพรตอบ
“ดีๆ ต่อไป ปี นายหน้าไม้ ไปกับนายเพื่อนซี้อึนริวเหมือนเดิม ที่เดิม”ปีเป็หนุ่มน้อยร่างเล็กถือหน้าไม้ ส่วนอึนริวเป็ชายผิวขาวสูงโปร่งถือดาบ “แล้วก็อุลริกนายกับเรืองฤทธิ์ไปที่เดิมของลอร์น่ากับนิชพร พวกผู้เล่นกับมอนสเตอร์ที่โผล่แถวนั้นนายสองคนจะรับมือได้ดีกว่า”
“ไว้ใจพวกเราได้อยู่แล้ว” อุลริก ชายคนที่ถือเคียวเหมือนยมทูตกล่าว เขามีรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้ดีตะวันตกส่วนเรืองฤทธิ์ควงพลองไปมา ใบหน้าของเขาคมกว่าและความสูงก็น้อยกว่า ท่วงท่าตอนจับพลองนั้นคล่องแคล่วแต่ดุดันเป็ทีมที่ดูไว้ใจได้สมปากว่า
“ทีมสุดท้าย ยูริกับนิโคไล พวกนายสองคนไปในทิศของทะเล หาว่ามีใครมาเกิดแถวนั้นรึเปล่าอย่าเผลอเดินไกลเกินไป”
นิโคไลพยักหน้า เขาเป็ชายรูปร่างบึกบึน ในมือมีค้อนสีเงินขนาดใหญ่ ส่วนยูริความสูงเท่ากันแต่ลำตัวแขนขาบางกว่าเขาเหน็บมีดสั้นไว้ข้างเอว ทุกคนมองจุดหกจุดบนแผนที่ลวกๆ บนทราย
“ทำไมถึงไม่วาดแผนที่ขึ้นมาคะ?” ลัคนาถามขึ้น
“ค่อนข้างยาก ก่อนอื่นคือจะวาดใส่อะไร?” อรุโณทัยถาม เด็กสาวไม่ตอบ“มีใครมีคำถามไหม?”
ทุกคนเงียบ อรุโณทัยจึงลุกขึ้นจากท่านั่งยองๆ แล้วพูดเสียงดังฟังชัด
“ทุกคน กลับมาให้ได้ล่ะ ห้ามตายเด็ดขาด ไม่ว่าข้างนอกจะเจอกับอะไร จงเอาตัวรอดและกลับมาหาพวกเราพวกเธอทั้งสิบคนเป็กลุ่มที่มีความสามารถทางการสู้รบสูงสุดในหมู่พวกเราทั้งหมด จำเอาไว้ว่าถ้าขาดใครไปความมั่นคงของพวกเราจะสั่นคลอนทันที”
ทุกคนพยักหน้า หญิงสาวยิ้ม
“ถ้าพร้อมแล้วก็ไปได้!”
ทั้งสิบสองคนเดินลงจากออโรร่าบาเรีย ออกจากเขตปลอดภัยที่ไม่มีอันตราย เพียงแค่เดินลงไปยังทุ่งร้างก็มีปูเป็ฝูงโผล่มาให้เห็น
ลัคนาต้องอึ้งกับความสามารถและพละกำลังของแต่ละคน แม้แต่ทีมสองสาวลอร์น่ากับนิชพรก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าผู้ชายเลยทั้งสองจัดการปูด้วยการโจมตีเฉียบคม ท่าทางคล่องแคล่วสง่างามจนมองเพลิน
“อย่าเหม่อสิ” ฮิบิคิสะกิดเธอ
“ขะ ขอโทษ”
พอปูเริ่มจำนวนลง ทุกคนก็แยกย้ายกันทันที ลัคนาและฮิบิคิวิ่งเข้าไปในป่าต้นหลิวคราวนี้กลับไม่เจอกับฝูงแพนด้าที่เธอต้องวิ่งผ่านคราวที่แล้ว
“พวกแพนด้าละ?” พอลัคนาถามจบ ฮิบิคิมองไปรอบตัว
“เราเข้ามาคนละที่กับคราวที่แล้ว” เขาสรุป “แต่อย่าประมาทเด็ดขาด”
ทั้งสองเดินไปโดยใช้ใบลู่ลงของต้นหลิวพรางตา ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่มีวี่แววของศัตรูเลย
“เป็ยังไงบ้าง? ออกมาลาดตระเวนครั้งแรก”เขาถามเมื่อเจอกับหินก้อนใหญ่ขวางทางพอให้หลบพักหายใจได้
“รู้สึกชินๆ ยังไงก็ไม่รู้” พอตอบไปแบบนั้น ฮิบิคิก็ทำหน้าแปลกๆ
“อย่างนั้นเหรอ...?”
“คราวก่อนฮิบิคิมาลาดตระเวนคนเดียวเหรอ? คู่ละ?”
“คู่ของฉันตายไปแล้ว คราวก่อนฉันออกลาดตระเวนคนเดียวเป็ครั้งที่สี่ หัวหน้าก็ไม่ได้ว่าอะไร”เขาตอบเสียงเรียบพลางปีนขึ้นบนหิน “ก็คิดอยู่ว่าถ้าโดนอะไรเข้าคงต้องตายแน่ แต่ก็รอดมาจนตอนนี้”
“แล้ว...ที่มีคนบอกว่าเธอปล่อยให้คนตาย?” เด็กสาวถามอีก
“ตอนนั้นฉันก็มาคนเดียว เ้านั่นพอเห็นแพนด้าก็ขวัญกระเจิงวิ่งหนีลูกเดียวกว่าจะหาเจอ...ก็ตายไปแล้ว” ฮิบิคิยังคงน้ำเสียงราบเรียบไว้ได้ ลัคนากลืนน้ำลาย เด็กหนุ่มปีนลงมาจากหิน
“ไม่รู้ว่าพวกผู้เล่นมันวิเศษวิโสอะไร แต่พวกมันจะตรงไปหา MT ที่เพิ่งโผล่มาทุกที ดีหน่อยตรงที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินดูให้ทั่ว จะแย่ตรงที่ถ้าไปไม่ทันหรือโดนเจอเข้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”ฮิบิคิเดินต่อไป
“เลยตามเลย...เหรอ?”
“ก็คงใช่...เงียบ หมอบลงเร็ว”
เด็กหนุ่มพูด ลัคนารีบทำตาม ห่างจากทั้งคู่ไม่เท่าไหร่มีแสงสีประหลาดสว่างขึ้นจากพื้นไม่นานร่างคล้ายผู้เล่นก็เข้ามาในสายตา
ร่างนั้นเป็ชาย สวมชุดจีนสีขาวและดำ ผมยาวสีดำคลุมหลัง ผิวขาวเหมือนหิมะแขนข้างหนึ่งเป็ดาบ ดวงตาสงบนิ่งสีเขียวเหมือนไม้ไผ่มองตรงไปข้างหน้า รอบตัวมีวงเวทที่เป็ที่มาของแสงเมื่อครู่มันส่องสว่างจางๆ สักพักก็หายไป เหลือเพียงร่างที่ยืนหลังตรงไม่ขยับเขยื้อน
“สไตรค์เกอร์ ซอร์ดแพนด้า เลเวล 40 มินิบอส ป่าต้นหลิว” ลัคนาโพล่งขึ้นอีกครั้งฮิบิคิรีบปิดปากเธอไว้
“เงียบๆ ซะ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่ามินิบอสแปลว่าอะไร แต่ถ้าเ้านั่นหันมาพวกเราซวยแน่”
สายตาสองคู่จับจ้องร่างที่ขยับไปข้างหน้าช้าๆ แกว่งแขนที่เป็ดาบทีเดียวต้นหลิวต้นหนึ่งก็ล้มง่ายดาย
มีมอนสเตอร์ที่หน้าตาเหมือนพวกเธอ แต่เธอก็ไม่คิดว่ามอนสเตอร์ตาสีเขียวที่มีแขนเป็ดาบนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับMT อีกอย่างตอนนี้สิ่งที่ควรคำนึงมากที่สุดคือ จะออกไปจากตรงนี้ยังไงไม่ให้สไตรค์เกอร์ซอร์ดแพนด้ารู้ตัว
อยู่ดีๆ ฮิบิคิก็จับตัวเธอ สีหน้าของเขามีความเครียดฉาบไว้ พอตัดสินใจมองไปยังร่างที่ขยับห่างจากทั้งสองไปพอสมควรก็รู้ตัว
ชายในชุดขาวดำกำลังมองตรงมาที่เธอ